- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 51 - เลวพอกัน
บทที่ 51 - เลวพอกัน
บทที่ 51 - เลวพอกัน
บทที่ 51 - เลวพอกัน
เรื่องนี้สำคัญมาก ผ่านคำถามนี้ อวี๋ต้าจางจะรับรู้ได้ทันทีว่าความสัมพันธ์พ่อลูกของพวกเขาเป็นอย่างไร
ส่วนเรื่องจะยอมรับว่าเป็นพ่อลูกกันหรือไม่นั้นไม่สำคัญแล้ว
แค่ตรวจดีเอ็นเอก็รู้ผล
ปฏิกิริยาของข่งลิ่งเจี๋ยเมื่อครู่ เท่ากับยอมรับกลายๆ แล้ว
และก็เป็นไปตามคาด พอได้ยินคำถามนี้ ข่งลิ่งเจี๋ยก็เริ่มอึกอัก
"ผม... ผมก็แค่... ผมไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วงอีก... ก็เลย..."
"โจวจื่อเจ๋อไม่อยากยอมรับคุณต่างหาก" อวี๋ต้าจางพูดแทรกขึ้นมา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
"ผมเดาว่า เขาไม่อยากนับญาติกับพ่อแท้ๆ อย่างคุณด้วยซ้ำ แต่เพราะโดนคุณเจอตัวเข้า ถึงได้จำใจติดต่อด้วย"
"คุณไม่ได้โกรธเขา แถมยังไม่อยากให้อดีตภรรยาต้องเจ็บปวดซ้ำสอง คุณเลยเลือกที่จะปิดบัง"
"รสชาติของการโดนลูกแท้ๆ รังเกียจ มันคงแย่มากสินะ?"
สีหน้าข่งลิ่งเจี๋ยดูแย่มาก ริมฝีปากเม้มแน่น ไม่ตอบคำถาม
อวี๋ต้าจางไม่ซักไซ้ต่อ แต่พูดต่อว่า
"พวกคุณคิดว่าแค่คุณมารับผิดแทน ก็จะไม่มีใครสืบไปถึงตัวโจวจื่อเจ๋อ เพราะในทะเบียนราษฎร์พวกคุณไม่มีความเกี่ยวข้องกัน"
"น่าเสียดาย พวกคุณพลาดจุดสำคัญไปจุดหนึ่ง... ตรรกะ"
"การรับผิดแทนคนอื่นมีเหตุผลแค่สองอย่าง เพื่อเงิน หรือเพื่อความสัมพันธ์"
"และความสัมพันธ์ก็แบ่งเป็น ครอบครัว เพื่อน และคนรัก"
"รู้จักวิธีตัดช้อยส์ไหม ความสัมพันธ์ระหว่างพวกคุณ ที่สมเหตุสมผลที่สุดเหลือแค่สายเลือด"
อวี๋ต้าจางพูดพลางหยิบขวดเล็กๆ นั่นขึ้นมาอีกครั้ง
"คุณเดาถูกแค่ว่าในนี้คือเลือด และคุณคงคิดว่าเป็นของโจวจื่อเจ๋อ"
"ผมจะบอกให้ ในนี้คือตัวอย่างเลือดที่ตำรวจของเราไปขอความร่วมมือเก็บมาจากอดีตภรรยาคุณ"
"วางใจเถอะ พวกเราไม่ได้บอกเธอว่าเจอลูกแล้ว"
"โจวจื่อเจ๋อจะต้องตรวจดีเอ็นเอเทียบกับพวกคุณทั้งสองคน"
"รู้ไหมว่านี่เรียกว่าอะไร?"
อวี๋ต้าจางวางขวดลง จ้องหน้าข่งลิ่งเจี๋ยที่ซีดเผือด
"เรียกว่าหลักฐานมัดตัวแน่นหนา! เรียกว่าหลักฐานชัดเจน! ไม่มีใครช่วยพวกคุณได้แล้ว!!"
คำพูดที่หนักแน่นทำให้อีกฝ่ายจมดิ่งสู่ความเงียบงัน
เขาก้มหน้าต่ำ เหมือนอยากจะหลบสายตาอวี๋ต้าจาง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธแค้น แฝงด้วยความสิ้นหวังอย่างปิดไม่มิด
"เป็นความผิดของผมเอง ถ้าตอนนั้นผมไม่ทำเขาหาย ก็คงไม่เกิดเรื่องพวกนี้"
"ไม่ ไม่ใช่ความผิดผม เป็นความผิดของไอ้แก๊งค้ามนุษย์พวกนั้น น่าจะจับพวกเดรัจฉานนั่นมาสับเป็นหมื่นชิ้น ให้ตายไม่มีที่กลบฝัง!"
ข่งลิ่งเจี๋ยตะโกนลั่น ชายที่ดูขี้ขลาดและเก็บตัวคนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
เวลานี้แววตาเขาสาดประกายอำมหิต
"ใช่ ผิดที่พวกเดรัจฉานพวกนั้น ทำไมพวกคุณไม่ไปจับพวกมัน พวกคุณควรจะไปจับไอ้สารเลวพวกนั้นสิ!"
"จริงๆ แล้วจื่อเจ๋อก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน อีกอย่างความผิดที่เขาก่อผมก็รับไว้หมดแล้ว พวกคุณยังต้องการอะไรอีก?"
"หนี้ลูกพ่อชดใช้ กรรมที่ลูกก่อให้พ่อแบกรับเอง ผมขอร้อง ปล่อยเขาไปเถอะ!"
เหมือนคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ ข่งลิ่งเจี๋ยจ้องมองคนตรงหน้าทั้งสองด้วยสายตาเว้าวอน หวังว่าจะได้เห็นความเห็นใจบนใบหน้าพวกเขา
แต่ความจริงนั้นโหดร้าย หลวี่จงซินสีหน้าเรียบเฉย ส่วนบนใบหน้าอวี๋ต้าจางกลับเต็มไปด้วยความดูถูกและเย้ยหยัน
"หนี้ลูกพ่อชดใช้?" อวี๋ต้าจางมองข่งลิ่งเจี๋ยด้วยสายตาเย็นชา
"ตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจสังเวยชีวิตคนบริสุทธิ์เพื่อโชว์ความรักของพ่อ พวกคุณพ่อลูกก็เลวพอกันนั่นแหละ"
"อย่ามาทำให้ผมคลื่นไส้เลย"
พูดจบ อวี๋ต้าจางก็ลุกขึ้น พยักหน้าให้หลวี่จงซิน แล้วเดินออกไปข้างนอก
ก่อนออกจากประตู เขาหันกลับมามองข่งลิ่งเจี๋ยที่ก้มหน้าลงอีกครั้ง แล้วกำหมัดแน่น
คนคนนี้ไม่น่าสงสารเลยสักนิด!
ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ในเครื่องแบบตำรวจ เขาอยากจะพุ่งเข้าไปซัดข่งลิ่งเจี๋ยให้น่วม
การสอบสวนต่อจากนี้หลวี่จงซินรับมือได้สบาย อวี๋ต้าจางแค่ต้องเปลี่ยนคนเข้ามา
หลังจากสั่งงานสมาชิกทีมสืบสวนไม่กี่คำ เขากับเฉียนเฉิงก็ไปที่ห้องสอบสวนอีกห้อง
เดิมทีตั้งใจจะสอบโจวจื่อเจ๋อพรุ่งนี้ แต่เมื่อกี้ตอนสอบข่งลิ่งเจี๋ย อวี๋ต้าจางเปลี่ยนใจ
ในเมื่อคนเป็นพ่อแท้ๆ ยอมคายแล้ว ก็หักฟางเส้นสุดท้ายนี้ทิ้งไปเลยดีกว่า
จะปิดคดีเมื่อไหร่?
ก็วันนี้แหละ!
อวี๋ต้าจางหลับตาพักสายตา ในหัวเรียบเรียงกระบวนการทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
ความสัมพันธ์ของพวกเขาชัดเจนแล้ว หลักฐานในแต่ละขั้นตอนก็รวบรวมครบถ้วน
แรงจูงใจ, ขั้นตอนการลงมือ, แผนการหลังก่อเหตุ, การย้ายศพซ่อนศพ, การสร้างหลักฐานเท็จในที่เกิดเหตุ, และสุดท้ายการรับผิดแทน...
ไม่มีอะไรตกหล่นแล้ว
คดีนี้สามารถทำได้ถึงขั้น... ตัดข้อสงสัยที่มีเหตุผลอื่นๆ ออกจนหมดสิ้น
ต่อไปก็แค่เรื่องเวลา
ถ้าโจวจื่อเจ๋อยอมรับสารภาพเอง เวลาปิดคดีก็จะเร็วขึ้น
ถ้าไม่ ก็แค่ยุ่งยากหน่อย
แต่ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน
คิดได้ดังนั้น อวี๋ต้าจางก็รู้สึกตัวเบาสบายขึ้นเยอะ ในใจมีความสะใจบอกไม่ถูก
รออีกพักหนึ่ง โจวจื่อเจ๋อก็ถูกพาตัวเข้ามาในห้องสอบสวน
เจอกันอีกครั้ง สีหน้าเขากลับมาเยือกเย็นเหมือนเดิม มีเพียงแววตาที่ยังแฝงความเกลียดชังไว้จางๆ
"ห่างจากที่เราเจอกันครั้งล่าสุดก็สามชั่วโมงกว่าแล้ว" อวี๋ต้าจางพูดเนิบๆ
"ผมคิดว่าคุณน่าจะคิดตกแล้ว"
โจวจื่อเจ๋อพยักหน้า ไม่พูดอะไร
"คุณลองทายซิว่าเมื่อกี้ผมมาจากไหน?" ประโยคนี้ อวี๋ต้าจางถามพร้อมรอยยิ้ม
เขาต้องการให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่า... ตอนนี้ผมสบายมาก เพราะผมเจอเบาะแสใหม่แล้ว
เฉียนเฉิงที่กำลังจดบันทึกอยู่ข้างๆ ชะงักไป เขาไม่เข้าใจว่าอวี๋ต้าจางจะถามคำถามนี้ทำไม
ไม่มีความหมายเลยนี่นา
ทำไมยังมาเล่นปริศนาคำทายกับผู้ต้องสงสัยอีก
ผิดคาด คราวนี้โจวจื่อเจ๋อเอ่ยปาก
"ห้องสอบสวนอีกห้อง?"
"ยินดีด้วย ตอบถูก" อวี๋ต้าจางเกือบจะยกนิ้วโป้งให้ แต่ก็รู้ตัวทันว่าความสัมพันธ์แบบนี้ไม่เหมาะจะทำ
หุบยิ้ม อวี๋ต้าจางพูดเสียงเคร่งขรึม
"ข่งลิ่งเจี๋ย หรือก็คือพ่อบังเกิดเกล้าของคุณ ยอมเปิดปากแล้ว"
"เหรอ?" โจวจื่อเจ๋อไม่แสดงอาการตกใจหรือแปลกใจเลยสักนิด เหมือนคาดการณ์ไว้แล้ว
"ไม่เหมือนคุณเลยนะ" กลับเป็นอวี๋ต้าจางที่แปลกใจ
"คุณน่าจะแก้ต่างสักหน่อย"
ในความเข้าใจที่เขามีต่อโจวจื่อเจ๋อ หมอนี่เป็นคนประเภทไม่มีเหตุผลก็ยังเถียงข้างๆ คูๆ ได้
ดื้อรั้น หัวรุนแรง และหลงตัวเอง นี่คือตัวตนที่แท้จริงของโจวจื่อเจ๋อ เด็กมีปมที่ถูกสปอยล์จนเสียคน
แต่คนตรงหน้า กลับดูผิดปกติ
"ไม่มีประโยชน์หรอก" โจวจื่อเจ๋อส่ายหน้า
"ผมเรียนเอกอาชญาวิทยาที่โรงเรียนตำรวจ วิธีการสืบสวนแทบทุกอย่างผมศึกษามาหมด"
"วินาทีที่พวกคุณเริ่มสงสัย เรื่องนี้ก็ปิดไม่มิดแล้ว"
"การพิสูจน์สายเลือดแบบโบราณอาจจะพลาด แต่การตรวจดีเอ็นเอไม่มีทางพลาด"
"คุณต้องจับพวกเราตรวจแน่ และผม เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของคุณไม่ได้"
แย่ละ มันดึงสติกลับมาได้แล้ว... ได้ยินแบบนั้นอวี๋ต้าจางแทนที่จะดีใจ กลับรู้สึกตึงเครียดขึ้นมา
เห็นอวี๋ต้าจางไม่รีบต่อบท โจวจื่อเจ๋อก็ถือโอกาสเรียกร้อง
"ขอดูบันทึกคำให้การของพ่อแม่จางเหยียนหน่อยได้ไหม ถ้าไม่สะดวก อ่านให้ฟังก็ได้"
(จบแล้ว)