- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 68 - คดียกระดับความรุนแรง!
บทที่ 68 - คดียกระดับความรุนแรง!
บทที่ 68 - คดียกระดับความรุนแรง!
บทที่ 68 - คดียกระดับความรุนแรง!
เก็ตแล้ว เก็ตหมดแล้ว!
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอธิบายได้หมดแล้ว
ปีที่แล้วตอนเขาเกิดใหม่กลับมา สิ่งแรกที่คิดคืออยากไปดูสถานที่ที่ตัวเองตายในชาติก่อน
เวลาผ่านไปสิบปี ตอนนั้นเขาไม่แน่ใจว่าสถานีเรดาร์ร้างยังมีอันตรายอยู่ไหม เลยชวนเว่ยฉ่วงไปด้วย
แจ้งตำรวจตรงๆ ไม่ได้ผลแน่ ตำรวจไม่มีทางระดมกำลังพลเพราะคำให้การฝ่ายเดียวของผู้แจ้งหรอก
แถมตอนนั้นเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในสถานีเรดาร์มีคนอยู่ไหม
อยากให้ตำรวจให้ความสำคัญ ต้องหาหลักฐานให้ได้ก่อน
โง่บัดซบ... พออวี๋ต้าจางนึกได้ว่าเรื่องพวกนี้ตัวเองเป็นคนทำ ก็อยากจะเอาหัวโขกกำแพงตาย
น่าอายจนแทบจะเอาเล็บเท้าจิกพื้นทะลุไปสามห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ
รีบไปเกิดใหม่หรือไงวะ!
ยังพาพี่เว่ยฉ่วงไปซวยด้วย นี่มันพ่อพระจอมปลอมชัดๆ
แสร้งทำเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม เก่งเหลือเกิน ถุย~
อวี๋ต้าจางเคยคิดว่าตัวเองในชาติก่อนก็โง่พอแรงแล้ว กล้าบุกไปสืบในที่เปลี่ยวๆ คนเดียว ตายก็สมควร
คิดไม่ถึงว่าตัวเองที่เพิ่งเกิดใหม่มาในชาตินี้จะโง่ยิ่งกว่า
รู้อยู่แล้วว่าบนเขามีอันตรายยังจะเสนอหน้าไปอีก สมองมีรอยหยักบ้างไหมเนี่ย ไม่เก๊กสักวันจะตายไหม
โอ๊ย มือไม้สั่นไปหมดแล้ว
อวี๋ต้าจางน่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เกือบจะอกแตกตายเพราะโกรธตัวเอง
การกระทำที่โง่เขลาย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่น่าสมเพช นี่คือฉบับเรียลลิตี้ของคำว่า... รนหาที่ตาย!
ทีนี้เป็นไงล่ะ ตัวเองกลายเป็นหนึ่งในเหยื่อคดีคนหายต่อเนื่องซะเอง
แถมยังเป็นเหยื่อที่เดินไปให้เขาจับถึงที่
หลังจากด่าตัวเองในใจจนหนำใจ อวี๋ต้าจางก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง
แล้วเขากลับมาได้ยังไง?
ตัดความเป็นไปได้ที่หนีออกมาเองทิ้งไปก่อน
ถ้าหนีได้คงหนีมานานแล้ว ไม่รอตั้งเก้าเดือนกว่า จนอ้วนเป็นหมูค่อยหนีหรอก
เป็นไปได้สูงว่าฝ่ายนั้นปล่อยเขาออกมา
ก่อนปล่อย ก็ใช้วิธีบางอย่างลบความทรงจำเขา
ข้อสันนิษฐานนี้สมเหตุสมผลที่สุด
แต่มันก็ทะแม่งๆ อยู่นะ
คนหายในชาติก่อน ไม่มีใครกลับมาได้สักคน ทำไมพอเป็นเขาถึงโดนปล่อยตัว?
ผมก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษนี่นา... อวี๋ต้าจางคิดยังไงก็คิดไม่ตก
แต่ความจริงอยู่ตรงหน้า เขาจำต้องยอมรับ
ดูเหมือนว่าการที่คดีหลิวเหวินฟู่หายตัวไปไม่เกิดขึ้น ก็เกี่ยวข้องกับเขา
เป็นเพราะเขาบุกรุกสถานีเรดาร์บนเขาเสี่ยวเฟิ่ง ถึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามมา
ความอ้วน ความจำเสื่อม คดีคนหายไม่เกิด ปัญหาที่กวนใจพวกนี้ สืบไปสืบมา สุดท้ายก็วนกลับมาที่จุดเริ่มต้น
คดีคนหายต่อเนื่องในชาติก่อน!
