- หน้าแรก
- ฟ้องให้ยับ ปราบเกรียนด้วยหมายศาล
- บทที่ 455 คำตัดสินชี้ขาด จุดจบของแก๊งทรชน
บทที่ 455 คำตัดสินชี้ขาด จุดจบของแก๊งทรชน
บทที่ 455 คำตัดสินชี้ขาด จุดจบของแก๊งทรชน
ไม่นานนัก ศาลก็เปิดพิจารณาคดีอีกครั้ง
ทันทีที่ประธานผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบเดินเข้ามา บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีพลันตึงเครียดขึ้นมาทันตา
"ตึง——"
เฉินจงฮั่นก้าวขึ้นบัลลังก์ พร้อมเคาะค้อนผู้พิพากษา
เสียงนั้นดังก้องไปทั่วห้อง
ราวกับค้อนอันหนักอึ้งทุบลงกลางใจของจ้าวจินหลง จ้าวจินหู่ และเฉียนตัว
ทำเอาทั้งสามใจสั่นสะท้าน หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมาทางปาก
พวกเขารู้ดีว่า ต่อจากนี้ คือช่วงเวลาชี้ชะตากรรม
ใจเต้นเร็ว คอแห้งผาก
ตื่นเต้นสุดขีด
เฉินจงฮั่นกวาดตามอง หยิบคำพิพากษาขึ้นมา แล้วอ่านเสียงดังฟังชัด
"ศาลประชาชนชั้นต้นเขตปินเจียง เมืองหางโจว องค์คณะพิจารณาคดีอาญาที่ 1 ได้พิจารณาคดีที่จำเลยจ้าวจินหลง จ้าวจินหู่ และเฉียนตัว ใช้บริการขับรถแทนและข้อหาเมาแล้วขับเพื่อกรรโชกทรัพย์ เสร็จสิ้นแล้ว"
"จากการตรวจสอบ จำเลยเฉียนตัวเป็นคนขับรถแทนที่ลงทะเบียนกับแพลตฟอร์มตีตา (Dida) อาศัยการรับงานขับรถแทนเพื่อหาเป้าหมาย จากนั้นส่งข้อมูลงานให้จ้าวจินหลงและจ้าวจินหู่ เมื่อใกล้จบงาน จะหาข้ออ้างเพื่อเลิกงานก่อนกำหนด ชักจูงให้ผู้เสียหายที่ดื่มสุราขับรถกลับบ้านเอง จากนั้นจ้าวจินหลงและจ้าวจินหู่จะขับรถจงใจเข้าหาทำให้เกิดอุบัติเหตุ แล้วใช้ข้อหาเมาแล้วขับข่มขู่กรรโชกทรัพย์ เพื่อได้ทรัพย์สินโดยมิชอบ"
"คดีนี้มีข้อเท็จจริงชัดเจน หลักฐานเพียงพอ"
"บัดนี้ จึงมีคำพิพากษาดังนี้——"
เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ตะโกนขึ้นทันควัน "ทั้งหมดลุกขึ้นยืน!"
ทุกคนในห้องพิจารณาคดีลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
เฉียนตัวยืนหน้าซีดเหงื่อตก หายใจถี่รัว
เขาคนนี้ พูดง่ายๆ คือ "ใจกล้าแต่ปอดแหก" อยากรวย ไม่มีศีลธรรม หาเงินสกปรกได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ แต่ใจปลาซิว จิตอ่อน ในคดีนี้จึงไม่ได้ลงมือข่มขู่เอง แค่ส่งข่าวและอำนวยความสะดวก
นาทีนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำพิพากษา
เฉียนตัวลนลานทำอะไรไม่ถูก
ยืนขาอ่อนปวกเปียก
ตัดภาพมาที่จ้าวจินหลงและจ้าวจินหู่ สองพี่น้องคู่นี้ไม่ใช่คนดีเด่อะไรมาตั้งแต่ต้น
เป็นพวกนักเลงหัวไม้ อันธพาลข้างถนน
ไม่ทำงานทำการ
ใช้ชีวิตเหลวไหลไปวันๆ
เรื่องชกต่อย ลักเล็กขโมยน้อย ทำมาหมด
ดังนั้นสภาพจิตใจจึงเข้มแข็งกว่า
ต่อหน้าคำตัดสินที่กำลังจะประกาศ แม้ในใจจะหวั่นไหว หวาดกลัว แต่ภายนอกยังดูนิ่งกว่ามาก
แน่นอนว่า
ลึกๆ ในใจจะนิ่งเหมือนหน้าตาหรือเปล่า นั่นก็อีกเรื่องนึง
แน่นอน
เฉินจงฮั่นไม่สนหรอกว่าพวกคุณจะเป็นยังไง
กวาดตามองแวบหนึ่ง
แล้วอ่านคำพิพากษาต่อด้วยเสียงเข้ม
"ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 จำเลยเฉียนตัวมีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ กระทำความผิดหลายครั้ง มูลค่าเสียหายสูงมาก... หลังจากถูกจับกุม ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้การเท็จเพื่อหวังลดโทษ... ตัดสินจำคุก 12 ปี ปรับ 20,000 หยวน!"
"และต้องคืนเงินที่ได้มาโดยมิชอบทั้งหมดแก่ผู้เสียหาย!"
คำตัดสินแรกออกมาแล้ว
เฉียนตัว
คนต้นคิดไอเดียชั่วๆ จากคลิปในโต่วอิน
คนที่ใช้ความเป็นคนขับรถแทนหาเหยื่อ
คนที่ส่งข้อมูลและชิ่งหนีงานกลางคัน
โดนไป 12 ปีเต็ม
ตามกฎหมายอาญา มาตรา 274 ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงมากหรือมีพฤติการณ์ร้ายแรงเป็นพิเศษ ต้องระวางโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป และปรับ
กรณีของเฉียนตัว เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์แน่นอน
แถมมูลค่าความเสียหายก็สูงมาก
นอกจากนี้
เขายังก่อเหตุไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่เล่นไปเป็นสิบครั้ง!
ทำผิดซ้ำซากขนาดนี้!
แสดงให้เห็นถึงเจตนาชั่วร้ายอย่างชัดเจน เป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรง
แถม
ยังโกหกอีก
ตอนสอบปากคำที่สถานีตำรวจชุมชนคังหัว เฉียนตัวอ้างว่าคนต้นคิดไม่ใช่เขา แต่เป็นจ้าวจินหลง
นี่คือการโยนความผิดให้คนอื่น เพื่อเอาตัวรอด
พฤติกรรมของผู้ต้องหาระหว่างการสอบสวน มีผลโดยตรงต่อบทลงโทษ
ถ้าคุณให้ความร่วมมือ สารภาพตามตรง
ก็เรื่องหนึ่ง
แต่ถ้าคุณปฏิเสธ ไม่ยอมสารภาพ หรือแต่งเรื่องโกหก ใส่ร้ายป้ายสี ปกปิดความจริง...
นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
พฤติกรรมโกหกของเฉียนตัว ถูกบันทึกไว้ในสำนวนคดีอย่างครบถ้วน
องค์คณะผู้พิพากษาย่อมรับรู้เรื่องนี้
และนำไปประกอบการพิจารณาโทษ
บวกกับ...
เฉียนตัวยังทะเลาะกับจ้าวจินหลงและจ้าวจินหู่กลางศาล เกือบจะวางมวยกัน
นี่ก็เป็นอีกข้อหาที่ทำให้เสียคะแนน
เมื่อพิจารณาโดยรวม ศาลจึงตัดสินจำคุกเฉียนตัว 12 ปี!
คำตัดสินนี้ เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางวันแสกๆ
ผ่าลงกลางหัวเฉียนตัวจนไหม้เกรียมไปทั้งตัว
ไม่สิ ต้องบอกว่าไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโกทั้งตัว
"ไม่! ไม่!!!"
เฉียนตัวกรีดร้อง
ถ้ามีเพลง "เกล็ดหิมะโปรยปราย ลมเหนือพัดหวีดหวิว ฟ้าดินเวิ้งว้างเหมยแดงยืนตระหง่านท่ามกลางหิมะ ส่งกลิ่นหอมเพื่อคนรัก... รักในสิ่งที่ฉันรัก อย่างไม่เสียใจ ความรักนี้จะอยู่ในใจตลอดไป..." ประกอบฉากด้วย คงจะเข้าบรรยากาศน่าดู
"จำเลย ห้ามส่งเสียงดัง!"
เฉินจงฮั่นเตือนเสียงเข้ม
แล้วอ่านคำพิพากษาต่อ
"ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 จำเลยจ้าวจินหลงมีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ กระทำความผิดหลายครั้ง มูลค่าเสียหายสูงมาก... ตัดสินจำคุก 12 ปี ปรับ 20,000 หยวน!"
"และต้องคืนเงินที่ได้มาโดยมิชอบทั้งหมดแก่ผู้เสียหาย!"
"ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 จำเลยจ้าวจินหู่มีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ กระทำความผิดหลายครั้ง มูลค่าเสียหายสูงมาก... ตัดสินจำคุก 12 ปี ปรับ 20,000 หยวน!"
"และต้องคืนเงินที่ได้มาโดยมิชอบทั้งหมดแก่ผู้เสียหาย!"
สองพี่น้องจ้าวจินหลงและจ้าวจินหู่ โดนไปคนละ 12 ปีเหมือนกัน!
แม้ว่าตอนสอบปากคำ พวกเขาจะไม่ได้โกหก
แต่ทว่า!
ความผิดของพวกเขาก็หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน
อย่างแรกที่เหมือนกับเฉียนตัว คือก่อเหตุหลายครั้งและได้เงินไปจำนวนมหาศาล!
แค่นี้โทษเริ่มต้นก็ปาเข้าไป 10 ปีแล้ว
นอกจากนี้
ทั้งคู่ยังเป็นผู้ลงมือปฏิบัติการกรรโชกทรัพย์โดยตรง
หมายความว่า พวกเขาเป็นคนไปรีดไถเงินจากผู้เสียหายเองกับมือ
จริงๆ แล้วในกระบวนการกรรโชกทรัพย์ บทบาทของจ้าวจินหลงและจ้าวจินหู่นั้นสำคัญกว่าและมีส่วนร่วมมากกว่า
ในแง่ความเลวร้ายและภัยต่อสังคม
จ้าวจินหลงและจ้าวจินหู่เหนือกว่าเฉียนตัวเห็นๆ
ดังนั้น
ต่อให้พวกเขาไม่ใช่คนต้นคิด และไม่ได้โกหกตำรวจ แต่ก็ยังโดนตัดสินจำคุก 12 ปีอยู่ดี
นี่มันสาหัสสากรรจ์จริงๆ
สามคน
จ้าวจินหลง จ้าวจินหู่ เฉียนตัว!
งานนี้ไม่ต้องโทษใคร ไม่ต้องไม่พอใจ ไม่ต้องร้องเรียน
โดนไปคนละ 12 ปีเท่ากันหมด
ปรับคนละ 20,000 หยวนเท่ากันหมด
ต้องคืนเงินที่โกงไปทั้งหมดให้ผู้เสียหายเหมือนกันหมด
เอาล่ะ!
ผลตัดสินออกมาเท่าเทียมกันทั้งสามคน
จะได้ไม่ต้องมาน้อยใจกันทีหลัง
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่พอจ้าวจินหลงและจ้าวจินหู่ได้ยินว่าตัวเองโดนไป 12 ปี ก็สติแตกทันที
12 ปีเชียวนะ
หนึ่งรอบนักษัตรเต็มๆ
พวกเขาเพิ่งจะมีชีวิตอยู่มาได้กี่รอบกันเชียว?
จ้าวจินหู่เพิ่งจะ 3 รอบนิดๆ จ้าวจินหลงแก่กว่าหน่อย แต่ก็ยังไม่ถึง 4 รอบ
แต่ตอนนี้
คำตัดสินออกมาแล้ว
ต้องติดคุก 12 ปี!
เวลานี้เท่ากับ 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 3 ของชีวิตที่ผ่านมาของพวกเขา
เวลานานขนาดนี้ จะบอกว่าไม่นานได้ยังไง
แถม
อายุปูนนี้แล้ว ติดคุกออกมาอีก 12 ปี จะอายุเท่าไหร่?
50 ปี
วัยกำลังกะโหลกกะลา
จะหางานทำ อายุขนาดนี้ใครจะรับ?
ทำอะไรได้บ้าง?
ไปแบกหามก่อสร้างก็ไม่ไหว
จะเกษียณเหรอ...
อย่าเพิ่งพูดถึงว่าอายุยังไม่ถึงเกณฑ์เกษียณเลย ต่อให้เกษียณได้จริง ก็ไม่มีเงินบำนาญให้กิน
แถมสังคมสมัยนี้ก็พัฒนาไปไวเหลือเกิน
เมื่อไม่กี่ปีก่อน ใครจะไปคิดว่า AI จะทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ?
ใครจะไปคิดว่ารถยนต์จะขับเองได้อัตโนมัติ?
ใครจะไปคิดว่าอาวุธยุทโธปกรณ์จะครอบคลุมทั่วโลก?
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ ไม่กี่ปี
อีก 12 ปีข้างหน้า โลกคงเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้
ขนาดคนใช้ชีวิตปกติยังตามโลกแทบไม่ทัน
ยิ่งไปติดคุก ตัดขาดจากโลกภายนอก ออกมาก็คงกลายเป็นมนุษย์ถ้ำ ไม่รู้จักสังคมสมัยใหม่
พอพ้นโทษออกมา ผมหงอกขาวโพลน ขึ้นรถเมล์ยังไม่รู้เรื่องเลยมั้ง
แน่นอน!
จะไปโทษใครได้?
ใครใช้ให้ทำผิดกฎหมาย?
ใครใช้ให้ก่ออาชญากรรม?
ใครใช้ให้ละเมิดกฎหมายอาญา?
จุดจบแบบนี้ พูดได้คำเดียวว่า สมน้ำหน้า!
แถมให้อีกคำ สมควรตาย!
"คำพิพากษาข้างต้น ให้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันพิพากษา และให้ดำเนินการทันที!"
"หากจำเลยไม่พอใจในคำพิพากษา สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงได้ภายใน 15 วัน"
"ตึง!"
ค้อนผู้พิพากษากระแทกลงอย่างหนักแน่น
คำพิพากษาเป็นอันสิ้นสุด
ประกาศจุดจบของแก๊งทรชนสามสหาย จ้าวจินหลง จ้าวจินหู่ และเฉียนตัวอย่างเป็นทางการ!
ชั่วพริบตานั้น
ทั้งสามคนส่งเสียงคร่ำครวญระงม
ร้องไห้ฟูมฟาย สำนึกเสียใจ
เฉียนตัวขาสั่นพั่บๆ อ่อนระทวยเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นคอกจำเลย
หน้าซีดเผือด ราวกับพ่อแม่ตาย
ปากพึมพำงึมงำไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์
แต่นั่นไม่สำคัญ
ยังไงซะ...
ชะตากรรมของพวกเขาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
สิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่ คือชีวิตในคุกอันยาวนาน
……
ฝ่ายหนึ่งเศร้า อีกฝ่ายหนึ่งสุข
ตัดภาพมาที่ฝั่งผู้เสียหาย ต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น
บางคนนั่งฟังอยู่ในศาล เห็นจุดจบของแก๊งโจรกับตา ได้ยินคำพิพากษากับหู
บางคนติดงานหรือมีธุระ มาไม่ได้ แต่ก็คอยติดตามผลการตัดสินอย่างใกล้ชิด
พอรู้ว่าไอ้สารเลวสามตัวนี้โดนไปคนละ 12 ปี ความดีใจมันเอ่อล้นจนบรรยายไม่ถูก
เห็นพวกมันโดนโทษหนัก มันสะใจยิ่งกว่าได้เงินคืนซะอีก!
……
หลินเป่ยออกจากศาล กลับถึงบ้าน ก็ตรงเข้าห้องทำงาน ตั้งกล้อง เริ่มอัดคลิป
"ฮัลโหล สวัสดีครับท่านผู้ชมที่เคารพรัก ผมหลินเป่ย เพื่อนเก่าคนเดิมครับ"
หน้ากล้อง
หลินเป่ยค่อยๆ เอ่ยปาก
"วันนี้ผมมีเรื่องที่เจอมากับตัวมาเล่าให้ฟังครับ"
"เมื่อไม่นานมานี้ ผมไปกินข้าวกับเพื่อนต่างถิ่น ระหว่างนั้นลูกค้าโต๊ะข้างๆ เผลอทำเหล้าหกใส่ผม เปียกทั้งผมทั้งเสื้อ"
"คิดว่าผมจะมีเรื่องกับเขาล่ะสิ?"
"ไม่ๆๆ ไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่นำไปสู่เรื่องราวใหญ่โตในภายหลัง อดใจรอดูให้จบนะครับ แล้วจะรู้เอง"
หลินเป่ยทิ้งปริศนาไว้ แล้วเล่าต่อ
"พอกินอิ่มดื่มเสร็จ เราก็แยกย้ายกัน ผมรู้สึกเหนื่อยไม่อยากขับรถ ถึงจะไม่ได้ดื่ม แต่ก็เรียกคนขับรถแทน"
"ทุกอย่างปกติดี คนขับรถแทนรับงานเรียบร้อย"
"แต่พอใกล้จะถึงบ้าน คนขับรถแทนก็รับโทรศัพท์ บอกว่าพ่ออาการหนักอยู่โรงพยาบาล ให้รีบไปด่วน"
"เขาเลยขอร้องผมว่าขอจบงานก่อนกำหนดได้ไหม เขาจะรีบไป บางทีอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าพ่อ ผมก็ไม่ปฏิเสธ ตกลงทันที"
"พอคนขับรถแทนไปแล้ว ผมก็ขับรถกลับบ้านเอง"
"ยังไงผมก็ไม่ได้ดื่ม ที่เรียกคนขับรถแทนเพราะขี้เกียจขับ ในเมื่อเขาไปแล้ว ผมขับเองก็ไม่มีปัญหา"
"แต่แล้วอุบัติเหตุก็เกิดขึ้น"
หลินเป่ยหยุดนิดหนึ่ง แล้วเล่าต่อ
"รถฮอนด้าแจ๊สคันหนึ่งเร่งความเร็วพุ่งมาชนท้ายผม"
"เดิมทีมันก็แค่อุบัติเหตุธรรมดาๆ ความรับผิดชอบชัดเจน"
"ผมก็เซ็งนะ รถดีๆ มาโดนชนท้าย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ใครผิดก็ว่าไปตามนั้น ไม่ต้องเรียกตำรวจด้วยซ้ำ แค่ถ่ายคลิปส่งเคลมประกัน แป๊บเดียวก็จบ"
"แต่ผลปรากฏว่า อีกฝ่ายดันหาว่าผมเมาแล้วขับ!"
"ใช่ครับ เพื่อนๆ ที่หัวไวน่าจะนึกถึงจุดเริ่มต้นที่ผมเล่าไปแล้ว คือเหล้าที่หกใส่ผม ทำให้ตัวผมมีกลิ่นเหล้าจริงๆ อีกฝ่ายเลยปักใจเชื่อว่าผมเมาแล้วขับ"
"นี่ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือ..."
หลินเป่ยกระตุกยิ้มมุมปาก ส่ายหน้ายิ้มๆ
"อีกฝ่ายใช้เรื่องนี้มาข่มขู่ จะเอาเงินจากผม"
"ใช่ครับ ฟังไม่ผิดหรอก พวกเขาชนท้าย พวกเขาผิดเต็มๆ แต่กลับมาเรียกเงินผม แถมยังเรียกตั้งสองแสน!"
"ยังขู่อีกว่าถ้าไม่ให้เงินจะแจ้งตำรวจ ให้ผมโดนข้อหาเมาแล้วขับ"
"ตอนนั้น ผมก็ดูออกแล้วว่าสองคนนี้กำลังกรรโชกทรัพย์"
"แถมผมยังคิดด้วยว่า พวกเขาอาจจะไม่ได้เพิ่งคิดได้เดี๋ยวนั้น แต่วางแผนมาล่วงหน้าแล้ว!"
"คำถามคือ เรื่องแบบนี้ พวกเขาวางแผนล่วงหน้าได้ยังไง?"
หลินเป่ยปรบมือ
"ถึงตรงนี้ แฟนคลับที่ฉลาดๆ คงเดาได้แล้ว ใช่ครับ ก็ไอ้คนขับรถแทนคนนั้นแหละ!"
"คนขับรถแทนรับงาน ก็คิดว่าผมดื่มเหล้า แล้วส่งข้อมูลงานของผมให้เพื่อนร่วมแก๊งล่วงหน้า จากนั้นก็หาข้ออ้างชิ่งหนี ปล่อยให้เจ้าของรถที่(คิดว่า)เมาขับกลับเอง จังหวะนั้น พรรคพวกก็ขับรถพุ่งเข้ามาชน จงใจให้เกิดอุบัติเหตุ แล้วก็... จับผิดเรื่องเมาแล้วขับ ข่มขู่รีดไถเงิน!"
รอยยิ้มบนหน้าหลินเป่ยลึกขึ้น
"แน่นอนว่านี่เป็นแค่การคาดเดาของผม ผมเลยลองหยั่งเชิงดู"
"รถฮอนด้าแจ๊สคันนั้นมีคนลงมาสองคน แต่ผมพูดว่า เงินสองแสนนี้ พวกคุณสามคนแบ่งกัน ก็ได้คนละไม่น้อยนะ"
"อีกฝ่ายคนหนึ่งเผลอรับคำพูดผมทันที"
"และนั่นก็เผยให้เห็นว่าพวกเขามีกันสามคน ไม่ใช่สองคน และคนที่สามที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ก็คือคนขับรถแทนที่ชิ่งหนีไปก่อนหน้านั้น!"
"ตอนนี้ ความจริงกระจ่างแล้ว"
"ผมโดนวางยา"
หลินเป่ยผายมือ ┓()┏
"คนขับรถแทนรับงาน โดยทั่วไปคนที่เรียกใช้บริการก็มักจะดื่มเหล้ามาทั้งนั้น บวกกับตัวผมมีกลิ่นเหล้าจริงๆ คนขับรถแทนที่นั่งอยู่ในรถก็ได้กลิ่น"
"เขาเลยปักใจเชื่อว่าผมดื่มเหล้า ก็เลยล็อคเป้าผม ส่งข้อมูลให้เพื่อนร่วมแก๊งสองคน"
"พรรคพวกก็ไปดักรอแถวบ้านผมล่วงหน้า"
"พอคนขับรถแทนขับมาใกล้ถึงบ้าน ใกล้ถึงจุดหมาย เพื่อนร่วมแก๊งก็โทรมาหาข้ออ้างให้เขาชิ่งหนี"
"ผมขับรถกลับบ้านเอง"
"พรรคพวกขับรถชนผม"
"แล้วก็กรรโชกทรัพย์..."