- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปฝึกยุทธ์ในโลกจีนกำลังภายในบนโลกยุคปัจจุบัน
- บทที่ 110 - ร่ำรวยแล้ว
บทที่ 110 - ร่ำรวยแล้ว
บทที่ 110 - ร่ำรวยแล้ว
บทที่ 110 - ร่ำรวยแล้ว
ณ ห้องเฝ้าระวัง เมืองหรงเฉิง
หัวหน้าเหอและลี่หง ต่างจ้องหน้ากันเลิ่กลั่ก ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังไม่มีใครเอ่ยปาก
ส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
การสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้ พวกเขาคาดการณ์ความเป็นไปได้ไว้เกือบทุกอย่าง เช่น: มีคนโดดเด่นเหนือใครในการต่อสู้, ผู้เข้าสอบบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก, การสอบยุติก่อนกำหนด... และความเป็นไปได้อื่นๆ อีกสารพัด
เจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนรับมือสำหรับทุกสถานการณ์ไว้อย่างครบถ้วน
แต่ทว่า
พวกเขาไม่เคยคาดฝันมาก่อนเลยว่า จะเกิดฉากตรงหน้านี้ขึ้น
หัวหน้าเหอกัดฟันกรอด "นี่มันเหลวไหลสิ้นดี! เขาเห็นการสอบเกาเค่าเป็นอะไร? สอบภาคปฏิบัติอยู่แท้ๆ แต่เขากลับตั้งแผงขายสัตว์อสูรหน้าตาเฉย ขืนเป็นแบบนี้ การสอบภาคปฏิบัติจะยังมีความหมายอะไร? แถมยังไม่ยุติธรรมกับผู้เข้าสอบคนอื่นด้วย!"
ลี่หงถอนสายตาจากจอมอนิเตอร์อย่างยากลำบาก แม้จะรู้สึกว่าเรื่องนี้มันบ้าบอ แต่เขากลับรู้สึกขำมากกว่า "เจ้าเด็กนี่ มันช่าง... ก่อเรื่องเก่งจริงๆ"
หัวหน้าเหอแค่นเสียง "ไม่ใช่แค่ก่อเรื่องนะ แบบนี้มันทำลายกระบวนการสอบภาคปฏิบัติทั้งหมดจนพังพินาศ ไม่ได้การ ผมต้องรีบไปห้าม ไม่อย่างนั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่"
หากเป็นผู้เข้าสอบคนอื่นทำเรื่องแบบนี้ หัวหน้าเหอคงส่งคนไปลากคอออกจากสนามสอบไปนานแล้ว แต่เฉินจั๋วแตกต่างออกไป แม้แต่หัวหน้าเหอ เมื่อเผชิญหน้ากับผู้เข้าสอบพิเศษอย่างเฉินจั๋ว ก็ทำได้เพียงส่งคนไปตักเตือน ไม่สามารถใช้อำนาจกดข่มได้
ลี่หงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า "หัวหน้าเหอ ผมว่าไม่จำเป็นต้องไปยุ่งหรอกครับ"
หัวหน้าเหอชะงัก "ทำไมล่ะ?"
ลี่หงกล่าว "ข้อแรก การสอบภาคปฏิบัติไม่ได้ห้ามผู้เข้าสอบซื้อขายสัตว์อสูร ในเมื่อคนหนึ่งมีความสามารถ อีกคนมีเงิน ทำไมจะซื้อขายกันไม่ได้? ข้อสอง ข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับการสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้คือ 'ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ' เว้นแต่เกิดเหตุฉุกเฉิน คำว่าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติคืออะไร? คือการปล่อยมือและพยายามอย่าเข้าแทรกแซงการกระทำใดๆ ของผู้เข้าสอบ ข้อสาม ในฐานะกรรมการคุมสอบ กฎการให้คะแนนที่ผมได้รับมาคือ คำนวณจากสัตว์อสูรที่มีอยู่ในมือตอนสุดท้ายและสัดส่วนคะแนน ส่วนใครจะเป็นคนฆ่าสัตว์อสูรนั้นไม่สำคัญ มิฉะนั้นการต่อสู้แบบทีมในการสอบเกาเค่าก็จะไร้ความหมาย หมายความว่า สุดท้ายซากต่อเสือปีกทองอยู่ในมือใคร คะแนนก็ย่อมเป็นของคนนั้น"
"แต่ว่า..."
หัวหน้าเหอยังรู้สึกไม่เหมาะสม "นี่มันต่อเสือปีกทองตั้งสองร้อยกว่าตัวนะ ทั้งเขตอันตรายรวมกันยังไม่มีสัตว์อสูรระดับ B เยอะขนาดนี้ ถ้าเฉินจั๋วขายออกไปหมด การสอบของเมืองหรงเฉิงจะกลายเป็นเรื่องตลกเอาได้นะ"
"กลายเป็นเรื่องตลก? เป็นไปไม่ได้หรอกครับ!"
ลี่หงส่ายหน้า "ผมว่าคุณยังไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของกระทรวงศึกษาธิการในการจัดการสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้"
"โอ้?"
หัวหน้าเหอขมวดคิ้วครุ่นคิด
เขาเป็นเพียงหัวหน้าผู้รับผิดชอบการเฝ้าระวังและกู้ภัย ส่วนลี่หงเป็นตัวแทนจากมหาวิทยาลัยวรยุทธ์เจียงหนาน วิสัยทัศน์ย่อมกว้างไกลกว่าเขามาก เพราะเหตุนี้ ลี่หงจึงถูกส่งมาเป็นกรรมการคุมสอบที่มีอำนาจตัดสินคะแนนขั้นสุดท้าย ส่วนอำนาจของเขาจำกัดอยู่แค่การเฝ้าระวังและรับผิดชอบความปลอดภัยเท่านั้น
เขาคิดสักพัก "ขอฟังรายละเอียดหน่อย"
ลี่หงกล่าวเสียงขรึม "การสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้ เป้าหมายหลักของกระทรวงศึกษาธิการคือการคัดกรองบุคลากร และบุคลากรไม่ได้แสดงออกแค่จากคะแนนเท่านั้น แต่ยังมีด้านอื่นๆ อีกมากมาย หากเฉินจั๋วสามารถหาเงินก้อนโตจากการขายสัตว์อสูรได้ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความสามารถ เพราะต้องมีฝีมือถึงจะทำได้ ส่วนผู้เข้าสอบคนอื่นใช้เงินซื้อสัตว์อสูร ก็ถือเป็นความสามารถชนิดหนึ่งเช่นกัน"
"กฎระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับการสอบภาคปฏิบัติครั้งนี้ผ่อนปรนมาก คือต้องการให้ผู้เข้าสอบไม่ยึดติดกับการสอบ แต่ใช้ความสามารถของตนเองในสถานการณ์จริงเพื่อกอบโกยผลลัพธ์และผลประโยชน์สูงสุด"
"พักเรื่องพวกนี้ไว้ก่อน"
"คุณสังเกตเห็นรายละเอียดจุดหนึ่งไหม?"
"ตอนที่เฉินจั๋วขายต่อเสือปีกทอง เขาตั้งเงื่อนไขว่า 'จำกัดการซื้อได้คนละหนึ่งตัว' เขาเป็นคนฉลาด เพราะเงื่อนไขนี้สำคัญมาก ถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ บางทีผมและกรรมการคนอื่นอาจต้องเข้าไปแทรกแซง แต่ในเมื่อมีเงื่อนไขนี้ ก็หมายความว่าต่อให้คุณมีเงินมากแค่ไหน คุณก็ได้คะแนนเพิ่มเพียง 50 คะแนน ซึ่งมากกว่าการล่าสัตว์อสูรระดับ C หนึ่งตัวแค่ 10 คะแนนเท่านั้น คะแนนเท่านี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้เข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์ชั้นนำได้ แต่ทำได้เพียงสอบเข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์ทั่วไปเท่านั้น ด้วยวิธีนี้ นักเรียนที่ผลการเรียนดีอยู่แล้วก็จะยังคงรักษาความได้เปรียบไว้ได้ ไม่ทำลายสมดุล"
"และอีกอย่าง หากถอยออกมามองในมุมกว้าง นักเรียนที่มีเงินซื้อสัตว์อสูรระดับ B จนสอบติดมหาวิทยาลัยวรยุทธ์ได้ ก็ต้องมีชีวิตรอดไปเสวยสุขให้ได้ด้วย คุณคิดจริงหรือว่าเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์แล้วจะได้อำนาจและสถานะมาง่ายๆ? ไม่มีทางหรอก ถึงตอนนั้นหากทางมหาวิทยาลัยส่งตัวไปฝึกในเขตหวงห้าม นั่นก็คือการไปหาที่ตายชัดๆ ถ้าไม่มีฝีมือจริงๆ ต่อให้ใช้เงินยัดเข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์ได้ ก็เป็นเพียงการไปส่งชีวิตทิ้งเปล่าๆ"
"ส่วนเรื่องความไม่ยุติธรรมกับผู้เข้าสอบบางคน? โลกนี้ไม่มีความยุติธรรมที่แท้จริงอยู่แล้ว"
"การสอบเกาเค่าก็เป็นเช่นนี้"
"ชีวิตจริงยิ่งเป็นเช่นนี้"
"แน่นอนว่า เจ้าหมอเฉินจั๋วล่าสัตว์อสูรระดับ B มาได้เยอะเกินไปจริงๆ ผมและกรรมการคนอื่นๆ จะต้องกำหนดมาตรการควบคุมบางอย่างในขั้นตอนสุดท้าย ส่วนรายละเอียดการดำเนินการนั้น รอให้การสอบภาคปฏิบัติจบลงก่อนแล้วค่อยมาหารือกัน"
หัวหน้าเหอไตร่ตรองดู "ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า เราไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของเฉินจั๋วใช่ไหม?"
"ไม่ต้องยุ่งครับ!"
ลี่หงตัดสินใจเด็ดขาด
เหตุผลที่เขากล้าตัดสินใจเช่นนี้ เพราะเขารู้ดีว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน หัวเซี่ยให้ความสำคัญและโหยหาอัจฉริยะมากเพียงใด ต้นกล้าที่มีคุณสมบัติเป็นอัจฉริยะระดับแนวหน้าอย่างเฉินจั๋ว ต่อให้เขาจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในสนามสอบภาคปฏิบัติของเมืองหรงเฉิง ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการก็คงไม่เข้ามาแทรกแซง
เผลอๆ พวกเขาอาจจะยินดีด้วยซ้ำ
เพราะความสำคัญของอัจฉริยะระดับแนวหน้าเพียงคนเดียว มีค่ามากกว่าคะแนนของผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ในเมืองหรงเฉิงรวมกันหลายพันคนเสียอีก
...
...
เขตพื้นที่รกร้าง สนามสอบภาคปฏิบัติ
ในตอนนี้ทั่วทั้งสนามสอบต่างตกอยู่ในสภาวะเดือดพล่าน
"ได้ยินหรือเปล่า? ที่ประตูทางเข้าหมายเลขสามมีคนขายสัตว์อสูรระดับ B ด้วยนะ"
"เชี่ย มีคนขายของแบบนี้ด้วยเหรอ? คนคนนั้นโง่หรือเปล่า สัตว์อสูรระดับ B ไม่เก็บไว้เองแต่ดันเอามาขายหน้าตาเฉย? เขาไม่อยากสอบติดมหาวิทยาลัยวรยุทธ์แล้วหรือยังไง?"
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ได้ยินว่าเขาฆ่าสัตว์อสูรระดับ B ได้เยอะมากเลยล่ะ"
"เยอะขนาดไหนกัน? สักสิบตัวได้ไหม?"
"ไม่ใช่ สองร้อยกว่าตัวเลยต่างหาก!"
"..."
ผู้เข้าสอบต่างพากันมารวมตัวและวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
ส่วนพวกสัตว์อสูรน่ะหรือ?
สัตว์อสูรระดับ C ในเขตทั่วไปเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของต่อเสือปีกทองสองร้อยกว่าตัว ต่างก็พากันหลบมุมตัวสั่นงันงก ไหนเลยจะกล้าโผล่หัวออกมา!
"เชี่ย ฆ่าสัตว์อสูรระดับ B ไปสองร้อยกว่าตัว? ผู้เข้าสอบคนนั้นมีที่มายังไงกันแน่?"
"ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะกวาดล้างรังต่อเสือปีกทองมาทั้งรังเลยล่ะ ฝีมือระดับนี้ เกรงว่าคงถึงระดับจอมยุทธ์แล้วกระมัง"
"เมื่อกี้ฉันยังได้ยินมาว่า เซียวไห่อัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองหรงเฉิงคนก่อน ยังเรียกคนคนนั้นว่าพี่เลยนะ"
"แต่ว่าต่อเสือปีกทองที่เขาขายนั้นแพงมากเลยนะ ตัวละสองแสนหยวน"
"สองแสนหยวนยังจะบ่นแพงอีกเหรอ? ปีที่แล้วมหาวิทยาลัยวรยุทธ์แห่งหนึ่งมีข่าวฉาวเรื่องการขายโควตาเข้าเรียนในราคาเป็นล้าน นั่นเป็นแค่มหาวิทยาลัยวรยุทธ์ที่ธรรมดาที่สุดนะ ถ้าฉันจ่ายแค่สองแสนแล้วมีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยวรยุทธ์ ต่อให้ต้องทุบหม้อข้าวขายสมบัติฉันก็ยอม"
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ เราจะมัวมาจมปลักอยู่ในเขตพื้นที่รกร้างนี้ทำซากอะไรกันล่ะ? ยังไงฉันก็ไม่มีปัญญาฆ่าสัตว์อสูรได้เองอยู่แล้ว รีบไปดูกันเถอะ"
"ฉันไปด้วย..."
"ไป ไปด้วยกันเลย"
ผู้เข้าสอบจำนวนนับไม่ถ้วนเริ่มมุ่งหน้ามารวมตัวกันที่ประตูทางเข้าหมายเลขสาม
ในเวลาเพียงไม่นาน จำนวนคนก็พุ่งเกินร้อย
จนถึงตอนนี้ เฉินจั๋วถึงเพิ่งค้นพบว่า ผู้เข้าสอบที่ทางบ้านมีฐานะร่ำรวยนั้นมีมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนัก เบื้องหน้าของเขามีแถวที่ยาวเหยียดต่อคิวรอซื้อต่อเสือปีกทอง
เงินสองแสนหยวนแลกกับตั๋วเข้าลุ้นในมหาวิทยาลัยวรยุทธ์ นอกจากพวกที่มั่นใจในฝีมือตัวเองสุดๆ กับพวกที่ทางบ้านยากจนจริงๆ แล้ว หลายคนต่างก็ยอมที่จะเสี่ยงดวงดูสักครั้ง
หลิวหัวตะโกนเสียงดัง "เข้าแถวให้เรียบร้อย! ใครแซงคิวจะถูกตัดสิทธิ์ในการซื้อทันที! อีกอย่างผมต้องเตือนทุกคนไว้ก่อน แต่ละคนซื้อต่อเสือปีกทองได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น และห้ามนำไปขายต่อเด็ดขาด ทางเรามีการบันทึกวิดีโอและพิมพ์ลายนิ้วมือทำสัญญาไว้ หากพบว่าใครนำไปขายต่อ จะถูกปรับเป็นสิบเท่า!
วิธีการชำระเงิน: โอนผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น สองแสนหยวนงดเชื่อเบื่อทวง ใครยังตัดสินใจไม่ได้ สามารถยืมโทรศัพท์โทรหาพ่อแม่ก่อนได้ ตัดสินใจได้แล้วค่อยจ่ายเงิน ยื่นหมูยื่นแมวกันตรงนี้เลย"
สถานการณ์วุ่นวายโกลาหลอย่างยิ่ง
อย่างกับตลาดนัดสดๆ เลยทีเดียว
ทำเอากรรมการคุมสอบที่อยู่ด้านนอกและคนที่เฝ้าหน้าจอมอนิเตอร์ต่างพากันมุมปากกระตุกเป็นแถบ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"นี่ยังเป็นการสอบภาคปฏิบัติอยู่ไหมเนี่ย?"
"ไหนล่ะความโหดร้าย ความเย็นชา และความกดดันที่ควรจะมี?"
"ผู้เข้าสอบคนนี้... เฮ้อ"
"โชคดีที่การสอบเกาเข่ามีเพียงครั้งเดียวในชีวิต ไม่อย่างนั้นเราคงต้องขึ้นบัญชีดำเขาไว้อย่างแน่นอน"
อารมณ์ของบรรดาเจ้าหน้าที่และกรรมการคุมสอบนั้นยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะเฉินจั๋วเจ้าหมอนี่มันเจ้าเล่ห์เกินไป สิ่งที่เขาทำแต่ละอย่างมันชวนให้พวกเขาโมโหจนฟันออกปาก แต่ดันไม่แตะต้องเส้นตายของกฎการสอบเลยสักนิด พวกเขาจึงทำได้เพียงมองดูเจ้าเด็กคนนี้ปั่นป่วนการสอบที่แสนจะจริงจังและเคร่งขรึมจนเละเทะไม่มีชิ้นดี
สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ
ในเวลานี้ เฉินจั๋วคอยจับตาดูเวลาที่ผ่านไปอยู่ตลอด
จิตใจของเขาตื่นเต้นระทึกขวัญเป็นอย่างยิ่ง
"หนึ่งนาที สองนาที... นับตั้งแต่ผมปล่อยข่าวเรื่องการตั้งแผงขายออกไป ผ่านไปสิบกว่านาทีแล้ว ด้วยกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ทั่วทุกที่และการตอบสนองของกรรมการคุมสอบ หากพวกเขาจะห้ามผมซื้อขายต่อเสือปีกทอง ป่านนี้คงโผล่มาห้ามแล้ว แต่จนถึงตอนนี้กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ นั่นย่อมแสดงว่า พวกเขาจะไม่เข้ามาแทรกแซงการกระทำของผม"
หัวใจที่เคยแขวนอยู่บนเส้นด้ายของเขาก็ได้วางลงเสียที
ตามมาด้วยความตื่นเต้นดีใจมหาศาล "ผมจะรวยเละแล้ว!"
(จบแล้ว)