เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27: หน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจ

บทที่ 27: หน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจ

บทที่ 27: หน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจ


บทที่ 27: หน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจ

ภายในโรงยิมฝึกซ้อม

ปัง ปัง ปัง~ สิ้นเสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัด

เหอเหวินจั่น (He Wenzhan) เดินเข้ามาดูคะแนนบนเครื่องนับเป้า ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"ฉันจำได้ว่าตอนสอบที่โรงเรียนตำรวจ คะแนนการยิงปืนของนายอยู่ในระดับดีเยี่ยมไม่ใช่เหรอ?"

มือของซ่งถิงเย่สั่นระริกขณะกำปืนแน่น สายตาจับจ้องไปที่รูกระสุนสีซีดจางบริเวณขอบกระดาษเป้า

เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก แล้วตอบเสียงแผ่ว

"ครับ... หัวหน้า"

ติ๊ง~ ติ๊ง~

เหอเหวินจั่นไม่ตอบรับ เขาค่อยๆ บรรจุกระสุนลงในแม็กกาซีนอย่างใจเย็น

เสียงโลหะกระทบกันดังใสกังวานท่ามกลางโรงยิมอันกว้างใหญ่

เขาเงยหน้ามองเครื่องนับเป้าอีกครั้ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"แล้วตอนนี้เป็นอะไรไป? กลัวทำเป้าขาดแล้วต้องจ่ายค่าเสียหายหรือไง?"

"ขอโทษครับ หัวหน้า" ซ่งถิงเย่ก้มหน้าตอบเสียงเบา ปืนยังคงอยู่ในมือ

"ในหัวผมมัน... คิดถึงแต่เรื่องเมื่อบ่ายนี้ครับ"

"นายควรจะคิด แต่ไม่ใช่คิดว่าตัวเองน่าขายหน้าหรือขี้ขลาดตาขาวแค่ไหน" เหอเหวินจั่นพูดพลางยื่นแม็กกาซีนที่บรรจุกระสุนเต็มให้

"เอานี่ไป แล้วลองดูใหม่"

ซ่งถิงเย่รับแม็กกาซีนมาอย่างเงียบๆ จัดการเปลี่ยนและขึ้นลำกล้องอย่างชำนาญ

แต่ทันทีที่ยกมือขึ้นเล็ง

ภาพความหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจตอนที่คนร้ายถือเลื่อยไฟฟ้าพุ่งเข้าใส่เมื่อช่วงบ่ายก็ผุดขึ้นมาในสมอง

ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด มือไม้สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

"กลัวอะไรวะ?!" จู่ๆ เหอเหวินจั่นก็คว้าหมับเข้าที่ปากกระบอกปืน แล้วตวาดเสียงเข้ม

ซ่งถิงเย่สะดุ้ง ปล่อยมือที่เกร็งแน่นออกทันที

เขายันมือกับโต๊ะ ก้มหน้าหอบหายใจหนักหน่วง เสียงแหบพร่า

"เลื่อย... เลื่อยไฟฟ้านั่นมันใกล้มาก กลิ่นเลือดบนตัวมันทำผมกลัวจนขยับไม่ได้"

หึ~

"กลัวสิดี" จู่ๆ เหอเหวินจั่นก็หัวเราะออกมา แล้วตบไหล่ซ่งถิงเย่

"ตอนฉันเข้ามาทำงานสายนี้ใหม่ๆ ฉันขี้ขลาดกว่านายเยอะ

มีครั้งหนึ่งคนร้ายถือมีดวิ่งเข้าใส่ ฉันเข่าอ่อนยวบยาบ

ทรุดลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้ามันดื้อๆ เลย

พอมันผ่านไป ฉันรู้สึกว่าตัวเองแม่งโคตรไร้น้ำยา"

ได้ยินดังนั้น ซ่งถิงเย่ก็เงยหน้าขึ้นมองทันที แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

"ทุกคนมีชีวิตเดียว ใครบ้างไม่กลัวตาย?"

เหอเหวินจั่นพูดพลางยื่นปืนคืนให้เขา

ซ่งถิงเย่รับมาอย่างงุนงง

"โรงเรียนตำรวจสอนแค่วิธียิงปืน แต่ไม่ได้สอนวิธีรับมือกับความกลัว เพราะเรื่องพรรค์นี้ต้องเจอด้วยตัวเองถึงจะเข้าใจ"

"เอ้า ยกปืนขึ้น"

ซ่งถิงเย่สูดหายใจลึก กำปืนแน่น แต่ใจยังไม่กล้าพอที่จะยกมันขึ้น

เหอเหวินจั่นกดศีรษะเขา ชี้ไปทางเป้ากระดาษที่อยู่ห่างออกไปสามสิบเมตร

"จำไว้ ปืนไม่ใช่แค่ชิ้นส่วนอาวุธ แต่มันคือความกล้าหาญของนาย"

"ถ้านายตื่นตระหนก มือก็จะสั่น กระสุนก็จะพลาดเป้า

แต่ถ้านายนึกถึงประชาชนที่อยู่ข้างหลัง และเครื่องแบบที่สวมอยู่ มันจะกลายเป็นความกล้าที่ค้ำจุนให้นายยืนหยัดขึ้นมาได้!"

พูดจบ เหอเหวินจั่นก็ปล่อยมือแล้วถอยหลังออกมาครึ่งก้าว

"ลองอีกที

นึกถึงสายตาของชาวบ้านเมื่อบ่ายนี้ดู

ถ้าแม้แต่พวกเรายังกลัว แล้วเวลาพวกเขากลัว เขาจะหันไปพึ่งใครได้?"

ซ่งถิงเย่กระชับปืนในมือแน่น หลับตาลง เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของประชาชนดังแว่วมาในห้วงความคิดอีกครั้ง

เด็กหญิงตัวน้อยนั่งกองกับพื้น ใบหน้าเปื้อนความสิ้นหวัง

สายตาของผู้คนที่มองมา เต็มไปด้วยความผิดหวังและคลางแคลงใจ

"ยิง!" จู่ๆ เหอเหวินจั่นก็คำรามลั่น

ซ่งถิงเย่ลืมตาโพลง ยกปืนขึ้นเล็งในชั่วพริบตา มือนิ่งสนิท

ความสั่นเทาหายไป แทนที่ด้วยแววตาอันมุ่งมั่น

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังกึกก้องสามนัด กระสุนเจาะเข้ากลางเป้าอย่างแม่นยำ

ในที่สุดเหอเหวินจั่นก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ตบไหล่เขาแล้วเอ่ยว่า

"ดีมาก! จำความรู้สึกนี้ไว้

เมื่อสวมเครื่องแบบนี้ เราต้องบังคับตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้าในขณะที่คนอื่นหวาดกลัว!

นี่ไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือหน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจ"

ความรับผิดชอบ? ซ่งถิงเย่มองรูกระสุนดำมืดตรงกลางเป้า พลันรู้สึกถึงความหนักอึ้งบางอย่างในใจ

เขาไม่พูดอะไร เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกปืนขึ้นอีกครั้งอย่างเด็ดเดี่ยว

— —

หนึ่งเดือนกว่าผ่านไป นับตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในโลกจำลองภารกิจตำรวจ

ตลอดช่วงเวลานี้ นอกเหนือจากตอนที่ทำพลาดแล้วโดนลงโทษด้วยแส้ ซึ่งทำให้ซ่งถิงเย่นึกได้ว่าตัวเองอยู่ในระบบ

เวลาส่วนใหญ่เขาจมดิ่งไปกับบทบาทสมาชิกหน่วย PTU อย่างสมบูรณ์

ทุกวันเขาต้องออกลาดตระเวนกับเพื่อนร่วมทีม ตรวจบัตรประชาชนบุคคลต้องสงสัย ใส่กุญแจมือพวกไม่มีบัตร หรือจับพวกหัวขโมย

บางครั้งก็เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ครั้งหนึ่งพวกเขาเจอ 'อาบัง' (คนอินเดีย/ปากีสถาน) ที่แกล้งเป็นใบ้หูหนวก พอถามอะไรก็เอาแต่ทำไม้ทำมือ โวยวายเสียงดังฟังไม่ได้ศัพท์

ซ่งถิงเย่เพิ่งเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ครั้งแรกก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

สุดท้าย 'ต้าสง' (พี่หมีใหญ่) ก็เดินเข้ามา ลากตัว 'อาบัง' เข้าไปในตรอกมืดๆ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

เหอเหวินจั่นโบกมือ เพื่อนคนอื่นๆ ก็หันหลังให้อย่างรู้กัน ยืนล้อมเป็นครึ่งวงกลมปิดทางไว้

หลังจากโดนรองเท้าหนังคอมแบทของต้าสงประทับเข้าไปจังๆ หลายที ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด

อารมณ์ของ 'อาบัง' สงบลงทันที หูหายหนวก ปากก็พูดได้! แถมพูดภาษาจีนได้คล่องปร๋ออีกต่างหาก

หมอเทวดาชัดๆ!

"เป็นตำรวจ ถ้าจะคุมพวกคนชั่วให้อยู่หมัด เราต้องชั่วกว่ามัน" ต้าสงพูดเสียงเย็นชา พลางปัดฝุ่นที่รองเท้าหนัง หลังจากรักษาอาการใบ้หูหนวกของ 'อาบัง' จนหายสนิท

...วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองปีกว่าเกือบสามปีผ่านไปในชั่วพริบตา

ซ่งถิงเย่เปลี่ยนจากตำรวจหน้าใหม่กลายเป็นเจ้าหน้าที่ PTU เต็มตัว

เพื่อนร่วมทีมยอมรับเขาอย่างเป็นทางการ เขาได้รับคำชมเชยและรางวัล

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายหรือโชคดี ที่ตลอดสองปีมานี้ เขาไม่เคยเจอคดีร้ายแรงเหมือนตอนลาดตระเวนครั้งแรกอีกเลย

22:53 น. ดึกสงัด

ซ่งถิงเย่และเพื่อนๆ ที่เพิ่งออกเวร เดินเข้าไปในร้านชาชานเทิง (ร้านอาหารสไตล์ฮ่องกง) แล้วหาที่นั่งริมประตู

ต้าสงตบไหล่เขาแล้วถามยิ้มๆ

"พ้นคืนนี้ไป พรุ่งนี้นายก็ได้บรรจุเป็นข้าราชการตัวจริงแล้ว

ตื่นเต้นไหม?"

หลังจบจากโรงเรียนตำรวจฮ่องกง เจ้าหน้าที่จะมีช่วงทดลองงานสามปี ก่อนจะได้รับการบรรจุอย่างเป็นทางการ

"ไม่ตื่นเต้นครับ แต่คืนนี้ผมเลี้ยงมื้อดึกทุกคนเอง" ซ่งถิงเย่จิบชาเข้มๆ แล้วตอบ

ด้วยความดีความชอบที่สะสมมาตลอดสองปี การบรรจุของเขาไม่มีปัญหาแน่นอน

ที่ต้าสงถามแบบนี้ เห็นชัดว่ากะจะหลอกกินฟรีมื้อใหญ่

"รู้เรื่อง! ฮ่าๆๆ!" เพื่อนร่วมทีมต่างยกนิ้วโป้งให้

เหอเหวินจั่นกวักมือเรียกเถาน่า (เจ๊เจ้าของร้าน) ขอเมนู

ทุกคนไม่เกรงใจ แย่งกันสั่งอาหารเต็มโต๊ะ เลือกแต่เมนูแพงๆ ทั้งนั้น

พออาหารมาเสิร์ฟ เหอเหวินจั่นก็ชวนทุกคนชนแก้ว

"เอ้า ดื่มชาแทนเหล้า ฉลองให้..."

ยังพูดไม่ทันจบ เสียงวิทยุสื่อสารก็ดังแทรกขึ้นมา

"เกิดเหตุจับตัวประกันพร้อมอาวุธที่อุโมงค์ฮุงฮอม ฝั่งขาเข้าเกาลูน!

คนร้ายสวมหน้ากากห้าคนพร้อมอาวุธปืนอาก้า (AK47) จี้รถบัสที่มีนักท่องเที่ยว 32 คน... เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ใกล้เคียงรุดเข้าสนับสนุนด่วน"

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที

พวกเขาวางถ้วยชาลงพร้อมกัน แล้ววิ่งออกไปนอกร้าน

ซ่งถิงเย่ควักปึกธนบัตรฮ่องกงออกมาตบลงบนโต๊ะ ตะโกนบอกเจ้าของร้านขณะวิ่ง

"เถาน่า! ฝากอุ่นอาหารไว้ก่อน เดี๋ยวพวกเราจะรีบกลับมา!"

พูดจบ เขาก็ผลักประตูวิ่งตามออกไป

รถตู้ตำรวจสตาร์ตเครื่องรอแล้ว

ต้าสงเปิดประตูท้ายค้างไว้ ยื่นมือมาทางเขาแล้วตะโกน

"ขึ้นมา!"

ซ่งถิงเย่วิ่งไม่กี่ก้าว กระโดดเหยียบแป้นเหยียบท้ายรถ พร้อมกับคว้ามือต้าสงไว้แน่น

ปัง! ประตูรถปิดลง

เสียงไซเรนหวีดหวิวกระชากความเงียบยามค่ำคืน รถตู้ตำรวจพุ่งทะยานออกไป

จบบทที่ บทที่ 27: หน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจ

คัดลอกลิงก์แล้ว