- หน้าแรก
- ฟ้องให้ยับ ปราบเกรียนด้วยหมายศาล
- บทที่ 450 ดูเหมือนยอมรับ แต่จริงๆ ไปไม่เป็นแล้ว
บทที่ 450 ดูเหมือนยอมรับ แต่จริงๆ ไปไม่เป็นแล้ว
บทที่ 450 ดูเหมือนยอมรับ แต่จริงๆ ไปไม่เป็นแล้ว
เฉียนตัว!
ไอ้คนขับรถแทนคนนั้น
ไอ้คนที่ได้ส่วนแบ่งน้อยสุดแค่สองส่วน
ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นแค่ตัวประกอบ บทบาทน้อยนิด รายได้ก็น้อยนิด
แต่พอสอบสวนเสร็จ ทั้งเหล่าหลี่ เฉินเหย่ และเฉาปิ่งคุน ฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า ไอ้หมอนี่แหละตอแหล!
ต้นคิดแผนชั่ว "ไถเงินคนเมาแล้วขับ" ก็คือเฉียนตัวนั่นเอง!
เพราะคำพูดมันขัดแย้งกันเอง
รายละเอียดตอนตอบเฉาปิ่งคุนอย่างนึง พอมาตอบเฉินเหย่ก็เปลี่ยนไปนิดนึง พอมาถึงเหล่าหลี่ก็เพี้ยนไปอีก
ความไม่ลงรอยกันนี่แหละที่ทำให้เฉียนตัวดูมีพิรุธสุดๆ
ถ้าพูดความจริง มันต้องเหมือนเดิมเป๊ะทุกรอบสิ
เป็นไปได้ทางเดียว
เฉียนตัวโกหกหน้าตาย!
รายละเอียดที่พ่นออกมา ไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นนิยายที่มันแต่งขึ้นเอง!
เพราะไม่ได้เกิดขึ้นจริง ไม่มีมูลความจริง เป็นแค่เรื่องมโน
เหมือนปราสาททราย
พร้อมจะพังครืนลงมาทุกเมื่อ
บวกกับความเครียด ความระแวง ทำให้จำเรื่องที่แต่งเองได้ไม่แม่น เลยหลุดโป๊ะแตกออกมา
ไอ้ความโป๊ะแตกนี่แหละ ที่มัดตัวเฉียนตัวแน่นหนา!
แต่ก็นะ
ตำรวจจะทำคดี จะมานั่งเทียนเดาเอาเองไม่ได้ สัญชาตญาณเป็นแค่เข็มทิศนำทาง ไม่ใช่คำตัดสิน
จะฟันธงได้ ต้องมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนากว่านี้!
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะ
มีเป้าหมายชัดเจน มีจุดพิรุธให้เจาะ งานที่เหลือก็หมูๆ
สามสหายตำรวจรุมทึ้งจุดอ่อนของเฉียนตัว ขุดคุ้ยทุกเม็ด
สุดท้ายก็ได้ข้อสรุป เฉียนตัวนี่แหละตัวต้นคิด
ผิดคาดจากที่เหล่าหลี่เดาไว้ตอนแรกไปหน่อย
ตอนแรกเห็นสองพี่น้องจ้าวทำตัวกร่าง คุมเกมกดหัวเฉียนตัวจนดูเป็นแค่เบี้ยล่าง ได้เงินก็น้อย นึกว่าเฉียนตัวเพิ่งโดนดึงเข้าแก๊งทีหลัง
ที่ไหนได้
ไอ้เฉียนตัวที่ดูหงิมๆ ดันเป็นจอมบงการซะงั้น!
รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ
……
"เฉียนตัว มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?"
ในห้องสอบสวน เหล่าหลี่แฉความจริงจนหมดเปลือก แล้วหันมาคาดคั้น
เฉียนตัวหน้าถอดสี ซีดเป็นไก่ต้ม
กัดฟันกรอด ก่อนจะยอมจำนนอย่างเสียไม่ได้ "ผม... เฮ้อ ไม่มีอะไรจะพูดแล้วครับ ในเมื่อคุณรู้หมดแล้ว ผมพูดไปก็เท่านั้น ใช่ครับ ผมเป็นคนเสนอไอเดียนี้เอง..."
เฉียนตัวลูบหน้าแรงๆ เสียงอ่อยลง "จริงๆ ผมก็แค่บังเอิญไปดูคลิปในโต่วอินแล้วปิ๊งไอเดีย"
“แต่ลำพังตัวคนเดียวทำไม่ไหว เลยต้องหาพรรคพวก”
"ผมรู้จักจ้าวจินหลงมาหลายปี รู้นิสัยใจคอกันดี มันไม่ค่อยทำงานทำการ วันๆ เอาแต่ลอยชาย ขัดสนเงินทอง แถมยังใจกล้าบ้าบิ่น น่าจะเป็นหุ้นส่วนที่ดี"
เฉียนตัวเล่าถึงตอนดึงจ้าวจินหลงมาร่วมขบวนการ
"ผมเลยนัดมันมาดื่มเหล้า แล้วเสนอแผนนี้"
“จ้าวจินหลงตอบตกลงแทบจะทันที แต่ขอเอาเจ้าจินหู่น้องชายมาร่วมด้วย”
"ตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ตกลงไป เห็นว่าเป็นคนกันเอง แถมมีคนช่วยเยอะขึ้น โอกาสสำเร็จก็น่าจะสูงขึ้น"
พูดถึงตรงนี้ เฉียนตัวทำหน้าเหมือนอยากจะเขกกะโหลกตัวเอง
"แต่ผมไม่นึกเลยว่า การตัดสินใจครั้งนั้นจะทำให้ผมตกที่นั่งลำบาก กลายเป็นเบี้ยล่างแบบนี้"
"แก๊งเรามีสามคน สองคนนั้นเป็นพี่น้องกัน มันก็ต้องเข้าข้างกันอยู่แล้ว ผมมันคนนอก"
"กลายเป็นว่าเสียงผมไม่มีน้ำหนักเลย ทั้งที่ผมเป็นคนต้นคิด ควรจะได้เป็นหัวหน้า ควรจะได้ส่วนแบ่งเยอะสุดแท้ๆ"
"แต่ทำไงได้ ผมตัวคนเดียว พวกมันสองคน ตาชั่งมันเอียงกระเท่เร่ไปทางนั้นหมด"
เฉียนตัวทำหน้าเจ็บใจสุดขีด
"มีเรื่องขัดแย้งทีไร สองเสียงชนะหนึ่งเสียงตลอด"
"ตอนแบ่งเงิน พวกมันก็หน้าด้านเอาไปเยอะกว่า"
"ผมเจ็บใจจะตายชัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องพรรค์นี้มันเปิดเผยไม่ได้ จะไปหาคนอื่นมาร่วมด้วยก็เสี่ยงเปล่าๆ แถมผมก็ไม่รู้จักใครที่ไว้ใจได้กว่านี้แล้ว"
"เลยต้องก้มหน้ายอมรับสภาพ"
"จนถึงทุกวันนี้"
เฉียนตัวส่ายหน้า
ถอนหายใจเฮือกใหญ่
"มาคิดดูตอนนี้ก็น่าขำนะครับ ตอนนั้นทะเลาะกันแทบตายเรื่องแบ่งเงิน"
"มีครั้งนึงเกือบวางมวยกันแล้ว"
"แล้วเป็นไง?"
"สุดท้ายก็มาจบที่โรงพัก โดนกฎหมายเล่นงานกันถ้วนหน้า เงินที่ได้มา ไม่ว่าจะมากจะน้อย ก็ต้องคายออกมาหมด"
"เหนื่อยฟรี"
"ตอนนั้นแย่งกันจะเป็นจะตาย... ต่อให้ได้เยอะแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี"
"คิดแล้วก็สมเพชตัวเองชะมัด"
เฉียนตัวหัวเราะขมขื่น ส่ายหัวไปมา
ไม่รู้ว่าสำนึกผิดจริงหรือแค่เล่นละครตบตา
เหล่าหลี่ไม่สนดราม่า พูดเสียงเข้ม "ทำชั่วได้ชั่ว! เงินร้อนมาเร็วก็จริง แต่มันก็เหมือนทรายในมือ เงาจันทร์ในน้ำ จับต้องไม่ได้ รักษาไว้ไม่ได้ สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว แถมยังต้องติดคุกติดตะราง รับโทษตามกฎหมาย! วิธีหาเงินมีตั้งเยอะแยะ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย! ทำผิดกฎหมายอาจจะรวยเร็ว รวยง่าย แต่หนีความจริงไม่พ้น หนีได้ชั่วคราว แต่หนีตลอดไปไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องชดใช้กรรม"
คำพูดของเหล่าหลี่หนักแน่น ก้องกังวาน
เสียงสะท้อนก้องห้องสอบสวน
เฉียนตัวก้มหน้าสำนึกผิด
"ผมเจ็บใจตัวเองจริงๆ ที่คิดได้ช้าไป"
เฉียนตัวถอนหายใจ
"ถ้ารู้ตัวเร็วกว่านี้ ผมคงกลับตัวทัน"
“แต่เพิ่งมารู้ตอนนี้...”
"มันสายไปแล้ว ไม่มีประโยชน์แล้ว"
เหล่าหลี่หรี่ตาลง "ไม่หรอก กลับตัวตอนนี้ก็ยังไม่สาย สิ่งที่ทำไปแล้วแก้ไขไม่ได้ ต้องรับโทษตามระเบียบ แต่อนาคตยังมี! ยังมีเวลา มีโอกาสเริ่มต้นใหม่! ที่สำคัญคือให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนเตือนใจ เตือนตัวเองเสมอว่าต่อไปต้องเป็นคนดี เดินในทางที่ถูกที่ควร อย่าหลงผิดซ้ำสอง"
เฉียนตัวพยักหน้าเสียงอ่อย "ผมเข้าใจครับสารวัตรหลี่ ผมจะตั้งใจรับโทษ ปรับปรุงตัว สำนึกผิด พอพ้นโทษออกมา ผมจะเป็นพลเมืองดี เคารพกฎหมาย จะไม่ทำเรื่องชั่วๆ อีกเด็ดขาดครับ"
“อืม!”
เหล่าหลี่พยักหน้า
"กฎหมายไม่ได้มีไว้เพื่อลงโทษอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่อขัดเกลาและป้องปราม"
"ลดอาชญากรรม เพื่อความสงบสุขของสังคม!"
"เรื่องแบบนี้ เข้าใจช้าแค่ไหนก็ยังดีกว่าไม่เข้าใจเลย"
เหล่าหลี่จ้องตาเฉียนตัว "หวังว่านายจะกลับตัวเป็นคนดีได้จริงๆ นะ"
เฉียนตัวรับปากหนักแน่น "ผมสัญญาครับ ขอบคุณครับสารวัตร"
เหล่าหลี่เสริม "แต่อย่าลืมนะว่า ครั้งนี้เพราะพยายามปกปิดและโกหก ผมจะบันทึกตามจริง เตรียมใจไว้เลยว่ามันจะส่งผลเสียต่อรูปคดี และในเมื่อยืนยันได้แล้วว่าคุณเป็นคนต้นคิด สถานะและบทบาทของคุณในคดีนี้ก็จะหนักขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามีผลต่อการตัดสินโทษ"
เฉียนตัวชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มแห้งๆ "ผมทำใจไว้แล้วครับ โกหกไปแล้ว พอโดนจับได้ก็ต้องยอมรับผลกรรม แถมเป็นคนต้นคิดอีก ก็เท่ากับเป็นหัวโจก แม้ตอนลงมือจะไม่ได้ทำอะไรมาก แต่โทษคงไม่เบาแน่ๆ ผมสมควรโดนแล้วครับ ไม่มีข้อแก้ตัว"
ดูเหมือนจะยอมรับชะตากรรม แต่จริงๆ คือหมดทางไปแล้วต่างหาก
จะให้ทำไงได้ล่ะ?
ก็มันมาถึงขั้นนี้แล้วนี่...