เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 รับฟ้อง! ศาลถึงกับอึ้ง

บทที่ 43 รับฟ้อง! ศาลถึงกับอึ้ง

บทที่ 43 รับฟ้อง! ศาลถึงกับอึ้ง


วันรุ่งขึ้น

อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าไร้เมฆ

เป็นอีกวันที่แสงแดดสดใส

หลินเป่ยไปพบกับทนายหลัวที่หน้าศาลประชาชนชั้นต้นเขตปินเจียง

เขารับกระเป๋าถือสีดำใบหนึ่งมาจากอีกฝ่าย

"โห! หนักจัง!"

หลินเป่ยประหลาดใจเล็กน้อย หากร่างกายเขาไม่แข็งแกร่งขึ้น การรับกระเป๋าหนักขนาดนี้โดยไม่ทันตั้งตัวคงทำให้เขาทำหลุดมือไปแล้วแน่ๆ

“จะไม่หนักได้อย่างไรล่ะ ข้างในนี้มีคำฟ้องถึงสองร้อยห้าสิบสองฉบับ แต่ละฉบับมีเอกสารหลักฐานประกอบด้วยนะ”

ทนายหลัวพูดพลางยิ้ม

ตัวการหลัก จางไคเฟิ่ง เฉินจิงจิง บวกกับไอ้โง่ (250) อีกสองร้อยห้าสิบคน การฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเองครั้งนี้ จำนวนจำเลยทั้งหมดคือ... 252 คน!

“ทนายหลัวครับ ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?”

ใบหน้าของหลินเป่ยฉายแววตื่นเต้นจนแทบจะรอไม่ไหว

นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย

ทนายหลัวดันกรอบแว่นขึ้น บนเลนส์แว่นมีแสงสว่างวาบขึ้น "วิ๊ง"

เขายิ้มตาหยีเอ่ยปาก:

“ครั้งนี้มาศาลทำแค่สามเรื่อง”

“ยื่นฟ้อง! ยื่นฟ้อง! และก็ยื่นฟ้องโว้ย!”

หลินเป่ยแสยะยิ้ม: “งั้นไปกันเลยไหมครับ?”

"ไปกัน!"

ทั้งสองคนสบตากัน เดินอาด ๆ เข้าไปในศาล

ตรงไปยังแผนกรับฟ้องคดี

"สวัสดีครับ พวกเรามายื่นฟ้องคดี"

พอได้ยินเสียง เสมียนแผนกรับฟ้องคดีของศาล หานลี่ เงยหน้าขึ้น

"อะ... อาจารย์หลัว!"

หลังจากเห็นหน้าคนที่มาอย่างชัดเจน หานลี่รีบลุกขึ้นยืนทันที

ดูเกร็ง ๆ และตื่นเต้นเล็กน้อย

ก็ไม่แปลก หานลี่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว ในแวดวงตุลาการยังเป็นแค่กุ้งฝอยมือใหม่ ส่วนทนายหลัว กลับเป็นตัวตนระดับจระเข้ยักษ์ยุคโบราณ

กระทั่งคดีตัวอย่างคลาสสิกและตำรากฎหมายมากมายที่หานลี่ได้เรียนรู้ในช่วงเรียนกฎหมาย ล้วนมาจากฝีมือของทนายหลัว

ในขณะที่หานลี่เกร็งจนนิ้วเท้าจิกเข้าหากัน ก็ได้ยินเสียง "ตุบ" ดังขึ้น กระเป๋าถือสีดำใบใหญ่ใบหนึ่งถูกวางลงบนเคาน์เตอร์ด้านหน้า

เกิดเสียงทึบ ๆ ดังขึ้น

เห็นได้ชัดว่าน้ำหนักไม่เบา

“เอ๊ะ? อาจารย์หลัว นี่คือ?”

หานลี่ทำหน้าตางุนงงน่ารัก

ทนายหลัวพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ: “พวกนี้น่ะเหรอ พวกนี้คือเอกสารประกอบคำฟ้องทั้งหมด”

“เอกสารเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ...” ปากของหานลี่กลายเป็นรูป “o” “ดูเหมือนจะเป็นคดีที่ซับซ้อนมากนะคะ”

ทนายหลัวพูดเรียบ ๆ: “คดีก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แค่จำนวนจำเลยมันเยอะไปหน่อย”

"มีเท่าไหร่คะ?"

"สองร้อยห้าสิบสอง"

"ทะ เท่าไหร่นะคะ???"

ปากของหานลี่เปลี่ยนจากรูป "o" เป็นรูป "O" ทันที

จำเลยสองร้อยกว่าคน!

นี่มันจังหวะอะไรกัน?

หานลี่รู้สึกว่าสมองตัวเองอื้ออึงไปหมด

เธอรีบหยิบคำฟ้องฉบับหนึ่งขึ้นมาดู

“ถึงกับเป็น... การฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเองเหรอ?”

