- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอขยันจนเทพไปเลยแล้วกัน
- ตอนที่ 26 ถ้าการมีชีวิตอยู่ไม่ได้มีไว้เพื่อขึ้นสวรรค์ ก็คงเป็นเพราะแซนด์วิชที่ปราศจากความอ่อนโยนนั่นแหละ
ตอนที่ 26 ถ้าการมีชีวิตอยู่ไม่ได้มีไว้เพื่อขึ้นสวรรค์ ก็คงเป็นเพราะแซนด์วิชที่ปราศจากความอ่อนโยนนั่นแหละ
ตอนที่ 26 ถ้าการมีชีวิตอยู่ไม่ได้มีไว้เพื่อขึ้นสวรรค์ ก็คงเป็นเพราะแซนด์วิชที่ปราศจากความอ่อนโยนนั่นแหละ
ตอนที่ 26 ถ้าการมีชีวิตอยู่ไม่ได้มีไว้เพื่อขึ้นสวรรค์ ก็คงเป็นเพราะแซนด์วิชที่ปราศจากความอ่อนโยนนั่นแหละ
ภายในป่าชานเมือง
ใต้ต้นไม้สูงใหญ่
ถุงกระดาษใส่แซนด์วิชพลิกคว่ำอยู่ในร่มเงา เลือดหยดลงมาจากกิ่งไม้หักด้านบน เปียกชุ่มถุงกระดาษ
"ป็อปโปะ!?!"
"วู้ว-โอ้ว!!!"
เมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคย รูม่านตาของมู่หยุนและบีเดิลสั่นระริก
เพราะในขณะนี้ สภาพของป็อปโปะดูไม่ดีเลย หรือพูดให้ถูกคือ แย่มาก
ขนของป็อปโปะยุ่งเหยิง มันนอนนิ่งอยู่บนพื้นไม่ไกลจากถุงกระดาษ
ที่ปีกซ้ายของมัน กิ่งไม้เปื้อนเลือดแทงทะลุผิวหนังจากบนลงล่าง
เลือดไหลรินไปตามกิ่งไม้สีเขียวมรกต ย้อมขนหน้าอกและพื้นดินจนแดงฉาน
"ป็อปโปะ!!!"
มู่หยุนรีบเข้าไปดูอาการและบาดแผลของป็อปโปะอย่างละเอียด
อาจเป็นเพราะเพิ่งได้รับบาดเจ็บไม่นาน หรือมู่หยุนมาถึงค่อนข้างเร็ว ป็อปโปะจึงยังไม่หมดสติไปซะทีเดียว
อย่างไรก็ตาม มันทำได้แค่ปรือเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นมามองมู่หยุนเพียงครึ่งเดียว
"ปู๊~ ~"
เสียงร้องที่เคยกังวานสดใส ตอนนี้แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าอย่างที่สุด
ขณะที่เลือดไหลริน ป็อปโปะรู้สึกเหมือนกำลังฝัน ฝันว่าก่อนจะไปสวรรค์ของพีเจียต มันได้เห็นคนที่อยากเจอที่สุด
"ป็อปโปะ แข็งใจไว้นะ!!!"
...
ในภวังค์ เสียงเริ่มเลือนลาง ความง่วงงุนหนาแน่นขึ้น ในความฝัน ป็อปโปะเหมือนได้ย้อนดูชีวิตนกอันแสนสั้นและธรรมดายี่สิบกว่าวันของมันราวกับโคมไฟหมุน
ตอนเกิดมา มันไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่ ได้ยินจากป็อปโปะตัวอื่นในฝูงว่า เนื่องจากการแย่งชิงอาหาร ตระกูลป็อปโปะในหมู่บ้านจะแค่ให้กำเนิดแต่ไม่เลี้ยงดู การอยู่รอดขึ้นอยู่กับตัวเองล้วนๆ
ดังนั้นมันจึงไม่โทษพ่อแม่ เพราะใครๆ ก็ทำแบบนั้น และมันก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ทว่า ในยามค่ำคืน เมื่อแสงจันทร์และแสงไฟสาดส่อง บางครั้งมันก็อิจฉาเด็กมนุษย์ที่ได้รับความรักและความเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารในวันพรุ่งนี้
แต่นั่นก็แค่บางครั้ง เพราะเวลาหิว รีบนอนให้หลับจะดีกว่า
จนกระทั่ง
มนุษย์ที่ถือแซนด์วิชคนนั้นปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
มันไม่เคยเห็นอาหารที่น่ากินขนาดนี้มาก่อน อร่อยจนกระเพาะที่ปกติทนหิวได้เป็นวันเป็นคืน เพียงแค่ได้กลิ่น ก็หลั่งสารสั่งการสมองอย่างบ้าคลั่งว่า อยากกิน
ดังนั้น มันจึงทำหน้าดุที่สุดในชีวิต ใช้แรงทั้งหมดที่มี บินพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุด
มันคิดว่า ต้องกินแซนด์วิชชิ้นนั้นให้ได้ ต่อให้โดนมนุษย์ตีจนตาย ก็ต้องได้กัดสักคำ!
โชคดีที่ผลลัพธ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด มนุษย์คนนั้นใจดีมาก แม้จะพุ่งเข้าใส่และถูกอีกฝ่ายสยบจนขยับไม่ได้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ถือสา และแบ่งแซนด์วิชชิ้นหนึ่งให้มันอย่างอ่อนโยน ข้อแลกเปลี่ยนเดียวสำหรับการกินเพิ่มในภายหลัง คือการบินเล่นกับเจ้าหนอนยักษ์
เงื่อนไขอะไรกันน่ะ?
มันคือป็อปโปะที่เร็วที่สุด ที่หลบก้อนหินของเด็กมนุษย์สามคนได้พร้อมกันโดยไม่มีใบไม้มาโดนตัวสักใบนะ!
แต่ก็ในวันนั้นเอง ขณะกินอาหาร จู่ๆ มันก็ค้นพบความหมายของการมีชีวิตอยู่
ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารในวันพรุ่งนี้อีกต่อไป แต่ต้องว่องไวขึ้น บินให้เร็วขึ้น ขอแค่เร็วพอที่เจ้าหนอนยักษ์จะไม่มีวันโจมตีโดน คนคนนั้นก็จะปรากฏตัวขึ้นในยามบ่ายอันอบอุ่นเสมอ และลูบตัวมันอย่างอ่อนโยน
เพื่อสิ่งนี้ มันจึงออกจากหมู่บ้าน มายังพื้นที่ชานเมืองที่แปลกตาและห่างไกล ในที่สุดก็เจอที่เหมาะสำหรับการฝึก
มันบินอย่างบ้าคลั่ง หลบหลีกอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ยังพลาดท่าจนปีกถูกแทง
วินาทีที่ร่วงลงพื้น มันนึกถึงคำพูดของป็อปโปะเฒ่าตัวหนึ่ง: นกที่ปีกหักก็เหมือนผลไม้ไร้เนื้อ ล้วนเป็นขยะ ไม่มีวันพรุ่งนี้...
ไม่มีวันพรุ่งนี้งั้นเหรอ... ก็ดูไม่แย่นะ แต่สงสัยจังว่ามนุษย์คนนั้นกับเจ้าหนอนยักษ์จะคิดยังไงเมื่อเห็นว่าฉันไม่มา?
พวกเขาจะคิดถึงฉันไหม?
หรือฉันจะถูกลืมเลือนไปตลอดกาล เหมือนศาลาเก่าซอมซ่อนั่น...
"ป็อปโปะ ป็อปโปะ!!!"
ในภวังค์ ป็อปโปะได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยข้างหู คล้ายกับเสียงของมนุษย์รูปหล่อใจดีคนนั้น
ถ้ามันเป็นป็อปโปะตัวเมีย มันคิดว่ามันต้องหลงรักเสียงนี้หัวปักหัวปำแน่ๆ
น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ ตัวผู้กับตัวผู้ก็เหมือนผลไม้ไร้เนื้อ ไม่มีวันพรุ่งนี้
"วู้ว-โอ้ว~ ~"
ทำไมยังมีเสียงเจ้าหนอนยักษ์ด้วยล่ะ? สวรรค์ของพีเจียตควรจะมีแต่สิ่งที่ฉันชอบไม่ใช่เหรอ? ฉันชอบเจ้าหนอนยักษ์เหรอ?
จะเป็นไปได้ยังไง!!!
แต่ก็จริงที่ฉันไม่เกลียดมัน... อย่างไรก็ตาม ถ้าเจอกันอีกทีบนสวรรค์ของพีเจียต ฉันจะด่ามันคืนให้สาสมเลย!
เชอะ!
เรียกฉันว่านกขี้แยตะกละซื่อบื้ออยู่ได้ คิดว่าป็อปโปะไม่มีหัวใจหรือไง?
"คุณหมอ อาการป็อปโปะเป็นไงบ้างครับ?"
ในภวังค์ มันได้ยินเสียงอ่อนโยนนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เต็มไปด้วยความกังวลและร้อนรน...
"ไม่ต้องห่วง แค่แผลเจาะตื้นๆ กระดูกไม่หัก ลัคกีใช้ท่าหยาดน้ำแห่งชีวิต และคลื่นรักษาแล้ว แผลหายเกือบสนิทแล้ว กลับบ้านพักผ่อนสักคืนก็หาย"
นางพยาบาลสาวในชุดเครื่องแบบสีขาวบริสุทธิ์หุ่นดีพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
เธอเห็นอาการบาดเจ็บระดับนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ทุกปิดเทอมฤดูร้อนจะมีเด็กมัธยมปลายหัวทึบพาโปเกมอนบาดเจ็บมาหาหมอเยอะแยะไปหมด
"ลัคกี~ ~"
ข้างๆ เธอ ลัคกี สวมหมวกพยาบาลสีขาว ตบแขนมู่หยุนเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องกังวล
ถ้ามีนางฟ้า ก็ต้องเป็นลัคกีแสนอ่อนโยนนี่แหละ~ ~
"แต่คราวหน้าฝึกให้ระวังหน่อยนะ ถ้ากระดูกหัก การรักษาจะยุ่งยากกว่านี้มาก"
อาจเพราะเห็นว่าหน้าตาโดยรวมของมู่หยุนดูดี พยาบาลสาวจึงไม่ได้ใช้น้ำเสียงดุเด็กตามปกติ แต่พูดค่อนข้างนุ่มนวล
"อ้อ อย่าลืมแสดงบัตรประจำตัวโปเกมอนตอนจ่ายเงินนะ มีบัตรนักเรียนค่ารักษาลด 50%"
"เอ่อ พี่สาวครับ ถ้าไม่มีบัตรประจำตัวโปเกมอนล่ะครับ?" มู่หยุนถามอย่างระมัดระวัง
เมื่อกี้เขาร้อนใจเกินไปจนลืมไปว่าค่ารักษาโปเกมอนเถื่อนนั้นแพงมาก และโรงพยาบาลเล็กๆ หลายแห่งก็ไม่รับรักษาโปเกมอนเถื่อนด้วย
ท้ายที่สุด โปเกมอนป่ามีอยู่ทุกที่ ถ้าพามาตัวหนึ่ง รักษาเสร็จแล้วชิ่งหนี โรงพยาบาลก็ขาดทุนย่อยยับ
นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่เป็นคดีความจริงที่เกิดขึ้นทุกที่
"โปเกมอนป่า?!"
พยาบาลเลิกคิ้ว ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาอีกฝ่ายน่ามองจริงๆ บวกกับคำว่า "พี่สาว" ที่ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย เธอคงวีนแตกไปแล้ว
บ้าจริง เธอดันหลงเสน่ห์ชายหนุ่ม จนเผลอลืมตรวจบัตรลงทะเบียนโปเกมอนก่อนรักษา
"เอ่อ กึ่งป่าครับ ผมกะว่าจะจับอยู่" มู่หยุนเกาหัว เขินๆ นิดหน่อย
กฎโรงพยาบาลชัดเจน การรักษาโปเกมอนเถื่อนโดยพละการอาจถูกปรับหากถูกจับได้
พอสติกลับมา มู่หยุนถึงตระหนักถึงความไม่เหมาะสมในการกระทำของตนเมื่อครู่
แม้ถ้าให้เลือกอีกครั้ง เขาก็ยังจะรีบช่วยป็อปโปะอยู่ดี... แต่เขาคงจะหาทางหนีทีไล่ไว้ก่อน จะได้ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนใจดี
"จริงๆ เลย เด็กสมัยนี้ชอบหาเรื่องใส่ตัวตลอด!"
พยาบาลบ่นอุบ ขณะพูด เธอก็เอื้อมมือไปขยี้ผมมู่หยุน แล้วถือโอกาสหยิกแก้มเขาตอนชักมือกลับ
ในที่สุดก็ได้แต๊ะอั๋งคนหล่อ!
เยี่ยม!!!
มู่หยุนที่ไม่รู้ความคิดในใจของพยาบาล ไม่ได้ขัดขืน อีกฝ่ายอาจโดนหักเงินเดือนเพราะเขา จะขยี้ผมหยิกแก้มหน่อยจะเป็นไรไป?
นี่ไม่ใช่ "หมู่บ้านลูบหัว" สักหน่อย เขาไม่ถือหรอก
"เอาเถอะ เห็นแก่ที่พี่สาวใจดี เอาบีเดิลของเธอไปลงทะเบียน แล้วเอาค่ารักษาไปลงบัญชีเจ้าตัวนี้แทน ตัวนี้คงไม่ใช่โปเกมอนเถื่อนนะ?"
หลังลูบหัวเสร็จ พยาบาลสาวก็พอใจและเสนอทางออกให้
"ลัคกี~ ~"
ลัคกีไม่เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ เห็นผมมู่หยุนยุ่งเหยิงเพราะฝีมือเทรนเนอร์ตัวเอง ก็ก้าวเข้ามาใกล้ๆ แล้วช่วยจัดทรงให้อย่างเบามือ
ผิวสีชมพู สัมผัสนุ่มนิ่ม ตัวกลมๆ สีหน้าอ่อนโยน การกระทำที่ใส่ใจ... ทุกคนครับ ลัคกีคือนางฟ้าชัดๆ!!!
ตัดสินใจแล้ว ถ้ามีโอกาสต้องเลี้ยงสักตัว!
"ยืนบื้ออยู่ทำไม? เข้าไปจ่ายเงินสิ!"
"อ้อ ครับพี่สาว!"
พี่สาวจอย~ ~
[จบตอน]