- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปฝึกยุทธ์ในโลกจีนกำลังภายในบนโลกยุคปัจจุบัน
- บทที่ 180 - ฆ่าสัตว์อสูรเหมือนเชือดไก่
บทที่ 180 - ฆ่าสัตว์อสูรเหมือนเชือดไก่
บทที่ 180 - ฆ่าสัตว์อสูรเหมือนเชือดไก่
บทที่ 180 - ฆ่าสัตว์อสูรเหมือนเชือดไก่
“นี่คือ... วิชากระบี่?”
หัวใจของเฉินจั๋วเต้นรัว เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า พื้นที่เสมือนจริงจะถ่ายทอดวิชากระบี่ให้เขา!
แถมยังมาในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้
เพียงแต่หนึ่งกระบี่เมื่อครู่... เฉินจั๋วส่ายหน้า เขาดูไม่รู้เรื่องเลย! แค่กระบี่ธรรมดาๆ นั่น ทำไมถึงมีอานุภาพมหาศาลขนาดนั้น? ทำได้ยังไงกัน?
“เพลงกระบี่เจ็ดดารา...”
เฉินจั๋วทวนคำเหล่านี้ในใจ ทำไมรู้สึกแฟนตาซีจังแฮะ?
แต่ไม่นาน เขาก็พิจารณาอย่างถี่ถ้วน: นี่เป็นครั้งแรกที่พื้นที่เสมือนจริงเป็นฝ่ายถ่ายทอดวิชาให้ฉัน ย่อมต้องไม่ทำลวกๆ หรือหลอกลวงฉันแน่ หรือว่าจะมีความหมายลึกซึ้งอะไรแฝงอยู่?
รอบกายเงียบสงัด เวลาภายนอกดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ในตอนนั้น ชายชุดเขียวในพื้นที่เสมือนจริงก็ออกกระบวนท่าอีกครั้ง ยังคงเป็นหนึ่งกระบี่ที่ธรรมดาสามัญ แต่ก็ยังทำลายเศษหินเต็มท้องฟ้าได้เหมือนเดิม
รอบแรก
รอบสอง
รอบสาม
เมื่อชายชุดเขียวแสดงให้ดูสามรอบ ก็หายวับไปในความว่างเปล่า
ในหัวของเฉินจั๋วฉายภาพทุกอากัปกิริยาของชายหนุ่ม แววตาค่อยๆ ปรากฏความรู้แจ้ง “ในที่สุดฉันก็รู้แล้ว ทำไมเมื่อก่อนพื้นที่เสมือนจริงถึงไม่สอนวิชากระบี่ให้ฉัน เพราะฝีมือฉันไม่ถึงนี่เอง ฝีเท้าอันน่าอัศจรรย์ของชายชุดเขียวเมื่อครู่ ด้วยวิชาท่าร่างขั้นสำเร็จใหญ่ของฉันพอจะถูไถทำตามได้ ส่วนคลื่นพลังนั่น ฉันสัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นทางจิต น่าจะเป็นการใช้จิตตานุภาพเคลือบแฝงบนกระบี่ยาวแล้วปล่อยการโจมตีออกไป แต่พลังที่ระเบิดออกมาในท้ายที่สุด หรือจะเป็นการใช้จิตตานุภาพผสมผสานกับปราณโลหิต?
แต่ทั้งสองอย่างจะผสมผสานกันได้ยังไง? มีเคล็ดลับอะไรไหม?”
ชายชุดเขียวไม่ได้พูดอะไร ทำได้แค่ให้เฉินจั๋วเดาเอาเองในใจ
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะคิดตก ภาพตรงหน้าก็กลับมามีสีสันอีกครั้ง เสียงของฟ้าดินก็ดังเข้าหู
เบื้องล่าง
สัตว์อสูรระดับสองยี่สิบกว่าตัวแยกเขี้ยวยิงฟัน หมายจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ
ในวินาทีความเป็นความตาย ในหัวของเฉินจั๋วก็ปรากฏภาพหนึ่งกระบี่ของชายชุดเขียวที่เพิ่งได้ “เห็น” ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาสูดหายใจลึก เลียนแบบท่าทางของชายชุดเขียว
เท้าเหยียบย่างก้าว
จิตตานุภาพถ่ายเทเข้าสู่กระบี่มือขวา พร้อมกันนั้นทุ่มเทพลังทั้งหมดส่งปราณโลหิตจากชีพจรเริ่นตู เข้าสู่กระบี่ยาว
ตูม!
