เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 จับกุมฆาตกรตัวจริง

บทที่ 33 จับกุมฆาตกรตัวจริง

บทที่ 33 จับกุมฆาตกรตัวจริง


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 33 จับกุมฆาตกรตัวจริง

หลินถงซูนึกแปลกใจ “ทำไมคุณถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะ? อาจจะแค่บังเอิญก็ได้นี่”

“เพราะว่าถ้าผมเป็นเขา ผมก็จะทำแบบนี้แหละ คุณพกปืนมาด้วยไหม?”

หลินถงซูตบด้านหลังแจ็กเกตของเธอ “ฉันเอามา… แต่ต้องบอกคุณก่อนนะ ปืนของฉันน่ะประสิทธิภาพธรรมดามาก”

เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองคนวิ่งออกมาจากห้องผู้ป่วยแล้วถามพยาบาลคนหนึ่ง “ไฟไหม้ตรงไหนครับ?”

พยาบาลคนนั้นตอบ “ห้องเก็บของทางฝั่งตะวันออกค่ะ ยังไม่ลามไปที่อื่น แต่พวกเรากังวลมากว่าถังออกซิเจนอาจจะระเบิดได้ ก็เลยรีบโทรแจ้งนักดับเพลิงเรียบร้อยแล้วค่ะ”

พยาบาลรีบเดินจากไป เจ้าหน้าที่ทั้งสองนั้นมองหน้ากัน เสี่ยวจางเสนอขึ้นว่า “เราควรไปช่วยพวกเขาดับไฟนะ!” แต่โอวจางที่มีอายุงานกว่ายี่สิบปีกลับใจเย็นกว่าอีกฝ่ายและไม่เห็นด้วย “นี่ต้องเป็นการสร้างสถานการณ์ของฆาตกรแน่นอน พวกเราออกไปจากวอร์ดนี้ไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว ไฟไหม้จากทางทิศตะวันออกในขณะที่ห้องผู้ป่วยอยู่ทางฝั่งตะวันตก มันจงใจล่อพวกเราออกไปชัด ๆ”

เฉินฉีหันไปกำชับ “พวกคุณสองคนคอยเฝ้าอยู่ที่นี่แหละ ผมจะลงไปดูแถวบันได”

เขาลากหลินถงซูออกมาด้วย พยาบาลวิ่งสวนกันไปมาบนโถงทางเดินด้วยความแตกตื่น ทั้งคู่เกือบจะชนกับพวกเขาหลายที หลินถงซูเตือนเขา “สถานการณ์ตอนนี้วุ่นวายมากนะ อย่าวิ่งไปทั่วแบบนี้สิ!”

“อย่าโง่น่า คุณคิดว่ากงเหวินเขาจะไปไหนได้ล่ะ?”

“หมายความว่าเขาจะไม่ขึ้นมาที่นี่หรอกเหรอ?”

“ข่าวในหนังสือพิมพ์รายงานว่าเด็กชายยังนอนไม่ได้สติ แน่นอนว่าเขาต้องไปที่ห้องไอซียู!”

ในที่สุดหลินถงซูก็เข้าใจ

ขณะที่ทั้งโรงพยาบาลกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย มีชายคนหนึ่งกำลังไล่เปิดม่านห้องพักผู้ป่วยไอซียูออกทีละเตียง แต่เปิดดูจนเตียงสุดท้ายกลับไม่พบคนที่เขาต้องการพบหน้า เขาจึงกลับหลังหันเตรียมตามไปตามหาต่อที่ห้องพักอื่น

จังหวะนั้นเอง เสียงปืนขึ้นไกดังมาจากทางด้านหลัง ชายคนนั้นยกมือขึ้นเหนือศีรษะโดยอัตโนมัติทันที

“กงเหวิน คุณถูกจับแล้ว!” หลินถงซูตะโกน มือข้างหนึ่งยกปืนขึ้นเล็ง ส่วนมืออีกข้างหยิบกุญแจมือออกมาและยื่นมันให้กับเฉินฉี

เฉินฉีรีบคว้ามันไว้แล้วพุ่งเข้าดันตัวกงเหวินไปชิดกับกำแพงด้วยท่าทางชำนาญ จากนั้นก็บิดแขนเขามาข้างหลังและใส่กุญแจมือทันที กงเหวินซึ่งสวมหมวกฮูดปิดบังใบหน้าถามด้วยความร้อนใจ “ลูกชายผมอยู่ไหน?”

“คุณยังจำได้อยู่เหรอว่าตัวเองมีลูกชาย?” เฉินฉีแค่นเสียงพร้อมแสยะยิ้มเย็นชา “เขาสบายดี ไม่ได้บาดเจ็บหนักอะไร พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”

“แต่ในหนังสือพิมพ์บอกว่า…” กงเหวินหันขวับมามองหน้าเฉินฉี ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจว่านี่เป็นกับดัก แต่สายไปแล้วที่จะเสียใจ จากทุกสิ่งที่เขาทำลงไปย่อมทำให้ต้องพบกับจุดจบนี้อย่างไม่ต้องสงสัย เสียงล็อกกุญแจมือดังแกร็กยิ่งตอกย้ำให้ความรู้สึกของเขาจมดิ่ง

“ขอผมเจอหน้าเขาสักครั้งเถอะนะ” กงเหวินขอร้อง “ถ้าผมได้พบเขาแล้ว จากนี้คุณจะลงโทษผมยังไงก็ได้ ผมยอมทุกอย่าง”

เฉินฉีตอกกลับ “คุณไปเจอเขาได้ แต่ไม่กลัวเหรอว่าถ้าเขาเจอหน้าคุณอีกครั้งจะทำให้อาการทางจิตของเขากำเริบขึ้นมาอีก? สภาพจิตใจของเขาเพิ่งฟื้นตัวได้นิดหน่อยเอง ไม่สงสารเขาบ้างหรือไง?”

ริมฝีปากกงเหวินสั่นระริก เขาทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ อย่างช้า ๆ ก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดัง “ผมเป็นพ่อที่เลวจริง ๆ!”

การได้เห็นชายวัยกลางคนปล่อยโฮร้องไห้ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กไม่รู้ประสา ทำให้หลินถงซูรู้สึกสงสารเขาขึ้นมาเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาทำลงไป ความสงสารเหล่านั้นก็จางหายไปจนหมด ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำแบบนี้เอง ดังนั้นก็ต้องยอมรับผลจากการกระทำ!

“คุณไปวางเพลิงที่ไหน?” เฉินฉีถามเขา

กงเหวินพูดพร้อมกับสูดจมูก “ผมไม่ได้วางเพลิงอะไรเลย แค่เอาไฟแช็กไปลนใต้ที่ตรวจจับความร้อน ลูกชายผมเองก็อยู่ในโรงพยาบาลนี้นะ ผมจะกล้าวางเพลิงที่นี่ได้ยังไง?”

ที่แท้ก็เป็นแค่เหตุการณ์ฉุกเฉินหลอก ๆ หลินถงซูโทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกสองคน เมื่อพวกเขาได้ยินว่าผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมได้ทำการรับสารภาพเรียบร้อยแล้วต่างก็ตกตะลึง จากนั้นจึงวิ่งตามมาสมทบและควบคุมตัวกงเหวินขึ้นรถกลับไปยังสถานีทันที

หลินถงซูมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสาม เธอและเฉินฉีสามารถปิดคดีได้ทันตามเวลาที่กำหนดไว้

กงเหวินถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจ หลินชิวผูประหลาดใจมากเพราะทีมของเขายังทำการตามหาตัวกงเหวินไม่พบด้วยซ้ำ ทันใดนั้นเขาจึงสั่งให้ทุกคนหยุดปฏิบัติหน้าที่และประกาศว่าคดีถูกไขเรียบร้อยแล้ว เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้องประชุมพร้อมกับเสียงแสดงความชื่นชมยินดี มีเพียงสวีเสี่ยวตงที่ตีหน้าเศร้าอยู่คนเดียว

เมื่อเสียงอื้ออึงในห้องเงียบลงแล้ว หลินชิวผูจึงพูดต่อหน้าที่ประชุม “การที่เราสามารถไขคดีสังหารหมู่ครอบครัวได้ภายในสี่สิบแปดชั่วโมง ต้องขอบคุณคนคนหนึ่งที่ช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จ และเขาก็คือ…”

ทุกคนต่างรอคอยด้วยความอยากรู้

หลินชิวผูกวาดสายตามองไปรอบห้อง “ไอหยา เขาไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกเหรอ?”

หลินถงซูตอบแทน “เขาบอกว่าหิวเลยแวะกินข้าวที่ร้านด้านนอกก่อนค่ะ”

“ไปเรียกเขามาให้หน่อยสิ!”

หลินถงซูเจอเฉินฉีอยู่ที่ร้านอาหารใกล้กับสถานีตำรวจและกำลังคีบเส้นบะหมี่เนื้อเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อได้ยินเธอบอกว่าผู้กองหลินต้องการให้เขารับความดีความชอบนี้ต่อหน้าคนในทีม เฉินฉีก็ย่นคิ้วทันที “อะไรนะ? เขาไม่ชอบขี้หน้าผมนี่ ทำไมตอนนี้มากลับคำซะอย่างนั้นล่ะ?”

“พี่ชายฉันไม่ได้ใจแคบแบบที่คุณคิดซะหน่อย ครั้งนี้เขาต้องการให้คุณได้รับคำชื่นชมจริง ๆ นะ”

“ผมไม่ไป เราตกลงกันแล้วนี่ว่าจะยกความดีความชอบทั้งหมดให้เป็นของคุณ ยิ่งไปกว่านั้นผมไม่ใช่ตำรวจ ผมเป็นแค่พลเมืองดีทั่วไป”

“เร็วเข้าเถอะน่า ทุกคนกำลังรอคุณอยู่นะ!”

“งั้นให้ผมกินบะหมี่หมดก่อนสิ!”

“เถ้าแก่ คิดเงินโต๊ะนี้ทีค่ะ!” หลินถงซูวางเงินลงบนโต๊ะดังโครม จากนั้นจึงฉุดกระชากลากเฉินฉีออกมา “เดี๋ยวฉันจะเลี้ยงอาหารดี ๆ ให้คุณทีหลังเอง!”

เฉินฉีถูกดันให้เดินเข้าไปในห้องประชุม หน้าตาของหลินชิวผูดูกระอักกระอ่วนชอบกล แต่เขากลับพูดด้วยเสียงดังฟังชัด “เหตุผลที่เราสามารถปิดคดีนี้ได้ ทั้งหมดต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากคุณเฉิน เขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ดังนั้นเราจึงไม่สามารถให้รางวัลอะไรแก่เขาได้ ดังนั้นผมเลยอยากให้ทุกคนตอบแทนเขาโดยการปรบมือ”

ทุกคนต่างปรบมือกันระนาวอย่างพร้อมเพรียง เฉินฉีที่ปกติใช้ชีวิตอยู่นอกสายตามาตลอดรู้สึกเขินเล็กน้อยเมื่อการได้รับการชมเชยแบบนี้

หลินชิวผูได้ทีจึงพูดกลั้วหัวเราะเพราะนึกอยากแกล้งเขา “คุณเฉิน ทำไมคุณไม่พูดอะไรสักหน่อยล่ะ?!”

“ไม่เป็นไร! ไม่เป็นไร ขอบคุณทุกคนมาก ขอบคุณจริง ๆ”

“มาเถอะน่า ประโยคสองประโยคก็ยังดี!”

“ไปเลย ไปสิ!” หลินถงซูผลักเขาจากด้านหลัง

หลินชิวผูรู้สึกเศร้าใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าสองพี่น้องจะเข้าขากันในเรื่องแบบนี้ เขาเดินขึ้นไปบนพื้นยกระดับหน้าห้องประชุม สายตาทุกคู่จับจ้องมาทางเขาอย่างรอคอยสิ่งที่เขากำลังจะพูด เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหยิบใบเสร็จสองสามแผ่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ผมเข้าใจว่าผมอาจไม่ได้รางวัลอะไรเลย แต่ผมขอเปลี่ยนจากรางวัลเป็นขอเงินคืนจากใบเสร็จพวกนี้แทนได้ไหม? สิ่งที่ผมอยากพูดก็มีเท่านี้แหละ ขอบคุณมากนะทุกคน!”

พูดจบแล้วเฉินฉีก็โค้งคำนับอย่างสุภาพก่อนก้าวขาลงมาจากพื้นยกระดับ ท่ามกลางความพิศวงงงงวยของทุกคน

หลินชิวผูสำลักออกมาทันที “โอเค ถึงแม้คดีนี้จะปิดลงด้วยดี แต่เรายังมีงานอื่นอีกมากที่ต้องทำ ทุกคนกลับไปทำงานต่อได้!”

หลังจากคนในห้องประชุมแยกย้ายกันออกไป สวีเสี่ยวตงก็เดินมาหาเฉินฉีพร้อมหยิบตั๋วสองใบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “พี่เฉิน ผมยอมรับความพ่ายแพ้ รู้ตัวแล้วว่าผมไม่เก่งเท่าพี่”

“ว้าว ไม่คิดเลยว่าคุณจะยอมรับตรง ๆ แบบนี้!” เฉินฉีหยิบตั๋วพวกนั้นมา “ตอนแรกคุณกะจะชวนหลินถงซูให้ไปดูคอนเสิร์ตเป็นเพื่อนใช่ไหมล่ะ?”

สวีเสี่ยวตงอึกอักขึ้นมาทันที และแล้วก็ยอมรับแบบเขิน ๆ “ผมยกตั๋วทั้งหมดให้พี่ไปแล้ว ทำไงได้ล่ะ?”

เฉินฉีคว้ามือสวีเสี่ยวตงแล้วยัดตั๋วสองใบนั้นใส่มือเขา “ผมแค่ล้อเล่นน่ะ! คิดจริง ๆ เหรอว่าผมจะช่วงชิงของแบบนี้มาจากคุณ? เพราะงั้นถ้าคุณชอบเธอ ก็รวบรวมความกล้าแล้วไปชวนเธอซะสิ!”

สวีเสี่ยวตงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจและมองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อสายตา ‘คำพูดแบบนี้ออกมาจากปากศัตรูหัวใจได้ยังไงกัน?! หรือเราคิดไปเองมาตลอด? พี่เฉินไม่ได้ตามจีบถงซูงั้นเหรอ?’

“พี่เฉินไม่อยากได้จริงเหรอ?”

“ไม่ล่ะ คนที่เกิดในยุค 90 แบบผมชอบฟังเพลงของโจวเจี๋ยหลุน* มากกว่า อย่าลืมสิว่าเจนของผมมันคนละเจนกับจางเสวโหย่วนะ ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร” เฉินฉียิ้มแล้วหันหลังเดินจากไป จุดหมายครั้งนี้คือห้องสืบสวน เขาไม่อยากพลาดการสอบปากคำจากผู้ต้องหา

* โจวเจี๋ยหลุน = หรือ Jay Chou นักร้องชื่อดังมากพรสวรรค์ ได้รับฉายาว่าเจ้าพ่อแห่งวงการเพลง เขาเก่งหลากหลายด้านทั้งด้านนักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง ผู้กำกับ นักเขียนบท โปรดิวเซอร์ และนักธุรกิจชาวไต้หวัน

สวีเสี่ยวตงมองตามหลังเฉินฉีและอดถามไม่ได้ “คุณเป็นเด็กยุค 90 จริงเหรอ?”

“ประมาณ 1890 มั้ง ถ้าผมจำไม่ผิด” เฉินฉีหันกลับไปตอบอย่างติดตลก

สวีเสี่ยวตงก้มมองตั๋วคอนเสิร์ตในมือ พอได้มันกลับคืนมาหลังจากที่เกือบทำหลุดมือไปครั้งหนึ่ง เขายิ่งมองมันเป็นสิ่งล้ำค่ามากกว่าเดิม ในใจเกิดความมุ่งมั่นว่าจะต้องมอบเป็นของขวัญให้กับหลินถงซูภายในวันนี้ให้ได้!

จบบทที่ บทที่ 33 จับกุมฆาตกรตัวจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว