- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 1 : จุดเริ่มต้นแสนจำเจ
บทที่ 1 : จุดเริ่มต้นแสนจำเจ
บทที่ 1 : จุดเริ่มต้นแสนจำเจ
เช้าตรู่ของฤดูร้อน ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
วันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2209
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลก ‘หลุนหุย’ ขณะนี้เหลือเวลาอีก 35 นาที จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โปรดรออย่างอดทน...”
เฟิงเซียวจำต้องล็อกเอาต์ออกจากเครื่องเกมแคปซูลอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะกลับมานั่งท่องเว็บไซต์ทางการของเกมเพื่อค้นหาข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อ
สำหรับชายหนุ่มว่างงานที่เอาแต่ขลุกอยู่กับบ้านอย่างเขา เฟิงเซียวจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองผ่านสมรภูมิเกมออนไลน์มามากแค่ไหน แต่ไม่เคยมีเกมใดที่ทำให้เขาตั้งตารอคอยได้มากเท่านี้มาก่อน นอกเหนือจากความพิเศษระดับประวัติการณ์ของ ‘หลุนหุย’ แล้ว ยังมีคำทำนายของบิดาที่แม่นยำจนน่าขนลุก รวมถึงภารกิจบางอย่างที่ไม่อาจเอ่ยปากบอกใครรอคอยเขาอยู่
‘หลุนหุย[1]’ คือเกมออนไลน์เสมือนจริงที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย เมื่อหนึ่งปีก่อน กว่าสามสิบประเทศทั่วโลกต่างพร้อมใจกันโปรโมตเกมนี้ขึ้นมาโดยปราศจากสัญญาณเตือนล่วงหน้า ความรุนแรงในการประชาสัมพันธ์นั้นเรียกได้ว่าสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต นิตยสาร ป้ายโฆษณา รถเมล์ หรือแม้กระทั่งเสาไฟฟ้าข้างทางและห้องน้ำสาธารณะ... แทบทุกที่ที่มีมนุษย์สัญจร ล้วนมีเงาของ ‘หลุนหุย’ ปรากฏอยู่
สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือ ผู้สนับสนุนเบื้องหลังกลับเป็นรัฐบาลของแต่ละประเทศ
ไม่นานหลังจากนั้น รัฐบาลทั่วโลกก็ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ระลอกสองด้วยการประกาศว่า ผู้สร้างและพัฒนาระบบเกมนี้คือ “อิงลั่ว” ข่าวนี้ผลักดันให้กระแสของ ‘หลุนหุย’ พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ทั้งที่เกมยังไม่ทันเปิดให้บริการ แต่ความร้อนแรงกลับพุ่งพล่านจนถึงขั้นที่เรียกว่าบ้าคลั่ง
อะไรนะ? คุณไม่รู้จัก “อิงลั่ว” หรอ?
งั้นผมขอถามด้วยความสัตย์จริงเลยนะ... คุณใช่มนุษย์โลกหรือเปล่า?
