- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 110 - ล็อกเป้า
บทที่ 110 - ล็อกเป้า
บทที่ 110 - ล็อกเป้า
บทที่ 110 - ล็อกเป้า
ขึ้นไปชั้นหก อวี๋ต้าจางเริ่มเดินจากโถงบันไดไปในทิศทางเดิม
พอครบสามสิบสองก้าว เขาหยุดเท้า มองป้ายหน้าห้อง
แผนกทางเดินอาหาร
สังเกตสภาพแวดล้อมรอบๆ แล้วมองกลุ่มคนที่นั่งรอตรวจ อวี๋ต้าจางส่ายหัวเบาๆ หันหลังกลับ
แผนกทางเดินอาหารไม่ว่าโรงพยาบาลไหนคนไข้ก็เยอะที่สุด แต่เคสหนักๆ น้อย สภาพแวดล้อมค่อนข้างวุ่นวาย
ที่แบบนี้ไม่เหมาะจะทำเรื่องลับๆ ล่อๆ
ลงมาที่ชั้นสี่ อวี๋ต้าจางใช้มุกเดิม เดินไปทางเดิมสามสิบสองก้าว
ครั้งนี้จุดที่เขาหยุดรอบข้างไม่มีคนเลย ประตูตรงหน้าเขียนไว้ห้าตัวอักษรชัดเจน: ห้องพักพยาบาล
อวี๋ต้าจางหันหน้าไปมองทางแผนกผู้ป่วยในเด็กที่อยู่ชั้นสี่เหมือนกัน บนใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้น
เจอแล้ว
หยิบมือถือออกมาเปิดหน้าจอนาฬิกาจับเวลา กดปุ่มเริ่ม อวี๋ต้าจางก้าวเท้าเดินช้าๆ ไปทางลิฟต์
ถึงหน้าลิฟต์ เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเหลือบมองลิฟต์ขนย้ายเตียงผู้ป่วยข้างๆ อย่างมีความนัย
ผ่านไปประมาณหนึ่งนาที ประตูลิฟต์เปิด อวี๋ต้าจางเดินเข้าไป กดปุ่มชั้น B1
ลิฟต์ไม่จอดระหว่างทาง ลงไปถึงชั้นใต้ดิน B1
ออกจากลิฟต์ หยิบมือถือมาดูเวลา
หกนาทีสี่สิบสองวินาที
ตรงหน้าเป็นลานจอดรถใต้ดิน ช่วงเวลานี้สองทุ่มกว่าแล้ว รถในลานจอดไม่เยอะ
อวี๋ต้าจางกวาดสายตามองรอบๆ หาตำแหน่งที่ต้องการจากป้ายบอกทางที่แขวนอยู่
จากนั้นเขาพยายามเดินให้ช้าลง จำลองความเร็วของคนเข็นเตียงผู้ป่วย เดินลึกเข้าไปในลานจอดรถ
ประมาณสี่นาทีต่อมา เขามาถึงโซนจอดรถสำหรับรถบรรทุกขนาดเล็ก
ตรงนี้มีรถตู้ทึบและรถกระบะจอดอยู่ประปราย
หยิบมือถือขึ้นมา อวี๋ต้าจางกดปุ่มหยุดเวลา
สิบเอ็ดนาที ยี่สิบเจ็ดวินาที
เวลาตรงกัน... อวี๋ต้าจางคำนวณในใจ
ออกจากลานจอดรถ เขาเดินออกจากโรงพยาบาลมาข้างนอก
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง อวี๋ต้าจางตัดสินใจโทรหาอาจารย์หลวี่จงซิน
ต่อให้มีจางเซินเป็นหูเป็นตาให้ คนก็ยังไม่พอ ไม่มีทางเลือก ต้องขอความช่วยเหลือจากอาจารย์แล้ว
"ดึกป่านนี้ มีเรื่องอะไร?" เสียงทุ้มต่ำของหลวี่จงซินดังมาจากโทรศัพท์
คนในโลกนี้ที่รู้จักเขาดีที่สุด อาจารย์นับเป็นหนึ่งในนั้น
อวี๋ต้าจางฟังแค่น้ำเสียงก็รู้ อาจารย์รู้แล้วว่าเขาต้องมีเรื่องสำคัญ ถึงได้ทำเสียงเครียดขนาดนี้
"คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวกครับ" อวี๋ต้าจางพูดพลางโบกแท็กซี่
หลวี่จงซินตอบกลับทันที
"มาบ้านฉัน"
"ครับ" อวี๋ต้าจางรับคำ แล้วเสริมว่า
"ผมต้องพาไปอีกคนนะครับ"
ได้รับอนุญาตจากอาจารย์ เขาก็วางสาย แล้วโทรหาอีกเบอร์
"พี่เฉียน ผมอวี๋ต้าจาง"
ตอนนี้เขานั่งอยู่บนรถแท็กซี่แล้ว คนขับหันมามอง
"ไปไหน?"
อวี๋ต้าจางโบกมือ บอกให้คนขับรอก่อน
"มีไร?" เสียงเฉียนเฉิงถามมาจากปลายสาย
"พี่อยู่ไหน?" อวี๋ต้าจางย้อนถาม
"บ้าน"
"ขอที่อยู่หน่อย" อวี๋ต้าจางพูดรัวเร็ว "ผมจะนั่งรถไปหาเดี๋ยวนี้ พี่มารอริมถนนเลย มีเรื่องด่วน"
สิบห้านาทีต่อมา แท็กซี่จอดหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เฉียนเฉิงขึ้นรถมาก็ถามทันที
"ดึกดื่นป่านนี้ ทำตัวลับๆ ล่อๆ จะทำอะไร?"
"เดี๋ยวค่อยคุย" อวี๋ต้าจางบอกที่อยู่บ้านอาจารย์ให้คนขับ
ครั้งนี้ใช้เวลาแค่สิบนาทีก็ถึงคอนโดหลวี่จงซิน
เห็นอวี๋ต้าจางจ่ายค่ารถ เฉียนเฉิงเบ้ปาก เดินขึ้นตึกไปก็แซวไป
"ค่ารถเมื่อกี้เท่ากับค่าแรงเอ็งวันหนึ่งเลยนะ"
"เงินไม่ได้คิดแบบนั้น" อวี๋ต้าจางหน้าจริงจัง
"ขอแค่ใช้ในเรื่องที่ถูกที่ควร เท่าไหร่ก็คุ้ม"
พูดพลางหยิบมือถือขึ้นมากดสองที ดูยอดเงินคงเหลือใน SMS แจ้งเตือน
ดูเหมือนจะใช้จ่ายเกินตัวไปหน่อยแฮะ
หลวี่จงซินเห็นอวี๋ต้าจางกับเฉียนเฉิงมาพร้อมกัน ก็ชะงักไปนิดหนึ่ง
เข้าบ้าน สามคนนั่งโซฟา หลวี่จงซินรินน้ำร้อนให้สองแก้ว
"อาจารย์ พี่เฉียน ผมขอพูดตรงๆ เลยนะ"
อวี๋ต้าจางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงสองสามวันนี้ให้ทั้งสองฟังอย่างคร่าวๆ
จากนั้นบอกข้อสันนิษฐานของตัวเอง แล้วสรุปว่า
"เหลืออีกสองวัน ถ้าพ้นกำหนด ผมก็หมดข้ออ้างที่จะสืบต่อแล้ว"
ถึงได้บอกว่านิสัยคนเราต่างกัน
หลวี่จงซินกับเฉียนเฉิงฟังจบ ไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยว แต่ตกอยู่ในห้วงความคิด
ครู่ต่อมา หลวี่จงซินมองลูกศิษย์ ถามว่า
"แกมั่นใจแค่ไหน?"
เขาไม่ถามถึงผลที่ตามมา ไม่ห้ามอวี๋ต้าจาง แสดงว่าเขาพิจารณาความเสี่ยงเรื่องนี้ไว้แล้ว
หลวี่จงซินแค่อยากรู้ว่าลูกศิษย์มั่นใจแค่ไหนว่าจะปิดคดีนี้ได้
"อย่างต่ำห้าสิบเปอร์เซ็นต์" อวี๋ต้าจางไม่กล้าพูดโม้เกินจริง
ถ้าบอกว่าปิดคดีได้แน่นอน นั่นคือต้มตุ๋นแล้ว
หลวี่จงซินกับเฉียนเฉิงเป็นคนที่เขาไว้ใจ แต่ไม่ได้แปลว่าพวกเขาต้องมาช่วยเขาเสมอไป
และคดีนี้ถ้าทำพัง ผลที่ตามมาร้ายแรงมาก
ทางโรงพยาบาลต้องหยิบยกเรื่องนี้มาเล่นงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีก
ถึงตอนนั้น คนที่มีส่วนร่วมอย่างน้อยๆ ก็ต้องโดนบันทึกความผิด (ภาคทัณฑ์)
ดังนั้น เขาต้องพูดความจริง แล้วให้ทั้งสองคนตัดสินใจเอง
"ฉันไม่มีปัญหา" เฉียนเฉิงพูดขึ้นทันที
"ขอแค่ช่วยได้ โดนลงโทษก็ช่างมัน อย่างมากก็แค่ลดขั้น"
"คิดดีแล้วเหรอ?" อวี๋ต้าจางมองหน้าเขา
เฉียนเฉิงพยักหน้า
"เมื่อกี้ฉันคิดดีแล้ว นายมาหาคนแผนกเทคนิคอย่างฉัน แสดงว่าเรื่องหลักฐานต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน"
"เราเคยร่วมงานกัน ฉันเชื่อในความสามารถนาย และมั่นใจว่านายหาหลักฐานเจอ"
"พูดแบบไม่อายนะ ครั้งนี้ฉันก็อยากเกาะนายทำผลงานใหญ่เหมือนกัน"
เรื่องคดีค้ามนุษย์เขาก็ได้ยินมาแล้ว ได้ยินว่ายกระดับเป็นคดีพิเศษ ความดีความชอบไม่ต้องพูดถึง
จะบอกว่าไม่อิจฉาก็โกหก แต่คดีแบบนั้นเขาเข้าไปมีส่วนร่วมไม่ได้
ตรงหน้านี่มีโอกาสพอดี
"ลุยเลย" หลวี่จงซินตบไหล่อวี๋ต้าจาง
"ฉันเพิ่งได้เลื่อนเป็นหัวหน้ากลุ่ม ใต้บังคับบัญชามีลูกน้องสามคน เรื่องคนไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่..."
เขาชะงัก ดูเหมือนลำบากใจที่จะพูด
อวี๋ต้าจางรู้ทัน พูดแทนอาจารย์เลยว่า
"บอกหัวหน้าเว่ยได้ครับ แต่บอกตรงๆ ไม่ได้ อย่างน้อยก็บอกตรงๆ ไม่ได้ว่าเราจะเล่นงานโรงพยาบาล"
เขารู้ว่าอาจารย์กังวลอะไร กลัวจะสร้างปัญหาให้หัวหน้าเว่ยเชียนนั่นแหละ
ถ้าเรื่องนี้พัง เว่ยเชียนที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงซวยแน่
หลวี่จงซินตัวคนเดียวน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เขาไม่อยากพาคนอื่นซวยไปด้วย
นี่เป็นสาเหตุหลักที่เขาถามอวี๋ต้าจางว่ามั่นใจแค่ไหน
เช้าวันรุ่งขึ้น
โถงทางเดินชั้นสี่ของโรงพยาบาล ชายคนหนึ่งเดินถือไม้ค้ำอย่างเชื่องช้า ดูจากท่าทางเหมือนยังไม่ชินกับการใช้ไม้ค้ำเดิน
เดินผ่านโถงไป เขาหาเก้าอี้ยาวริมผนังนั่งลง
ตรงข้ามเขา ซ้ายมือคือแผนกผู้ป่วยในเด็ก ขวามือคือห้องพักพยาบาล
วางไม้ค้ำไว้ข้างตัว เขาหยิบมือถือโทรออก
"ฉันประจำจุดแล้ว"
(จบแล้ว)