- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นซุปตาร์บ้านแตก ถึงผมจะเลว แต่เพลงผมเพราะนะ
- บทที่ 22 [ภารกิจหลักสายใหม่]
บทที่ 22 [ภารกิจหลักสายใหม่]
บทที่ 22 [ภารกิจหลักสายใหม่]
บทที่ 22 [ภารกิจหลักสายใหม่]
[เจียงหยวนเป็นใครมาจากไหน ฝีมือแค่นั้นกล้ามาเทียบรุ่นกับเสียวหมิงของพวกเรา]
[จะอวยอะไรไม่อวย ดันมาอวยเรื่องเนื้อร้อง คิดว่ารางวัล Golden Melody สาขาแต่งเพลงยอดเยี่ยมของเสียวหมิงได้มาเพราะโชคช่วยเหรอ?]
[รายการยังไม่ทันฉาย ก็เริ่มอวยไส้แตกกันแล้ว]
[เจียงหยวนได้ที่หนึ่ง? ตลกน่า ร้องเพลงแบบนั้นเนี่ยนะ?]
[รายการยังไม่ประกาศอะไรเลย อย่าเพิ่งมโน]
แฟนคลับของเสียวหมิงบุกยึดคอมเมนต์ยอดนิยมในกระทู้อย่างรวดเร็ว แฟนคลับบางคนถึงขนาดขุดคลิปรวมช็อตร้องเพี้ยนของเจียงหยวนในอดีตมาแปะประจานในคอมเมนต์เพื่อดิสเครดิต
ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่เจียงหยวนยังไม่ ‘บ้านแตก’ คอมเมนต์คงไม่โดนคุมเบ็ดเสร็จขนาดนี้
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เจียงหยวนเสียฐานแฟนคลับสายปั่นยอดไปเกือบหมด ทำให้ไม่มีใครมาช่วยสู้รบตบมือในเรื่องการ ‘คุมคอมเมนต์’ ได้เลย
ต่อให้มีคอมเมนต์ที่ช่วยพูดแทนเจียงหยวนบ้าง แต่ก็โดนคลื่นแฟนคลับเสียวหมิงถมทับจนมิดในพริบตา
ความจริงแล้ว ประเด็นดราม่านี้น่าจะเป็นฝีมือการปั่นกระแสของทีมงานรายการ ‘คอนเสิร์ตเพลงรัก’ นั่นแหละ
ทิศทางการโปรโมทของรายการรอบนี้ คือการเสี้ยมให้เจียงหยวนกับเสียวหมิงดูเป็นคู่ปรับกันก่อนรายการฉาย
เรื่องพวกนี้ทำง่ายจะตาย แฟนคลับส่วนใหญ่อารมณ์อ่อนไหวอยู่แล้ว
แค่มีกระทู้เปิดประเด็นดราม่าหน่อยเดียว ก็จุดชนวนให้แฟนคลับหัวร้อนและออกมาตีกันได้ทันที
ตอนนี้แฟนคลับของเสียวหมิงเริ่มสติหลุดกันแล้ว การโปรโมทอย่างเป็นทางการยังไม่ทันเริ่ม แต่แฮชแท็กที่เกี่ยวข้องก็พุ่งขึ้นติดเทรนด์ Top 10 ไปเรียบร้อย
ทีมงานรายการยิ้มแก้มปริกับกระแสที่ได้มาฟรีๆ แบบนี้
เจียงหยวนเห็นดราม่าในเน็ตแล้วก็ได้แต่พูดไม่ออก
เขาอยู่ของเขาเฉยๆ แท้ๆ ไม่ได้ไปหาเรื่องใครเลย
แต่เจียงหยวนก็เข้าใจได้ไม่ยาก กระทู้นี้อยู่ดีๆ ก็ดังเปรี้ยงขึ้นมา แถมยังมีพวกเพจปั่นกระแสกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย ถ้าบอกว่าไม่มีคนอยู่เบื้องหลัง เจียงหยวนก็คงไม่เชื่อ
คิดไปคิดมา ก็คงหนีไม่พ้นรายการ ‘คอนเสิร์ตเพลงรัก’ นั่นแหละที่ซื้อเทรนด์นี้
เพราะตอนนี้ยิ่งเถียงกันเดือดเท่าไหร่ ผลเสียมันไม่ได้ตกอยู่ที่เจียงหยวน แต่มันจะไปตกที่เสียวหมิงต่างหาก
ตอนนี้แฟนคลับเสียวหมิงด่ากันสนุกปาก ดูเหมือนเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้ารายการฉายแล้วเจียงหยวนได้ที่หนึ่งจริงๆ ขึ้นมา...
ไอ้ที่พิมพ์ๆ ถมๆ กันไว้นั่น จะกลายเป็นเรื่องตลกทันที
เจียงหยวนไถดูสองสามกระทู้แล้วก็เลิกดู มีแต่คำด่าทอเต็มไปหมด ดูไปก็เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ
สถานการณ์ตอนนี้ รอให้รายการฉายเดี๋ยวความจริงก็ปรากฏเอง เจียงหยวนเลยไม่ร้อนใจอะไร
กลับกัน ทางฝั่งทีมงานของเสียวหมิงต่างหากที่เริ่มนั่งไม่ติด
จู่ๆ ก็ขึ้นเทรนด์แบบงงๆ พอกดเข้าไปดูก็เห็นแฟนคลับตัวเองกำลังกร่างไปทั่ว อวยเสียวหมิงซะจนแทบจะเป็นผู้นำวงการเพลงจีนอยู่แล้ว
ถ้าครั้งนี้เสียวหมิงได้ที่หนึ่งจริง ก็คงชมแฟนคลับว่าทำหน้าที่คุมสถานการณ์ได้ดี
แต่ความจริงคือมันไม่ใช่ไง! พอเห็นคอมเมนต์แฟนคลับตัวเองแบบนั้น เสียวหมิงแทบจะหัวใจวาย
“เร็ว! จ่ายเงินลบเทรนด์เดี๋ยวนี้!” เสียวหมิงสั่งการทันที ต้องรีบเอาลงก่อนที่กระแสมันจะระเบิดไปมากกว่านี้
หลังจากทีมงานยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินก้อนโตเพื่อกดกระแสลง เสียวหมิงถึงค่อยหายใจทั่วท้อง
ส่วนรายการ ‘คอนเสิร์ตเพลงรัก’ ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว ถึงกระแสจะซาลงเร็วไปหน่อย
แต่คนที่ตามรายการนี้อยู่ต้องเห็นดราม่านี้แน่นอน ทีนี้ทุกคนก็จะอยากรู้ว่าสรุปแล้วโชว์ของเสียวหมิงกับเจียงหยวนมันเป็นยังไงกันแน่ ความคาดหวังก็จะพุ่งสูงปรี๊ด
เมล็ดพันธุ์แห่งความอยากรู้ถูกฝังลงไปแล้ว เดี๋ยวพอรายการเริ่มโปรโมทจริงจัง กระแสมันต้องจุดติดขึ้นมาใหม่อย่างแน่นอน
เจียงหยวนวางมือถือ แล้วกลับไปนั่งหน้าโต๊ะเขียนหนังสือเพื่อปั่น ‘ป้อมปราการเซี่ยงไฮ้’ ต่อ งานนี้แทบไม่ต้องใช้สมอง เลยเขียนได้เร็วมาก
ผ่านไปแค่สองวัน เจียงหยวนก็เขียนส่วนที่เหลือของ ‘ป้อมปราการเซี่ยงไฮ้’ จนจบ
เขาตรวจทานคำผิดและส่วนที่ตกหล่นเป็นครั้งสุดท้าย จัดหน้ากระดาษให้เรียบร้อย แล้วส่งไฟล์ให้หยางเชา
หยางเชาได้รับไฟล์ตอนกลางคืน ซึ่งเลิกงานไปแล้ว
แต่เขาก็รีบมานั่งหน้าคอมแล้วเปิดอ่านทันที
หยางเชาไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ที่เจียงหยวนส่งต้นฉบับสมบูรณ์มาเร็วขนาดนี้
เพราะโครงการแฟนตาซีสตาร์ไลท์มันประกวดเรื่องสั้น คนที่ส่งงานคุณภาพระดับนี้มาได้ ส่วนใหญ่ก็ต้องเตรียมตัวมาดีอยู่แล้ว
บวกกับเวลาคัดเลือกรอบแรกเหลืออีกไม่มาก หยางเชาเลยเดาว่าเรื่องนี้น่าจะเขียนเสร็จตั้งนานแล้ว สองวันนี้คงแค่เอามาเกลาใหม่เฉยๆ
สองวันก่อนเพิ่งอ่านช่วงต้นไป หยางเชาต่อติดเรื่องราวได้อย่างรวดเร็วและจมดิ่งไปกับเนื้อหาในนิยาย
กว่าจะอ่านจบก็ปาเข้าไปดึกดื่น หยางเชาจุดบุหรี่สูบ พลางคิดว่า ‘ป้อมปราการเซี่ยงไฮ้’ เผลอๆ จะขายดีระเบิดระเบ้อ
ถึงเรื่องนี้จะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว้าวถึงขั้นตะลึง แต่มันก็เป็นนิยายน้ำดีเรื่องหนึ่งแน่นอน
แถมตอนอ่าน หยางเชาก็มีภาพแล่นเข้ามาในหัวตลอดเวลา จริงอย่างที่เฉียนหางบอก เรื่องนี้เหมาะเอาไปทำหนังมาก
เหตุผลที่มีนักเขียนดาหน้ากันส่งผลงานเข้าประกวดเวทีนี้ นอกจากรางวัลการันตีตีพิมพ์แล้ว
ผลงานที่ได้รับรางวัลยังมีโอกาสสูงมากที่จะถูกนายทุนซื้อลิขสิทธิ์ไปทำบทภาพยนตร์ ซึ่งค่าลิขสิทธิ์ตรงนั้นต่างหากที่เป็นเงินก้อนโต
หยางเชามั่นใจว่าถ้า ‘ป้อมปราการเซี่ยงไฮ้’ ได้รางวัล ต้องโดนซื้อไปแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะได้ทำเป็นหนังฟอร์มยักษ์เลยด้วยซ้ำ
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากส่งต้นฉบับไป เจียงหยวนก็ได้รับสัญญาจากหยางเชา ทำงานกันไวแสงจริงๆ
สัญญาเป็นเรตมาตรฐานสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ เจียงหยวนไม่ได้ติดใจอะไรมาก เขาดูแค่เรื่องลิขสิทธิ์ให้เรียบร้อยแล้วก็เซ็นสัญญาผ่านระบบออนไลน์
หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จ หยางเชาก็เริ่มวางแผนตีพิมพ์ ‘ป้อมปราการเซี่ยงไฮ้’ ทันที
ผลงานที่ผ่านรอบแรกของโครงการนี้ ส่วนใหญ่จะตีพิมพ์และวางขายพร้อมๆ กัน
ถึงในทางทฤษฎีจะมีกรรมการตัดสินผู้ชนะ แต่ในทางปฏิบัติก็ต้องดูผลตอบรับจากตลาดด้วย
ถ้าหนังสือขายไม่ออกเลย ก็คงไม่มีทางได้รางวัล
หยางเชาค่อนข้างมั่นใจใน ‘ป้อมปราการเซี่ยงไฮ้’ เลยสั่งพิมพ์ครั้งแรกไปถึงสองแสนเล่ม
เนื่องจากเป็นฉบับปกอ่อน แค่ออกแบบปกแล้วพิสูจน์อักษรให้เรียบร้อย โรงพิมพ์ของสำนักพิมพ์เย่ว์เตี่ยนก็เดินเครื่องผลิตได้ทันที อีกไม่นานคงได้วางแผง
——
[ภารกิจหลักสายศิลปะ 2: “ยอดนักประพันธ์” เริ่มต้นขึ้นแล้ว
รายละเอียดภารกิจ: ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยงานวรรณกรรมชั้นเลิศ สร้างชื่อเสียงให้กึกก้องไปทั่วโลก เมื่อค่าความสำเร็จถึงกำหนด จะได้รับ “เหรียญตราศิลปะวรรณกรรม”]
ทันทีที่เซ็นสัญญาเรื่อง ‘ป้อมปราการเซี่ยงไฮ้’ จบ เจียงหยวนก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้เป๊ะ พอเซ็นสัญญานิยายเรื่องแรกปุ๊บ ภารกิจหลักสายใหม่ก็เปิดปั๊บ
(จบแล้ว)