ม่านตาของหานลี่หดเล็กลง

ในใจยิ่งตกตะลึง

เดิมทีคิดว่าเป็นข้อพิพาททางแพ่งขนาดใหญ่ เพียงแค่จำนวนจำเลยค่อนข้างเยอะก็เท่านั้น

แต่ตอนนี้พอดู ถึงกับเป็นการฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเอง!

อันหนึ่งแพ่ง อันหนึ่งอาญา

นี่มันคนละเรื่องกันเลยนะ

คดีแพ่ง ไม่ว่าจำเลยจะมีกี่คน ต่อให้แพ้คดี บทลงโทษอย่างมากก็แค่จ่ายเงินชดใช้ ขอโทษ หรือหยุดการละเมิด อะไรทำนองนั้น

แต่ถ้าเป็นคดีอาญา...

นั่นหมายความว่า หลังจากคดีนี้จบลง เรือนจำอาจจะมี “ผู้พักอาศัย” เพิ่มขึ้นสองร้อยกว่าคนในเวลาอันสั้น

นี่เป็นคดีใหญ่ที่สะเทือนไปทั่วประเทศได้เลย

หานลี่รู้สึกว่าหัวใจดวงน้อย ๆ ของตัวเองเต้น "ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก" จนแทบจะกระเด็นออกมาทางลำคอ

"อาจารย์หลัวคะ เรื่องนี้... คดีนี้ค่อนข้างพิเศษ อาจารย์รอสักครู่นะคะ หนูไปเรียนท่านหัวหน้าแผนกก่อน"

หานลี่พูดเช่นนี้

ทนายหลัวไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

ยังไม่ต้องพูดถึงว่าคดีพิเศษหรือไม่พิเศษ แค่เอกสารกองใหญ่หนักอึ้งกองนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่หานลี่คนเดียวจะจัดการได้

หานลี่หันหลังวิ่งเข้าไปข้างใน

ไม่กี่นาทีต่อมา เธอกลับออกมา

ข้างๆ เธอมีคนเพิ่มมาหนึ่งคน

หัวหน้าแผนกรับฟ้องคดี จ้าวคังเหนียน

อายุเลยห้าสิบปี ผมบางลง แต่ยังคงกระฉับกระเฉง ร่างกายก็แข็งแรงดี

"เหล่าหลัว คุณนี่นะ ชอบเล่นอะไรแปลกใหม่อยู่เรื่อยเลย" จ้าวคังเหนียนมองทนายหลัวพลางพูดอย่างจนใจ

ตอนที่เขาทราบจากปากของหานลี่ว่า มีคนบ้าคนหนึ่งยื่นฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเองต่อคนสองร้อยกว่าคนในครั้งเดียว คนแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขา ก็คือหลัวเสียง

พอสอบถามดู เป็นเขาจริง ๆ ด้วย

สมแล้วที่เป็นจอมคลั่งนอกกฎหมาย

คำว่า "คลั่ง" นี้ แสดงออกมาได้อย่างถึงแก่นแท้จริง ๆ

เห็นได้ชัดว่าทนายหลัวคุ้นเคยกับจ้าวคังเหนียนเป็นอย่างดี เขายักไหล่แล้วพูดว่า: “นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ครับ”

“มักจะมีคนบางกลุ่มคิดว่าอินเทอร์เน็ตคือดินแดนที่กฎหมายเข้าไม่ถึง มักจะมีคนบางกลุ่มรู้สึกว่า หลบอยู่หลังอินเทอร์เน็ต ก็สามารถทำตามอำเภอใจได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ”

“สำหรับคนเหล่านี้ คุณไปพูดเหตุผลกับพวกเขา พวกเขาก็มีตรรกะวิบัติชุดหนึ่งรอคุณอยู่”

“คุณไปพูดกฎหมายกับพวกเขา พวกเขาจะหัวเราะเยาะคุณอย่างไม่ปรานี”

“งั้นช่วยไม่ได้แล้ว ทำได้เพียง ‘เชิญ’ พวกเขามาที่ศาลเพื่อพูดคุยกันดี ๆ”

จ้าวคังเหนียนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง: “ได้การ คุณนั่งรอสักครู่ ผมจะพาคนไปตรวจสอบเอกสารก่อน เป็นไปตามขั้นตอนน่ะครับ”

พูดจบ จ้าวคังเหนียนเรียกคนในแผนกมาทันที ช่วยกันตรวจสอบ พิจารณาเอกสารประกอบคำฟ้องที่ทนายหลัวนำมา

ที่เรียกว่าการฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเอง พูดง่าย ๆ ก็คือโจทก์จ้างทนายความมายื่นฟ้องต่อศาลด้วยตัวเอง

ไม่ผ่านตำรวจและอัยการ

หลักฐานอะไรพวกนั้น ล้วนเป็นฝ่ายโจทก์และทนายความเป็นผู้เตรียม

แน่นอนว่าต้องตรวจสอบให้ชัดเจน

หากหลักฐานไม่เพียงพอ หรือเอกสารประกอบคำฟ้องมีปัญหาอื่นใด จะไม่สามารถรับฟ้องคดีได้

เพียงแต่

ทนายหลัวเป็นใคร?

เขาออกโรง ย่อมไม่มีข้อผิดพลาด

รออยู่พักใหญ่ น้ำชาดื่มไปแล้วสองแก้ว ในที่สุดการตรวจสอบก็สิ้นสุดลง

"เหล่าหลัว เอกสารดูหมดแล้ว ไม่มีปัญหา อนุญาตให้รับฟ้อง!"

จ้าวคังเหนียนเดินมาอยู่หน้าทนายหลัว นำข่าวนี้มาแจ้ง

จากนั้นส่ายหน้ายิ้มขมขื่น พูดติดตลกว่า: “เพียงแต่ว่าพวกเราคงต้องลำบากกันหน่อยแล้วล่ะ”

คดีใหญ่ขนาดนี้ เขาคาดการณ์ได้แล้วว่าต่อไปในแผนกจะยุ่งวุ่นวายขนาดไหน

แผนกรับฟ้องคดียุ่งเสร็จแล้ว ก็ถึงคราวแผนกพิจารณาคดียุ่งบ้าง

จ้าวคังเหนียนเริ่มไว้อาลัยให้กับเส้นผมอันน้อยนิดของตัวเองแล้ว

"คนเก่งย่อมทำงานหนักเป็นธรรมดา"

ทนายหลัวตบไหล่จ้าวคังเหนียนเบา ๆ จากนั้นขยิบตาให้หลินเป่ย

ฝ่ายหลังเข้าใจในทันที

เขาพูดประโยคหนึ่งว่า "ผมไปจ่ายเงินก่อน" แล้วเดินออกไป

ก่อนหน้านี้ ทนายหลัวได้โอนเงินให้หลินเป่ยแล้วสองล้าน บวกกับเงินเก็บของหลินเป่ยเอง จึงรวบรวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีก้อนใหญ่นี้ได้ครบ

"น้องชายคนนั้น... ถึงกับเป็นโจทก์ผู้ฟ้องคดีเองเหรอ? ผมนึกว่าเป็นเด็กฝึกงานในสำนักงานกฎหมายของคุณเสียอีก" จ้าวคังเหนียนค่อนข้างประหลาดใจ

คนหนุ่มวัยยี่สิบกว่าปี ถึงกับมีความกล้าหาญที่จะทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้!

อีกอย่าง นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่อง "ความกล้าหาญ" เท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาเรื่อง "ฐานะทางการเงิน" ด้วย

จำเลยสองร้อยกว่าคน สองร้อยกว่าคดี

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีไม่ใช่ตัวเลขน้อย ๆ เลย

คนหนุ่มคนนี้!

เชี่ย!

...

อีกด้านหนึ่ง

หลินเป่ยภายใต้คำแนะนำของหานลี่ โอนค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีสองล้านห้าแสนหยวนไปยังบัญชีที่เกี่ยวข้อง

สองล้านห้าแสนนี้ เป็นเพียงค่าใช้จ่ายโดยประมาณเท่านั้น

เพราะถึงอย่างไรคดีนี้มีจำนวนจำเลยมากขนาดนี้ แถมยังกระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีย่อมไม่เท่ากันอยู่แล้ว

ไม่สามารถคำนวณได้อย่างแม่นยำ

ทำได้เพียงประเมินคร่าว ๆ ไปก่อน ส่วนที่เกินคืน ส่วนที่ขาดจ่ายเพิ่ม

อย่างไรเสียศาลอยู่ที่นี่ หากค่าใช้จ่ายใช้ไม่หมด ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเบี้ยวไม่คืนเงิน

แน่นอนว่า

หากค่าใช้จ่ายไม่พอ แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าบ่ายเบี่ยงไม่จ่าย

เช่นนี้ ถือว่ารับฟ้องคดีอย่างเป็นทางการสำเร็จ!

ต่อไป ทางฝั่งศาลก็คงยุ่งกันน่าดูแล้ว

เริ่มจากแผนกรับฟ้องคดีก่อน

การรับฟ้องเป็นเพียงก้าวแรก ต่อไปยังต้องตรวจสอบเอกสารประกอบคำฟ้องอย่างละเอียดมากขึ้น และต้องได้ข้อมูลตัวตนที่แท้จริงของจำเลย หลินเป่ยฟ้องร้องเพียงแค่บัญชีของแพลตฟอร์ม 'หมูน้อยสีแดง' เท่านั้น ส่วนข้อมูลการลงทะเบียนของบัญชี ต้องให้ศาลเป็นผู้ดำเนินการขอข้อมูล

หลังจากยืนยันข้อมูลตัวตนที่แท้จริงของจำเลยแล้ว ก็จะส่งมอบให้แผนกพิจารณาคดีเพื่อกำหนดวันนัด และส่งหมายเรียกไปยังจำเลยทุกคน

จากนั้น...

คือการรอคอยวันนั้นมาถึงอย่างเงียบ ๆ!

จบบทที่ บทที่ 43 รับฟ้อง! ศาลถึงกับอึ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว