- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 38 : นี่มัน... กิเลนเหรอ?
บทที่ 38 : นี่มัน... กิเลนเหรอ?
บทที่ 38 : นี่มัน... กิเลนเหรอ?
“กิเลนธาตุคู่? เก่งมากเลยเหรอครับ?” เฟิงเซียวถามด้วยความสงสัย
“แน่นอน” กิเลนอัสนีม่วงตอบ “กิเลนธาตุคู่จะแข็งแกร่งกว่ากิเลนธาตุเดี่ยวถึงหนึ่งขั้นเต็มๆ เพราะพวกเราเผ่าพันธุ์กิเลนมีความสามารถพิเศษที่เรียกว่า ‘การผสานธาตุ’ เราสามารถนำเวทมนตร์สองธาตุมาผสานกันให้กลายเป็นเวทมนตร์ใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่า ไม่ใช่แค่ 1+1 เป็น 2 แต่เป็นการยกระดับ เช่น เวทอสนีขั้นต้นกับเวทอัคคีขั้นต้น เมื่อผสานกันอาจกลายเป็นเวท ‘อัสนีอัคคี’ ระดับกลาง... หรือถ้าเป็นเวทระดับสูงผสานกัน อาจรุนแรงถึงขั้นเป็น ‘เวทต้องห้าม’ ได้เลย!”
เฟิงเซียวฟังแล้วตาโตเท่าไข่ห่าน “โกงชะมัด!”
แค่ผู้เล่นธรรมดามีความสามารถนี้ก็ถือว่าโกงบรรลัยแล้ว (เวล 10 ใช้สกิลเวล 50, เวล 50 ใช้สกิลเวล 80) แล้วนี่อยู่กับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อย่างกิเลน... ไม่อยากจะคิดสภาพศัตรูเลยจริงๆ
“ทว่า... กิเลนธาตุคู่นั้นหาได้ยากยิ่ง ตั้งแต่ยุคสร้างโลก เผ่าพันธุ์กิเลนสืบทอดกันมาสี่สิบกว่ารุ่น มีเพียงสองตัวเท่านั้นที่เป็นธาตุคู่ และทั้งสองตัวล้วนถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางมหันตภัยร้ายแรง...”
วิ๊ง!
ยังพูดไม่ทันขาดคำ ลำแสงสีเขียวก็พุ่งออกมาจากรอยแตกของไข่อีกสาย!
“!!!?” กิเลนอัสนีม่วงกระโดดตัวลอย “สามธาตุ! บ้าไปแล้ว! กิเลนสามธาตุถือกำเนิดขึ้นแล้ว!”
วิ๊ง!
ลำแสงสีเหลืองพุ่งตามออกมาติดๆ
กิเลนอัสนีม่วง: “..........”
วิ๊ง!
และสุดท้าย... ลำแสงสีน้ำเงินก็พุ่งออกมา!
ม่วง(สายฟ้า) แดง(ไฟ) เขียว(ลม) เหลือง(ดิน) น้ำเงิน(น้ำ)... ห้าสีสันส่องประกายเจิดจรัส ตัดสลับ หมุนวน หลอมรวม แยกตัว... ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวก่อเกิดเป็นสีสันใหม่ๆนับร้อยพัน ราวกับภาพลวงตาแห่งสวรรค์ที่แปรเปลี่ยนไม่รู้จบ
ร่างมหึมาของกิเลนอัสนีม่วงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงเค้นเสียงออกมาจากไรฟันได้สองพยางค์ ที่ทำเอาเฟิงเซียวแทบหงายหลัง
“เชี่ย... เอ้ย!”
“กิเลนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ... นี่มันกิเลนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุในตำนาน...”
วิ๊ง!
ในจังหวะที่แสงทั้งห้าหลอมรวมเป็นสีขาวบริสุทธิ์... แสงสีเทาหม่นสายหนึ่งก็พุ่งแทรกออกมาจากไข่!
ตุ้บ!
กิเลนอัสนีม่วงเป็นลมล้มพับไปกองกับพื้นเรียบร้อย...
เปรี้ยะ!
แสงขาวและแสงเทาค่อยๆผสานกันจนจางหายไป เปลือกไข่กิเลนที่ไร้แสงสว่างแล้วแตกกระจายออก สิ่งมีชีวิตขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลค่อยๆคลานต้วมเตี้ยมออกมาจากเศษเปลือกไข่...
เมื่อเฟิงเซียวเห็นหน้าตาของ ‘สิ่งมีชีวิตตัวน้อย’ ชัดๆ เขาก็แทบจะเป็นลมตามพ่อมันไปอีกคน...
นี่มัน... กิเลนเหรอ?
เจ้าตัวน้อยมีขนสีขาวปุกปุยดุจหิมะ ดวงตากลมโตบ้องแบ๊วสีดำสนิทใสซื่อบริสุทธิ์ ร่างกายอ้วนกลมป้อมสั้น ขาสั้นป้อมน่ารัก บนตัวมีลวดลายห้าสีพาดผ่านจางๆ และในแต่ละลายแฝงไว้ด้วยสีเทาหม่น หัวกลมดิ๊ก หูยาวแหลม และที่เด็ดที่สุดคือ... หางรูปสายฟ้าทรงตัว Z!
น่ารักโคตรๆ! น่ารักจนใจเจ็บ! แต่มองมุมไหนก็หาเค้าโครงความน่าเกรงขามของ ‘กิเลน’ ไม่เจอเลยสักนิด!
แวบแรกที่เห็น เฟิงเซียวคิดถึงตัวการ์ตูนหนูไฟฟ้าชื่อดังจากญี่ปุ่นทันที... ปิกาจู!
ต่างกันแค่... ปิกาจูสีเหลือง แต่เจ้าอ้วนกลมนี่สีขาว!
เจ้าตัวน้อยกะพริบตาปริบๆ มองไปรอบๆด้วยความงุนงง พอสายตามาหยุดที่เฟิงเซียว จมูกน้อยๆของมันก็ขยับฟุดฟิด ดวงตาที่เคยว่างเปล่าพลันเปล่งประกายเจิดจ้า มันร้องงิ๊งๆแล้วออกวิ่งดุ๊กดิ๊กตรงมาหาเขาอย่างดีใจ
ตุ้บ!
วิ่งได้สองก้าวก็สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งเป็นลูกขนุน แต่มันไม่ยอมแพ้ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งต่อ แล้วก็ ตุ้บ! ล้มอีก... ลุกอีก... วิ่งอีก...
“เอ่อ... ท่านกิเลนครับ... แน่ใจนะว่านี่ลูกท่านจริงๆ?” เฟิงเซียวถามเสียงอ่อย ยอมเสี่ยงตายถาม เพราะทำใจเชื่อไม่ลงจริงๆว่าไอ้ก้อนขนปุกปุยนี่คือลูกของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผู้สง่างาม
“นะ... น่าจะใช่มั้ง!” คำตอบไม่เต็มเสียงของกิเลนอัสนีม่วงทำเอาเฟิงเซียวอยากจะเอาหัวโขกกำแพง
คำว่า ‘น่าจะ’ มันหมายความว่ายังไงฟะ!
ในที่สุดเจ้าก้อนขนก็กลิ้งมาถึงเท้าเฟิงเซียว มันเอาหัวถูไถขาเขาอย่างออดอ้อน จมูกสูดดมกลิ่นกายเขาอย่างมีความสุข โดยเมินเฉยต่อกิเลนยักษ์ผู้เป็นพ่อแท้ๆที่ยืนหัวโด่อยู่ข้างๆอย่างสิ้นเชิง
ไอ้ลูกทรพี... พ่อเอ็งฟูมฟักมาเป็นร้อยล้านปีแทบตายกว่าจะคลอดออกมาได้ เอ็งดันไม่สนใจซะงั้น... เฟิงเซียวแอบเหล่ตามองปฏิกิริยาของกิเลนอัสนีม่วง
แต่กิเลนยักษ์กลับยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ทำหน้าเหมือนกำลังช็อกโลก หรือไม่ก็กำลังใช้สมองอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า
เฟิงเซียวจึงหันมาตรวจสอบเจ้าก้อนขนสีขาวที่เกาะขาเขาแจ
[กิเลนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ · อเวจี]:
เลเวล: 0, ระดับ: ไม่ทราบ
กิเลนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุอเวจี? เฟิงเซียวงง เมื่อกี้กิเลนตัวพ่อบอกว่า ‘กิเลนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ’ เฉยๆนี่นา คำว่า ‘อเวจี’ มาจากไหน?
หรือว่าเป็นเพราะไอแห่งความตายของหมาป่าเนตรมารสองหัว?
“อานุภาพของโลหิตแห่งความโกลาหลเหนือความคาดหมายของข้าไปไกลลิบ... พลังแห่งการหลอมรวมสรรพสิ่งช่างน่ากลัวจริงๆ!” จู่ๆกิเลนอัสนีม่วงก็พึมพำออกมา เหมือนจะคิดอะไรออกแล้ว
“หมายความว่าความผิดปกติทั้งหมดนี้ เป็นเพราะเลือดของผม?”
“ถูกต้อง!” กิเลนอัสนีม่วงเริ่มอธิบาย “เผ่าพันธุ์กิเลนมีแต่เพศผู้ เวลาจะสืบพันธุ์ เราต้องหาคู่ครองที่เป็นสัตว์อสูรเพศเมีย ให้พวกนางวางไข่ แล้วเราค่อยใช้พลังกิเลนฟักไข่นั้นนานนับร้อยล้านปี!”
“ในระหว่างการฟักไข่ พลังกิเลนที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆจะค่อยๆขับไล่พันธุกรรมของฝ่ายแม่ไปไว้ที่เปลือกไข่ เพื่อให้ลูกที่เกิดมาเป็น ‘กิเลน’ ที่สมบูรณ์แบบ!”
“แต่ข้าไม่นึกเลยว่า... โลหิตแห่งความโกลาหลของเจ้าจะทรงพลังขนาดนี้! มันดันไปหลอมรวมพันธุกรรมของฝ่ายแม่ที่ถูกขับออกมา ให้กลับเข้าไปรวมกับตัวอ่อนกิเลนจนสมบูรณ์แบบ!”
“อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง...” เฟิงเซียวพยักหน้าเข้าใจ แล้วก้มมองเจ้าก้อนขนที่กำลังร้อง ‘ปิก้า ปิก้า’ อยู่แทบเท้า ก่อนจะเงยหน้าถามด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่น
“แล้ว... คู่ครองของท่านเมื่อตอนนั้นคือตัวอะไรหรอครับ?”
เขานึกไม่ออกจริงๆว่าสัตว์ชนิดไหนผสมกับกิเลนหน้าสิงโตตัวเบ้อเริ่มแล้วจะออกมาเป็นตัวการ์ตูนน่ารักมุ้งมิ้งแบบนี้ได้
“เอ่อ... เรื่องนี้...” กิเลนอัสนีม่วงผู้ยิ่งใหญ่เกิดอาการ ‘เขินอาย’ บิดตัวไปมาอยู่นาน ก่อนจะตอบเสียงอ้อมแอ้ม “คือ... กระต่าย น่ะ...”
ตุ้บ!
“หา!!! กะ... กะ... กะ... กระต่าย!?”
เฟิงเซียวล้มทั้งยืน จินตนาการบรรเจิดเตลิดเปิดเปิง... ภาพกิเลนยักษ์กำลัง... อะแฮ่ม... กับกระต่ายตัวน้อย...
ภาพลักษณ์อันสูงส่งของกิเลนอัสนีม่วงพังทลายลงในพริบตา เฟิงเซียวเขยิบถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เจ้าก้อนขนที่เกาะขาอยู่เลยหน้าทิ่มพื้นดัง แอ้ก! มันร้องครางหงิงๆอย่างน่าสงสาร แล้วตะกายลุกขึ้นมาเกาะขาเขาใหม่
กิเลนอัสนีม่วงที่อยู่มาเป็นร้อยล้านปี มีหรือจะอ่านสายตาเฟิงเซียวไม่ออก มันระเบิดอารมณ์ทันที ตะโกนลั่นถ้ำ
“ไอ้เด็กบ้า! หยุดความคิดสกปรกเดี๋ยวนี้! ข้าไม่ได้วิปริตขนาดนั้นโว้ย!”
แสงสีม่วงสว่างวาบ ร่างยักษ์ของกิเลนค่อยๆหดเล็กลง จนกลายเป็น... มนุษย์!
ชายวัยกลางคนร่างกำยำ สวมมงกุฎทองคำม่วง ชุดคลุมลายเมฆสีม่วง หนวดเครายาวสีม่วง หน้าตาคมเข้มดุดันดุจจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ กลางหน้าผากมีไข่มุกอัสนีส่องแสงวาววับ
“แปลงร่างเป็นคนได้ด้วย!” เฟิงเซียวตื่นเต้น กิเลนพูดได้ไม่แปลก แต่แปลงร่างได้นี่สิเจ๋ง!
“สัตว์อสูรระดับ ‘ศักดิ์สิทธิ์’ ขึ้นไป สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ทุกตัว... ยกเว้นเผ่ามังกร ที่แค่ระดับ ‘เหนือเทพ’ ก็แปลงกายได้แล้ว!”
“โอ้... งั้นแสดงว่าแฟนท่าน... เอ้ย คู่ครองท่านก็เป็นกระต่ายระดับศักดิ์สิทธิ์?”
“ไม่ใช่! ทวีปมังกรสวรรค์มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์แค่ 5 ตน สัตว์เหนือเทพ 10 ตน... เอ้อ เหลือ 9 แล้ว... ส่วนนางกระต่ายนั่นเป็นแค่สัตว์เซียนระดับต่ำเท่านั้น! แต่แปลกมากที่นางสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ ข้าเองก็งงมาจนถึงทุกวันนี้ อาจจะเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของนางกระมัง”
*****