เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - ยังมีคนอื่นอีกหรือ?

บทที่ 22 - ยังมีคนอื่นอีกหรือ?

บทที่ 22 - ยังมีคนอื่นอีกหรือ?


บทที่ 22 - ยังมีคนอื่นอีกหรือ?

บ่ายวันนั้น ตำรวจก็พบตัวข่งลิ่งเจี๋ยที่โรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งใกล้กับห้องเช่าที่เกิดเหตุ

ทำไมถึงราบรื่นขนาดนั้น?

ก็เพราะโรงแรมแห่งนั้นอยู่ใกล้กับห้องเช่าของข่งลิ่งเจี๋ยมาก ทั้งสองที่ห่างกันแค่ถนนกั้น เดินเท้าแค่สองนาทีก็ถึง

และตำรวจก็ใช้วิธีปูพรมค้นหาโดยยึดห้องเช่าเป็นจุดศูนย์กลางแล้วขยายวงออกไป

เท่ากับว่าภารกิจค้นหาเพิ่งจะเริ่มก็จบลงซะแล้ว

ราบรื่นเสียจนตำรวจที่ร่วมภารกิจยังรู้สึกว่าคนร้ายจงใจไปนั่งรอพวกเขาอยู่ที่โรงแรมแห่งนั้น

ข่งลิ่งเจี๋ยจนมุม ขั้นตอนต่อไปก็คือการสอบปากคำ

อวี๋ต้าจางรู้ดีว่า คดีนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ก็ตอนนี้แหละ

และตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เขาต้องแข่งกับเวลา

คนร้ายวางแผนมาอย่างดีแล้ว อีกไม่นานคงจะยอมรับสารภาพทุกอย่าง

อวี๋ต้าจางต้องหาหลักฐานใหม่ให้ได้ก่อนจะถึงตอนนั้น จะยอมให้คนร้ายจูงจมูกเดินเหมือนที่อาจารย์หลวี่จงซินโดนในชาติก่อนไม่ได้

ด้วยสถานะตำรวจฝึกหัดในตอนนี้ เขาไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการสอบสวน

แต่ในชาตินี้ เขามีโอกาสได้สัมผัสกับข่งลิ่งเจี๋ยโดยตรง

ใช่แล้ว อวี๋ต้าจางเคยเห็นรูปถ่ายของข่งลิ่งเจี๋ยแค่ในสำนวนคดีเมื่อชาติก่อน ไม่เคยเจอตัวจริง

แต่ของบางอย่าง มันมองไม่เห็นผ่านรูปถ่าย

เช่น รัศมีและนิสัยใจคอ

รูปถ่ายมันพูดไม่ได้นี่นา

ในห้องสอบสวน

หลวี่จงซินและตำรวจสืบสวนอีกนายนั่งอยู่ตรงหน้าข่งลิ่งเจี๋ย

"ชื่อ?"

"ข่ง... ข่งลิ่งเจี๋ย"

"อายุ?"

"สี่สิบสามปี"

"ทำอาชีพอะไร?"

"พนักงานขนของโรงงานเครื่องดื่มเย็น"

แม้จะไม่ได้ร่วมสอบสวนโดยตรง แต่ในฐานะสมาชิกทีมสืบสวนพิเศษ อวี๋ต้าจางมีสิทธิ์สังเกตการณ์

ตอนนี้เขากำลังอยู่ในห้องข้างๆ กับสมาชิกคนอื่น จ้องมองภาพจากกล้องวงจรปิดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์

มองดูการถามตอบในห้องสอบสวน อวี๋ต้าจางก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหลวี่จงซินถึงตกหลุมพรางของข่งลิ่งเจี๋ยง่ายดายนัก

ชาติก่อนเขาคิดไม่ตกมาตลอด

ทำไมหลวี่จงซินถึงไม่มีความระแวงข่งลิ่งเจี๋ยคนนี้เลยสักนิด?

