- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 1 - บุกมุมนัดบอด
บทที่ 1 - บุกมุมนัดบอด
บทที่ 1 - บุกมุมนัดบอด
บทที่ 1 - บุกมุมนัดบอด
ความโศกเศร้าและความสุขของมนุษย์นั้นไม่เชื่อมโยงถึงกัน เช่นเดียวกับในตอนนี้...
"พ่อหนุ่ม เงื่อนไขแบบเธอไม่เหมาะจะมาที่นี่หรอกนะ เงินเดือน 3,500 เธอยังจะย้ำว่าอนาคตจะขึ้นอีก เธอไม่ได้แพ้ที่จุดสตาร์ทนะ แต่เธอหลับคาจุดสตาร์ทเลยต่างหาก"
"นิสัยดี ทำอาหารเป็น สองข้อนี้ก็พอไหว แต่มันเป็นแค่คะแนนเสริม ฉันคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ เธอต้องเลี้ยงตัวเองให้รอดก่อน"
"ฮะ ฉันเห็นอะไรเนี่ย เธอขอให้ฝ่ายหญิงมีรายได้เดือนละหมื่นขึ้นไป แถมต้องมีรถมีบ้าน เธอกล้าเขียนลงไปได้ยังไง?"
สวนสาธารณะประชาชนซงไห่
ในฐานะที่เป็นมุมนัดบอดที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ ไม่เคยมีผู้มาหาคู่คนไหนเดินออกไปพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อมาถึงที่นี่ คุณไม่ต้องเอ่ยปาก แค่มองสายตาของคุณป้าทั้งหลายก็รู้ระดับของคุณแล้ว
พวกหล่อนแค่ปรายตามองแวบเดียวก็มองทะลุไปถึงก้นบึ้งหัวใจ ร้ายกาจยิ่งกว่าเครื่องเอ็กซ์เรย์เสียอีก
ในขณะนี้ พวกหล่อนกำลังรุมล้อมชายอ้วนคนหนึ่งที่ชูป้ายกระดาษอยู่
คุณป้าบางคนพออ่านข้อความบนป้ายจบ ก็แทบอยากจะกระโจนเข้าไปฉีกทึ้งทั้งคนอ้วนและป้ายกระดาษให้เป็นชิ้นๆ
แต่เจ้าอ้วนกลับไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิด กลับทำท่าทางราวกับเป็นเรื่องถูกต้องชอบธรรม เขาเคาะที่ป้ายกระดาษเบาๆ
"คุณป้าครับ ดูให้ชัดๆ นะ ถ้าฝ่ายหญิงโปรไฟล์ดี ผมยอมแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงได้ แถมผมไม่บังคับให้ฝ่ายหญิงต้องมีลูกด้วย จะไปหาคนคุยง่ายแบบผมได้ที่ไหนอีก"
"เธอจะหลอกใครยะ!" คุณป้าคนหนึ่งกระโดดเหยงๆ ตะโกนใส่ "ไม่ให้มีลูกแล้วจะแต่งเข้าบ้านไปทำไม ฉันว่าเธอคิดจะเกาะผู้หญิงกินชัดๆ เสียงดีดลูกคิดของเธอมันดังกระแทกหน้าฉันแล้วเนี่ย"
เจ้าอ้วนฉีกยิ้มกว้าง ใบหน้ากลมดิ๊กเผยให้เห็นฟันขาวสะอาดสองแถว
"ผมแค่ไม่อยากให้คู่ชีวิตต้องกลายเป็นเครื่องมือผลิตลูก จะเรียกว่าเกาะผู้หญิงกินได้ยังไง อีกอย่างสินสอดผมเรียกแค่แสนแปด ที่ซงไห่นี่ถือเป็นราคาพื้นๆ แล้วนะ..."
"เดี๋ยวสิ!!" คุณป้าอีกคนตาโตเท่าไข่ห่าน "ที่เขียนว่าสินสอดแสนแปด ไม่ใช่เธอเป็นคนจ่ายเหรอ?!"
"แน่นอนว่าไม่ใช่ผมจ่ายสิ!" เจ้าอ้วนตอบอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม "ผมแต่งเข้าบ้านเขานะ จะให้จ่ายสินสอดอะไรอีก แสนแปดนี่ฝ่ายหญิงต้องเอามาให้ผมสิ แล้วผมจะเอาสินเดิมติดตัวไปด้วย"
????
สินเดิม?
สินเดิมอะไร?
เขายังมีสินเดิมด้วยเรอะ!
เหล่าคุณป้ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ปรับอารมณ์ไม่ทันชั่วขณะ
ประเด็นคือเพิ่งเคยเจอคนที่เรียกร้องจะแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงอย่างหน้าด้านๆ แบบนี้ แถมยังสลับเรื่องสินสอดกับสินเดิมมั่วไปหมด
ตกลงว่า เธอจะแต่งเมียหรือจะออกเรือนกันแน่?
"เอ่อ แล้วสินเดิมของเธอมีอะไรบ้างล่ะ?"
เหล่าคุณป้าพยายามมองหาความเป็นมนุษย์เฮือกสุดท้ายในตัวเจ้าอ้วน "เงินฝากหรือรถยนต์?"
เจ้าอ้วนยกมือตบป้ายกระดาษดัง "ป้าบๆ" ทุกฝ่ามือฟาดลงตรงตัวเลข 3,500 เน้นๆ
"พวกป้าดูเงินเดือนผม แล้วดูหุ่นผมสิ ผมจะมีปัญญาไปมีเงินฝากกับรถยนต์ได้ยังไง?"
"งั้น... ที่เธอเรียกว่าสินเดิมคือ?"
พวกคุณป้าเริ่มไม่สนใจอะไรแล้ว ที่ถามต่อนี่เพราะความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ
เจ้าอ้วนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว
"ผ้าห่มหนึ่งผืน แล้วก็รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหนึ่งคัน ยี่ห้อซินเล่ยด้วยนะ"
"อืมๆ"
พวกคุณป้าพยักหน้าพลางรอให้เขาพูดต่อ
แต่ผ่านไปครู่หนึ่ง เห็นเจ้าอ้วนเงียบไป คุณป้าที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงอดถามไม่ได้ว่า "หมดแล้ว?"
"จะเอาอะไรอีกล่ะครับ?" เจ้าอ้วนแบมือ "อายุยี่สิบต้นๆ อย่างผม ไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตก็บุญแล้ว"
"..."
หลังจากความเงียบงันชั่วอึดใจ คุณป้าคนหนึ่งก็จ้องหน้าเจ้าอ้วนแล้วถามว่า
"ที่เขียนไว้ว่าหลังแต่งงานจะยกเงินเดือนให้ นี่ก็คือยกให้เธอเก็บด้วยใช่ไหม?"
"ถูกต้องคร้าบ" เจ้าอ้วนพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง "ผมแต่งเข้าบ้านเขานะ ขอความมั่นคงในชีวิตหน่อยไม่ได้เหรอครับ"
ในที่สุด พอได้ยินประโยคนี้ พวกคุณป้าที่หมดความอดทนก็ระเบิดลง
พวกหล่อนล้อมเจ้าอ้วนไว้ทุกทิศทาง แล้วเริ่มสาดคำด่าใส่ไม่ยั้ง
"ผ้าห่มผืนเดียว? ไม่มีแม้แต่ชุดเปลี่ยน เธอเอาหน้าที่ไหนมาพูด! ไม่กลัวนอนจนราขึ้นเหรอไง?"
"รถไฟฟ้าคันเดียว แถมยี่ห้อซินเล่ย เป็นยี่ห้อแล้วไง ภูมิใจนักเหรอ หน้าไม่อายจริงๆ แล้วยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกอย่างคือไฟฉายด้วยไหมล่ะ?"
"ไม่มีกระจกก็หัดชะโงกดูเงาในฉี่บ้างนะ ดูสารรูปหมูตอนของเธอสิ ยังจะมาหาคนโปรไฟล์ดี อยากเลียนแบบตือโป๊ยก่ายจีบฉางเอ๋อเหรอ? ฝันไปเถอะย่ะ!"
เมื่อเห็นพวกคุณป้าพูดจาแรงขึ้นเรื่อยๆ เจ้าอ้วนก็ไม่ยอมแพ้ สวนกลับไปว่า
"บางทีอาจจะมีคนชอบสไตล์แบบผมก็ได้!"
"ชอบสไตล์ไหนของแกยะ!" พวกคุณป้าปล่อยของเต็มที่ "ยุคนี้ใครเขาไม่มีปัญญาซื้อเนื้อหมูกิน ฉันเห็นแกแล้วเลี่ยนจะตายอยู่แล้ว"
พวกคุณป้าคิดตกแล้ว วันนี้ต้องจัดหนักไอ้อ้วนนี้สักดอก
มารยาท?
มารยาทคืออะไร วันนี้ไม่เอาแล้ว
ขอระบายความแค้นก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน มันน่าโมโหจริงๆ!
"เนื้อหมูอะไร เนื้อหมูอะไร พูดจาให้มันดีๆ หน่อยสิครับ"
ขณะที่เจ้าอ้วนกำลังจะโต้กลับ หูฟังขนาดจิ๋วในหูก็มีเสียงดังขึ้น
"อวี๋ต้าจาง เลิกพล่ามได้แล้ว ผู้ต้องสงสัยปรากฏตัว อยู่ทางซ้ายมือของนาย ห่างไปประมาณยี่สิบเมตร กำลังเคลื่อนที่ไปทางนาย ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากสายข่าวนิดหน่อย ที่มามีสามคน"
นี่เรียกว่าคลาดเคลื่อนนิดหน่อยเหรอ?
อวี๋ต้าจางแทบอยากจะมองบน
สายข่าวบอกว่าคนร้ายมีแค่คนเดียว แต่ดันเพิ่มมาเป็นสามเท่า
หนึ่งต่อสาม?
ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ รอให้พวกมันเข้ามาใกล้ๆ คว้าคุณป้าแถวนี้สักคนขว้างออกไป รับรองพวกมันต้องชะงักแน่
แล้วฉวยโอกาสรวบตัวให้หมด!
แผนการสมบูรณ์แบบ แต่ความเป็นจริงมันทำไม่ได้น่ะสิ~
ไม่มีคุณป้าคนไหนรับแรงกระแทกจากยุทธวิธีนี้ไหวหรอก
แถมในแง่ศีลธรรมก็ทำไม่ได้ด้วย
จับคุณป้าในมุมนัดบอดมาทำเป็นอาวุธลับขว้างใส่คนเนี่ยนะ~
พอกลับไปจบงาน จะเขียนรายงานยังไง?
ใช้ไหวพริบปฏิภาณ คว้าของใกล้มือขว้าง... หัวหน้าเห็นเข้ามีหวังล้มโต๊ะแน่
โทษอวี๋ต้าจางที่คิดฟุ้งซ่านไม่ได้หรอก เพราะตรงหน้าเขานอกจากคุณป้าพวกนี้ ก็ไม่มีอะไรให้ใช้เป็นอาวุธได้เลย
ถ้าตัวต่อตัว อวี๋ต้าจางมั่นใจว่าเอาอยู่สบายๆ
หนึ่งต่อสอง ก็พอลอบกัดจัดการได้แบบถูไถ
แต่สามคนนี่ไม่ไหวจริงๆ
พอลงมือปุ๊บ สองคนแรกโดนโจมตี คนที่สามต้องตั้งตัวทันแน่นอน
เมื่อเห็นทั้งสามคนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อวี๋ต้าจางกัดฟัน ตัดสินใจอย่างรวดเร็วในใจ
โอกาสไม่คอยท่า จัดการให้ร่วงสักสองคนก่อนค่อยว่ากัน
หวังว่าหัวหน้าจะมีแผนสำรองนะ
ท่ามกลางเสียงด่าทอของคุณป้า อวี๋ต้าจางก้มหน้าลง ทำเหมือนกำลังโดนด่าจนสำนึกผิด แต่จริงๆ แล้วเขากำลังมองพื้นทางด้านซ้ายหน้า
จนกระทั่งรองเท้าผ้าใบชายคู่หนึ่งปรากฏในสายตา อวี๋ต้าจางเงยหน้าขึ้น พร้อมกับพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างแรง
กะจังหวะได้แม่นยำมาก การพุ่งครั้งนี้ประชิดตัวชายหนุ่มที่เดินนำหน้าสุดพอดี
อวี๋ต้าจางตั้งใจจะเตะกวาดอย่างดุดัน แต่ติดที่สังขารไม่อำนวย ขาเลยยกขึ้นไปได้แค่ระดับเข่าของอีกฝ่าย
ด้วยความจำใจ เลยต้องเปลี่ยนเป็นถีบเข้าที่หน้าแข้งของชายหนุ่มแทน
"ปัง!"
ชายหนุ่มโดนลูกถีบทีเผลอเข้าไปถึงกับเซถลาล้มลงกับพื้น
อวี๋ต้าจางไม่สนใจมันอีก เขารู้ดีว่าลูกถีบเมื่อกี้ขอแค่โดนเป้า ขาข้างนั้นก็ขยับไม่ได้อีกแล้ว ต่อให้คลานก็ยังลุกไม่ขึ้น
แค่ความเจ็บปวดก็เกินพอแล้ว
นี่ขนาดอวี๋ต้าจางยั้งแรงไว้แล้วนะ ถ้าใส่เต็มแรง กระดูกหน้าแข้งหมอนั่นหักแน่นอน
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะร้องโอดโอย อวี๋ต้าจางก็กระโจนเข้าใส่อีกคน
คนคนนั้นก็ถือว่าปฏิกิริยาไวใช้ได้ เมื่อเจอหมัดที่อวี๋ต้าจางเหวี่ยงมา ก็ยกแขนขึ้นกันตามสัญชาตญาณ แต่กลับโดนแรงอันมหาศาลกระแทกจนล้มคว่ำไปด้านข้าง
ยังไม่ทันจะลุกขึ้น ก็รู้สึกเหมือนมีเงาดำปกคลุมอยู่เหนือหัว
ฝนจะตกเหรอ?
พอเงยหน้ามอง ก็เห็นเจ้าอ้วนคนหนึ่งกำลังทิ้งตัวลงมาทับราวกับจะบดบังดวงอาทิตย์
เสียงดังตุบ ร่างของคนคนนั้นหายวับไปไม่เห็นแม้แต่ชายเสื้อ
เป็นไปตามที่อวี๋ต้าจางคาด คนที่สามตั้งสติได้แล้วจริงๆ หันหลังวิ่งหนีทันที
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานวิ่งตรงมาทางตัวเอง อวี๋ต้าจางก็โกรธจนหน้ามืด
ไอ้พวกไก่อ่อนเอ๊ย!
สองคนนี้โดนจัดการไปแล้ว พวกนายจะมาทำไม?
มาลาสช็อตเหรอ?
"ตามไป!"
อวี๋ต้าจางตะโกนบอกพวกมือใหม่ที่วิ่งเข้ามา แล้วกัดฟันลุกขึ้น วิ่งไล่กวดไปในทิศทางที่คนร้ายหนีไป
ต่อจากนี้เข้าสู่โหมดที่อวี๋ต้าจางไม่ถนัดที่สุด... การวิ่ง
เหล่าคุณป้ามองดูเจ้าอ้วนที่วิ่งหายลับไป แล้วหันมามองสองคนที่นอนกองอยู่บนพื้น
คนหนึ่งกอดขาร้องโอดโอย อีกคนนอนตาเหลือกน้ำลายฟูมปาก...
เกิดอะไรขึ้น?
ไอ้อ้วนบ้านั่นสติแตกไปแล้ว!
โดนพวกเราด่าจนบ้าไปแล้วเหรอ?!
(จบแล้ว)