เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 - ความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว

บทที่ 70 - ความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว

บทที่ 70 - ความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว


บทที่ 70 - ความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว

เปลี่ยนคนเหรอ ไม่มีทาง

การเลือกจางเซินไม่ใช่ความคิดชั่ววูบของอวี๋ต้าจาง

ข้อแรก เขาค่อนข้างรู้จักจางเซินดี เพราะชาติก่อนร่วมงานกันมาหลายครั้ง

ข้อสอง จางเซินสามารถอุดจุดอ่อนของเขาได้พอดี

สิ่งที่อวี๋ต้าจางปวดหัวที่สุดคือสมรรถภาพทางกาย การวิ่งสำหรับเขามันคือฝันร้ายชัดๆ

ระยะสั้นพอไหว แต่ถ้าระยะยาวเมื่อไหร่ จุดอ่อนนี้จะเผยออกมาทันที

ส่วนจางเซินถนัดการวิ่งที่สุด ไม่งั้นจะได้ฉายา 'เสือดาวน้อย' ได้ไง ความเร็วและความอึดถือเป็นระดับท็อป

เอ่อ... ได้ข่าวว่าช่วงนี้ฉายาเปลี่ยนเป็น 'เซินยอดพาหนะ' แล้ว

"พี่เซิน ผมต้องการพี่จริงๆ นะ" อวี๋ต้าจางมองจางเซินด้วยความจริงใจ

"ผมเชื่อว่าถ้าเราสองคนร่วมมือกัน ต้องปิดคดีนี้ได้แน่"

"จริงเหรอ?" จางเซินถามอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ กลัวว่าเจ้าอ้วนคนนี้จะมีแผนอะไรแอบแฝง

ถ้าเป็นเรื่องจริง เขาก็ยินดีร่วมทีมกับอวี๋ต้าจาง

ช่วงนี้ในสถานีลือกันให้แซ่ด เด็กใหม่คนนี้ผลงานโดดเด่นมาก ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษ

ใครไม่อยากร่วมงานกับคนเก่งๆ บ้าง ปี 2014 มีคำศัพท์ใหม่เรียกว่า: ขอเกาะล้อบินไปด้วย

หลายคนอยากจะเข้าหาคนแบบนี้ใจจะขาด

ถ้าปิดคดีได้จริง หาคนและปืนเจอ นั่นคือผลงานชิ้นโบแดงเลยนะ

เรื่องเดียวที่กังวลคือ ไอ้น้องคนนี้มีนิสัยเสียอยู่อย่าง: เวลาคับขันชอบขี่คน

ก่อนหน้านี้ก็ขี่จนฉายา 'เสือดาวน้อย' ของเขาหายวับไปกับตา

"พี่ลืมแล้วเหรอ?" อวี๋ต้าจางขยับเข้าไปใกล้อีกนิด แล้วกระซิบเสียงเบา

"คราวที่แล้วเราก็ร่วมงานกันได้ดีนี่นา"

"นายแม่ง..." พอพูดถึงเรื่องนี้ จางเซินตาถลนทันที

ถ้าคนไม่เยอะ เขาคงตั๊นหน้าไอ้อ้วนนี้สักสองหมัด

พูดไม่เข้าหู จี้ใจดำ จงใจใช่ไหมเนี่ย

ขณะเดียวกันเขาก็สังเกตเห็นว่า เพื่อนร่วมงานรอบข้างกำลังมองเขาด้วยสายตาอิจฉาริษยา

สาเหตุไม่ต้องพูดถึง

"วันหลังห้ามทำแบบนั้นอีก!"

เขาดุเสียงเข้ม แล้วก้าวเท้าขึ้นมา ยืนเคียงข้างอวี๋ต้าจาง

กระบวนการจับคู่ใช้เวลาเพียงสองนาที พอเว่ยเชียนออกคำสั่ง ทุกคนก็เริ่มปฏิบัติการทันที

ก่อนออกจากประตู หลวี่จงซินดึงอวี๋ต้าจางไปข้างๆ

"ตอนนี้นายมีปืนแล้ว มีเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องกำชับนาย"

ดูเหมือนคำพูดต่อไปจะพูดยาก แต่ไม่พูดก็ไม่ได้ หลวี่จงซินเงียบไปสองวินาที ถึงพูดต่อ

"เมื่อชีวิตของนายถูกคุกคาม อย่าลังเลเด็ดขาด กฎระเบียบข้อบังคับอะไร ในวินาทีนั้นไม่สำคัญอีกต่อไป..."