ต้องรู้ก่อนนะว่า อาจารย์เป็นตำรวจสืบสวนเก่าแก่ประสบการณ์โชกโชน เจอคนมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ

พูดแบบไม่เกินจริง แค่ใช้สัญชาตญาณเขาก็มองคนออกไปแล้วเจ็ดแปดส่วน และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

แต่ครั้งนั้นกลับมองพลาดไปซะได้

จนวันนี้อวี๋ต้าจางถึงได้เจอสาเหตุ

ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามหลวี่จงซิน... ธรรมดาเกินไป

เป็นคนประเภทที่ธรรมดาจนไม่รู้จะธรรมดายังไงแล้ว

ความรู้สึกที่แผ่ออกมา: ซื่อบื้อ หัวช้า พูดน้อย ขี้อาย และเจียมเนื้อเจียมตัว

นอกจากนี้ก็ไม่มีจุดเด่นอะไรเลย

คนแบบนี้ ยากที่คุณจะจินตนาการว่าเป็นอาชญากรที่ทั้งเจ้าเล่ห์และมีแผนซับซ้อน

ถึงจะบอกว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ แต่ความย้อนแย้งมันก็ไม่น่าจะขนาดนี้ไหม

มองดูข่งลิ่งเจี๋ยบนหน้าจอ ในหัวอวี๋ต้าจางก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา

หรือว่าเขาจะไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง?

แต่เบาะแสทุกอย่างก็ชี้ไปที่เขา และในชาติก่อนเขาก็เป็นคนวางกับดักหลวี่จงซินจริงๆ

ขัดแย้งกันชะมัด~

สิ่งที่ทำให้อวี๋ต้าจางสงสัยที่สุดคือ ข่งลิ่งเจี๋ยดูไม่เหมือนคนที่คิดแผนการแบบนั้นออกมาได้เลย

คนงานรับจ้างธรรมดาๆ คนหนึ่ง ปั่นหัวตำรวจสืบสวนรุ่นเก๋าจนหมุนติ้ว สุดท้ายบีบจนต้องฆ่าตัวตาย

ถ้าฉลาดขนาดนั้นจะไปก้มหน้าก้มตาแบกของอยู่ทำไม?

ตรรกะมันไม่ใช่อ่ะ!

ยังมีช่องโหว่อีกจุด ทนายความชื่อดังที่ข่งลิ่งเจี๋ยจ้างมาในชาติก่อน

ลำพังฐานะการเงินของเขา แค่ทนายกระจอกๆ ยังจ้างไม่ไหว อย่าว่าแต่ทนายระดับประเทศคนนั้นเลย

งั้นคำถามคือ...

ทนายคนนั้นทำไมถึงยอมว่าความให้ข่งลิ่งเจี๋ย?

อารมณ์ดี อยากรับคดีเล่นๆ สักคดี แล้วบังเอิญจิ้มมาโดนข่งลิ่งเจี๋ยงั้นเหรอ?

อวี๋ต้าจางคิดถึงความเป็นไปได้นี้แล้วเกือบจะขำก๊ากออกมา

ต่อให้อยากหาคดีมาลับฝีมือ ก็คงไม่เลือกคดีที่ไม่มีความท้าทายแบบนี้หรอก

คำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผลคือ: มีคนออกเงินจ้างทนายให้ข่งลิ่งเจี๋ย!

หมายความว่า เบื้องหลังข่งลิ่งเจี๋ยยังมีคนอื่นอยู่

ใช่แล้ว ความเป็นไปได้นี้ใกล้เคียงความจริงที่สุด

ดวงตาของอวี๋ต้าจางเป็นประกาย

ถ้ามองมุมนี้ เรื่องอื่นๆ ก็อธิบายได้หมด

แผนการนั้นข่งลิ่งเจี๋ยก็ไม่ได้คิดเอง แต่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังวางแผนให้

ข่งลิ่งเจี๋ยเป็นแค่หุ่นเชิด

ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวอวี๋ต้าจาง สลัดยังไงก็ไม่หลุด

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เรื่องต่อไปก็ง่ายแล้ว

หาหลักฐาน!

ถ้าไม่มีหลักฐาน นี่ก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานที่ฟังดูมีเหตุผลเท่านั้น ยังเรียกเป็นนิยายไม่ได้ด้วยซ้ำ นิยายมันต้องมีต้นมีปลาย

"ผมขอตัวออกไปข้างนอกหน่อย" อวี๋ต้าจางตบไหล่เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งที่นั่งข้างๆ

"เดี๋ยวถ้าอาจารย์ผมออกมา รบกวนช่วยบอกแกหน่อยนะครับ"

เพื่อนร่วมทีมคนนั้นเป็นชายอายุราว 30 ต้นๆ ได้ยินแล้วก็รีบถาม

"หิวแล้วเหรอ?"

ถามอะไรเนี่ย... อวี๋ต้าจางมองเขาอย่างเอือมระอา

"ผมจะไปที่เกิดเหตุสักหน่อย"

พอได้ยินว่าอวี๋ต้าจางจะไปที่เกิดเหตุ คนในห้องทุกคนก็หันขวับมามองเขาเป็นตาเดียว

สีหน้าเหมือนจะถามว่า: นายไปหาของกินที่จุดเกิดเหตุเหรอ?

"มองผมแบบนั้นทำไมครับ?" อวี๋ต้าจางเริ่มไม่พอใจ มองค้อนใส่พวกนั้นไปทีหนึ่ง

"ผมจะไปดูว่ายังพอหาเบาะแสอื่นเพิ่มเติมได้อีกไหม"

พออวี๋ต้าจางพูดแบบนี้ สีหน้าของเพื่อนร่วมทีมยิ่งประหลาดเข้าไปใหญ่

ผู้ต้องสงสัยหลักก็จับได้แล้ว อีกไม่นานก็ปิดคดี เวลานี้เนี่ยนะจะไปตรวจที่เกิดเหตุ?

ต่อให้อยากจะอู้งาน ก็ควรหาข้ออ้างที่มันฟังขึ้นหน่อยสิ

"ต้องให้คนไปเป็นเพื่อนไหม?" เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งถามขึ้น

ที่เขาถามแบบนี้ จริงๆ คือการดักคออวี๋ต้าจางว่า: กล้าอู้พวกเราจะแฉนายนะ

"ดีเลยครับ"

อวี๋ต้าจางฟังไม่ออก นึกว่าเขาอยากให้มีคนไปเป็นเพื่อนจริงๆ

กำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะไปยังไง ถ้าไม่มีคนไปด้วย อวี๋ต้าจางก็ต้องควักกระเป๋าตัวเองนั่งแท็กซี่

คราวนี้ทุกคนถึงกับชะงัก เจ้านี่ดันตอบตกลงซะงั้น

พูดออกไปแล้ว จะกลับคำตอนนี้ก็ไม่ทัน เพื่อนร่วมทีมคนนั้นเลยจำใจถามต่อ

"เอ่อ ใครจะไปกับเขาบ้าง?"

เงียบกริบ~

อวี๋ต้าจางกระพริบตาปริบๆ

"พี่ไปกับผมละกัน"

คนคนนั้นอ้าปากเหมือนจะปฏิเสธ

แต่พอเห็นดวงตาเป็นประกายวิบวับของอวี๋ต้าจาง คำพูดที่จ่ออยู่ที่ปากก็ต้องกลืนกลับลงคอ

เขาเกาหัวอย่างหงุดหงิด

ปากเสียจริงวุ้ยเรา~

ไอ้อ้วนนี้ก็เหมือนกัน ซื่อบื้อเกินไปแล้ว ฟังไม่ออกหรือไงว่าเมื่อกี้เขาแกล้งชวนตามมารยาทแถมประชดด้วย?

"งั้น... งั้นก็ไปเถอะ"

ถึงจะรับปากไปด้วย แต่ในใจเขามั่นใจว่าอวี๋ต้าจางไม่มีทางไปที่เกิดเหตุหรอก

เจ้าอ้วนต้องหิวแน่ๆ เดี๋ยวคงไม่พ้นโดนหลอกให้เลี้ยงข้าว

กินก็กินวะ ยังไงตัวเองก็ต้องกินข้าวอยู่แล้ว

พอออกมาข้างนอก เพื่อนร่วมทีมคนนั้นก็นั่งประจำที่คนขับรถตำรวจ ส่วนอวี๋ต้าจางนั่งเบาะข้างคนขับ

"หาร้านอาหารแถวๆ นั้นกินละกัน"

"อาหารอะไรครับ?"

อวี๋ต้าจางงง ไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย

"กินข้าวไง" คนคนนั้นทำหน้าเหมือนรู้ทันกันน่า

"เอาหน่า มีกันแค่สองคนไม่ต้องมาเก๊กแล้ว"

"เก๊กอะไรครับ ผมจะไปที่เกิดเหตุจริงๆ!" อวี๋ต้าจางขึ้นเสียงสูง เห็นได้ชัดว่าเริ่มไม่พอใจ

"ไปจริงดิ?"

"ก็ใช่น่ะสิครับ"

เห็นท่าทางจริงจังของอวี๋ต้าจาง เขาเลยไม่พูดอะไรอีก สตาร์ทรถขับออกจากลานจอด

ระหว่างทาง

"ขอแนะนำตัวหน่อย ฉันชื่อเฉียนเฉิง อยู่แผนกพิสูจน์หลักฐาน"

"อวี๋ต้าจาง กองสืบสวนทีม 1 ครับ"

"แถวที่เกิดเหตุมีร้านที่นายชอบกินเหรอ?"

อวี๋ต้าจาง: ...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 22 - ยังมีคนอื่นอีกหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว