- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 54 - เวลาหายไปไหนหมด~
บทที่ 54 - เวลาหายไปไหนหมด~
บทที่ 54 - เวลาหายไปไหนหมด~
บทที่ 54 - เวลาหายไปไหนหมด~
อวี๋ต้าจางอาศัยเวลาช่วงเช้าที่ยังพอมี ไปที่โรงเรียนตำรวจที่ตัวเองเคยเรียน
ถ้าแม่ไปถามหาเขาที่โรงเรียนเมื่อปีก่อนจริง ต้องไปถามอาจารย์ก่อนแน่
ใช่แล้ว เขายังไม่เชื่อโจวจื่อเจ๋อเต็มร้อย
เหมือนกับการทำคดี ต่อให้พูดสมจริงแค่ไหน ก็ต้องมีหลักฐานยืนยัน
มาถึงโรงเรียน อวี๋ต้าจางตรงดิ่งไปหาอาจารย์ที่เคยสอน ผลลัพธ์ตรงกับที่โจวจื่อเจ๋อพูดเป๊ะ
เขาไปหาอาจารย์อีกสองคน ก็ได้คำตอบเดียวกัน
งั้นเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแต่งแล้ว
โจวจื่อเจ๋อไม่มีปัญญาทำให้อาจารย์โรงเรียนตำรวจช่วยโกหกหรอก
บ่ายกลับมาที่กองปราบ อวี๋ต้าจางช่วยทีมสืบสวนรวบรวมหลักฐาน แล้วทำงานจิปาถะอีกนิดหน่อย
สมาชิกทุกคนรวมถึงหลวี่จงซิน ดูออกว่าเขาใจลอย
บางทีเรียกตั้งหลายรอบกว่าจะรู้สึกตัว
ทำให้ทุกคนอดสงสัยไม่ได้
เจ้าอ้วนเป็นอะไร?
เมื่อเช้ามายังดีๆ อยู่เลย ไปห้องขังรอบเดียว บ่ายกลับมาเหมือนคนวิญญาณหลุด
หลวี่จงซินถึงกับเรียกเขาออกไปคุยส่วนตัว
แต่อวี๋ต้าจางก็แค่ส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร
เขารู้ดี เรื่องเมื่อปีก่อนบอกอาจารย์ไปก็เปล่าประโยชน์ ตอนนั้นหลวี่จงซินยังไม่รู้จักเขาเลย
พอบ่ายสี่โมงกว่า หลวี่จงซินเห็นสภาพเขาไม่ไหว เลยไล่ให้เลิกงานก่อน
คนในทีมไม่มีใครคัดค้าน คิดแค่ว่าอวี๋ต้าจางกดดันมานาน พอผ่อนคลายกะทันหันเลยเกิดอาการเหม่อลอย
เคยมีอาการแบบนี้ไหม?
ไม่ใช่แค่มี เยอะด้วย
กลับถึงบ้าน
อวี๋ต้าจางนั่งบนโซฟาห้องรับแขก มองนาฬิกาแขวนผนัง
ห้าโมงสิบนาที
แม่เลิกงานห้าโมง รวมเวลาจ่ายตลาด อีกสิบห้านาทีอย่างมากก็น่าจะถึงบ้าน
เขาประมวลเรื่องราวในหัว เดี๋ยวแม่กลับมาจะได้เลือกถามจุดสำคัญถูก
ข้อแรก ยืนยันว่าตัวเองหายตัวไปเมื่อปีก่อน
ร่างกายอ้วนขึ้นก็เกิดขึ้นหลังจากหายตัวไป
สอง ก่อนหายตัวไปเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง?
หรือว่าตอนนั้นตัวเองมีพฤติกรรมผิดปกติอะไร
ทำไมถึงคิดแบบนี้?
เพราะอวี๋ต้าจางตัดความเป็นไปได้เรื่องถูกลักพาตัวทิ้งไปแล้ว
ไม่ต้องพูดเรื่องอื่น โจรเรียกค่าไถ่ใช่ว่าจะจับใครมั่วซั่ว ด้วยฐานะทางบ้านเขา โจรมันไม่แลหรอก
ยิ่งจับไปขุนจนอ้วนพีแล้วปล่อยกลับมา ยิ่งเป็นไปไม่ได้
ทำไม โจรมีรสนิยมชอบขุนคนให้อ้วนเหรอ
คิดยังไงก็ไม่สมเหตุสมผล
ดังนั้น ต้องเป็นตัวเขาในตอนนั้นทำอะไรลงไปเองแน่ๆ ถึงได้หายตัวไป
สาม ทำไมถึงไม่มีความทรงจำในปีที่ผ่านมานี้?
อวี๋ต้าจางในตอนนี้อยากจะร้องเพลงดังๆ สักท่อน: เวลาหายไปไหนหมด ยังไม่ได้ลิ้มรสของอร่อยก็อ้วนซะแล้ว~
ไม่มีความทรงจำในปีนี้ หรือไม่มีความทรงจำของชาตินี้?
เขานึกย้อนดูอย่างละเอียด
สุดท้ายก็ฟันธงได้
ตัวเขาก่อนหายตัวไปเหมือนกับชาติก่อนเปี๊ยบ
หมายความว่า ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเกิดขึ้นในปีนี้
การเกิดใหม่ของตัวเองนี่น่าสนใจแฮะ มีภาพตัดด้วย
ขณะที่เขากำลังขำขันกับความคิดตัวเอง เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น หลี่เสวี่ยเหอหิ้วถุงช้อปปิ้งเดินเข้ามา
เพิ่งเข้ามาก็เห็นลูกชายนั่งตาค้างมองตัวเองอยู่บนโซฟา
"วันนี้ทำไมกลับเร็วจัง?" หลี่เสวี่ยเหอถาม
"แม่ มานั่งก่อน" อวี๋ต้าจางมองดูแม่เปลี่ยนรองเท้าเสร็จ ก็ตบโซฟาข้างตัว
หลี่เสวี่ยเหอเห็นลูกชายไม่ตอบ แต่เรียกให้ไปหา ก็รู้ทันทีว่ามีเรื่องจะถาม
เธอเอาถุงไปเก็บในครัว ล้างมือ แล้วโอ้เอ้อยู่นาทีหนึ่งถึงเดินออกมา
มาที่โซฟา เธอนั่งลงฝั่งตรงข้ามอวี๋ต้าจาง
"มีเรื่องอะไร ทำไมทำหน้าเครียด?"
แม่โป๊ะแตกแล้ว!
เมื่อกี้ตอนแม่พูด อวี๋ต้าจางเห็นชัดเจนว่าตาแม่มองซ้าย แต่มือขวากลับชี้ไปทางขวา
ถึงท่าทางจะเล็กน้อยและดูเป็นธรรมชาติ
แต่เขารู้ว่านี่เป็นปฏิกิริยาของคนที่กำลังคิดคำโกหก
แถมเมื่อกี้ตอนเดินมาที่โซฟา ก่อนนั่งแม่ถอยหลังไปครึ่งก้าว
นี่คือการกระทำเพื่อปกป้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว และเป็นการเตรียมใจกับคำโกหกที่จะพูด
ต้องมาใช้จิตวิทยากับแม่ตัวเองนี่ มันอึดอัดจริงๆ... อวี๋ต้าจางถามตรงๆ
"เมื่อปีก่อนผมหายตัวไปใช่ไหม?"
คงเดาได้ว่าลูกชายจะถามเรื่องนี้ หลี่เสวี่ยเหอไม่ตกใจมากนัก แต่ย้อนถามว่า
"คนอื่นบอกแก หรือแกนึกขึ้นได้เอง?"
อวี๋ต้าจางบอกความจริง แต่ไม่ได้เอ่ยถึงโจวจื่อเจ๋อ แค่บอกว่าไปรู้มาจากอาจารย์ที่โรงเรียนตำรวจ
เป็นนิสัยส่วนตัวของเขา: กลับบ้านไม่คุยเรื่องคดี
พอได้ยินว่ารู้มาจากคนอื่น หลี่เสวี่ยเหอก็ถอนหายใจ พูดว่า
"ลูกเอ๊ย รู้หรือไม่รู้มันจะต่างอะไรกัน ตอนนี้แกก็สบายดี ครอบครัวเราก็อยู่กันพร้อมหน้า แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ"
ไม่อยากพูด... อวี๋ต้าจางประเมินสภาพจิตใจแม่ออกทันที
นี่แม่บังเกิดเกล้า จะมาเล่นลูกไม้ไม่ได้ เขาเลยตัดสินใจใช้วิธีอ้อมค่าย เปลี่ยนเรื่อง
"พ่อก็รู้เรื่องนี้ใช่ไหม?"
หลี่เสวี่ยเหอไม่ตอบ แค่พยักหน้า
"อาจารย์บอกว่า เพื่อนๆ หลายคนสงสัยว่าผมไปก่อเรื่องติดคุกมา"
อันนี้เขาแต่งเอง
สาดโคลนใส่ตัวเอง เพื่อกระตุ้นอารมณ์แม่ ให้แม่ลดการป้องกันลง
จริงๆ คำพูดนี้มีช่องโหว่ทางตรรกะเบ้อเริ่ม แต่ไม่เป็นไร
ข่าวลือน่ะ จริงเท็จไม่สำคัญ ขอแค่กระตุ้นอารมณ์ได้ก็พอ
ได้ผล หลี่เสวี่ยเหอได้ยินปุ๊บ สีหน้าเปลี่ยนทันที
"พวกนั้นพูดมั่ว! จะมาว่าคนอื่นแบบนี้ได้ไง แม่กับพ่อแค่ไปถามว่าเคยเจอแกไหม"
"อีกอย่างถ้าแกติดคุกจะมาเป็นตำรวจได้ยังไง พวกนั้นไม่มีสมองกันหรือไง?"
แผนอ้อมค่ายได้ผลแล้ว... อวี๋ต้าจางสวมวิญญาณนักแสดงทันที เปลี่ยนสีหน้าเป็นร้อนรนกระวนกระวาย
เขากระโดดจากโซฟา เท้าลอยจากพื้นห้าเซ็นต์ ยังไม่ทันบินก็แลนดิ้ง
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเสียง "ตึ้ง" ดังสนั่น
"ข่าวลือปากเดียว แก้ข่าววิ่งขาขวิด!" เขาทำท่าหัวเสีย
"ตอนนี้ผมอยากจะตอกกลับพวกนั้น ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง วันหน้ามีงานเลี้ยงรุ่นจะทำไง ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
พูดจบเขาก็นั่งลงที่เดิม เอามือปิดหน้า ไม่ให้แม่เห็นสีหน้า
เมื่อกี้เล่นใหญ่ไปหน่อย... อวี๋ต้าจางเตือนตัวเองในใจ
พยายามอย่าสบตา เดี๋ยวหลุด
"อะ... เรื่องนี้... แม่ก็คิดไม่ถึงว่าจะเป็นแบบนี้" หลี่เสวี่ยเหออึกอัก ดูเหมือนจะเสียใจที่ไปถามที่โรงเรียน
"งั้นแม่ก็บอกผมมาสิ เมื่อปีก่อนเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" อวี๋ต้าจางเปลี่ยนน้ำเสียงอีกรอบ ฟังดูเหมือนคนร้อนใจอยากรู้ความจริง
เห็นลูกชายร้อนรนขนาดนี้ หลี่เสวี่ยเหอก็ปวดใจ พยายามพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุด
"วันที่ 30 เมษายนปีที่แล้ว จู่ๆ แกก็บอกพ่อกับแม่ว่าจะออกไปข้างนอก ถามว่าจะไปไหน แกก็ไม่ยอมบอก บอกแค่ว่าอย่างมากสามวันจะกลับมา"
"แต่พอไป... ก็หายจ้อยไปเลย"
(จบแล้ว)