"อาจารย์ ผมเข้าใจ" อวี๋ต้าจางรีบพูดแทรก

"ยกปืนยิง ยิงแล้วรอด"

ตอนนี้มาคิดดูแล้วเขารู้สึกขำตัวเอง

ชาติก่อนอาจารย์ก็เคยเตือนแบบนี้ แถมไม่ได้เตือนแค่ครั้งเดียว

ผลสุดท้ายเขาก็ตายเพราะเรื่องนี้

ความผิดพลาดบางอย่าง ทำได้แค่ครั้งเดียวจริงๆ

เคยได้ยินคำว่า ผู้มีเมตตาไม่ควรคุมทัพ ผู้มีคุณธรรมไม่ควรคุมคลัง จริงๆ แล้วข้างหลังยังมีอีกสองประโยค... ผู้มีอารมณ์อ่อนไหวไม่ควรทำการใหญ่ ผู้มีจิตใจดีงามไม่ควรเป็นตำรวจ

ถูกต้อง คนที่จิตใจดีเกินไปไม่เหมาะกับงานตำรวจ

เพราะในสายตาของอาชญากร ความใจดีคือความอ่อนแอที่น่าขบขัน ยากที่จะรับมือกับสถานการณ์อาชญากรรมที่ซับซ้อนและอาชญากรร้อยเล่ห์

ในเน็ตมีคลิปจับกุมผู้ค้ายาเสพติดคลิปหนึ่ง ตอนนี้ก็ยังหาดูได้

ในคลิป ตำรวจล้อมรถผู้ต้องสงสัยไว้ แล้วจับกุมผู้ค้ายาที่พยายามหนีลงจากรถได้

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดนายหนึ่งพบหญิงตั้งครรภ์ที่เบาะหลัง จึงตะโกนสั่งให้ลงรถ

แต่หญิงคนนั้นกลับตะโกนว่า "อย่าเอาปืนจ่อฉัน ฉันกลัว" อะไรทำนองนั้น

ตำรวจนายนั้นก็ลดปืนลงจริงๆ น้ำเสียงที่พูดก็อ่อนลงด้วย

ผลก็คือ หญิงคนนั้นควักปืนยิงใส่เขา...

อวี๋ต้าจางในตอนนี้จะไม่ลังเลเหมือนชาติก่อนอีกแล้ว

ความผิดพลาดเดิมๆ ถ้าทำซ้ำสองมันไม่ใช่ความผิดพลาดแล้ว แต่มันคือการเลือก

ชาตินี้ เขาจะเป็น นิว อวี๋ต้าจาง

.

ออกจากกองปราบ ทั้งสองขับรถมายังนิคมอุตสาหกรรมแถบชานเมือง

ตามเบาะแสที่โจวหงฟู่ให้มา ปี 98 ที่นี่เพิ่งเริ่มก่อสร้าง เขาเจอโจวจื่อเจ๋อตอนเป็นช่างไม้ที่นี่

ตอนมาถึง อวี๋ต้าจางสังเกตเห็นว่า อีกหลายกลุ่มก็มุ่งหน้ามาทางนี้เหมือนกัน

ดูท่าทุกคนจะคิดเหมือนกันหมด คือเริ่มสืบจากที่นี่

ถึงตรงนี้อาจมีเพื่อนๆ สงสัย

นี่ไม่เปลืองกำลังตำรวจเหรอ?

ส่งมาสักกลุ่มก็พอ ขนคนมาสืบเรื่องเดียวกันตั้งเยอะ นี่มันซ้ำซ้อนชัดๆ

ข้อแรก คุณต้องแยกแยะก่อนว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง

ตำรวจกับปืนหายสาบสูญ ผู้บัญชาการแทบอยากจะลงมาสืบเองด้วยซ้ำ

เวลานี้มาคิดเรื่องเปลืองกำลังตำรวจ ไร้สาระสิ้นดี

ข้อสอง วิธีคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ถึงจะเริ่มจากนิคมอุตสาหกรรมเหมือนกัน แต่ทิศทางการสืบสวนต่อจากนี้ย่อมแตกต่างกัน

จุดศูนย์กลางกระจายออกไปรอบทิศ ไม่แน่ว่ากลุ่มไหนอาจจะเจอเบาะแสก่อน

เวลาเร่งด่วน จะมาวางแผนละเอียดตอนนี้ไม่ทันกินแล้ว

ถ้าปืนสองกระบอกนั้นเกิดลั่นขึ้นมาสักนัด ผลที่ตามมาไม่อยากจะคิด

อีกร้อยเมตรจะถึงนิคมอุตสาหกรรม อวี๋ต้าจางบอกให้จางเซินจอดรถ แล้วลงรถมองไปทางนิคมอุตสาหกรรม

เหมือนจะเห็นไม่ชัด เขาเลยกลับขึ้นรถ ให้จางเซินขับไปที่ที่สูงกว่านี้

คราวนี้พอลงรถ เขาก็ปีนขึ้นไปบนหลังคารถเลย

"เฮ้ยๆๆ~ นายจะทำอะไร" จางเซินรีบยื่นมือไปดึงเขาไว้

"หลังคารถรับน้ำหนักนายไม่ไหวหรอก"

เขาพบว่าไอ้อ้วนคนนี้ซนเหมือนเด็ก

อายุเท่าไหร่แล้ว ยังจะปีนป่าย

เป็นไง ตอนเด็กเล่นไม่พอหรือไง

"ผมขอขึ้นไปดูแป๊บเดียว" อวี๋ต้าจางดูรีบร้อน

"แป๊บเดียวก็ไม่ได้!" จางเซินยืนกราน

"หลังคายุบ แล้วเราจะกลับกันยังไง"

สุดท้ายหลังเจรจากันฉันมิตร ทั้งสองคนถอยคนละก้าว อวี๋ต้าจางยืนบนฝากระโปรงหน้ารถแทน

พอยืนมั่นคง เขาเอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของมือทั้งสองข้างประกบกันเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วเล็งไปที่นิคมอุตสาหกรรมด้านล่าง

ตำรวจที่ขาดการติดต่อสองนายนั้น ต้องเริ่มสืบจากที่นี่แน่ๆ

ต่อไป คือตำแหน่งที่พวกเขารายงานกองสืบสวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนขาดการติดต่อ

อวี๋ต้าจางขยับมือ เลื่อนไปทางซ้ายบนช้าๆ สุดท้ายไปหยุดที่ยอดตึกสูงแห่งหนึ่งในระยะไกล

สองจุดลากเป็นเส้นตรง เขาจดจำเส้นทางการเคลื่อนที่นี้ไว้ในใจเงียบๆ

"ไปกันเถอะ ทิศตะวันออกเฉียงใต้" อวี๋ต้าจางกระโดดลงจากรถ กลับเข้าไปนั่งข้างใน แล้วพูดกับจางเซิน

ระหว่างทาง

จางเซินถามด้วยความสงสัย

"เราไปสืบตรงจุดที่พวกเขาขาดการติดต่อเลยไม่ได้เหรอ ทำไมต้องมาที่นี่ด้วย?"

ได้ยินคำถาม อวี๋ต้าจางไม่ตอบตรงๆ แต่ย้อนถามว่า

"พี่รู้ไหมทำไมต้องดึงคนจากทีม 1 แล้วให้ทีม 2 กับ 3 ช่วย?"

คำถามนี้เล่นเอาจางเซินไปไม่เป็น

ผู้ใหญ่จัดมาแบบนี้ย่อมมีเหตุผล เขาเองก็ไม่ได้คิดละเอียด

หลังเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ยอมรับตามตรง

"ฉันไม่รู้"

"นิสัยการทำคดี" อวี๋ต้าจางอธิบาย

"คนทีม 1 ต่างจากพวกพี่ พวกเขาคลุกคลีกับอาชญากรอันตรายตลอดเวลา เวลาทำคดีเลยละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ"

"โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมรุนแรง 8 ประเภท ความสะเพร่านิดเดียวอาจนำมาซึ่งหายนะ"

"วิธีที่พี่พูดเมื่อกี้ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะก็จริง แต่มันก็ง่ายที่จะพลาดเบาะแสสำคัญไปเหมือนกัน"

ไม่ต้องพูดให้ทะลุปรุโปร่ง เป็นตำรวจสายสืบเหมือนกัน สะกิดนิดเดียวก็รู้เรื่อง

ทั้งสองเพิ่งจับคู่กัน ย่อมต้องมีการปรับจูน

ถ้าอวี๋ต้าจางออกงานกับหลวี่จงซิน ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้

"ฉันเข้าใจแล้ว"

จางเซินมีข้อดีอยู่อย่าง: ไม่เถียงข้างๆ คูๆ

นี่คือเหตุผลหลักที่อวี๋ต้าจางเลือกจับคู่กับเขา

"จุดต่อไปอยู่ที่ไหน?" จางเซินถามต่อ

"ฉันคงขับไปเรื่อยๆ ทิศเดียวไม่ได้หรอก ต้องมีจุดหมายปลายทาง"

ตอนนี้อวี๋ต้าจางกำลังจ้องหน้าจอมือถือ บนนั้นคือแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่งเรียกขึ้นมา

มองดูจุดเล็กๆ ที่แทนตำแหน่งของตัวเอง เขาค่อยๆ เอ่ยปาก

"สองจุดลากเป็นเส้นตรง ขับไปตามเส้นนี้เรื่อยๆ เหมือนกระสุนที่ยิงออกไป เราจะพุ่งผ่านจุดที่สองคนนั้นขาดการติดต่อ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 70 - ความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว