- หน้าแรก
- ซุปตาร์พันหน้า ตำนานตัวประกอบสะท้านวงการ
- บทที่ 29 หีบสมบัติทองแดง แล้วบีเอ็มดับเบิลยูของฉันอยู่ไหน?
บทที่ 29 หีบสมบัติทองแดง แล้วบีเอ็มดับเบิลยูของฉันอยู่ไหน?
บทที่ 29 หีบสมบัติทองแดง แล้วบีเอ็มดับเบิลยูของฉันอยู่ไหน?
บทที่ 29 หีบสมบัติทองแดง แล้วบีเอ็มดับเบิลยูของฉันอยู่ไหน?
สองทุ่ม
"การจำลองบทบาทตำรวจสิ้นสุด คะแนน 91 ระดับยอดเยี่ยม รางวัล หีบสมบัติทองแดง x1"
"เปิดหีบสมบัติ ได้รับมอเตอร์ไซค์ BMW R1250RT-P หนึ่งคัน"
...
ซ่งถิงเย่ลืมตาขึ้นอย่างงุนงง จ้องมองห้องมืดสนิทด้วยแววตาว่างเปล่า
กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาแตะจมูก
ห้องดับจิตใช้น้ำหอมด้วยเหรอ?
ไม่สิ นี่ไม่ใช่ห้องดับจิต ห้องดับจิตที่ไหนจะมีฟูกนุ่มๆ แบบนี้ แต่เขาตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
ซ่งถิงเย่มองไปรอบๆ ด้วยความสับสน มือเอื้อมไปเปิดโคมไฟหัวเตียงโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เขาก็ชะงัก
เขาจ้องมองแขนทั้งสองข้างที่สมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วนอย่างไม่เชื่อสายตา ลองกำหมัดแน่น
ความรู้สึกถึงพละกำลังในการกำมือนั้นช่างสมจริงเหลือเกิน
ฉันยังไม่ตาย?!
เฮ้อ~
"ที่แท้ก็แค่การจำลอง"
ซ่งถิงเย่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงนานกว่าครึ่งชั่วโมง
ในที่สุด สติและความคิดของเขาก็หลุดออกจากโลกจำลองของระบบอย่างสมบูรณ์
การจำลองครั้งนี้กินเวลายาวนานถึงสามปี นานกว่าครั้งไหนๆ และเมื่อเขาใช้ชีวิตตามวิถีของตำรวจไปเรื่อยๆ 'แส้' ของระบบก็เฆี่ยนตีน้อยลง
จนเขาลืมไปเกือบปีแล้วว่าตัวเองกำลังฝึกอยู่ในระบบจำลอง
"ว่าแต่ บีเอ็มดับเบิลยูของฉันอยู่ไหน?" พอตั้งสติได้ ซ่งถิงเย่ก็นึกถึงรางวัลของตัวเอง
พร้อมกันนั้น เขาก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง
เป็นไปตามคาด รางวัลจะได้รับก็ต่อเมื่อทำคะแนนได้มากกว่า 90 คะแนน และยกเว้นครั้งแรกที่เป็นการสุ่ม
รางวัลอื่นๆ มักจะเกี่ยวข้องกับวิชาที่เรียนหรือตัวละครที่จำลองบทบาท
อย่างเช่น BMW R1250RT-P ที่ได้มา ก็คือรุ่นเดียวกับมอเตอร์ไซค์ตำรวจที่เขาขี่ในโลกจำลองนั่นเอง
แต่ก็ยังดีที่เป็นบีเอ็มฯ
สิ่งที่ซ่งถิงเย่กลัวที่สุดคือระบบให้รางวัลเป็นปืนอาก้า
แล้วจู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์สองคน อ้วนหนึ่งผอมหนึ่ง พังประตูเข้ามา
ยัดปืนใส่มือเขาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แล้วบอกว่าจะพาไปสร้างความยิ่งใหญ่ เกรียงไกร และตำนานบทใหม่ด้วยกัน
"กิจกรรมรับรางวัลจะเริ่มเมื่อโฮสต์เดินทางไปถึงฮ่องกง"
เห็นข้อความแจ้งเตือนของระบบ ซ่งถิงเย่ก็กุมขมับ
ระบบนี้ท่าทางจะมีอาการทางจิต
จะให้เพลงสักเพลง ก็ต้องให้เขาเขียนอธิบายแรงบันดาลใจก่อน
คราวนี้จะให้มอเตอร์ไซค์ ก็ต้องถ่อไปถึงฮ่องกงเพื่อเปิดอีเวนต์รับของ
สรุปคือทุกอย่างต้องสมเหตุสมผลและมีที่มาที่ไปสินะ
จะเป็นเหมือนระบบของชาวบ้านเขาไม่ได้หรือไง แค่เสกป้ายทะเบียนเลขสวยๆ มาให้ สักป้ายทะเบียนปักกิ่งหมวด A ยิ่งดี
เติมน้ำมันให้เต็มถัง ส่งตรงถึงหน้าบ้าน แถมประกันตลอดชีพ แล้วก็แถมเงินให้อีกสักสองร้อยหยวนไม่ได้เรอะ?
บ่นไปก็เท่านั้น พอคิดเรื่องป้ายทะเบียน ซ่งถิงเย่ก็ยิ่งปวดหัวหนักกว่าเดิม
ใบขับขี่ก็ยังไม่มี แล้วจะไปทำป้ายทะเบียนได้ยังไง?
หรือว่า... ไปถึงฮ่องกงแล้วขายทิ้งแม่มเลยดีไหม?
ซ่งถิงเย่กำลังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ข้อความวีแชทจากโจวเย่
โจวเย่: "?"
ซ่งถิงเย่: "?"
โจวเย่: 【แชร์ตำแหน่งที่ตั้ง】
ซ่งถิงเย่: 【ok.jpg】
"บอกให้ชวนเขามากินข้าว พวกเธอสองคนจะเล่นบท สองคนสองคม กันทำไมยะ?"
โจวฉีซือระอาใจกับสองคนนี้จริงๆ ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
"โธ่ ก็ประหยัดเวลาไงคะ จริงไหม?" โจวเย่ทาลิปกลอส แล้วเม้มปากเบาๆ
ทันใดนั้น เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระจก พินิจพิเคราะห์ตัวเอง แล้วโพล่งออกมาว่า "กระจกวิเศษจงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?"
ยังพูดไม่ทันจบ เธอก็ถอยหลังไปครึ่งก้าว กุมมือไว้ที่อก ดัดเสียงเป็นเสียงพากย์การ์ตูนทันที "โอ้~ องค์หญิงที่รักของหม่อมฉัน หญิงงามที่สุดในโลกก็ยืนอยู่ตรงหน้าหม่อมฉันนี่ไงเพคะ?"
สิ้นเสียง โจวฉีซือก็แทรกเข้ามา ดันน้องสาวออกไปให้พ้นทาง แล้วมายืนหน้ากระจกแทน พร้อมแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา
"ยัยหนู พี่สาวเธอสวยที่สุดย่ะ"
ถนนหวังฝูจิ่ง
"ทำไมฉันรู้สึกว่าพี่ดูแปลกไปจากเมื่อตอนกลางวันนิดหน่อยนะ?" โจวเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นรอบตัวซ่งถิงเย่เหมือนลูกหมาขี้สงสัย
"เจ๊ ว่าไง?" เธอหันไปถามโจวฉีซือ
โจวฉีซือเท้าคาง พยักหน้าอย่างครุ่นคิด "เขาดูเปลี่ยนไปนิดหน่อยจริงๆ ดูน่าไว้วางใจบอกไม่ถูก"
ซ่งถิงเย่มองดูโจวเย่ที่เดินวนรอบตัวเขาเหมือนลูกหมา
อาจเพราะอากาศไม่หนาวมาก เธอสวมเสื้อโค้ทตัวยาวสีเบจอ่อน ทับเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ ดูทันสมัยและสมวัย
"เมื่อบ่ายอ่านบท 'คลื่นกระแทก' (Shock Wave) แล้วลองซ้อมดูนิดหน่อยน่ะ" ซ่งถิงเย่ดึงหางม้าสูงของโจวเย่เบาๆ
"เธอเดินวนจนฉันเวียนหัวแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ"
มาถึงเมืองหลวงทั้งที จะพลาดเป็ดปักกิ่งไปได้อย่างไร?
ทั้งสามคนไม่ได้วางแผนอะไรมา ตรงดิ่งไปร้านฉวนจวี้เต๋อที่โด่งดังที่สุด แล้วสั่งเป็ดมาสามตัว
จากนั้นเชฟก็มา "แล่" เป็ดหนังกรอบเนื้อนุ่มให้ดูต่อหน้าต่อตา
อาจเพราะคาดหวังไว้สูงเกินไป ซ่งถิงเย่รู้สึกว่ารสชาติไม่ได้ว้าวขนาดนั้น แต่ก็ถือว่าโอเค แค่กินยากไปหน่อย ต้องทาซอส ต้องห่อแป้งวุ่นวาย
โจวเย่ทนไม่ไหว ถามเชฟว่าไม่ต้องแล่แล้วได้ไหม ช่วยสับเป็ดทั้งกระดูกเป็นชิ้นๆ ให้เธอจิ้มน้ำจิ้มบ๊วยกินเลยได้หรือเปล่า
เชฟที่หมดโอกาสโชว์ทักษะ "มีดบิน" ทำหน้าผิดหวังสุดขีด แต่ก็ยอมทำให้แต่โดยดี
พอกินเป็ดเสร็จ ทุกคนเริ่มรู้สึกเลี่ยน เลยซื้อชานมไข่มุกคนละแก้ว เดินดูดไปพลางๆ
เหมือนกับถนนคนเดินในทุกเมือง ถนนหวังฝูจิ่งยามค่ำคืนนั้นคึกคักมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาเช็คอินถ่ายรูป
ผู้คนเดินเบียดเสียดไหล่ชนไหล่
ซ่งถิงเย่ถูกชน แล้วทันใดนั้น จมูกเขาก็กระตุก
เกรดพรีเมียม สูดเข้าเต็มปอด! อ่า กลิ่นใบไม้...
ฝีเท้าของซ่งถิงเย่ชะงักกึก เขาหันขวับกลับไปมอง
คนที่ชนเขาเป็นผู้ชายสูงประมาณ 172 เซนติเมตร หลังค่อมนิดๆ ใส่แจ็คเก็ตหนังสีดำที่มีรอยแตกและหมวกไหมพรม
หน้าตาและการแต่งตัวดูธรรมดามาก เป็นประเภทเดินสวนกันบนถนนก็จำไม่ได้ กลมกลืนไปกับฝูงชนอย่างสมบูรณ์
แต่ตอนที่ชนกัน ซ่งถิงเย่ได้กลิ่น "ใบไม้" จากตัวหมอนั่น
ตลอดสามปีที่จำลองบทบาทเป็นตำรวจหน่วย PTU เขาเคยตรวจสอบเรื่องพวกนี้ในสถานบันเทิงมานักต่อนัก
ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับกลิ่นนี้เป็นอย่างดี กลิ่นเหมือนหญ้าแห้งไหม้ผสมกับเครื่องเทศเฉพาะตัว
"เป็นอะไรหรือเปล่า?" โจวเย่หันกลับมา เห็นซ่งถิงเย่หยุดเดิน จึงถามด้วยความสงสัย
เห็นชายคนนั้นเดินเข้าห้องน้ำไป ซ่งถิงเย่จึงบอกสองพี่น้องว่า
"รอเดี๋ยว ผมขอเข้าห้องน้ำแป๊บ"
พูดจบ เขาก็รีบตามไปทันที
ภายในห้องน้ำ
ซ่งถิงเย่เดินสาวเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว สายตากวาดมองผู้ชายที่ยืนทำธุระอยู่ที่โถปัสสาวะ
ทุกคนสะดุ้งเฮือกเมื่อสบตาเขา แทบจะฉี่รดมือตัวเอง
ซ่งถิงเย่ไม่สนใจพวกนั้น เขาค่อยๆ ย่องไปที่ห้องส้วมห้องสุดท้ายที่ปิดประตูอยู่
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เขาแนบหูฟังที่ประตูอย่างเงียบเชียบ
"เชี่ย โรคจิตป่ะเนี่ย?"
ทุกคนรู้สึกขยะแขยงและกังวลว่าไอ้โรคจิตนี่จะเล็งเป้ามาที่ตัวเอง ต่างเร่งทำธุระให้เสร็จโดยไว
มีคนจะอ้าปากพูด แต่ซ่งถิงเย่ทำหน้านิ่ง ชูนิ้วชี้แตะปากเป็นสัญญาณห้าม
รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดดันจนอีกฝ่ายหุบปากฉับด้วยความกลัว
ภายในห้องส้วม มีเสียงกระซิบอู้อี้เล็ดลอดออกมา
"ของแท้ป่ะเนี่ย?"
"บ้าป่าววะ ใบไม้มันจะมีแท้ไม่แท้ได้ไง? หรือจะให้ฉันผสมโกฐจุฬาลัมพาให้แก?"
"ก็ไม่แน่นี่หว่า คราวที่แล้วไอ้เวรนั่นผสมพริกไทยมา เกือบสำลักตาย"
"ไม่เชื่อก็จุดดูสิ"
"..."
ซ่งถิงเย่พยักหน้ากับตัวเอง มั่นใจไปแล้วเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
เขามองซ้ายมองขวา แล้วหันไปคว้าไม้ถูพื้นที่วางอยู่ข้างประตูมากระทืบซ้ำสองที
แครก! แครก!
ด้ามไม้ถูพื้นหักเป็นสองท่อนทันที
เขาเลือกท่อนที่ความยาวพอๆ กับกระบองตำรวจมากระชับไว้ในมือ
ซ่งถิงเย่ลองเดาะน้ำหนักดูอย่างพอใจ จากนั้นก็ถอดเสื้อแจ็คเก็ตแขวนไว้ที่ประตู แล้วบิดไหล่คลายกล้ามเนื้อ
ความทรงจำของกล้ามเนื้อ ทั้งทักษะการจับกุมและการต่อสู้ด้วยกระบองที่ใช้บ่อยในโลกจำลองกำลังตื่นขึ้น ซ่งถิงเย่รู้สึกเลือดลมสูบฉีด
ในโลกจำลอง เขาใช้กระบองฟาดแค่สามทีก็สลายแก๊งอันธพาลได้แล้ว
อยากรู้จริงว่าในโลกความจริงต้องใช้กี่ที
เห็นทุกคนยังยืนมองเขาอย่างระแวดระวังอยู่ที่โถปัสสาวะ ซ่งถิงเย่โบกมือไล่อย่างรำคาญ แล้วกระซิบเสียงเข้ม
"ไปเรียกตำรวจ มีคนเล่นยา"