ในศตวรรษที่ 23 ที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตครอบคลุมพื้นที่ถึง 99% ของโลก ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร ข้อมูลข่าวสาร การใช้ชีวิต การคมนาคม หรือแม้แต่การทหาร ทุกสิ่งล้วนต้องพึ่งพาระบบเครือข่าย หากมีใครสักคนสามารถทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตของประเทศหนึ่งเป็นอัมพาตได้ คนคนนั้นย่อมเป็นตัวตนที่น่าหวาดหวั่นที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
และ “อิงลั่ว” ก็คือตัวตนเช่นนั้น
อิงลั่วปรากฏตัวขึ้นในโลกไซเบอร์เมื่อ 20 ปีก่อน ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป บ้างก็เดาว่าเธอคือ “จิตวิญญาณ” ที่เกิดจากระบบเครือข่ายที่มีความอัจฉริยะมากเกินไป บ้างก็ว่าเป็นผู้คุมกฎที่โลกอินเทอร์เน็ตสร้างขึ้นเอง ความเห็นแตกเป็นร้อยแปด แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนยอมรับตรงกันคือ... เธอคือพระเจ้าในโลกอินเทอร์เน็ต เป็นพระเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์
ในโลกไซเบอร์ เธอสามารถบันดาลเมฆฝนได้เพียงพลิกฝ่ามือ ควบคุมและเปลี่ยนแปลงโลกอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ใดก็ได้ดั่งใจนึก
การปรากฏตัวของอิงลั่วทำให้ผู้คนทั่วโลกเริ่มจากความประหลาดใจ กลายเป็นความหวาดระแวง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยอมรับ และท้ายที่สุดกลายเป็นการเทิดทูนบูชา เพราะการมีอยู่ของเธอได้กวาดล้างความสกปรกโสมมในโลกอินเทอร์เน็ตจนหมดสิ้น และที่สำคัญที่สุด... เธอมีบทบาทสำคัญยิ่งในการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพของโลก
ปี 2188 สหรัฐอเมริการวบรวมแฮกเกอร์ระดับหัวกะทิกว่า 200 คน เพื่อโจมตีระบบความลับทางทหารของจีน ในเวลานั้นรูปลักษณ์ของ “อิงลั่ว” ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก ร่างกายของเธอคลุมด้วยผ้าแพรสีขาวบางเบา ใบหน้ามีผ้าคลุมหน้าบดบัง ทำให้ไม่อาจเห็นโฉมหน้าที่แท้จริง บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอประกาศเตือนแฮกเกอร์เหล่านั้น แต่เมื่อไม่เป็นผล เธอก็จัดการระงับ IP ของคนทั้ง 200 กว่าคนในพริบตา พร้อมทั้งนำความลับบางส่วนของอเมริกามาแฉบนโลกอินเทอร์เน็ตเพื่อเป็นการสั่งสอน
ปี 2190 ประเทศเกาะทางตะวันออกอย่างญี่ปุ่น ใช้ข้ออ้างลอยๆเพื่อโจมตีทางทหารใส่ประเทศเล็กๆในแถบเอเชียตะวันออก อิงลั่วปรากฏตัวเพื่อตักเตือน แต่ญี่ปุ่นกลับทำตัวปากว่าตาขยิบ อิงลั่วจึงบันดาลโทสะ ทำให้ระบบเครือข่ายของญี่ปุ่นทั้งประเทศเป็นอัมพาต จนกว่าจะหยุดการกระทำและยอมจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม เหตุการณ์อินเทอร์เน็ตล่มสลายเพียง 20 ชั่วโมงในครั้งนั้น ส่งผลให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นหยุดชะงักไปถึง 3 ปีเต็ม
ปี 2194...
ปี 2195...
ในศตวรรษที่ 23 คุณอาจไม่รู้ว่าประธานาธิบดีอเมริกาคือใคร คุณอาจไม่รู้ว่าหอยทากคลานช้ากว่าเต่า แต่คุณจะไม่มีทางไม่รู้จักชื่อ “อิงลั่ว” เพราะเธอคือบุคคลที่คนทั้งโลกเคารพยกย่อง เป็นไอดอลของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง
ดังนั้น เกมที่ถูกสร้างขึ้นโดยเธอ ย่อมเพียงพอที่จะทำให้คนทั้งโลกตั้งตารอคอย
ตามประกาศอย่างเป็นทางการ ‘หลุนหุย’ มีจุดเด่นดังนี้:
การถือกำเนิดของ ‘หลุนหุย’ ทำให้โลกทั้งใบต้องสั่นสะเทือน บริษัทเกมที่มีวิสัยทัศน์ต่างพากันถอนตัวจากการลงทุนในเกมอื่น แล้วหันไปพัฒนาด้านอื่นแทน... จะให้ไปแข่งกับ ‘หลุนหุย’ น่ะเหรอ? ไร้สาระสิ้นดี!
หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ เมื่อมีการวางจำหน่ายอุปกรณ์เกม แม้จะเตรียมการไว้แล้ว แต่กระแสตอบรับก็ยังทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง เพียงแค่สามวัน หมวกเกมหนึ่งร้อยล้านใบและแคปซูลเกมหนึ่งหมื่นเครื่องถูกกวาดจนเกลี้ยง! ณ วันที่ 30 มิถุนายน ยอดขายเฉพาะในจีนทะลุห้าร้อยล้านเครื่อง เกินกว่า 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ ยกเว้นคนแก่ที่ฟันร่วงจนหมดกับเด็กทารกที่ฟันยังไม่ขึ้น แทบทุกคนมีอุปกรณ์เกมอยู่ในมือ ประเทศอื่นก็บ้าคลั่งไม่แพ้กัน เพราะใครจะไปเสียดายเงินแค่ 100 หยวน แลกกับการสัมผัสเกมแห่งยุคสมัยกันล่ะ?
เวลา 07:55 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2209
เหลือเวลาอีก 5 นาทีจะเปิดให้บริการ เฟิงเซียวรีบมุดเข้าไปในแคปซูลเกมอย่างกระตือรือร้น โบราณว่า “นกที่ตื่นเช้าย่อมได้หนอน” ดีไม่ดีผู้ที่ล็อกอินเข้าเกมเป็นคนแรกๆอาจจะได้รับรางวัลพิเศษก็ได้ เฟิงเซียวตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเป็นอันดับหนึ่งในเกมนี้ให้ได้ ดังนั้นเขาจะไม่ยอมพลาดโอกาสใดๆก็ตามที่อาจทำให้เขาได้เปรียบ
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลก ‘หลุนหุย’ ขณะนี้เหลือเวลาอีก 5 นาที จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โปรดรออย่างอดทน...”
“..........โปรดรออย่างอดทน”
“..........โปรดรออย่างอดทน”
.........
.........
“10...9...8...7......2...1...0”
ทันใดนั้น เฟิงเซียวรู้สึกเพียงแสงสีขาววาบผ่านหน้า พริบตาต่อมาเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ในห้วงมิติแห่งความว่างเปล่าอันแปลกประหลาด พื้นที่รอบด้านเต็มไปด้วยวัตถุเรืองแสงรูปทรงต่างๆ ลำแสงหลากสีพุ่งตัดสลับกันไปมาในความเวิ้งว้าง หมุนวนส่องประกายเจิดจ้าเสียจนทะลวงลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ทว่ากลับทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายไปทั้งร่าง พร้อมกับเสียงอันไพเราะดังขึ้นที่ข้างหู:
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลก ‘หลุนหุย’ เนื่องจากท่านเข้าสู่เกมเป็นครั้งแรก ระบบจะทำการสแกนเพื่อยืนยันตัวตน กรุณารอสักครู่...”
ในเวลาเดียวกัน...
ณ ใจกลางกรุงปักกิ่ง ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในจีนนามว่า “ตึกเหยียนหวง” ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า มันคือศูนย์กลางการค้าและความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง เป็นถ้ำทองของเหล่าเศรษฐีนับไม่ถ้วน แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าชั้นบนสุดของสิ่งก่อสร้างอันโอฬารที่แสดงถึงความรุ่งโรจน์ของจีนแห่งนี้ กลับเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายในสไตล์โบราณที่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม
ห้องนี้เปรียบเสมือนเขตหวงห้าม ผู้ที่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้ามาในห้องนี้ ทั่วทั้งประเทศจีนมีไม่เกินสิบคน
“ท่านผู้นำครับ ‘หลุนหุย’ เปิดให้บริการพร้อมกันทั่วโลกมาได้ 10 นาทีแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ ไม่มีเหตุขัดข้องใดๆ แม้คาดว่าอุตสาหกรรมบันเทิงทั่วไปจะได้รับผลกระทบไปอีกพักใหญ่ แต่ก็ไม่กระเทือนถึงรากฐานครับ”
เจ้าของเสียงเป็นชายชราที่ดูมีอายุ แต่ทว่าน้ำเสียงกลับหนักแน่นมั่นคง เปี่ยมด้วยกำลังวังชา เขายืนก้มศีรษะรายงานสถานการณ์ต่อชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ชายวัยกลางคนผู้มีคิ้วคมเข้มดุจดาบและดวงตาสุกสกาวดั่งดวงดาว กำลังยืนทอดสายตาออกไป แม้คิ้วจะขมวดมุ่นแฝงความกังวล แต่ก็ไม่อาจปกปิดกลิ่นอายความน่าเกรงขามของผู้เป็นผู้นำ เขามองลงไปยังความศิวิไลซ์ของเมืองหลวงด้วยสายตาที่เปี่ยมอำนาจดุจพญาอินทรีมองดูอาณาจักร
“ลุงหวัง เรียกผมว่า ‘นายน้อย’ เหมือนเมื่อก่อนเถอะ เปลี่ยนคำเรียกแบบนี้มันทำให้เราดูห่างเหินกันไปเยอะเลยนะ” หลงเว่ยหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม
ชายชราผู้ใจดีคนนี้ดูแลเขามาตั้งแต่จำความได้ จนกระทั่งเขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติจีน ลุงหวังดูแลเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ของเขาด้วยความซื่อสัตย์เสมอมา จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่มีลูกเมีย เรียกได้ว่าอุทิศทั้งชีวิตให้แก่ตระกูลหลง
“ครับ นายน้อย” ชายชราขานรับด้วยความตื้นตันใจเล็กน้อย
“นายน้อยครับ วิธีการของเธอ... จะได้ผลจริงๆหรือครับ?”
“บางที... เท่าที่ดูตอนนี้ มันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยในเกมก็ไม่มีใครตาย อีกอย่าง... เรามีทางเลือกอื่นด้วยหรือ?”
“...”
“ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆของจีนทำให้พวกประเทศที่คิดไม่ซื่อเริ่มหวาดกลัว ปัญหาเรื่องเกาะไต้หวันก็เป็นแค่ข้ออ้างของพวกมันเท่านั้น การประชุมผู้นำโลกเมื่อปีก่อนคือจังหวะที่พวกมันรวมหัวกันกดดันเรา ถ้าตอนนั้น ‘อิงลั่ว’ ไม่ปรากฏตัวบนจอยักษ์กลางห้องประชุม ป่านนี้จีนคงตกเป็นเป้านิ่งของพวกประเทศมหาอำนาจพวกนั้นไปแล้ว”
“ครั้งนี้ถือว่า ‘อิงลั่ว’ ช่วยพวกเราไว้สินะครับ?”
หลงเวยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตอนนั้นเย่หวงเทียนล้างบางพวกญี่ปุ่นจนสะเทือนไปทั้งโลก แม้จะสร้างความหวาดกลัวได้ แต่ก็ทิ้งจุดอ่อนให้พวกญี่ปุ่นเอามาเล่นงานเราได้เหมือนกัน เพราะเรื่องนั้นมันดังไปทั่วโลก การประชุมเมื่อปีก่อนญี่ปุ่นขุดเรื่องนี้ขึ้นมาพูดใหม่ แถมยังมีคนคอยยุยงปั่นกระแสจนกลายเป็นประเด็น ‘ศัตรูของโลก’ และ ‘การต่อต้านมนุษยชาติ’ ในสถานการณ์ตอนนั้นเราเสียเปรียบสุดๆ ครั้งนี้... อิงลั่วช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เราได้จริงๆนั่นแหละ”
“นายน้อยครับ เรื่องนั้นจะโทษเย่หวงเทียนก็ไม่ได้นะครับ เพราะว่า...”
“ผมรู้...” หลงเวยพูดขัดขึ้น น้ำเสียงเจือความขมขื่น “ถ้าไม่ใช่เพราะผมแบกรับความปลอดภัยของประเทศไว้ ผมคงฆ่าพวกมันล้างโคตรยิ่งกว่าเขาเสียอีก... ยังไงซะ คนที่ตายก็คือลูกชายของผม... ลูกชายของหลงเว่ย... ตระกูลหลงต้องมาสิ้นสุดที่รุ่นของผม...”
ร่างของหลงเว่ยสั่นเทา แม้เรื่องราวจะผ่านมานานกว่า 20 ปี แต่ทุกครั้งที่หวนนึกถึง ความแค้นที่ฝังลึกถึงกระดูกยังคงทำให้เขาเกือบจะคุมสติไม่อยู่
“นายน้อย...”
“เอาล่ะลุงหวัง คุณออกไปก่อนเถอะ มีแขกมา” จิตใจที่เข้มแข็งจากการฝึกฝนมาหลายปีทำให้เขากลับมาสงบนิ่งได้อย่างรวดเร็ว
“ครับ นายน้อย” ลุงหวังหันหลังเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ประตูบานนั้นปิดลง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าหลงเว่ยราวกับภูตพราย เป็นหญิงสาวในชุดรัดรูปสีดำสนิทที่ขับเน้นรูปร่างอันแสนยั่วยวนได้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าสีดำ แม้จะมองไม่เห็นหน้าตาหรืออายุ แต่ก็ไม่อาจลดทอนรังสีความเย้ายวนของเธอได้เลย
หญิงสาวหัวเราะคิกคัก “ลุงหลงสัมผัสถึงการมีอยู่ของหนูได้เร็วขนาดนี้ ดูท่ากำลังภายในจะตามทันลุงเย่แล้วนะคะเนี่ย”
หลงเว่ยหัวเราะร่า “ยัยเด็กตัวแสบ ไม่ต้องมาเยินยอฉันหรอก ต่อให้มีฉันสักร้อยคนก็คงสู้เจ้าคนวิปริตนั่นไม่ได้หรอก ว่าไง... ได้เจอคนที่อยากเจอแล้วหรือยัง?”
“เจอแล้วค่ะ แต่หนูไม่บอกหรอกนะว่าเขาเป็นใคร ฮิฮิ~ วันนี้หนูมาลาลุงหลงค่ะ กว่าจะได้เจอกันคงอีกนานเลย” น้ำเสียงของหญิงสาวเปี่ยมเสน่ห์ตามธรรมชาติ แม้จะอยู่ต่อหน้าผู้นำสูงสุดผู้ทรงอำนาจ เธอก็ไม่มีท่าทีเกร็งหรือขัดเขินแม้แต่น้อย
“เอาเถอะ ‘เซียวถงอิ่ง’ เธอไปเถอะ เจ้าเทียนกับเจ้าปิงรอเธออยู่ เมื่อกี้เจ้าเทียนยังบ่นกับฉันอยู่เลย แต่พอบอกว่าเป็นคำสั่งของลุงเย่ เขาก็เงียบกริบเป็นเด็กดีทันที ฮ่าๆ”
“น้องชายตัวดีของหนูรอ ‘หลุนหุย’ มาทั้งปี ดันโดนลากไปฝึกพิเศษในวันเปิดเซิร์ฟเวอร์ ถ้าเขาไม่ร้องไห้น้ำมูกย้อยสิหนูถึงจะแปลกใจ”
“ลาก่อนค่ะลุงหลง หนู... เซียวถงอิ่งจะไม่ทำให้ลุงผิดหวังแน่นอน...”
ร่างอันงดงามเลือนหายไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงหลงเว่ยที่มีสีหน้าแปลกประหลาด
หลงเว่ย ผู้นำสูงสุดแห่งแดนมังกร ผู้กุมอำนาจล้นฟ้าและเป็นที่เคารพรักของคนนับพันล้าน ถึงกับเผลอปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริงบนหน้าผาก “เฮ้อ... ในที่สุดก็ส่งแม่นางมารนี่ไปได้สักที... ไม่รู้ว่าลูกชายบ้านไหนโชคร้าย ดันไปถูกตาต้องใจแม่สาวคนนี้เข้า”
ณ ห้วงมิติที่ไม่มีใครหยั่งรู้
หญิงสาวร่างบอบบางในชุดผ้าคลุมสีขาวพลิ้วไหวกำลังล่องลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในโลกหลากสีสัน ผ่านไปเนิ่นนาน หญิงสาวจึงถอนหายใจออกมาแผ่วเบา
“ห้าหมื่นปีแล้ว... ภารกิจของข้าใกล้จะสิ้นสุดลงเสียที... บุคคลในคำทำนายผู้นั้น จะปรากฏตัวขึ้นจริงหรือ?”
*****
[1] หลุนหุย แปลว่า สังสารวัฏ (การเวียนว่ายตายเกิด)
[2] เมนเฟรม (Mainframe) คือ คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูง ออกแบบมาเพื่อประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล พร้อมกันหลายล้านรายการได้อย่างรวดเร็ว เชื่อถือได้ และปลอดภัย เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่