- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 18 - ครั้งนี้แหละคือความร่วมมือระหว่างตำรวจกับประชาชนของจริง
บทที่ 18 - ครั้งนี้แหละคือความร่วมมือระหว่างตำรวจกับประชาชนของจริง
บทที่ 18 - ครั้งนี้แหละคือความร่วมมือระหว่างตำรวจกับประชาชนของจริง
บทที่ 18 - ครั้งนี้แหละคือความร่วมมือระหว่างตำรวจกับประชาชนของจริง
คุณป้าข้างๆ พอได้ยินคำนี้ ก็หันไปสนใจฉวีทัวทัวทันที
นี่หน้าม้าที่ไอ้อ้วนจ้างมาเหรอ?
แต่พอดูการแต่งตัวของฉวีทัวทัวแล้ว พวกคุณป้าก็ปัดความคิดนี้ตกไป
ต้องยอมรับว่า พวกหล่อนตาถึง
แม้ดูภายนอก ฉวีทัวทัวจะไม่ได้ใส่แบรนด์เนมตะโกน แต่ให้ความรู้สึกสบายตา ดูปุ๊บก็รู้ว่าไม่ใช่ของถูก
มีคุณป้าตาดีสองคนดูออกทันทีว่านั่นคือแบรนด์เฉพาะกลุ่มที่เน้นความหรูหราแบบเงียบๆ
มีคำกล่าวว่า: ความจนจำกัดจินตนาการ
อวี๋ต้าจางก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้
เขาเจอฉวีทัวทัวมาหลายครั้งแล้ว ไม่เคยดูออกเลยว่าการแต่งตัวของเธอมีอะไรพิเศษ
ในสายตาเขา ชุดที่เธอใส่ก็เหมือนกับสาวๆ ทั่วไป ราคาธรรมดา ดีไซน์เรียบง่าย
เหมือนเวลาเราดูชุดข้าราชการ รู้สึกว่าเชยระเบิด ดูบ้านนอก
จริงๆ แล้ว ชุดข้าราชการของจริงตัวหนึ่งราคาหลายพันถึงหลักหมื่น
ศักดิ์สิทธิ์กว่า Nike หรือ Adidas ในสายตาคนทั่วไปเยอะ ใส่แล้วมีออร่าทันที
ไม่เชื่อลองซื้อมาใส่สักชุด แล้วหาคนเดินตามสองคน มือถือกระติกน้ำเก็บความร้อน
ลองไปเดินเล่นในโรงเรียนสักแห่ง รับรองไม่นานผู้บริหารโรงเรียนต้องรีบเข้ามาทักทาย
ต้อนรับขับสู้ พูดจาพินอบพิเทา จนคุณเผลอคิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหารโรงเรียนนี้ซะเอง
ต่อให้ไปกินฟรีงานแต่งคนไม่รู้จัก ก็ต้องโดนเชิญไปนั่งโต๊ะประธาน
ดังนั้น เครื่องแต่งกายคือสิ่งที่บ่งบอกสถานะได้ตรงไปตรงมาที่สุด
แน่นอน ต้องดูเป็นด้วย
ตอนนี้พวกคุณป้ากำลังตะลึงกับภาพตรงหน้า
สาวสวยรวยทรัพย์ขนาดนี้ดันมาสนใจไอ้อ้วนนี่เนี่ยนะ!
ฉวีทัวทัวเห็นอวี๋ต้าจางกะพริบตาปริบๆ แถมยังทำปากยื่นปากยาวใส่ ก็เดาออกแล้วว่าเขาทำอะไรอยู่
"โอนเงินได้ไหม?" ฉวีทัวทัวถาม
พวกคุณป้ายิ่งงงหนัก
จะจ่ายเงินเลยเหรอ?
หนูไม่ถามรายละเอียดหน่อยเหรอจ๊ะ
นั่นมันแสนแปดนะ ไม่ใช่สิบแปดบาท!
ซื้อหมูยังต้องเลือกมันเลือกเนื้อ นี่มาถึงก็จะจ่ายค่าสินสอด รีบอะไรเบอร์นั้น
หรือว่าสมัยนี้คนอ้วนเป็นที่ต้องการของตลาด?
"ขอโทษครับ เราไปกันไม่ได้" อวี๋ต้าจางปฏิเสธ
ไม่ปฏิเสธไม่ได้ เขาไม่กล้ารับเงิน
มาที่นี่เพื่อทำภารกิจ ไม่ได้มานัดบอดจริงๆ จะไปเอาสินสอดอะไร
ข้อความบนป้ายเขียนไว้ให้คนอื่นดูเฉยๆ ขืนรับจริง เดี๋ยวคุยกันไม่รู้เรื่อง
และเขาก็ดูออกว่า ฉวีทัวทัวจงใจมาป่วน
อวี๋ต้าจางรู้ไส้รู้พุงดี แต่ในสายตาพวกคุณป้า สถานการณ์มันกลับตาลปัตรไปหมด
ไอ้อ้วนนี่ปฏิเสธ!!
สาวสวยรวยเสน่ห์มาประเคนถึงที่ แถมเสนอเงินให้ก่อน มันดันไม่เอา!
แกมันน่าตายจริงๆ!
พวกคุณป้ารู้สึกว่าภาพตรงหน้าเหมือนหนังไซไฟ
แฟนตาซี เหลือเชื่อ แต่เถียงไม่ออก
ตลาดหาคู่สมัยนี้เทรนด์แต่งเข้าบ้านมาแรงขนาดนี้เลยเหรอ?
"ไม่เหมาะตรงไหน?" ฉวีทัวทัวชี้ไปที่ป้ายกระดาษ
"เงื่อนไขที่คุณระบุไว้ฉันมีครบหมด รถบ้านพร้อม เงินก็คุยกันได้ แสนแปดถ้านายว่าน้อยจะเพิ่มก็ได้"
นี่มันเรื่องเงินที่ไหนล่ะ... อวี๋ต้าจางขี้เกียจเล่นด้วยแล้ว
ละครมันปลอมมาก ไม่เห็นเหรอพวกป้าตาค้างกันหมดแล้ว
"ได้ งั้นขอสักล้านนึงละกัน" อวี๋ต้าจางชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
เขาไม่เชื่อว่าฉวีทัวทัวจะเล่นต่อไหว
หนึ่งล้านในสายตาอวี๋ต้าจางคือเงินก้อนโตที่สองชาติรวมกันยังไม่เคยเห็น
ต่อให้บ้านรวยก็เงินพ่อแม่เธอ เด็กสาวเพิ่งเข้าสังคมอย่างเธอจะหาเงินล้านมาได้จริงๆ เหรอ?
แต่ทว่า ครั้งนี้อวี๋ต้าจางคำนวณพลาด
"ได้" ฉวีทัวทัวไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว ตอบตกลงทันที
"ขอเลขบัญชี"
บ้านเธอพิมพ์แบงก์เองเหรอ... อวี๋ต้าจางเพิ่งค้นพบว่าตัวเองต่างหากที่เป็นตัวตลก
เอ๊ะ เธอเอาเงินล้านออกมาไม่ได้~
ตอนนี้มาคิดดูแล้วน่าขำ เงินก้อนโตที่ตัวเองคิดไว้ สำหรับเธอก็คงเหมือนค่าขนม
มิน่าพวกโจรถึงล็อกเป้าเธอ รวยจริงไรจริง!
คำพูดนั้นว่าไงนะ...
คุณกังขาในศีลธรรมของโจรได้ แต่อย่ากังขาในสายตาของโจร
ขณะที่อวี๋ต้าจางไม่รู้จะรับมือยังไง หูฟังจิ๋วในหูก็มีเสียงหลวี่จงซินดังขึ้น
"เป้าหมายปรากฏ ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง กำลังเดินจากประตูเข้ามาข้างใน"
อวี๋ต้าจางได้ยินดังนั้น ก็ทำทีเป็นกวาดตามองไปทางประตูสวนสาธารณะอย่างไม่ใส่ใจ พอล็อกเป้าตำแหน่งสองคนนั้นได้ ก็หันกลับมามองฉวีทัวทัว
"คุยกันหน่อยสิ"
"ได้"
ซูมี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เงียบมาตลอด เดิมทีเธอคิดว่าเธอรู้จักฉวีทัวทัวดีที่สุด
แต่เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกว่าฉวีทัวทัวดูแปลกหน้าไปอีกครั้ง
เพื่อนรักของเธอคนนี้สายตาสูงเสียดฟ้า ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน
ในสายตาซูมี่ ไอ้อ้วนคนนี้นอกจากพุงใหญ่แล้ว ก็ไม่มีจุดเด่นอะไรเลย
แค่ไปนอกมาแป๊บเดียว รสนิยมเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ!
เห็นฉวีทัวทัวจะไปคุยกับไอ้อ้วนข้างๆ ซูมี่ทนไม่ไหวแล้ว
"ทัวทัว" เธอดึงแขนเสื้อฉวีทัวทัว
"เธอรู้จักเขาเหรอ ถึงจะไปกับเขา"
"เดี๋ยวก็รู้จักแล้วไง" ฉวีทัวทัวตอบยิ้มๆ
ซูมี่เห็นรอยยิ้มนั้นแล้วใจหายวาบ
โตมาด้วยกันเธอไม่เคยเห็นฉวีทัวทัวยิ้มแบบนี้มาก่อน
นั่นคือรอยยิ้มที่จะปรากฏออกมาเฉพาะตอนที่มีความสุขที่สุด ไร้กังวลที่สุดเท่านั้น
เพื่อนสาว เธอทำให้ฉันรู้สึกแปลกหน้า!
ที่แท้เธอชอบของแปลกเหรอเนี่ย~
พอเดินมาข้างๆ อวี๋ต้าจางจงใจหันตัว ให้ตัวเองมองเห็นผู้ต้องสงสัยสองคนนั้นได้พอดี
ฉวีทัวทัวเห็นเขาหันตัว ก็ขยับไปยืนตรงข้ามเขา
"อย่าป่วน ผมมาทำงาน"
อวี๋ต้าจางบอกความจริงเพราะฉวีทัวทัวรู้สถานะเขาอยู่แล้ว และถ้าไม่บอกเธอคงหาเรื่องป่วนต่อแน่
"งานคือนัดบอดเหรอ?" ฉวีทัวทัวสมองยังปรับจูนไม่ทัน
"ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว" อวี๋ต้าจางเห็นผู้ต้องสงสัยสองคนนั้นเดินไปอีกทาง รีบพูดว่า
"เดี๋ยวคุณช่วยผมเรื่องหนึ่ง"
"เรื่องอะไร?" ฉวีทัวทัวตาเป็นประกาย ดูท่าทางสนใจมาก
อวี๋ต้าจางจ้องผู้ต้องสงสัยเขม็ง ไม่กล้าละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว
"เดินไปพร้อมกับผม คุยกันเรื่องสัพเพเหระก็พอ"
"ไม่มีปัญหา" ฉวีทัวทัวรับปากทันที
ท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของเหล่าคุณป้า อวี๋ต้าจางและฉวีทัวทัวเดินเคียงคู่กันไปทางผู้ต้องสงสัย
"นายหนักเท่าไหร่?"
"ข้อมูลส่วนบุคคล ผมขอปฏิเสธที่จะตอบ"
"นายเงินเดือนสามพันห้า กินยังไงให้อ้วนขนาดนี้?"
"..."
"เคยไปขโมยเศษอาหารร้านข้าวมากินหรือเปล่า?"
"..."
"ขอเบอร์มือถือหน่อย"
"ไม่ให้"
"ฉันไม่ได้มาเจรจากับนายนะ เชื่อไหมฉันตะโกนเดี๋ยวนี้เลยว่า: คุณเป็นตำรวจ"
"131..."
ในจังหวะที่อวี๋ต้าจางพูดตัวเลขตัวสุดท้าย เขาก็พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงสองก้าวก็ถึงตัวผู้ต้องสงสัยชาย จับบิดแขนล็อกอย่างชำนาญ
ยังไม่ทันที่ผู้ต้องสงสัยจะดิ้นรน อวี๋ต้าจางก็ควักกุญแจมือออกมา ล็อกข้อมือเขาอย่างคล่องแคล่วราวกับสายน้ำไหล
ผู้ต้องสงสัยหญิงข้างๆ เห็นท่าไม่ดี หันหลังวิ่งหนีทันที
ไม่รักเพื่อนเลยแฮะ... อวี๋ต้าจางนึกว่าผู้หญิงจะเข้ามาบวกกับเขา ผลคือไม่มองแม้แต่หางตา วิ่งแน่บไปเลย
อวี๋ต้าจางไม่ได้คิดจะตาม เพื่อนร่วมงานซุ่มอยู่แถวสวนสาธารณะตั้งเยอะ จะปล่อยให้ผู้หญิงคนเดียวหนีรอดไปได้ไง
ต้องเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมงานแสดงฝีมือบ้าง
เอาเถอะ จริงๆ คือเขาไม่อยากวิ่งแล้ว เหนื่อย
ในตอนที่ผู้ต้องสงสัยหญิงเพิ่งวิ่งออกไปได้ไม่กี่ก้าว ร่างระหงร่างหนึ่งก็พุ่งเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
แขนเรียวเกี่ยวคอผู้ต้องสงสัยหญิงไว้อย่างง่ายดาย แล้วหมุนตัว...
ฉวีทัวทัวใช้เข่ากดหน้าอกผู้ต้องสงสัยหญิงไว้กับพื้น เงยหน้ามองอวี๋ต้าจาง
"ฉันจับไม่ผิดคนใช่มะ?"
(จบแล้ว)