- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 8 - ทำความดีความชอบแล้วทำไมไม่ดีใจล่ะ
บทที่ 8 - ทำความดีความชอบแล้วทำไมไม่ดีใจล่ะ
บทที่ 8 - ทำความดีความชอบแล้วทำไมไม่ดีใจล่ะ
บทที่ 8 - ทำความดีความชอบแล้วทำไมไม่ดีใจล่ะ
อวี๋ต้าจางไม่ได้ตอบคำถามของโจร หลักๆ คือไม่กล้าตอบ
เมื่อกี้เข้าใจผิด... คำพูดแบบนี้เขาทำได้แค่คิดในใจเท่านั้นแหละ
ตำรวจที่ตามขึ้นมาทีหลังกำลังเตรียมควบคุมพื้นที่ ถูกคำสั่ง "ห้ามขยับ" ของอวี๋ต้าจางทำเอาสะดุ้งโหยง
นึกว่าพวกโจรขัดขืน แต่พอมองดีๆ โจรทั้งสี่คนก็นั่งนิ่งเรียบร้อยอยู่ที่เดิม
ทำอะไรของมัน?
เห็นอวี๋ต้าจางทำหน้าเครียด เว่ยเชียน หัวหน้าทีม 1 ก็ยกปืนขึ้นมาบ้าง
"นาย..."เขารีบเข้ามาประชิดตัวอวี๋ต้าจาง
"สถานการณ์เป็นยังไง?"
"กันไม่ให้พวกมันหนีครับ" อวี๋ต้าจางตอบเสียงเบา
เว่ยเชียน: ????
ก่อนพวกเราจะขึ้นมา นายยังตะโกนว่า "ทุกอย่างอยู่ในกำมือ" อยู่เลย ผ่านไปแป๊บเดียวทำไมดูตื่นเต้นกว่าใครเพื่อน
เล่นละครให้ใครดูเนี่ย? องค์ลงหรือไง
แต่การแสดงห่วยแตกชะมัด
"ทำได้ดีมาก"
เว่ยเชียนคิดว่าอวี๋ต้าจางกำลังอยากได้หน้า เลยชมไปตามน้ำ
ตอนรับเด็กใหม่รอบนี้ เขาก็ไปดูด้วย เพราะทีม 1 ก็ต้องการเลือดใหม่ แถมพวกเขายังมีสิทธิ์เลือกก่อน
พอเห็นอวี๋ต้าจาง เว่ยเชียนกาชื่อทิ้งทันที
หุ่นแบบนี้จะเป็นตำรวจสืบสวน?
ล้อเล่นหรือเปล่า?
เด็กเส้นชัวร์
แต่วันนี้เขาต้องยอมรับว่าตัวเองตาถั่ว ทำผิดพลาดเหมือนผู้ชายทั้งโลก: ตัดสินคนจากภายนอก
ไม่พูดถึงว่าไอ้หนุ่มนี่หาตัวโจรเจอได้ยังไง ลำพังแค่ความกล้าและบ้าระห่ำขนาดนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กใหม่ทั่วไปจะเทียบติด
ตอนได้ยินเสียงปืนที่โรงงาน เขาเห็นกับตาว่าเด็กใหม่สองคนที่เขาเลือกมาเองหน้าซีดเผือด
ตอนหลังวิ่งตามไม่ทันเกือบหกล้ม ขาอ่อนเห็นๆ
เว่ยเชียนไม่โทษพวกเขา เพราะนั่นคือปฏิกิริยาที่เด็กใหม่ควรจะมี... กลัว ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก
คนธรรมดาที่ไหนจะไม่กลัวปืน
แต่ไอ้อ้วนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าที่สุดคนนี้ ไม่เพียงแต่ไม่กลัว ยังย่องขึ้นมาจัดการโจรได้อีก
แถมยังแย่งปืนมาได้ด้วย ดูทรงแล้วโจรที่นอนเจ็บอยู่บนพื้นก็น่าจะเป็นฝีมือไอ้อ้วนนี่ยิง
แย่งปืนมือเปล่าทำได้ยังไง?
อัศจรรย์ชิบเป๋ง
ตอนนี้อวี๋ต้าจางไม่มีอารมณ์มาเดาความคิดเว่ยเชียนหรอก
เขามองดูผู้หญิงบนพื้นถูกหามขึ้นเปลพยาบาล เหงื่อกาฬเริ่มไหลซึมหน้าผาก
ตราบใดที่ผู้หญิงคนนี้ฟื้น ความจริงทุกอย่างก็จะถูกเปิดเผย
ซ้อมตัวประกัน ช่วยโจร...
เจ้าหน้าที่ที่ทำบันทึกปากคำคงงงเป็นไก่ตาแตก
หวังว่าเธอจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย อยากฆ่าปิดปากชะมัด... อวี๋ต้าจางเริ่มคิดฟุ้งซ่านไปไกล
แล้วก็ไอ้โจร 4 ตัวนี่ด้วย พวกแกมันโคตรกาก
โดนผู้หญิงคนเดียวจัดการเรียบ ฝีมือแค่นี้จะมาเรียกค่าไถ่อะไร กลับบ้านไปเลี้ยงลูกไป๊
ทำเอาตูจะไม่ได้เป็นตำรวจแล้วเนี่ย
ไม่ต้องเดา ครั้งนี้ใครก็ช่วยเขาไม่ได้ ความผิดร้ายแรงเกินไป
ตอนเดินลงบันได อวี๋ต้าจางรู้สึกเหมือนขาตัวเองลอยๆ
พวกเด็กใหม่ที่มองเขาด้วยความอิจฉา เห็นท่าทางเหมือนคนขวัญเสียของเขาก็อดสงสัยไม่ได้
ไอ้อ้วนนี่เพิ่งสร้างผลงานชัดๆ ทำไมทำหน้าจ๋อยเหมือนเป็นคนโดนจับซะเอง
ขากลับ หลวี่จงซินแยกขับรถอีกคัน ให้อวี๋ต้าจางขึ้นมานั่งคนเดียว
"เล่ามาซิ เกิดอะไรขึ้น"
หลวี่จงซินจงใจขับช้าๆ ปล่อยให้รถคันอื่นแซงไปก่อน
"อาจารย์ครับ ถ้าอาจารย์เล่ารายละเอียดคดีให้ผมฟังสักนิด ผมก็คงไม่ทำพลาดแบบนี้หรอก"
อวี๋ต้าจางรู้สึกน้อยใจนิดๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ตอนนี้เรื่องมันเกิดไปแล้ว เขารู้ว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ก็อดบ่นไม่ได้
"แค่บอกผมสักคำว่าตัวประกันเป็นผู้หญิงก็ยังดี"
"เล่าขั้นตอนอย่างละเอียดมาก่อน" หลวี่จงซินไม่สนคำตัดพ้อของอวี๋ต้าจาง แต่ทำหน้าดุเร่งรัด
"ยังมีทางแก้ แต่ฉันต้องรู้ต้นสายปลายเหตุทั้งหมดก่อน"
คนวงนอกมองเห็นปัญหาชัดเจนกว่า อวี๋ต้าจางรู้ซึ้งถึงสัจธรรมข้อนี้ ตอนนี้เขาใจคอว้าวุ่น คิดหาทางออกไม่ออก
และหลวี่จงซินคือคนที่เขาไว้ใจที่สุดในกองสืบสวน
"พอพวกอาจารย์ไป ผมว่างๆ ก็เลยลองจำลองสถานการณ์ในมุมมองของโจร..."
อวี๋ต้าจางเล่าเรื่องราวคร่าวๆ โดยดัดแปลงนิดหน่อย
เรื่องประสาทสัมผัสไวเกินมนุษย์เขาไม่อยากให้ใครรู้ แม้แต่หลวี่จงซินก็ไม่ได้
เช่น ตอนเห็นฝุ่นลอยที่หน้าต่างตึกร้าง ก็เปลี่ยนเป็นเห็นเงาคนวูบไหว
ตอนขึ้นไปแล้วคาดเดาสถานการณ์ ก็เปลี่ยนเป็นจู่โจมผู้หญิงคนนั้นให้ล้มทันที
ส่วนเรื่องเอามือไปแงะแผลโจรนั้นข้ามไปเลย ไม่กล้าเล่าจริงๆ อายเขา
"ชุดความคิดพวกนี้แกไปเอามาจากไหน?" หลวี่จงซินปรายตามองอวี๋ต้าจาง สายตาเต็มไปด้วยการประเมิน
"อย่าบอกนะว่าเรียนมาจากโรงเรียนตำรวจ ที่นั่นไม่สอนวิธีคิดแบบนี้"
เรียนมาจากอาจารย์ในชาติก่อนนั่นแหละครับ... อวี๋ต้าจางตอบในใจ
การวิเคราะห์รูปคดี การจำลองเหตุการณ์ การตั้งสมมติฐาน ทักษะพื้นฐานของตำรวจสืบสวนพวกนี้ เขาเรียนรู้จากหลวี่จงซินในการทำงานทีละนิดๆ
เพียงแต่ชาติก่อนหัวช้าไปหน่อย ใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะเข้าใจทั้งหมด
ช่วยไม่ได้ ของพวกนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ค่อยๆ ฝึกฝน ไม่มีทางเก่งได้ในข้ามคืน
แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือไอคิวต้องถึง
อวี๋ต้าจางรู้ตัวเองดี ชาติก่อนเขาไม่ได้มีตรรกะความคิดที่เฉียบคมขนาดนี้
"ถ้าผมบอกว่าจำมาจากหนัง อาจารย์จะเชื่อไหม?" อวี๋ต้าจางตีหน้าตาย
อย่าถาม ถามไปก็บอกว่าดูหนังเยอะ
"อย่ามาตลก!"
เห็นหลวี่จงซินไม่เชื่อ อวี๋ต้าจางก็นึกถึงบทพูดในหนังเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
รื้อฟื้นความทรงจำนิดหน่อย แล้วเขาก็พูดประโยคนั้นออกมา
"เมื่อคุณดูหนังเกินหนึ่งพันเรื่อง คุณจะพบว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้"
เขามั่นใจว่าหลวี่จงซินไม่เคยได้ยินแน่ๆ เพราะหนังเรื่อง "Sheep Without a Shepherd" (Wusha) กว่าจะฉายก็ปี 2019 นู่น
ต่อให้หลวี่จงซินจำได้ แล้วได้ดูหนังเรื่องนี้ในปี 2019 เขาก็คงจะอุทานด้วยความประหลาดใจว่า: นี่มันคำพูดลูกศิษย์ฉันนี่หว่า!
"ไม่อยากบอกก็ช่างเถอะ"
หลวี่จงซินไม่มีทางเชื่อคำแก้ตัวแบบนี้อยู่แล้ว
แค่ดูหนังก็ไขคดีได้ งั้นจะมีตำรวจสืบสวนอย่างพวกเขาไว้ทำไม
คิดไปคิดมา หลวี่จงซินรู้สึกว่าจำเป็นต้องเตือนลูกศิษย์คนนี้สักหน่อย
"ต้าจาง วันหลังอย่าบุ่มบ่ามแบบนี้อีก ชีวิตคนเรามีแค่ครั้งเดียว"
อวี๋ต้าจางชะงักไปนิด แล้วยิ้มแห้งๆ
"อาจารย์ ผมนึกว่าอาจารย์จะชมว่าผมกล้าหาญซะอีก"
หลวี่จงซินมองตรงไปข้างหน้า ใบหน้าเคร่งขรึมเผยแววอ่อนโยนออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงก็ไม่งแข็งกร้าวเหมือนเมื่อครู่
"รู้ว่าสู้ไม่ได้แต่ยังฝืนสู้ เขาเรียกว่าความโง่เขลาที่ชื่อว่าเลือดร้อน ต่อให้ชนะก็เป็นแค่ความเมตตาของโชคชะตา"
นี่กำลังว่าเราเรื่องแย่งปืนมือเปล่าสินะ เสี่ยงเกินไป... อวี๋ต้าจางไม่อยากเถียงเรื่องนี้
เป็นตำรวจไม่มีสิทธิ์เลือกหนีภัยอันตรายอยู่แล้ว
รู้ว่าหลวี่จงซินเป็นห่วง อวี๋ต้าจางจึงไม่โต้แย้ง แต่เปลี่ยนเรื่องคุย
"แล้วจะเอายังไงต่อครับ? เรื่องนี้ปิดไม่มิดแน่ ทั้งตัวประกันทั้งโจรก็รู้ความจริงหมด"
"ฝั่งโจรไม่เป็นไรหรอก ยังไงพวกมันก็อยู่ตรงข้ามกับเราอยู่แล้ว" หลวี่จงซินตอบอย่างใจเย็น
"ผู้หญิงคนนั้นต่างหากคือกุญแจสำคัญ ขอแค่เธอไม่กัดแกไม่ปล่อย เรื่องนี้ก็ผ่านไปได้สวย"
"อาจารย์หมายความว่า... เราจะไปเจรจากับผู้หญิงคนนั้น?" อวี๋ต้าจางรู้สึกว่าไม่น่าจะเวิร์ก
"ใช่ มีแค่วิธีนี้แหละที่ได้ผล" หลวี่จงซินเหยียบคันเร่งมิด
"นั่งดีๆ เราต้องไปเจอเธอก่อนทีม 1"
(จบแล้ว)