- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 16 - คุณเลิกเสื้อผมทำไม
บทที่ 16 - คุณเลิกเสื้อผมทำไม
บทที่ 16 - คุณเลิกเสื้อผมทำไม
บทที่ 16 - คุณเลิกเสื้อผมทำไม
ผมปฏิเสธได้ไหมเนี่ย... อวี๋ต้าจางหนังหัวชาวาบ เดาไม่ออกเลยว่าฉวีทัวทัวคิดจะทำอะไร
เมื่อออกมาที่ระเบียงทางเดินด้านนอก ฉวีทัวทัวเดินช้ามาก เหมือนกำลังสังเกตสภาพแวดล้อม
อวี๋ต้าจางเดินตามอยู่ข้างๆ ทิ้งระยะห่างครึ่งก้าว
"จริงๆ แล้ว..." จู่ๆ ฉวีทัวทัวก็พูดขึ้น
"เจอกันสองครั้ง สิ่งที่นายทำกับฉันมันไม่ค่อยเป็นมิตรเลยนะ ใช่ไหม?"
มาแล้ว มาแล้ว ในที่สุดก็มาจนได้... อวี๋ต้าจางรู้อยู่แล้วว่าการมอบธงเป็นแค่ข้ออ้าง การมาเช็กบิลต่างหากคือของจริง
"สิ่งที่ผมทำมันก็เกินไปหน่อย แต่สถานการณ์ตอนนั้น..."
อวี๋ต้าจางพยายามจะแก้ตัวให้ตัวเอง แต่พอนึกถึงสิ่งที่ทำลงไป ก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที เลยตัดบทว่า
"ช่างเถอะ ผมไม่แก้ตัวแล้ว ผมขอโทษ หวังว่าคุณจะยกโทษให้"
ฉวีทัวทัวชะงักฝีเท้าไปนิดหนึ่ง ดูเหมือนคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะขอโทษง่ายดายขนาดนี้
จริงๆ แล้วพอลองมาคิดในมุมกลับ เธอก็รู้อยู่ว่าอวี๋ต้าจางหวังดี
การที่เขายอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยเธอ แค่จุดนี้ก็ควรจะให้อภัยเขาได้แล้ว
แต่ปัญหาคือ คำขอโทษนี้เธอเป็นฝ่ายบุกมาทวง ไม่ใช่เขาเต็มใจจะให้เอง
"นายรู้ไหม ฉันรอนายมาอาทิตย์กว่าแล้ว" ฉวีทัวทัวพูดเสียงเบา
"ถ้านายมาหาฉันแล้วพูดให้รู้เรื่อง หรือแค่อธิบายสักประโยค ก็ยังดี แต่นี่นายไม่ทำอะไรเลย"
ก็ผมไม่กล้านี่ครับ... เพราะอวี๋ต้าจางรู้สึกว่าตัวเองทำเกินกว่าเหตุไปมาก ถึงไม่อยากเผชิญหน้ากับฉวีทัวทัว
หลักๆ คือร้อนตัว เจอกันแล้วไม่รู้จะพูดอะไร
คนเราพอทำเรื่องน่าละอายใจ ส่วนใหญ่จะเลือกหนีปัญหาหรือปล่อยเลยตามเลย มีน้อยคนนักที่จะกล้าเผชิญหน้า
อวี๋ต้าจางก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
"ก่อนหน้านี้ผมก็กะว่าจะไปขอโทษคุณเหมือนกัน แค่งานยุ่งจนลืมไปเลย"
ตอนนี้เขาก็ทำได้แค่หาข้ออ้าง
"งั้น..." ฉวีทัวทัวเปลี่ยนสีหน้ากะทันหัน เผยรอยยิ้มออกมา
"คำขอโทษเมื่อกี้ของนายจริงใจไหม?"
"จริงใจสิ จริงใจสุดๆ"
อวี๋ต้าจางเห็นฉวีทัวทัวยิ้ม ก็รีบรับคำทันที เพียงแต่รอยยิ้มนี้ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยชอบกล
"งั้นนายรับปากฉันข้อหนึ่ง" รอยยิ้มของฉวีทัวทัวยิ่งเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ
"ว่ามาเลย" อวี๋ต้าจางตอบรับโดยไม่ลังเล
ฉวีทัวทัวหยุดเดิน มองซ้ายมองขวา แล้วเดินจ้ำอ้าวไปที่ประตูทางหนีไฟ
เห็นอวี๋ต้าจางไม่ตามมา เธอก็กวักมือเรียก
"มาสิ เข้ามาคุยข้างในนี้"
เจ๊จะทำอะไรครับเนี่ย... อวี๋ต้าจางไม่อยากเข้าไปจริงๆ
พอทั้งสองคนเข้ามาในทางหนีไฟ ฉวีทัวทัวก็หุบยิ้ม ทำหน้าจริงจัง
"นายล่วงเกินฉันสองครั้ง ฉันขอตีนายทีเดียว ไม่เกินไปใช่ไหม"
"เอ่อ..." อวี๋ต้าจางลังเลถามว่า
"แค่ทีเดียวเหรอ?"
ฉวีทัวทัวพยักหน้า "ฉันพูดคำไหนคำนั้น"
"ไม่ตีหน้าได้ไหม?" อวี๋ต้าจางกลัวหน้ามีรอยฝ่ามือเดี๋ยวเพื่อนร่วมงานจะล้อเอา
"ได้" ฉวีทัวทัวรับปากอย่างว่าง่าย
งั้นก็ไม่มีปัญหา ตีทีเดียวก็ตีทีเดียวเถอะ... อวี๋ต้าจางรู้ว่าฉวีทัวทัวแค่อยากระบายอารมณ์
วันนี้ให้เธอได้ระบายความแค้นออกไป ตัวเขาเองจะได้ไม่ต้องมานั่งระแวงทีหลัง
ในสายตาอวี๋ต้าจาง ฉวีทัวทัวก็แค่เด็กสาวคนหนึ่ง คงไม่มีแรงอะไรมากมายหรอก
ดูมือนุ่มนิ่มนั่นสิ ดูทรงแล้วคงเป็นลูกคุณหนูที่ไม่เคยทำงานหนัก
"มาเลย!"
อวี๋ต้าจางแขม่วพุง หลับตาปี๋ ทำท่าเหมือนวีรชนยอมตายถวายชีพ
อย่าว่าแต่ทีเดียวเลย ต่อให้ตีสิบนาที ป๋าก็ไม่กะพริบตาหรอก
แต่วินาทีถัดมา...
"เฮ้ย คุณเลิกเสื้อผมทำไม?"
อวี๋ต้าจางรู้สึกเย็นวูบที่หน้าท้อง พอลืมตาขึ้นถึงเห็นว่าเสื้อยืดถูกเลิกขึ้นไปแล้ว
ฉวีทัวทัวมือหนึ่งดึงเสื้อเขาไว้ อีกมือหนึ่งง้างขึ้นสูงลิบ...
"เพียะ!!!!!"
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
วินาทีนี้ ไฟเซนเซอร์ทั้งตึกสว่างพรึ่บพร้อมกัน
อวี๋ต้าจางเจ็บจนตาแทบถลนออกมา พุงเหมือนโดนเหล็กเผาไฟนาบเข้าจังๆ
"อูยยยยยย~" เขาพยายามกลั้นเสียงร้องสุดชีวิต
ฉวีทัวทัวเป่ามือตัวเอง มองอวี๋ต้าจางด้วยสีหน้าพึงพอใจ
"เสียงร้องโหยหวนของนายไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาเลยนะ เก่งจริงๆ"
พอคนในกองสืบสวนตามเสียงมาถึงทางหนีไฟ ก็เห็นแค่อวี๋ต้าจางคนเดียว
เห็นเขานอนตัวงอเป็นกุ้งอยู่บนพื้น สองมือกุมท้อง ตัวกระตุกเป็นพักๆ
"ต้าจาง เป็นอะไรไป เป็นอะไรไหม?"
หลวี่จงซินดึงแขนเขาจะพยุงขึ้นมาดู
"อย่า อย่าแตะตัวผม ขอผมพักแป๊บ"
.
สองสามวันต่อมา ชีวิตของอวี๋ต้าจางก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
รอยฝ่ามือที่ฉวีทัวทัวประทับไว้บนพุงเขากลายเป็นรอยช้ำสีม่วงคล้ำ จนกระทั่งสองวันนี้ถึงเริ่มจางลง
"แม่เจ้า ฝึกฝ่ามือพิษมาหรือไงเนี่ย"
ยืนอยู่หน้ากระจก อวี๋ต้าจางลูบพุงด้วยความกลัดกลุ้ม
ยังดี อย่างน้อยก็ไม่เจ็บแล้ว
มาถึงกองสืบสวน
หลวี่จงซินกำลังแจกแจงภารกิจ พอเห็นอวี๋ต้าจางมา ก็กวักมือเรียก
"มาพอดีเลย วันนี้นายต้องแฝงตัวเข้าไปในมุมนัดบอดอีกรอบ"
อวี๋ต้าจางอึ้ง "หา?! ผมต้องไปนัดบอดอีกเหรอ?"
หลวี่จงซินค้อนขวับ
"คราวที่แล้วนายแสดงได้สมจริงมาก ถือว่ามีประสบการณ์แล้ว"
"ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น" อวี๋ต้าจางรีบอธิบาย
"คราวที่แล้วผมวิ่งไล่จับคนร้าย คนทั้งสวนสาธารณะเห็นกันหมด ผมไปอีกเดี๋ยวก็โดนจำได้หรอก"
อวี๋ต้าจางนับวันดู ห่างจากครั้งที่แล้วที่ไปสวนสาธารณะประชาชนแค่ครึ่งเดือนเอง
เวลาสั้นขนาดนี้ พวกมนุษย์ป้าต้องจำเขาได้แม่นแน่ๆ
"อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย" หลวี่จงซินพูดอย่างไม่เกรงใจ
"พวกที่ไปสิงอยู่มุมนัดบอด วันๆ เจอคนเป็นร้อย ลืมนายไปหมดแล้ว"
พูดก็มีเหตุผล... อวี๋ต้าจางพยักหน้าเห็นด้วย
ในแง่ความหนาแน่นของประชากรในมุมนัดบอด คนคนหนึ่งเข้าไปเดินวนรอบเดียว อย่างน้อยต้องเจอเพศตรงข้ามสี่ห้าสิบคน
ใครจะไปจำหน้าได้ทุกคน ความจำต้องดีขนาดไหนเชียว
"คนร้ายจะรู้จักผมไหม?" อวี๋ต้าจางยังกังวลนิดๆ
"สามคนที่นายจับคราวที่แล้วยังนอนอยู่ในห้องขังอยู่เลย" หลวี่จงซินทำหน้าดุ
"รอบนี้ที่จะจับคือพวกรับช่วงต่อกับขนย้ายของโจร"
อวี๋ต้าจางยิ้ม
"ทำไมพวกนี้ชอบมานัดเจอกันที่มุมนัดบอดจัง?"
เป็นไปได้ไหมว่าโสดกันหมด เลยถือโอกาสมาหาคู่... คำพูดนี้อวี๋ต้าจางได้แต่คิดในใจ ไม่กล้าพูดออกมา
หลวี่จงซินรู้ว่าเขาชอบกวนประสาท เลยไม่รับมุก แต่เรียกเขาออกมาที่หน้าประตู
พอออกมาข้างนอก หลวี่จงซินก็กระซิบว่า
"คดีลักพาตัวคราวที่แล้ว นายความชอบสูงสุด หัวหน้าเว่ยส่งรายงานขอความดีความชอบไปแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นายจะได้บรรจุเป็นตัวจริงล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งปี"
ตำรวจฝึกหัดในกองสืบสวนมีระยะเวลาฝึกงานหนึ่งปี
ถึงตอนนั้นใครไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะถูกคัดออกหรือย้ายไปแผนกอื่น
แบบนี้เท่ากับว่าอวี๋ต้าจางถูกล็อกตัวไว้ล่วงหน้าแล้ว
"ขอบคุณครับอาจารย์"
"ขอบคุณฉันทำไม นี่เป็นผลงานที่นายแลกมาด้วยตัวเอง ใครจะอิจฉาก็ไม่ได้"
มีลูกศิษย์แบบนี้ หลวี่จงซินก็รู้สึกมีหน้ามีตาไปด้วย
ในสายตาคนนอก อวี๋ต้าจางคือคนที่เขาปั้นมากับมือ
ลูกศิษย์ยิ่งได้ดี ก็ยิ่งแสดงว่าอาจารย์สอนมาดี
.
มุมนัดบอด สวนสาธารณะประชาชนซงไห่
อวี๋ต้าจางถือป้ายกระดาษมองซ้ายมองขวา สุดท้ายตัดสินใจไปยืนที่เดิม
เพราะตรงนั้นวิสัยทัศน์ดีที่สุด หน้าหลังซ้ายขวาไม่มีสิ่งกีดขวาง แถมยังอยู่ใกล้ทางออก
พอมาถึงที่ เอาป้ายกระดาษแขวนคอ จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย
เงยหน้าขึ้นปุ๊บ ก็ได้ยินเสียงอุทานด้วยความตกใจ
"ทำไมเป็นเธออีกแล้ว!"
อวี๋ต้าจางมองคุณป้าตรงหน้า เพ่งดูดีๆ รู้สึกคุ้นหน้าชอบกล
"สวัสดีครับคุณป้า" เขายกมือทักทายอย่างกระตือรือร้น
"รอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปตามคนมา!"
(จบแล้ว)