- หน้าแรก
- ฟ้องให้ยับ ปราบเกรียนด้วยหมายศาล
- บทที่ 465 อารมณ์พลุ่งพล่าน
บทที่ 465 อารมณ์พลุ่งพล่าน
บทที่ 465 อารมณ์พลุ่งพล่าน
จริงๆ แล้ว จ้าวหยาลี่ยังกังวลอีกเรื่อง
ต่อให้น้องสาวรอดคดีเพราะป้องกันตัว ไม่ต้องรับโทษทางกฎหมาย
แต่ความจริงที่ว่าเธอฆ่าคนตาย มันลบไม่ออก
"ฆ่าคนด้วยมือตัวเอง" คำนี้วนเวียนอยู่ในหัว เหมือนมีดทื่อๆ กรีดใจซ้ำๆ จนหนาวสะท้าน
ไม่ว่าจะเจตนา ไม่เจตนา ป้องกันตัว หรือเกินกว่าเหตุ
จะเรียกว่าอะไรก็ช่าง
แต่นักศึกษาสาววัยยี่สิบต้นๆ คนนี้ ได้พรากชีวิตคนไปแล้ว!
เธอมองตัวอักษร "มงคลสมรส" สีแดงแจ๋บนผนัง สีที่ควรจะน่ายินดี ตอนนี้กลับบาดตาบาดใจ เหมือนกำลังเยาะเย้ยชะตากรรมอันโหดร้าย
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเด็กผู้หญิงคนนึง ต่อให้รอดคุก แต่แผลใจมันไม่หายไปง่ายๆ
แค่นึกภาพน้องสะดุ้งตื่นกลางดึก เหงื่อท่วมตัว กลัวที่แคบจนไม่กล้าอยู่คนเดียว หัวใจเธอก็เจ็บแปลบ
มันจะเป็นปมในใจไปตลอดชีวิต
ต้องอยู่กับความหวาดกลัวไปอีกนาน
ฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สภาพจิตใจย่ำแย่
เผลอๆ อาจจะกลัวผู้ชายไปเลยก็ได้
สรุปคือ
เธอห่วงทั้งคดี ทั้งจิตใจของน้อง เธอสูดหายใจลึก กลั้นน้ำตา แต่ปลายนิ้วยังเย็นเฉียบ
ไอ้แว่นเวรเอ๊ย! เธอกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจและเคียดแค้น
ตายไปก็สมน้ำหน้าแล้ว จริงๆ สบายไปด้วยซ้ำ ถ้ามันไม่คิดชั่ว ก็คงไม่จบเห่แบบนี้ และน้องเธอก็ไม่ต้องมาซวยไปด้วย
อยู่ก็รกโลก เที่ยวลวนลามชาวบ้าน
ตายไปแล้วยังทิ้งปัญหาไว้อีก
เลวบริสุทธิ์จริงๆ!
เธอก่นด่าในใจ
ส่วนหลิวชุ่ยผิงยังแหกปากร้องไห้ไม่หยุด นั่งถีบขาตบพื้น ฝุ่นเขรอะเล็บ ผมเผ้ากระเซิง ดูทุเรศทุรังบ้าคลั่ง
คนมุงเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งแขกเหรื่อ เพื่อนบ้านชั้นบนชั้นล่าง
ได้ยินเสียงเอะอะก็แห่กันมาดู ชะเง้อคอ มองลอดช่อง แอบถ่ายรูป ซุบซิบกันสนุกปาก ตามประสาคนชอบเผือก
หลิวชุ่ยผิงเห็นคนเยอะ ยิ่งได้ใจ เล่นใหญ่รัชดาลัยกว่าเดิม
"มาดูเร็ว! มาช่วยกันตัดสินหน่อย!"
"ลูกแม่..."
"เพิ่งยี่สิบหกเอง อนาคตยังอีกไกล"
"แค่มาร่วมงานแต่งเพื่อน ดันมาโดนฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม"
"ต้องมาจบชีวิตแค่นี้"
"คนแก่ต้องมาเผาศพลูก แล้วแม่จะอยู่ยังไง!"
"แล้วดูพี่สาวฆาตกรสิ ยังมาพูดจาแดกดัน ใส่ร้ายลูกชายฉันอีก"
"ฟ้าดินเป็นพยาน!"
"ทำไมคนเราถึงได้ใจดำขนาดนี้!"
"โฮ! ลูกแม่! ตายไปแล้วยังโดนเขานินทาว่าร้าย ไม่ได้ไปผุดไปเกิด!"
เธอร้องไห้ฟูมฟาย
แหกปากโวยวายเสียงแสบแก้วหู จนคนรอบข้างต้องนิ่วหน้า
สุดจะทน จ้าวหยาลี่มองการแสดงโอเวอร์แอคติ้งนั้นด้วยความสะอิดสะเอียน
จีนมุงก็เริ่มวิจารณ์กันเซ็งแซ่
……
"เกิดไรขึ้น?"
"ยังงงอยู่อีกเหรอ? งานแต่งไง มีเพื่อนเจ้าบ่าวตาย"
"เชี่ย! พีคจัด! ทำไมงานมงคลกลายเป็นงานศพไปได้..."
"เห็นเขาว่าเรื่องชู้สาว ไอ้เพื่อนเจ้าบ่าวคบซ้อน แล้วแฟนสองคนมาเจอกันในงาน โป๊ะแตกเลยตีกัน อีท่าไหนไม่รู้ ตายเฉย"
"มั่วแล้ว... เรื่องหนี้สินต่างหาก! ผู้หญิงยืมเงินผู้ชายไปแสนนึงแล้วเบี้ยวหนี้ มาเจอกันในงาน ผู้ชายเลยทวงยิกๆ สุดท้ายทะเลาะกัน ตายเพราะเงินแสนเดียว เฮ้อ"
"พวกแกรู้ไม่จริง เรื่องหนี้สินน่ะใช่ แต่มีเงื่อนงำกว่านั้น ผู้ชายไปดักเจอผู้หญิงในห้องน้ำ ยื่นข้อเสนอให้นอนด้วยแลกกับลดดอกเบี้ย แต่ผู้หญิงขอหักต้นหมื่นนึง ผู้ชายไม่ยอม บอกว่าหอยเลี่ยมทองรึไงแพงจัง สุดท้ายจะข่มขืน ผู้หญิงสู้ยิบตา สุดท้าย... ก็อย่างที่เห็น ตายคาที่"
"วงการนี้แม่งเถื่อน"
"เออ ได้ข่าวว่าพวกเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวนี่มั่วเซ็กส์กันยับ จัดปาร์ตี้เซ็กส์หมู่ด้วยนะ..."
"อื้อหือ!"
"สุดจัดปลัดบอก"
……
"พอๆ หยุดมั่วกันได้แล้ว! อย่ามาใส่สีตีไข่ ขืนปล่อยข่าวลือมั่วซั่ว เดี๋ยวโดนข้อหาหมิ่นประมาทกันหมด รู้มั้ย?"
หลัวต้าเฉิงได้ยินข่าวลือเริ่มไปกันใหญ่ ก็รีบปรามเสียงเข้ม
ปล่อยไว้ไม่ได้
ลือกันจนเละเทะไปหมดแล้ว
ไม่ให้เกียรติคนตาย ไม่ยุติธรรมกับคนทำผิด แถมยังทำร้ายจิตใจญาติพี่น้องทั้งสองฝ่าย หลัวต้าเฉิงรู้ดีว่าข่าวลือมันน่ากลัว ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม
ความจริงยังไม่ปรากฏ
ตกลงชายจะข่มขืน หญิงป้องกันตัว?
หรือชายแค่หยอกเล่น หญิงตื่นตูมเกินเหตุ?
หรือมีอะไรมากกว่านั้น
ยังฟันธงไม่ได้
แต่ขืนปล่อยให้ลือกันมั่วๆ แบบนี้
มีแต่จะเสียรูปคดีหมด
พอตำรวจขู่ กลุ่มคนก็เงียบกริบ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก กลัวโดนหางเลข
ถึงแววตายังอยากเผือกอยู่ แต่ปากก็สงบลงบ้าง
จากนั้น
หลัวต้าเฉิงหันไปหาหลิวชุ่ยผิง
"พี่สาวครับ ผมเข้าใจนะว่าเสียลูกชายมันเจ็บปวด..."
พูดยังไม่ทันจบ ก็โดนสวน
"เข้าใจ!? เข้าใจอะไร? ลูกคุณตายเหรอถึงมาบอกว่าเข้าใจ!"
"ดีแต่พูด!"
"ถ้าเข้าใจจริง ก็ลองให้ลูกตายดูบ้างสิ!"
เธอตะโกนน้ำลายแตกฟอง
หลัวต้าเฉิง "..."
นี่ฉันใจดีด้วยแล้วนะ?
สัส!
อีป้านี่ ปากหมาจริงๆ
มิน่าลูกถึงตาย
เขาด่าในใจ
แน่นอน พูดออกมาไม่ได้
หน้าที่ตำรวจค้ำคอ ต้องรักษาภาพลักษณ์ เขาเลยต้องสูดหายใจลึก สงบสติอารมณ์ ปั้นหน้านิ่งเหมือนเดิม
ถ้าไม่ใช่ตำรวจนะ แม่โดนด่าเปิงไปแล้ว
เจียงเจี้ยนเซ่อ พ่อไอ้แว่นเห็นท่าไม่ดี รีบกระตุกแขนเมีย
"คุณใจเย็นๆ ก่อน ร่วมมือกับตำรวจดีๆ เถอะ จะได้ทวงความยุติธรรมให้ลูก" เขาพูดเสียงเหนื่อยอ่อน รู้ว่าใช้อารมณ์ไปก็ไม่ได้อะไร
"หุบปากไปเลย!" เธอสะบัดมือผัวทิ้ง ตาขวาง "ตอนนี้ฉันไม่ฟังใครทั้งนั้น!"
เรียกได้ว่าสติแตกไปแล้ว
ด่าดะไปทั่ว
หันมาด่าผัวต่อ
"ก็เพราะแกมันไร้น้ำยา!"
"ถ้าแกเก่งจริง ใครจะกล้าทำเรา?"
"ถ้าแกมีปัญญาปกป้องลูก ลูกคงไม่ตาย แล้วเราคงไม่ต้องมาโดนคนอื่นข่มเหงแบบนี้!"
"ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ?"
"ลูกตาย แกต้องรับผิดชอบ!"
เจียงเจี้ยนเซ่อ "..."
เหนื่อยใจชิบหาย
ลูกแกคนเดียวเหรอ นั่นก็ลูกฉันเหมือนกัน
ลูกตาย แกเสียใจ ฉันก็เสียใจ
แต่ดูสภาพเมียตอนนี้... เขาได้แต่มองด้วยความระอา ไม่รู้จะปลอบยังไง ไม่รู้จะจัดการกับเรื่องบ้าๆ นี่ยังไง
ท้อแท้
ถอนหายใจ แล้วเงียบไป
"ถอนหายใจทำไม? ทำไมไม่พูด? เป็นใบ้หรือยังไง?" นางยังคงราวีไม่เลิก
กัดไม่ปล่อย
เขาค่อยๆ หันหลังให้ แววตาหม่นหมอง เสียงแหบแห้ง "ผมไม่รู้จะพูดอะไร"
"อ๋อ... คือหมดรักกันแล้วว่างั้น?"
"..."
พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
หลัวต้าเฉิงตัดบท "เอาล่ะๆ วางใจได้ครับ เราจะเร่งสืบหาความจริงให้กระจ่าง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนนี้เชิญพวกคุณไปดูลูกที่โรงพยาบาลก่อน ส่วนผู้ต้องหา เราจะคุมตัวไปสอบสวน มีอะไรคืบหน้าจะรีบแจ้งทันทีครับ"
เขาพูดย้ำ
หลิวชุ่ยผิงลุกขึ้นช้าๆ จ้องจ้าวหยาลี่ตาเขียว "จำใส่กะลาหัวไว้เลยนะ น้องแกฆ่าลูกฉัน! คนเห็นกันทั่ว อย่ามาตอแหลหนีความผิด! ลูกฉันตาย น้องแกต้องตายตาม! ใครฆ่าคนก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต! เตรียมตัวเก็บศพน้องแกได้เลย!"
พูดจบก็สะบัดตูดเดินหนี
เจียงเจี้ยนเซ่อรีบตามไป
จ้าวหยาลี่มองตามหลังไป สีหน้าไม่สู้ดีนัก
ทั้งโกรธที่โดนด่า
ทั้งห่วงน้อง
คำพูดเหล่านั้นถึงจะหยาบคาย
แต่ก็มีส่วนจริง
ชีวิตคนทั้งคน
ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนตาย
คดีนี้เรื่องใหญ่แน่
นี่แหละปัญหา
เธอกอดอกแน่น รู้สึกหนาวเหน็บ เศร้า และสิ้นหวัง
"พี่หยาลี่"
โม่โม่กับเล่อเล่อเข้ามาปลอบ
พวกเธอก็ห่วงเพื่อนเหมือนกัน
สี่สาว
รุ่นราวคราวเดียวกัน
โตมาด้วยกัน สนิทกันมาก
จ้าวหยาลี่เป็นพี่ใหญ่
อีกสามคนอายุไล่เลี่ยกัน ห่างกันไม่เกินปี
เป็นทั้งญาติ ทั้งเพื่อน ทั้งเพื่อนเล่นวัยเด็ก
มาเกิดเรื่องแบบนี้ ใครจะไม่เสียใจ ไม่เป็นห่วง
แต่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ
ทำให้ดีที่สุด แล้วปล่อยวาง
โม่โม่กับเล่อเล่อเล่าความจริงทั้งหมดให้ตำรวจฟัง
จ้าวหยาลี่ก็เล่าในส่วนที่เธอรู้เห็น
ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยเปลี่ยนข้อหาจากฆ่าคนตายโดยเจตนา เป็นป้องกันตัว หรืออย่างแย่ก็ป้องกันเกินกว่าเหตุ
ตามที่หลินเป่ยแนะนำ
ฆ่าคนโดยไม่มีเหตุผล กับฆ่าคนเพราะป้องกันตัว มันคนละเรื่องกัน
โทษก็ต่างกันลิบลับ
จุดนี้สำคัญมาก
……
"หลินเป่ย เรื่องน้องหย่านาน มั่นใจแค่ไหน?" เหวินไจกระซิบถาม สีหน้ากังวล
หลินเป่ยตอบเสียงเข้ม "เคสนี้เข้าข่ายป้องกันตัวชัวร์ ถ้าคนไม่ตาย ผมฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ารอด แต่พอคนตาย มันก็อาจจะมีตัวแปรนิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง ยังมีลุ้นอยู่ คนตายไม่ได้แปลว่าจะผิดเสมอไป เดี๋ยวผมจะแนะนำทนายหลัวให้จ้าวหยาลี่ ถ้าได้เขามาช่วย โอกาสชนะสูงแน่!"
"จริงด้วย!"
เหวินไจตาเป็นประกาย
"ทนายหลัว!"
"ทนายปีศาจ ฉายาจอมคลั่งนอกกฎหมาย!"
"ถ้าเขาลงมือ อย่างน้อยก็มีลุ้นชนะสูง"
เธอเริ่มมีความหวัง
หลินเป่ยพยักหน้า "ใช่ ผมเชื่อว่าทนายหลัวต้องสนใจคดีนี้แน่ และจะสู้ยิบตา"
"รายนั้นชอบของยาก"
"ชอบความท้าทาย"
สไตล์เขาเลยล่ะ
ทนายคนอื่นอยากได้งานง่ายๆ
ทำส่งๆ ก็ได้เงิน
แต่ทนายหลัวสวนกระแส
ไม่ชอบงานหมูๆ ชอบงานหินๆ
แบบนี้สิถึงจะน่าสนุก
ถึงจะปลุกไฟในตัวเขาได้
ชัดเจนว่า
คดีนี้เข้าทางเขาเป๊ะ!