- หน้าแรก
- ฟ้องให้ยับ ปราบเกรียนด้วยหมายศาล
- บทที่ 460 เรื่องใหญ่แล้ว
บทที่ 460 เรื่องใหญ่แล้ว
บทที่ 460 เรื่องใหญ่แล้ว
"เฮ้ย! ทำอะไรกันน่ะ?"
"เกิดอะไรขึ้น?"
"หยาลี่ มีเรื่องอะไร?"
หลินเป่ยกับเหวินไจวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามรัวๆ
สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย จนไม่มีใครทันสังเกตว่าเสื้อผ้าทั้งคู่หลุดลุ่ย หน้าแดงก่ำผิดปกติ
จ้าวหยาลี่ละล่ำละลัก "เร็ว! น้องๆ อยู่ข้างใน ไม่รู้เป็นไงบ้าง รีบเข้าไปดูหน่อย!"
เหวินไจหันขวับมองหลินเป่ย
หลินเป่ยไม่รอช้า ก้าวฉับๆ เข้าไปทันที
"เฮ้ย! พี่ชาย ไม่ใช่เรื่องของแก อย่าแส่ เดี๋ยวจะเจ็บตัวเปล่าๆ!"
ชายหัวทองยืนขวางทาง หักนิ้วกร๊อบแกร๊บข่มขวัญ
ท่าทางนักเลงโตชัดเจน
หน้าหลินเป่ยตึงเปรี๊ยะ
เขาไม่เสียเวลาเสวนากับขยะ
ผลักชายหัวทองกระเด็นไปพ้นทาง
ด้วยพลังกายระดับหลินเป่ยตอนนี้ อย่าว่าแต่ไอ้ขี้ก้างนี่เลย ต่อให้ยักษ์ปักหลั่นอย่างต่งเจียเป่า ก็ปลิวได้ง่ายๆ
"ไอ้สัส แก..."
ร่างนั้นเซถลา ปากก็ด่ากราด
แต่หลินเป่ยไม่สน
เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู
แต่ทันทีที่มือแตะลูกบิด
เสียงกรีดร้องโหยหวนกลับดังลั่นออกมาจากข้างใน
"กรี๊ดดด!!! ——"
สีหน้าหลินเป่ยเปลี่ยนทันที
เขารีบกระชากประตูเปิดออก
พอดีกับไอ้หน้าสิวที่กำลังจะเปิดประตู เลยโดนกระแทกหงายเงิบลงไปกองกับพื้น
หน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด
มันตะเกียกตะกายลุกขึ้น วิ่งหนีตายออกมา
ปากก็ตะโกนลั่น "ฆ่าคนแล้ว! ฆ่าคนแล้ว!"
ไอ้อ้วนวิ่งตามมาติดๆ
เสื้อผ้าหน้ามือเปื้อนเลือดโชก หน้าตาตื่นไม่แพ้กัน
ขวัญกระเจิงไปหมด
พอสองคนนั้นวิ่งไป หลินเป่ยถึงเห็นสภาพข้างในชัดๆ
สองสาวลูกพี่ลูกน้องของจ้าวหยาลี่ ยืนตัวสั่นหน้าซีดเผือดอยู่มุมห้อง เสื้อผ้าหน้าผมยุ่งเหยิง
ส่วนจ้าวหย่านาน น้องสาวแท้ๆ นั่งอยู่บนโถส้วม
ตัวสั่นเป็นลูกนก น้ำตาอาบแก้ม
เหมือนคนสติหลุด
ในมือขวา... ถือกรรไกร!
และกรรไกรเล่มนั้น... เลือดหยดติ๋งๆ!
ที่พื้นข้างๆ
เพื่อนเจ้าบ่าวคนหนึ่งนอนชักกระตุก เลือดทะลักออกจากหน้าอกไหลนองเต็มพื้น
"หนู... หนูไม่ได้ตั้งใจ... หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ"
จ้าวหย่านานเพ้อออกมาเสียงสั่นเครือ
มือไม้อ่อน
กรรไกรร่วงลงพื้นดังเคร้ง
เงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดความโกลาหล
"ฆ่าคนแล้ววว!"
"โทรเรียกรถพยาบาลเร็ว!"
"เชี่ยเอ๊ย! วันมงคลแท้ๆ เลือดตกยางออกซะงั้น!"
"วัยรุ่นสมัยนี้มันยังไงกันวะเนี่ย"
“……”
วุ่นวายไปหมด
"นานนาน!"
จ้าวหยาลี่ร้องลั่น จะพุ่งเข้าไปหา
ต่งเจียเป่ายืนแข็งทื่อ
ได้ยินเสียงตะโกน เห็นไอ้แว่นนอนจมกองเลือด
เห็นน้องเมียถือกรรไกรเปื้อนเลือด
สมองอื้ออึง
ขาวโพลนไปหมด
คิดอะไรไม่ออกแล้ว
แต่หลินเป่ยคว้าตัวจ้าวหยาลี่ไว้ทัน
"ตั้งสติ! อย่าเพิ่งเข้าไป! แจ้งตำรวจก่อน!"
"นี่เป็นที่เกิดเหตุ ห้ามเข้าไปยุ่ง!"
"มีใครเป็นหมอไหม? พยาบาล? หรือใครปฐมพยาบาลเป็นบ้าง? มีผ้าพันแผลหรืออะไรห้ามเลือดได้ไหม?"
หลินเป่ยตกใจเหมือนกัน แต่ดึงสติกลับมาได้ไวสุด
ตื่นตูมไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน
อย่างแรก ต้องยื้อชีวิตไอ้แว่นให้ได้
ถ้าไม่ตาย เรื่องก็เบาลงเยอะ
แต่ถ้าตาย...
งานช้างแน่
แต่เขาก็ทำได้เท่าที่ทำ
ดูจากแผล เลือดออกที่อกซ้าย
ตรงหัวใจพอดี
น่าจะไม่รอด
คงไม่รอดแน่
คดีฆาตกรรมชัดๆ!
ขนาดหลินเป่ยยังใจเต้นรัว นี่มันครั้งแรกที่เจอคดีคนตายต่อหน้าต่อตา
ตื่นเต้นแทบตายตาม
แต่เพราะผ่านอะไรมาเยอะ เลยนิ่งกว่าคนอื่น
รู้ว่าต้องรักษาสภาพที่เกิดเหตุ
และ
เขาคิดไปไกลกว่านั้น
เขากำลังวิเคราะห์รูปคดี
ถ้าไอ้แว่นตาย รูปคดีจะเปลี่ยนไปมหาศาล โทษของจ้าวหย่านานก็จะต่างกันลิบลับ
ความผิดที่ต้องรับก็ต่างกัน
เจตนาฆ่า?
ประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย?
ป้องกันเกินกว่าเหตุ?
หรือป้องกันตัวโดยชอบ?
แต่ละอย่างผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับเหว
เลยต้องกันคนไว้ เก็บหลักฐานให้ครบ
ขืนปล่อยให้คนเข้าไปเหยียบย่ำ หลักฐานพังหมด ทีนี้ล่ะยาว
ความคิดแล่นเร็วในหัว หลินเป่ยสั่งการทันที
แต่จ้าวหยาลี่สติแตกไปแล้ว
นั่นน้องแท้ๆ นะ ถือกรรไกรเปื้อนเลือด ข้างๆ มีคนนอนหายใจรวยริน
ชัดเจนว่าน้องเธอแทงเขา
จะให้ใจเย็นได้ยังไง?
เธอไม่ได้ยินเสียงหลินเป่ยเลย จะพุ่งเข้าไปท่าเดียว
โชคดีเหวินไจคว้าเอวไว้ทัน
"หยาลี่! ตั้งสติ! ฟังหลินเป่ยก่อน! เข้าไปตอนนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ อย่าไปทำลายหลักฐาน! ช่วยคนก่อน! แจ้งตำรวจ!"
จ้าวหยาลี่ค่อยๆ ได้สติ
เธอเกาะขอบประตู ตะโกนบอกน้อง "นานนาน ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่นี่ ไม่เป็นไรๆ ใจเย็นๆ อยู่นิ่งๆ ไว้นะ"
แล้วหันไปบอกน้องลูกพี่ลูกน้องอีกสองคน "โม่โม่ เล่อเล่อ ไม่ต้องกลัวนะ"
"อยู่มุมห้องไว้ อย่าเดินเพ่นพ่าน"
"พี่คะ!"
"พี่ลี่ลี่!"
สามสาวปล่อยโฮ
เด็กผู้หญิงอายุยี่สิบต้นๆ ยังเรียนอยู่เลย
เจอแบบนี้ใครจะรับไหว
ขวัญกระเจิงหมดแล้ว
"พี่คะ! มันจะข่มขืนหนู หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ มันจะกอดจะจูบหนู หนูตกใจ หนูเลย... ฮือๆๆ! ทำไงดี!"
จ้าวหย่านานร้องไห้ตัวโยน พูดไม่เป็นภาษา
ได้ยินแบบนั้น จ้าวหยาลี่กัดฟันกรอด โกรธจนตัวสั่น
กะแล้วเชียว
ไอ้สารเลว!
กล้าดียังไงมารังแกน้องฉัน
ตายซะได้ก็ดี!
แต่ว่า...
น้องสาวจะต้องมาติดคุกเพราะไอ้เดรัจฉานตัวเดียวน่ะเหรอ?
ไม่คุ้มเลย!
อนาคตต้องมาดับวูบเพราะไอ้สวะพรรค์นั้น ยอมไม่ได้!
เธอร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก
ใช่!
หลินเป่ย!
นึกถึงหลินเป่ยขึ้นมาได้
เธอติดตามเขามานาน รู้ว่าเขาเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมาย ขึ้นโรงขึ้นศาลบ่อย รู้จักคนในวงการยุติธรรมเยอะ แถมยังมีทนายเก่งๆ เป็นเพื่อน
ถ้าเขาช่วย น้องสาวอาจจะรอด!
เธอหันขวับไปหาหลินเป่ย
"พี่เป่ย ช่วยน้องหนูด้วยนะคะ เธอยังเด็ก ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ช่วยด้วยเถอะค่ะ หนูไหว้ล่ะ"
หลินเป่ยรับคำหนักแน่น "ไม่ต้องห่วง คุณเป็นเพื่อนพี่เหวิน ก็เหมือนเพื่อนผม น้องหย่านานก็น่าเอ็นดู เรื่องนี้ผมไม่ทิ้งแน่นอน จะช่วยเต็มที่ครับ"
"ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ" จ้าวหยาลี่ยกมือไหว้ปลกๆ
เหวินไจกอดปลอบเพื่อน
ส่วนต่งเจียเป่าหายหัวไปไหนไม่รู้
ที่แท้ไปดักเจอพวกเพื่อนตัวแสบที่บันไดหนีไฟ
ไอ้อ้วนนั่งหมดสภาพ เลือดเปรอะไปทั้งตัว
ไอ้หน้าสิวตัวไม่เปื้อน แต่รองเท้าเหยียบเลือดมา
หน้าซีดเผือดทั้งคู่
สติแตกกันหมด
"เกิดเหี้ยไรขึ้นวะ!?"
ต่งเจียเป่าแทบคลั่ง
วันแต่งงานฉันนะเว้ย
แถมเป็นเรือนหอฉันอีก!
เสือก...
มีคนตายในบ้านฉันเนี่ยนะ
งานเข้าเต็มๆ
"พูดมาสิวะ! เกิดไรขึ้น!?"
เขากระชากคอเสื้อไอ้หน้าสิวตะคอกถาม
"อึก!"
ไอ้หน้าสิวเสียงสั่น "คือ... พวกฉันแค่อยากเข้าไปทำความรู้จักสาวๆ เผื่อจะได้สานสัมพันธ์ น้องๆ เขาขี้อาย พวกฉันก็แค่หยอกเล่นขำๆ ให้บรรยากาศมันผ่อนคลาย แต่ไอ้แว่นแม่งใจร้อน พุ่งใส่น้องแว่น ฉันคุยกับน้องอ้วนอยู่เลยไม่ทันมอง รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงร้อง หันไปไอ้แว่นก็ลงไปกองแล้ว น้องแว่นถือกรรไกรเลือดหยดติ๋งๆ พวกฉันตกใจเลยวิ่งออกมาเนี่ยแหละ"
"สัสเอ๊ย!"
ต่งเจียเป่าเตะราวบันไดระบายอารมณ์
"พวกแกรับปากฉันว่าไง?"
"ไหนบอกจะไม่ทำอะไรเกินเลยไงวะ!?"
"แม่ง!"
"แค่แซวเล่นฉันไม่ว่า นี่เสือกถึงเนื้อถึงตัวเลยเหรอ?"
"ไอ้แว่นเวรตะไล ตายห่าไปซะก็ดี!"
เขาด่ากราด
หัวเสียสุดๆ
งานมงคลกลายเป็นงานอัปมงคล
ไม่ว่าไอ้แว่นจะตายหรือไม่ ถ้าข่าวหลุดออกไปชื่อเสียงเขาป่นปี้แน่
ไหนจะค่าเสียหาย ความรับผิดชอบอีกสารพัด
แถม...
เมียอาจจะขอเลิกด้วย
ปัญหาล้านแปดถมเข้ามา
จะบ้าตาย
"พวกฉันไม่ได้ทำไรนะเว้ย แค่อยากรู้จัก..." ไอ้อ้วนยังจะแก้ตัว
"ตอแหล!"
ต่งเจียเป่าตวาด
"ฉันไม่รู้นิสัยพวกแกรึไง?"
"สันดานพวกแกเป็นยังไง ฉันรู้ดีที่สุด!"
"บอกความจริงมา ในห้องน้ำ พวกแก... ลวนลามน้องเขาใช่มั้ย?"
เขาจ้องหน้าเค้นความจริง
ไอ้อ้วนหลบตา "ก็... ก็มีบ้างแหละ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย น้องแม่งดุชิบหาย ไม่ยอมให้แตะเลย"
"ไม่ได้ทำไรแล้วจ้าวหย่านานจะแทงแกทำไมวะ?" ต่งเจียเป่าไม่เชื่อ
ไอ้หน้าสิวสารภาพ "ไอ้แว่นมันหื่นกามตัวพ่อ แกก็รู้ มันพุ่งจะไปจูบน้องแว่น กอดรัดฟัดเหวี่ยง ดันน้องไปติดชักโครก มือมันล้วงเข้าไปใต้กระโปรงน้องเขาด้วย ไม่รู้โดนรึเปล่า แต่น้องเขาตกใจ คว้ากรรไกรมาแทงสวนเข้าอกเต็มๆ เลือดสาดเลยแก ฉันว่าแม่งไม่รอดว่ะ..."
มันลูบหน้าแรงๆ
ใจสั่นไม่หาย
ไอ้อ้วนหน้าตื่น "เฮ้ย... แล้วตำรวจจะจับพวกเราข้อหาอนาจารมั้ยวะ? เดี๋ยวนี้แค่โพสต์คลิปก็โดนทัวร์ลงยับแล้ว นี่พวกเราทำจริง จะไม่โดนหนักเหรอ?"
ไอ้แว่นก็นอนพะงาบๆ อยู่ เป็นตายยังไม่รู้
แต่ "เพื่อนรัก" พวกนี้กลับห่วงแต่ตัวเอง
ต่งเจียเป่าห่วงบ้าน ห่วงงานแต่ง ห่วงหน้าตา
ไอ้อ้วนกลัวโดนจับ
ไอ้หน้าสิวก็เหมือนกัน
ไอ้หัวทองโชคดีไม่ได้เข้าไป เลยรอดตัว ยืนเงียบกริบ
บุญหัวแท้ๆ
โชคดีที่เหวินไจไปเข้าอีกห้องกับผู้ชายคนนั้น
ไม่งั้นคนอย่างมัน ถ้าได้อยู่กับเหวินไจสองต่อสอง คงหื่นกว่าไอ้แว่นแน่
ดีไม่ดีคนที่นอนจมกองเลือดอาจจะเป็นมันเอง
"พอ!"
"ตั้งสติกันหน่อยดิวะ!"
ต่งเจียเป่าโบกมือไล่ความรำคาญ
กระซิบเสียงเครียด "ฟังนะ เราต้องให้การตรงกัน ให้เรื่องมันเบาที่สุด"
"จะให้พูดยังไง?"
ต่งเจียเป่าหัวหมอ "บอกไปว่าไม่ได้ทำอะไร แค่อยากทำความรู้จัก คุยเล่นเฉยๆ ไม่ได้แตะตัว เอาตัวรอดข้อหาลวนลามก่อน"
"ส่วนไอ้แว่น บอกว่าไม่เห็นตอนมันลงมือ ได้ยินแค่เสียงคุยกัน ไม่รู้ว่ามีการถูกเนื้อต้องตัวมั้ย"
"ไอ้เรื่องกอด จูบ ล้วงเนี่ย หุบปากให้สนิท ห้ามพูดเด็ดขาด!"
"สรุปคือ พวกแกบริสุทธิ์ ส่วนไอ้แว่น แกไม่เห็นเหตุการณ์ จบ"
"แบบนี้ถึงจะรอด!"
"ถ้าไอ้แว่นไม่ตายก็ดีไป ถ้าตาย... ก็ถือว่ามันซวย"
"เสือกไม่เชื่อฟังฉันเอง สมน้ำหน้า!"
ต่งเจียเป่าสรุปแผน
ไอ้หัวทองท้วง "แล้วพี่สะใภ้ล่ะ จะยอมเหรอ?"
"ฉันทำเพื่อปกป้องชื่อเสียงน้องเขานะเว้ย เป็นนักศึกษามีข่าวฉาวไม่ได้ ลี่ลี่ต้องเข้าใจเจตนาดีของฉัน"
ไอ้หัวทองมองหน้าเพื่อนแล้วส่ายหัว ไม่พูดอะไรต่อ
ไอ้อ้วนทัก "แล้วเหวินไจนั่นล่ะ? มันเป็นคนดังนะ ถ้ามันแฉ พวกเราตายแน่"
"เดี๋ยวฉันให้ลี่ลี่ไปคุยเอง อีกอย่างไม่มีหลักฐาน มันจะกล้าพูดมั่วซั่วเหรอ? เดี๋ยวฉันฟ้องกลับแม่งเลย มันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ มาทีหลังฉันอีก ไม่รู้อะไรหรอก"
"เออว่ะ!"
"เอาตามนั้น"
"ตกลงตามนี้นะ ห้ามหลุดเด็ดขาด"
"ไม่น่าพลาดหรอก ตอนนั้นชุลมุน จำรายละเอียดไม่ได้ก็เรื่องปกติ"
"ดีล"
"ทำตัวเนียนๆ ไว้ อย่าให้ตำรวจจับพิรุธได้"
"โอเค!"
“……”
กลุ่มคนเตี๊ยมกันเสร็จสรรพ...