วินาทีถัดมา ปราณโลหิตอันมหาศาลดูเหมือนจะถูกปลุกเร้า พร้อมกันนั้นพลังจิตที่สูงถึง 6 เฮิรตซ์ก็ถูกกระตุ้น
กลางอากาศ กระบี่ของเฉินจั๋วดุจสายฟ้า ฟันลงมา!
ฉัวะ!
เบื้องล่าง สัตว์อสูรยี่สิบกว่าตัวการเคลื่อนไหวแข็งทื่อไปชั่วขณะ สัญชาตญาณดิบทำให้แววตาพวกมันฉายแววหวาดกลัว สัตว์อสูรบางตัวคิดจะหันหลังหนี ทว่า... สายไปแล้ว! กระบี่ฟันลงมาแล้ว
ฉัวะ!
ในขณะที่จิตตานุภาพสะกดข่มสัตว์อสูรไว้ คมกระบี่ก็กวาดผ่านสัตว์อสูรหลายตัว ปราณโลหิตมหาศาลในกายเปลี่ยนเป็นรังสีสังหาร สัตว์อสูรเหล่านี้แทบไม่มีแรงต้านทาน สิ้นใจในพริบตา
พร้อมกันนั้น ปลายเท้าเฉินจั๋วแตะที่หัวสัตว์อสูรตัวหนึ่ง ลงสู่พื้นด้านหลังห่างไปห้าหกเมตร
หนึ่งกระบวนท่า สังหารสัตว์อสูรระดับสองหกตัว!
คมกระบี่ยังคงมีเลือดหยดลงมา เฉินจั๋วยืนอยู่บนพื้น สายตาคมกริบ
ด้านหลังเขา
จอมยุทธ์แทบทุกคนสายตาเหม่อลอย สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เมื่อกี้ท่านั้น?”
“นั่นวิชากระบี่อะไร?”
“แกร่ง... เกินไปแล้ว”
นั่นมันการรุมล้อมของสัตว์อสูรระดับสองยี่สิบกว่าตัวเชียวนะ! พวกเขาทุกคนเดิมทีคิดว่า เฉินจั๋วจอมยุทธ์ระดับหนึ่งตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตแบบนั้น ไม่ตายก็ต้องสาหัส
โดยเฉพาะเฉินจั๋วอยู่กลางอากาศ ไม่สามารถยืมแรงหลบหลีกหรือหนีได้เลย
แต่ทุกคนคิดไม่ถึง เพียงแค่พริบตาเดียว เฉินจั๋วกลับปล่อยหนึ่งกระบี่ที่น่าตื่นตะลึงขนาดนี้ออกมาได้!
หนึ่งกระบี่นั้น... ภาพที่เฉินจั๋วฟันกระบี่เมื่อครู่ฉายซ้ำในหัวทุกคน ยังคงระงับความสั่นไหวในใจไม่อยู่
งดงาม!
งดงามจนน่าตื่นตะลึง!
ผีเหิงหยางเบิกตากว้าง พึมพำว่า “หนึ่งกระบี่ฆ่าสัตว์อสูรระดับสองหกตัว? นี่มันสัตว์ประหลาดอะไรวะ? เฉินจั๋วโดนผีสิงหรือเปล่า?”
เหลยลี่ที่กำลังจะพุ่งเข้าไปช่วย ถอยกลับมา พยักหน้าเห็นด้วย “มีเหตุผล”
สัตว์อสูรระดับสองไม่ใช่ผักกาดขาว เมื่อครู่พวกเขาร่วมมือกันห้าคน ทุ่มสุดตัว แถมสี่คนบาดเจ็บสาหัส ถึงจะฆ่าสัตว์อสูรระดับสองไปได้ห้าตัว
ผลคือตอนนี้เฉินจั๋วท่าเดียวเก็บไปหกตัว?
เฉินจั๋วไม่ได้มองสายตาที่ยำเกรงและตกตะลึงของจอมยุทธ์รอบข้าง แววตาเขาฉายความตื่นเต้น ในใจปั่นป่วน “ฮ่าฮ่า ผิดแล้ว! เส้นทางเมื่อก่อนผิดหมด! กระบี่คู่? การโจมตีด้วยกระบี่ยาวสองเล่มดูเหมือนจะเพิ่มพลัง แต่กลับทำให้สมาธิและพลังของฉันกระจายออก มีแต่รวมจิตและพลังไว้ที่กระบี่เล่มเดียว ถึงจะแสดงอานุภาพสูงสุดออกมาได้
หนึ่งวินาทีสิบห้ากระบี่?
หนึ่งวินาทียี่สิบกระบี่?
ไร้ประโยชน์! ทั้งหมดเป็นแค่เทคนิคลูกเล่น!
เรื่องที่จบได้ด้วยหนึ่งกระบี่ ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองลูกเล่นแพรวพราวขนาดนั้น การฟันกระบี่ซ้ำไปซ้ำมา มีแต่จะเปลืองแรงเปล่า”
หนึ่งกระบี่ สังหารสัตว์อสูรหกตัว แต่ดูเหมือนจะผ่าหมอกควันที่ขวางอยู่เบื้องหน้าเขาออกด้วย ทำให้เฉินจั๋วมองเห็นวิถีแห่งกระบี่ชัดเจนขึ้น
วิถีแห่งกระบี่ มีเพียงความชำนาญ ความตั้งใจ และสมาธิ!
“แต่ตอนนี้การออกกระบี่ของฉัน ยังห่างชั้นกับการออกกระบี่ที่ไร้กลิ่นอายมนุษย์ของชายชุดเขียวในพื้นที่เสมือนจริงราวฟ้ากับเหว แถมการควบคุมพลังยังทำได้ไม่ดี ท่าเมื่อกี้ เล่นเอาปราณโลหิตในตัวฉันเกือบเกลี้ยง ต่อไป ต้องฝึกฝนให้หนัก!”
เขาลอบตระหนกในใจ
ปราณโลหิตในตัวเขาหนาแน่นแค่ไหน มีแต่ตัวเขาเองที่รู้ เกรงว่าจอมยุทธ์ทั่วไปสิบคนรวมกันยังสู้เขาไม่ได้ แต่หนึ่งกระบี่นั้น กลับผลาญปราณโลหิตเขาไปเกือบหมด
“นั่นสินะ พื้นที่เสมือนจริงไม่สอนวิชากระบี่ให้ฉันก่อนหน้านี้ มีเหตุผลจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่การผลาญปราณโลหิตของท่านี้ ถ้าตอนเป็นว่าที่จอมยุทธ์ฉันเรียนท่านี้ไป ก็คงใช้ไม่ได้อยู่ดี ขืนใช้ไป ดีไม่ดีตัวคงแห้งเป็นซากศพ”
เฉินจั๋วเก็บกระบี่มือซ้าย มือขวาถือกระบี่ยาวพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรต่อ
ฟัน!
การรุกรานทั้งทางจิตและปราณโลหิต ทำให้สัตว์อสูรระดับสองที่พุ่งเข้ามาตัวหนึ่งตายคาที่ ส่วนตัวเขาใช้ท่าร่างบิดตัวกลางอากาศอย่างพิสดาร หลบการโจมตีของสัตว์อสูรตัวอื่น
“คิดไม่ถึง เรียนรู้เพลงกระบี่เจ็ดดารากระบวนท่าที่หนึ่งแล้ว แม้แต่วิชาท่าร่างก็พัฒนาขึ้นไม่น้อย”
เขาสะใจอย่างที่สุด
พร้อมกันนั้นก็ล้วงยาเม็ดปราณโลหิตออกมาจากตัวกลืนลงไปหนึ่งเม็ด
หือ?
ไม่พอ?
ยาเม็ดปราณโลหิตลงท้อง ยังเติมปราณโลหิตในชีพจรเริ่นตูของเขาได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบ
“เชี่ย!”
เฉินจั๋วใจกระตุก รีบกำยาเม็ดปราณโลหิตกว่าสิบเม็ดกินเข้าไป ถึงจะรู้สึกว่าปราณโลหิตในร่างกายฟื้นฟูขึ้นมาพอสมควร
“บัดซบ... นึกว่าพอเป็นจอมยุทธ์แล้ว อาศัยปราณโลหิตที่หนาแน่นในกาย ต่อไปคงไม่ต้องพึ่งยาประทังชีวิตอีก ผลคือกินหนักกว่าเดิมซะงั้น?”
ทีนี้ล่ะ ได้ฉายาจอมมารนักพี้... เอ้ย นักกินยาเต็มตัวแน่
เพลงกระบี่เจ็ดดารา แม้พลังทำลายล้างจะสูง แต่ก็หมายถึงการเผาผลาญที่สูงเช่นกัน
ถ้าเป็นจอมยุทธ์คนอื่น ใครจะไปจ่ายไหว?
มีแต่เฉินจั๋วเท่านั้น
หลังเติมปราณโลหิตแล้ว เฉินจั๋วก็กลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง แม้จิตตานุภาพของเขาจะถูกเผาผลาญไปมหาศาลเช่นกัน แต่สำหรับเขาแล้วถือว่าเล็กน้อย
“ฆ่า!”
“ตาย!”
เฉินจั๋วเคลื่อนไหวไปทั่ว สัตว์อสูรระดับสองที่เหลือ แม้แต่ชายเสื้อเขาเล็บก็ยังไม่ได้สัมผัส แต่ขอเพียงเขาออกกระบี่ ต้องมีสัตว์อสูรระดับสองตายหนึ่งตัวแน่นอน
เร็ว! แม่น! แรง!
ไม่ถึงสิบนาที สัตว์อสูรระดับสองยี่สิบกว่าตัวถูกเขาสังหารจนเกลี้ยง แต่เฉินจั๋วไม่พักแม้แต่วินาทีเดียว ถือกระบี่พุ่งเข้าใส่ฝูงสัตว์อสูรระดับหนึ่ง
ตอนเป็นว่าที่จอมยุทธ์ เฉินจั๋วก็ฆ่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งได้แล้ว ตอนนี้เฉินจั๋วเลื่อนเป็นจอมยุทธ์ แถมยังเข้าใจเพลงกระบี่เจ็ดดาราหนึ่งกระบวนท่า ดังนั้นเฉินจั๋วในตอนนี้ จึงไร้ผู้ต่อกร
ฆ่าสัตว์อสูรเหมือนเชือดไก่!
ที่ใดที่ผ่านไป สัตว์อสูรระดับหนึ่งล้มตายเป็นเบือ
ข้างๆ
ผีเหิงหยางพูดอย่างเหม่อลอย “จะมีพวกเราไว้ทำไม? เขาคนเดียวก็พอแล้วมั้ง”
เหลยลี่เอ่ยเสียงขรึม “สัตว์อสูร ไม่ใช่คนคนเดียวจะฆ่าหมดได้หรอกน่า”
ใบหน้าหยางนี่ฉายแววตกตะลึง “ปราณโลหิตในกายเฉินจั๋วหนาแน่นเกินไปแล้ว ยังมีการโจมตีทางจิตอีก แถมเมื่อกี้ดูเหมือนเขาจะบรรลุวิชากระบี่กะทันหัน ทำให้พลังการต่อสู้ของเขาคนเดียว เก่งกว่าจอมยุทธ์ระดับหนึ่งสิบคนรวมกันเสียอีก
แน่นอน ที่สำคัญที่สุดคือเขามีพรสวรรค์ในการดูดซับยาอย่างรวดเร็ว สามารถใช้ยาเติมปราณโลหิตได้อย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าตราบใดที่จิตตานุภาพเขาไม่หมด อย่าว่าแต่จอมยุทธ์ระดับหนึ่งเลย จอมยุทธ์ระดับสองเขาก็ไม่ต้องเห็นอยู่ในสายตา เมื่อกี้ที่เขาฆ่าสัตว์อสูรระดับสองยี่สิบกว่าตัวได้ คือบทพิสูจน์ฝีมือ ยกเว้นแต่สัตว์อสูรระดับสามจะมา...”
หยางนี่ยังจะพูดต่อ
ผีเหิงหยางตวาดลั่น “เชี่ย ปากพาซวย!”
เห็นเพียงไกลออกไป หมาป่าจันทราทมิฬเห็นการกระทำของเฉินจั๋ว ทันใดนั้นก็เริ่มแหงนหน้าคำรามอีกครั้ง
ทุกคนนึกว่าหมาป่าจันทราทมิฬจะเรียกพวกมาอีก แต่วินาทีถัดมา สัตว์อสูรระดับสามตัวนี้ที่มีขนาดสูงถึงครึ่งคน ก็พุ่งเข้าใส่เฉินจั๋วอย่างรุนแรง!
มัน อยากจะฆ่ามนุษย์ที่น่ารังเกียจคนนี้ด้วยมือตัวเอง
“อะไรนะ?”
“มันมาแล้ว!”
“สกัดมันไว้สิ!”
“สกัดไม่ได้หรอก ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ระดับสอง ก็ทนกรงเล็บของหมาป่าจันทราทมิฬทีเดียวไม่ได้”
ผัวะ!
ระหว่างทาง กรงเล็บยักษ์ของหมาป่าจันทราทมิฬตบจอมยุทธ์สองคนกระเด็น พลังมหาศาลบดขยี้กระดูกทั่วร่างพวกเขาในพริบตา จอมยุทธ์สองคนนั้นสิ้นใจโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
“หมาป่าจันทราทมิฬ?”
แววตาเฉินจั๋วระเบิดจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ “ทุกคนหลีกไป ผมจะลองเชิงไอ้เดรัจฉานนี่เอง!”
ระดับหนึ่งข้ามสองขั้นใหญ่ สู้กับสัตว์อสูรระดับสาม!
ช่างห้าวหาญนัก!
จอมยุทธ์คนอื่นมองดูด้วยความเลือดพล่าน
เฉินจั๋วโคจรปราณโลหิต ถือกระบี่ปะทะเข้าไป
“บรู๊ววว~~~”
ความเร็วของสัตว์อสูรระดับสาม เร็วถึงขีดสุด ห่างจากเฉินจั๋วอีกหลายสิบเมตร หมาป่าจันทราทมิฬก็กระโดดลอยตัว พุ่งเข้าใส่เฉินจั๋ว
เฉินจั๋วใจหายวาบ
ระดับที่ต่างกัน หมายถึงคุณภาพฝีมือที่ก้าวกระโดดจริงๆ เมื่อเทียบกับสัตว์อสูรระดับสอง ความเร็วและพละกำลังของหมาป่าจันทราทมิฬเพิ่มขึ้นแทบจะเท่าตัว อยู่ห่างตั้งไกล เขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอึดอัดที่พุ่งเข้าใส่หน้า
“ความเร็วน่าจะเกิน 50 เมตร/วินาที พละกำลังอย่างต่ำหลายตัน! ขอแค่โดนมันโจมตีตรงๆ ไม่ตายก็คางเหลือง!”
ข้อมูลการประเมินชุดหนึ่งปรากฏขึ้นในใจเฉินจั๋ว
นี่คือความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับสามสินะ?
แข็งแกร่ง คือปฏิกิริยาแรกในใจเฉินจั๋ว แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่ใช่เพราะฝีมือและระดับที่กดข่ม หมาป่าจันทราทมิฬจะสั่งการสัตว์อสูรระดับสองและหนึ่งจำนวนมากให้ขายชีวิตเพื่อมันได้ยังไง?
แต่ไม่นานใจเขาก็ลุกโชน
แข็งแกร่ง? ยิ่งดี! วันนี้เขาจะใช้ฝีมือระดับหนึ่งขั้นต้น มาสู้กับสัตว์อสูรระดับสามดูสักตั้ง!
สัตว์อสูรระดับสองกดดันเขาไม่ได้แล้ว มีแต่ระดับสามเท่านั้น!
(จบแล้ว)