- หน้าแรก
- มีดสังหารหมูหนึ่งเล่ม พิชิตทั่วทุกโลกา ฟังดูสมเหตุสมผลไหมล่ะ?
- บทที่ 128 วิญญาณตามติด (ฟรี)
บทที่ 128 วิญญาณตามติด (ฟรี)
บทที่ 128 วิญญาณตามติด (ฟรี)
บทที่ 128 วิญญาณตามติด
เย่ชวนอึ้งไปชั่วขณะ
เขาเคยเห็นเม็ดยาฟื้นฟูขั้นห้ามาก่อน จึงมั่นใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นของจริงแน่นอน
ในเมืองชิงเฉิง เม็ดยาฟื้นฟูขั้นห้าถือเป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลเซี่ย แต่เจียงอวี่ชวนกลับยื่นมันให้เขาอย่างง่ายดาย ราวกับเป็นของธรรมดาทั่วไป
“ผู้อาวุโสเจียง นี่มันมากเกินไปแล้ว!”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่เย่ชวนกลับเก็บเม็ดยาเข้าแหวนหยินหลงทันทีอย่างไม่ลังเล
เจียงอวี่ชวนหัวเราะเสียงดัง การให้ของขวัญ ไม่ต้องกลัวคนรับจะรับไป ที่ต้องกลัวคืออีกฝ่ายไม่ยอมรับมันต่างหาก
“ไม่มีอะไรต้องเกรงใจ ฉันบอกแล้วว่าเธอเป็นคนของตระกูลเจียง ถ้ามีเรื่องอะไรที่ต้องการ ก็พูดออกมาได้เลย ถ้าตระกูลเจียงช่วยได้ จะช่วยให้เต็มที่”
“งั้นฉันมีเรื่องอยากขอจริงๆ”
เย่ชวนสบโอกาสพูดขึ้นทันที
“ผู้อาวุโสเจียงรู้ทางไปดินแดนของเผ่ามดกินเหล็กไหม?”
“ดินแดนของเผ่ามดกินเหล็กเหรอ? ที่นั่นอันตรายมาก ถ้าเธออยากได้แร่โลหะหายาก บอกฉันมาได้เลย ฉันจะส่งคนไปจัดหาให้เอง ไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงถึงที่นั่น” เจียงอวี่ชวนพยายามห้าม
“ผู้อาวุโสเจียง นี่เป็นเรื่องที่เพื่อนฝากฝังมา ผมต้องไปให้ได้ ผมหไม่อยากเป็นคนผิดคำพูด ไม่ว่าสถานการณ์จะอันตรายแค่ไหน ผมก็ต้องไป!” เย่ชวนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“เป็นแบบนี้เองสินะ”
เจียงอวี่ชวนพยักหน้า สายตาที่มองเย่ชวนเต็มไปด้วยความชื่นชม
“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะส่งคนไปคุ้มกันเธอ ดินแดนของเผ่ามดกินเหล็กสามารถเดินทางไปได้ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายในเมืองอวีหนิง แค่จ่ายค่าธรรมเนียมก็ไปถึงได้”
“ไม่เป็นไรครับ ผู้อาวุโสเจียง ผมขอไปเองดีกว่า ผมไม่ชอบรบกวนใคร ท่านช่วยผมมามากพอแล้ว ไว้เจอกันใหม่ครับ!”
เย่ชวนโบกมืออำลา เพราะถ้ามีคนติดตามไปด้วย หลายๆ อย่างที่เขามีคงใช้ได้ไม่เต็มที่ และอาจกลายเป็นภาระเสียเปล่า
การเดินทางไปคนเดียวกลับจะปลอดภัยกว่า เพราะ...เผ่ามดกินเหล็กบินไม่ได้
ด้วยปีกสวรรค์วิวัฒน์ เย่ชวนแทบจะได้เปรียบเหนือเผ่ามดกินเหล็กอย่างสมบูรณ์แบบ
นี่เป็นเหตุผลที่เขากล้าเดินทางไป แม้จะรู้ว่ามีมดกินเหล็กระดับราชาอยู่ถึงสามตัว ถ้าเป็นฝูงนกอัสนีเพลิงและมีราชานกอัสนีเพลิงอยู่ด้วย เขาคงไม่กล้าเข้าไปแน่นอน
“เด็กคนนี้…”
เจียงอวี่ชวนส่ายหัวพลางยิ้ม เพราะเขารู้ดีว่าเย่ชวนยังไม่ได้ไว้ใจเขาเต็มร้อย
ภายนอกดูเหมือนเย่ชวนจะเป็นคนง่ายๆ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดจริงๆ จะรู้ว่าเขามีระยะห่างที่มองไม่เห็นกับทุกคน
เหมือนกับว่า… ในสายตาของเขา คนรอบข้างไม่ใช่ ‘คน’ จริงๆ
“ซือเหยียน ถ้าเธอสนใจเย่ชวนจริงๆ พ่อจะสนับสนุนเธอเต็มที่”
เจียงอวี่ชวนมองเจียงซือเหยียนด้วยความคาดหวัง
“พ่อสืบประวัติของเขาแล้ว เขาไม่มีอะไรต้องสงสัย เป็นเพียงลูกของนักเชือดหมูกับแม่ครัว ถ้าเราดึงเขาเข้าตระกูลเจียง แล้วเธอกับเขามีลูกด้วยกัน เด็กคนนั้นจะได้เป็นหัวหน้าตระกูลคนต่อไป!”
“ถ้าลูกของเขาได้เป็นหัวหน้าตระกูลเจียง เย่ชวนย่อมภักดีต่อเจียงอย่างแน่นอน แล้วเราก็ไม่ต้องกังวลว่าตระกูลเจียงจะตกไปอยู่ในมือคนนอก”
ใบหน้าของเจียงซือเหยียนขึ้นสีแดงระเรื่อ ยังไม่ได้เริ่มอะไรเลย แต่พ่อของเธอกลับวางแผนไปถึงขั้นมีลูกแล้ว?
“พ่อ! คิดไปไกลเกินไปแล้ว!”
“เฮ้อ รักมากก็ต้องคิดให้ไกล”
เจียงอวี่ชวนเงยหน้ามองไปทางที่เย่ชวนเดินจากไป
“ถ้าไม่ใช้โอกาสตอนที่เขายังอ่อนแอช่วยเหลือและลงทุนกับเขาให้ดี ต่อไปอีกไม่กี่ปี เด็กคนนั้นอาจจะได้ทะยานสู่จุดสูงสุด”
ขณะที่เย่ชวนเดินจากไป เจียงเป๋อเหอก็ได้รับข่าวสาร
“แน่ใจนะว่ามันออกจากตระกูลเจียงแล้ว แล้วกำลังจะไปดินแดนของเผ่ามดกินเหล็ก?” ดวงตาของเจียงเป๋อเหอทอประกายเย็นเยียบ
“ใช่ครับ ผู้อาวุโสสูงสุด! ผมได้ยินมากับหู ไม่มีผิดแน่นอน!” ลูกศิษย์ของตระกูลเจียงรีบรายงาน
“ดี! ดีมาก!”
ดวงตาของเจียงเป๋อเหอเปล่งประกายสังหาร
“เย่ชวนนะย่ชวน ถ้าแกยังเกาะติดตระกูลเจียงไม่ไปไหน เจียงอวี่ชวนก็คงพยายามปกป้องแกเต็มที่ ฉันคงทำอะไรแกไม่ได้”
“แต่ในเมื่อแกกล้าออกไปเอง ก็ถือว่าหาที่ตายแล้ว!”
“เฝ้าหน้าประตูไว้ ถ้ามีใครมาหา ก็บอกไปว่าฉันไม่สบาย งดรับแขก!”
สั่งจบ เจียงเป๋อเหอก็หายตัวไปทันที
“รับทราบ ผู้อาวุโสสูงสุด!”
ทางด้านเย่ชวน เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าหมายของเจียงเป๋อเหอ ขณะนี้เขากำลังซื้อเสบียงและอุปกรณ์ต่างๆ
ก่อนที่ขุมทรัพย์ลับระดับเฟิงหวงจะเปิด เขาวางแผนจะอยู่ข้างนอกและล่ามดกินเหล็กเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง
สิ่งสำคัญที่สุดคือเตรียมน้ำและอาหารให้เพียงพอ
ส่วนเรื่องยา ด้วยเม็ดยาฟื้นฟูขั้นห้าที่เจียงอวี่ชวนให้มา เขาจึงประหยัดเงินไปได้มาก
เม็ดยาฟื้นฟูขั้นห้านั้น ประสิทธิภาพมหาศาลขนาดที่สามารถชุบชีวิตคนและรักษาอาการบาดเจ็บร้ายแรงได้โดยไม่เกินจริง
ในเวลาไม่นาน เย่ชวนก็จัดการเติมเสบียงจนเต็มแหวนหยินหลง น้ำและอาหารที่เขามีสามารถทำให้เขาอยู่รอดในดินแดนของมดกินเหล็กได้นานถึงหนึ่งปี
หลังจากซื้อของเสร็จ เย่ชวนก็เดินไปยังค่ายกลเคลื่อนย้ายของเมืองอวีหนิง เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปยังดินแดนของเผ่ามดกินเหล็ก
เจ้าหน้าที่ที่ดูแลค่ายกลเคลื่อนย้ายต่างพากันเหลือบมองเย่ชวนหลายครั้ง
ปกติแล้ว ผู้เปลี่ยนอาชีพที่เดินทางไปยังดินแดนของเผ่ามดกินเหล็กมักจะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม การที่มีใครสักคนเดินทางไปเพียงลำพังแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากมาก
เมื่อจ่ายค่าธรรมเนียมที่แพงจนน่าเจ็บใจและเกิดการสั่นไหวของมิติขึ้น ร่างของเย่ชวนก็หายไปจากสถานที่เดิม
เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง เย่ชวนพบว่าตัวเองมายืนอยู่ในสถานที่ที่แห้งแล้งรกร้างสุดลูกหูลูกตา
ที่นี่ไม่มีต้นไม้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ ทุกสิ่งที่มองเห็นล้วนเป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่าที่ถูกกัดกินไปหมดแล้ว
เหมือนกับว่าฝูงตั๊กแตนได้นำหายนะมาสู่ดินแดนแห่งนี้ เมื่อมองออกไปไกลสุดสายตา เขาสามารถมองเห็นสิ่งปลูกสร้างลักษณะคล้ายป้อมปราการมากมายกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่
ป้อมปราการเหล่านั้นสร้างขึ้นจากดินเหลือง มีขนาดแตกต่างกัน บางหลังสูงถึงหลายสิบเมตร บางหลังก็เตี้ยเพียงหนึ่งถึงสองเมตรเท่านั้น
เป็นระยะๆ จะมีเงาสีดำเคลื่อนไหววูบไหวอยู่บนยอดป้อม
ในอากาศมีแต่กลิ่นสนิมเหล็กฟุ้งกระจายไปทั่ว
“ที่นี่ก็คือดินแดนของเผ่ามดกินเหล็กสินะ” เย่ชวนพึมพำกับตัวเอง สายตาเริ่มเคร่งขรึมขึ้น
แต่ในตอนนั้นเอง เขากลับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ซ่อนอยู่!
เย่ชวนไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาหันกลับไปพร้อมฟันดาบออกไปเต็มแรง!
แต่แล้วฝ่ามือใหญ่ก็พุ่งมาพร้อมกับสายลมกรรโชกแรง ฟาดเข้าใส่เย่ชวนจนร่างของเขาปลิวกระเด็นออกไป
สายตาของเย่ชวนฉายแววเย็นชา ทันทีที่ตั้งหลักได้ เขาก็เห็นชัดเจนแล้วว่า คนที่ลอบโจมตีเขาคือเจียงเป๋อเหอ!
ใบหน้าของเจียงเป๋อเหอเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาเปล่งประกายจิตสังหาร
“เย่ชวนนะเย่ชวน คราวนี้ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าจะมีใครมาช่วยแกได้อีก!”