.
วันรุ่งขึ้น
อวี๋ต้าจางไปทำงานตามปกติ สภาพจิตใจดูดีมาก ไม่ต่างจากปกติ
ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ที่เหลือแล้วแต่ฟ้าลิขิต
วิธีที่พอนึกออกเขาก็ทำไปหมดแล้ว จะมานั่งกลุ้มใจต่อไปก็ไม่มีประโยชน์
เรื่องขุดรูหนอนหาทางออกเขาไม่ทำหรอก
บางทีวันหนึ่งความทรงจำอาจจะกลับมาเองก็ได้
มีเบาะแสก็สืบต่อ ไม่มีก็พักไว้ก่อน ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป
แม้จะปลงได้แล้ว แต่หลังเลิกงานเขาก็ยังไปที่หมู่บ้านซิ่วหยวน
รอจนถึงทุ่มครึ่งก็ไม่เห็นหลิวเหวินฟู่โผล่มาที่หน้าหมู่บ้าน
วันต่อมาก็ไปอีก...
เป็นแบบนี้ติดต่อกันห้าวัน ทุกวันหลังเลิกงานเขาจะไปปรากฏตัวที่หน้าหมู่บ้านซิ่วหยวนตรงเวลาเป๊ะ
ในห้าวันนี้ หลิวเหวินฟู่ปรากฏตัวที่หน้าหมู่บ้านรวมสองครั้ง
ถึงจะน้อย แต่ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าชาตินี้หลิวเหวินฟู่จะไม่หายสาบสูญ
อวี๋ต้าจางถึงกับมีความคิดเพี้ยนๆ แวบเข้ามา
หรือคนร้ายจับตัวเขาไป แล้วเกิดสำนึกผิดกลับใจเลิกก่ออาชญากรรม?
ความคิดนี้เขาแค่เอามาหลอกตัวเองเล่นๆ
อาชญากรรมระดับนั้น ไม่มีคำว่า 'สำนึกผิด' หรอก พวกมันก่อเหตุย่อมมีจุดประสงค์บางอย่าง
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ไปที่หมู่บ้านซิ่วหยวนอีก
ในมุมมองของอวี๋ต้าจาง เบาะแสจากตรงนี้ถือว่าขาดสะบั้นแล้ว
ผ่านไปอีกสองวัน ปืนประจำกายของเขาก็ถูกจ่ายลงมา
นี่หมายความว่าอวี๋ต้าจางได้กลายเป็นตำรวจสายสืบเต็มตัวแล้ว
จากนี้ไปเขาก็สามารถออกปฏิบัติภารกิจเหมือนตำรวจคนอื่นๆ ได้
อันที่จริงความรู้สึกที่ถูกดูแลเป็นพิเศษมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผู้ถูกดูแลจะเกิดปมด้อยโดยสัญชาตญาณ
พอรู้ว่าตัวเองถูกโรงเรียนตำรวจยัดเส้นเข้ามาในกองปราบ อวี๋ต้าจางก็รู้สึกต่ำต้อยกว่าคนอื่น
ช่วยไม่ได้ ทั้งสองชาติไม่เคยใช้เส้นสาย เลยไม่ชิน
บ่ายวันนั้น ทีม 1 เรียกประชุมด่วน
การประชุมมีระดับผู้บริหารกองสืบสวนเป็นประธาน
เนื้อหามีเรื่องเดียว: ทีม 1 ต้องจัดกำลังพล เพื่อเน้นสืบสวนคดีค้ามนุษย์ก่อนหน้านี้
คดีที่โจวจื่อเจ๋อให้เบาะแสนั่นแหละ
ตอนแรกอวี๋ต้าจางฟังไม่เข้าใจ
เขาจำได้ว่าเมื่อสิบกว่าวันก่อน กองสืบสวนส่งตำรวจสายสืบสองนายไปสืบแล้วนี่ ทำไมตอนนี้ถึงมาเรียกใช้ทีม 1 อีก?
แถมการค้ามนุษย์จัดอยู่ในความผิดฐานละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ว่ากันตามตรง ไม่ถือเป็นอาชญากรรมความรุนแรง
เพราะการค้ามนุษย์ส่วนใหญ่ใช้วิธีหลอกลวง ล่อลวง น้อยมากที่จะใช้ความรุนแรงโดยตรง
ดังนั้นไม่อยู่ในข่าย 8 ประเภทคดีร้ายแรง
ถ้าจะว่าไป ต่อให้กองสืบสวนรีบร้อนปิดคดี ก็ไม่น่าจะให้ทีม 1 เข้ามาเอี่ยว
จนกระทั่งประชุมช่วงท้ายเขาถึงรู้สาเหตุ
ตำรวจสองนายที่ส่งออกไปก่อนหน้านี้ ขาดการติดต่อไปสองวันเต็มๆ แล้ว
นั่นคือตำรวจสายสืบที่มีปืนพกติดตัวนะ
นี่หมายความว่าไง?
คดียกระดับความรุนแรง!
กลายเป็นอาชญากรรมความรุนแรงแน่นอนแล้ว
คนหาย ปืนหาย เรื่องนี้ใหญ่จนอกแทบระเบิด
เนื่องจากกำลังพลของทีม 1 มีจำกัด สุดท้ายผู้บริหารกองสืบสวนจึงตัดสินใจ
ให้เว่ยเชียนเป็นหัวหอก โดยมีทีม 2 และทีม 3 คอยสนับสนุน จับคู่กันสองคน แบ่งเป็นหลายกลุ่มเพื่อติดตามสืบสวน
นี่เป็นวิธีที่ไม่มีทางเลือก เพื่อจะตามหาคนและปืนกลับมาให้เร็วที่สุด
กระจายคนออกไปก่อน ถ้ากลุ่มไหนเจอเบาะแส คนอื่นค่อยรีบไปสมทบ
หลังเลิกประชุม อวี๋ต้าจางทราบจากอาจารย์หลวี่จงซินว่า
วันแรกที่ตำรวจสองนายขาดการติดต่อ กองสืบสวนยังไม่คิดอะไรมาก
ออกไปทำงานนอกสถานที่ มือถือไม่มีสัญญาณเป็นเรื่องปกติ
แต่พอนานเข้าเริ่มไม่ชอบมาพากล
กว่ากองสืบสวนจะรู้ตัวว่าเรื่องร้ายแรง ตำรวจสองนายนั้นก็ขาดการติดต่อเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงไปแล้ว
ทั้งสองคนหายเข้ากลีบเมฆ โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ตลอดเวลา และในช่วงเวลานั้นพวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกลับมากองสืบสวนเลย
กองสืบสวนตอบสนองทันที ส่งคนออกไปตามล่าทันที
ทำไมไม่รายงานกองบัญชาการตำรวจนครบาลโดยตรง?
เรื่องมันใหญ่เกินไป!
เรื่องปืนหายไม่ว่าจะยุคไหน หน่วยงานไหน ก็ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
ยิ่งหายทีเดียวสองกระบอก แถมตำรวจอีกสองนาย
กองสืบสวนต้องดึงเรื่องไว้ก่อน ส่งคนของตัวเองออกไปหาก่อน แต่เวลาต้องควบคุมให้อยู่ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง
ถ้าเกินเวลานี้ ต้องรายงานกองบัญชาการฯ ทันที ไม่งั้นข้ออ้างที่สืบสวนเองก่อนจะฟังไม่ขึ้น
ถ้าโดนข้อหาไม่รายงานทันท่วงที หลี่จวินที่เป็นหัวหน้ากองสืบสวนก็เตรียมตัวตกงานได้เลย
เพราะการปิดบังข้อมูลจนเกิดผลร้ายแรง มีโทษจำคุก
พอรู้ความร้ายแรงของเรื่องนี้ อวี๋ต้าจางก็ได้แต่ภาวนาในใจ: ขอให้เพื่อนร่วมงานสองคนนั้นอย่าเป็นอะไรเลย
ชาตินี้ถ้าเขาไม่ปิดคดีแพะรับบาป ก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
จะให้เสียใจภายหลังก็คงไม่ใช่ แต่การหายตัวไปของสองคนนั้นมีความเกี่ยวข้องทางอ้อมกับเขา
เมื่อผลลัพธ์ของเรื่องหนึ่งถูกเปลี่ยนแปลง จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรตามมาบ้างใครก็บอกไม่ได้ เหมือนอย่างครั้งนี้...
คดีแพะรับบาปโยงไปสู่คดีค้ามนุษย์ แล้วคดีค้ามนุษย์ก็ยกระดับความรุนแรงขึ้นอีก
อวี๋ต้าจางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะลางานกับหลวี่จงซิน
"อาจารย์ ผมขอไปสถานกักกันหน่อย ผมมีเรื่องต้องถามโจวจื่อเจ๋อต่อหน้า"
(จบแล้ว)