เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24: ซือฮ่าวบุกเมืองวิญญาณยุทธ์ "เอาท่านแม่ของข้าคืนมานะ!!!"

ตอนที่ 24: ซือฮ่าวบุกเมืองวิญญาณยุทธ์ "เอาท่านแม่ของข้าคืนมานะ!!!"

ตอนที่ 24: ซือฮ่าวบุกเมืองวิญญาณยุทธ์ "เอาท่านแม่ของข้าคืนมานะ!!!"


ตอนที่ 24: ซือฮ่าวบุกเมืองวิญญาณยุทธ์ "เอาท่านแม่ของข้าคืนมานะ!!!"

เมื่อมองดูแผ่นหลังที่ตั้งตรงและเข้มแข็งของเชียนเริ่นเสวี่ย ปีปี๋ตงก็หวนนึกถึงอดีตของตนเอง พวกนางช่างเหมือนกันเหลือเกิน ทั้งความดื้อรั้นและการยึดติดกับบางสิ่งมากจนเกินพอดี

อันที่จริงปีปี๋ตงพึงพอใจในตัวลูกสาวคนนี้แทบทุกด้าน ยกเว้นเพียงเรื่องหัวใจ

รสนิยมของนางช่างย่ำแย่เหลือเกิน ที่ไปเลือกผู้ชายไร้พรสวรรค์พรรค์นั้น มันช่างเป็นการใช้ชีวิตที่สูญเปล่า ปีปี๋ตงเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดีหลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นมา

จะมีประโยชน์อะไรกับคู่ชีวิตที่อ่อนแอ แม้แต่ผู้หญิงของตัวเองก็ยังปกป้องไม่ได้? ปีปี๋ตงยังคงจดจำความสิ้นหวังในวันวานได้จนถึงทุกวันนี้

"ความแข็งแกร่งและอำนาจ คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คนเราควรไขว่คว้า!"

ในที่สุดปีปี๋ตงก็เอ่ยออกมาแผ่วเบา ขณะจับจ้องไปที่แผ่นหลังของเชียนเริ่นเสวี่ย

"ทวีปโต้วหลัวแตกแยกมานานเกินไปแล้ว ตลอดหลายหมื่นปีมีแต่การแก่งแย่งชิงดี สิ่งที่ดินแดนนี้ต้องการคือการรวมเป็นหนึ่งอย่างแท้จริง และสำนักวิญญาณยุทธ์ของเราคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะรวบรวมทวีปโต้วหลัวนี้!"

"พวกเราปลุกวิญญาณยุทธ์ให้สามัญชนฟรี สำนักวิญญาณยุทธ์ยังมอบเงินสนับสนุนให้วิญญาจารย์ระดับล่างเพื่อช่วยในการฝึกฝนและเติบโต ไม่เหมือนกับสองจักรวรรดิใหญ่ที่เอื้อประโยชน์ให้แค่พวกขุนนาง"

"และในตอนนี้ สำนักวิญญาณยุทธ์คือขุมกำลังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในทวีป การที่สำนักวิญญาณยุทธ์จะรวมทวีปโต้วหลัวเป็นหนึ่งนั้นคือกระแสธารที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ในฐานะผู้สืบทอดสำนักวิญญาณยุทธ์ในอนาคต... เสาหลักที่แท้จริงของสำนัก..."

"เจ้ามีหน้าที่ต้องสานต่อเป้าหมายนี้!"

ปีปี๋ตงมองไปที่เชียนเริ่นเสวี่ย นางรู้ว่าเชียนเริ่นเสวี่ยกำลังฟังอยู่ นางสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวต่อ

"การมัวเมาอยู่กับเรื่องความรัก... ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าควรทำในตอนนี้ เข้าใจไหม?"

ในที่สุดเชียนเริ่นเสวี่ยก็เงยหน้าขึ้น นางเอ่ยคำเพียงคำเดียวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ไสหัวไป!"

ปีปี๋ตงโกรธจัด แต่ก่อนที่นางจะได้ตอบโต้อะไร...

ตูม... ตูม... ตูม!

จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวสามครั้งดังมาจากภายนอก พร้อมกับเสียงเล็กๆ ของเด็กที่ตะโกนก้อง หัวใจของปีปี๋ตงกระตุกวูบ นางรีบเดินออกจากหอพรหมยุทธ์และสั่งการให้ พรหมยุทธ์เบญจมาศ (เยว่กวน) และ พรหมยุทธ์มารอสูร (กุ่ยเม่ย) ไปตรวจสอบสถานการณ์ทันที

"เยว่กวน กุ่ยเม่ย พวกเจ้าสองคนออกไปดูซิว่าใครบังอาจมาสร้างความวุ่นวายในเมืองวิญญาณยุทธ์"

ปีปี๋ตงกำคทาแน่น ดวงตาเปี่ยมไปด้วยโทสะ เสียงดังขนาดที่ได้ยินมาถึงที่นี่ แสดงว่าคนทั้งเมืองต้องได้ยินกันหมด!

พรหมยุทธ์เบญจมาศและพรหมยุทธ์มารอสูรรีบออกไปและกลับมารายงานอย่างรวดเร็ว

"เรียนองค์สังฆราช เป็นเด็กอายุประมาณหกขวบกำลังก่อกวนอยู่หน้าเมืองขอรับ เขาเหาะขึ้นไปบนกำแพงเมืองแล้วตะโกนโวยวาย ประมาณว่า 'สำนักวิญญาณยุทธ์ รีบคืนแม่ของข้ามา' อะไรทำนองนั้นขอรับ"

"คืนแม่ของเขางั้นรึ?"

ปีปี๋ตงขมวดคิ้วแน่น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? แล้วแม่ของเด็กนั่นเกี่ยวอะไรกับสำนักวิญญาณยุทธ์!

เชียนเริ่นเสวี่ยที่ยืนฟังอยู่เลิกคิ้วขึ้น การมาทวงแม่คืนจากสำนักวิญญาณยุทธ์... หรือว่าสำนักวิญญาณยุทธ์จะคุมขังแม่ของเด็กคนนี้ไว้?

แม้เชียนเริ่นเสวี่ยจะยังไม่เคยเป็นแม่คน แต่นางก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับเรื่องพรรค์นี้

"ปีปี๋ตง... หากสำนักวิญญาณยุทธ์ทำเรื่องแบบนั้นจริง ก็คืนคนให้เขาไปเถอะ... อย่าให้คนทั้งโลกตราหน้าว่าสำนักวิญญาณยุทธ์ของเราเป็นองค์กรชั่วร้ายที่เที่ยวลักพาตัวแม่ชาวบ้าน!"

"ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า เจ้าไปตั้งใจฝึกฝนเถอะ"

ปีปี๋ตงตัดบทด้วยความรำคาญ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับสองราชทินนามพรหมยุทธ์

ปีปี๋ตงเดินนำหน้าพลางก่นด่า

"เด็กคนเดียวปีนขึ้นไปอาละวาดบนกำแพงเมืองได้เชียวรึ? พวกทหารยามที่นั่นมัวทำบ้าอะไรกันอยู่ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!"

เยว่กวนและกุ่ยเม่ยหันมามองหน้ากัน ยิ้มแห้งๆ ไม่กล้าตอบคำ

"สำนักวิญญาณยุทธ์ เอาท่านแม่ของข้าคืนมา!!!"

"สำนักวิญญาณยุทธ์ เอาท่านแม่ของข้าคืนมาเดี๋ยวนี้!!!"

เสียงเล็กแหลมของเด็กดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะแผดเผาท้องนภาให้แหลกสลาย

ปีปี๋ตงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย การจะทำเช่นนี้ได้ต้องอาศัยพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมหาศาล

"เจ้าแน่ใจนะว่าเป็นแค่เด็ก?"

"ยืนยันขอรับ เป็นเด็กผู้ชายอายุราวหกเจ็ดขวบ มีใบไม้สีเขียวพันรอบเอวและมีน้ำเต้าสีแดงลูกเล็กๆ อยู่บนหัว ดูท่าทางประหลาดพิลึก"

พรหมยุทธ์เบญจมาศตอบกลับ

ปีปี๋ตงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น

"แม้จะเป็นแค่เด็กหกเจ็ดขวบ แต่การมาก่อความวุ่นวายขนาดนี้มันกระทบต่อเกียรติภูมิของสำนักวิญญาณยุทธ์ รีบจัดการให้จบๆ ไปดีกว่า ส่งหน่วยอัศวินในเขตนั้นไปจับตัวเด็กนั่นมา... แล้วสอบสวนให้รู้เรื่อง"

"ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ก็แก้ปัญหาไปตามสมควร แต่ถ้าเป็นขุมกำลังไหนส่งเด็กมาป่วน..."

ประกายอำมหิตวาบผ่านดวงตาของปีปี๋ตง เยว่กวนและกุ่ยเม่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับหนาวสะท้าน...

...

ณ กำแพงประตูเมืองหลักแห่งเมืองวิญญาณยุทธ์!

เด็กน้อยวัยประมาณหกเจ็ดขวบ สวมเอี๊ยมใบไม้สีเขียวและมีน้ำเต้าสีแดงลูกเล็กๆ บนศีรษะ

นั่นคือ พี่ใหญ่ ซือฮ่าว เขายืนอยู่บนจุดสูงสุด ตะโกนสุดเสียงด้วยพละกำลังทั้งหมด!

"สำนักวิญญาณยุทธ์ รีบคืนท่านแม่ของข้ามา คืนท่านแม่ของข้ามาเดี๋ยวนี้!!!"

"ถ้าไม่คืนท่านแม่มา ข้าจะถล่มสำนักวิญญาณยุทธ์ให้ราบคาบ!!!"

ซือฮ่าวแผ่รังสีพลังอันเกรี้ยวกราด ยืนตระหง่านอยู่บนกำแพงเมือง ในขณะที่สามสหาย ยุคทองของสำนักวิญญาณยุทธ์ ที่เดินทางมาพร้อมกับซือฮ่าวต่างพากันยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

ทุกคนอ้าปากค้าง เตรียมใจรับมือกับฉากนี้ไม่ทันจริงๆ

หูเลี่ยนะรีบตะโกนห้ามปราม "พี่ใหญ่ เจ้าทำบ้าอะไรเนี่ย? รีบลงมาเร็วเข้า! ไหนเราตกลงกันแล้วไงว่าจะพาไปตามหาแม่? ทำแบบนี้เดี๋ยวก็โดนคนของสำนักจับตัวไปหรอก"

เสวี่ยเย่ว์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มองซือฮ่าวด้วยความร้อนรน "พี่ใหญ่ เลิกป่วนได้แล้ว ลงมาเถอะ! ที่นี่คือเมืองวิญญาณยุทธ์นะ!!!"

"ถ้าโดนจับได้ แล้วเจ้าจะไปช่วยแม่ได้ยังไง?"

พวกเขาแทบจะอกแตกตายด้วยความกังวล จู่ๆ ซือฮ่าวก็พุ่งขึ้นไปบนกำแพงเมืองแล้วตะโกนโหวกเหวก พวกเขาห้ามแทบไม่ทัน ไหนตกลงกันแล้วไง... ว่าจะค่อยๆ ตามหาแม่ไปด้วยกัน?

ทว่าซือฮ่าวกลับมองลงมาที่ทั้งสามคนซึ่งกำลังกระวนกระวาย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะหาท่านแม่เจอ ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะรีบช่วยท่านแม่ ท่านแม่ต้องกำลังโดนคนเลวรังแกอยู่แน่ๆ ถ้าพวกพี่ชายพี่สาวกลัว ก็ถอยไปยืนไกลๆ หน่อยครับ"

"เหมือนกับเจ้าแมวยักษ์นั่นไง!"

ซือฮ่าวชี้ไปที่ พยัคฆ์ขาวลวดลายเวทย์ ซึ่งตอนนี้แอบซ่อนตัวอยู่ในป่านอกเมืองวิญญาณยุทธ์เรียบร้อยแล้ว ตอนที่มาถึงเมืองวิญญาณยุทธ์ เขาได้วางแผนช่วยแม่ไว้ในใจแล้ว!

เขามาอย่างรีบร้อนจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาท่านแม่เป็นอย่างไร... ขืนเดินตามหาคงไม่เจอแน่ๆ สู้โวยวายให้เรื่องใหญ่มันดังไปทั่ว แล้วให้ท่านแม่เป็นฝ่ายหาเขาเจอเองดีกว่า!

เขาเคยได้ยินจากท่านพ่อซือป้าเทียนมาว่า สำนักวิญญาณยุทธ์นั้นทรงพลังมาก เขาจึงไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนไปด้วย และตั้งใจจะลุยเดี่ยว!

ในเวลานี้ ผู้คนจำนวนมหาศาลในเมืองวิญญาณยุทธ์ที่ได้ยินเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของซือฮ่าว ต่างตกใจและพากันเดินออกมาบนถนน มองไปยังทิศทางที่ซือฮ่าวยืนอยู่

พวกเขาอยากจะเห็นหน้าคนอวดดีที่กล้ามาตะโกนท้าทายถึงที่นี่ ที่นี่คือเมืองวิญญาณยุทธ์ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสำนักเชียวนะ

มืองวิญญาณยุทธ์ "เอาท่านแม่ของข้าคืนมานะผู้คนเริ่มมารวมตัวกันที่ประตูเมือง จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์

"ลูกเต้าเหล่าใครกัน ช่างอวดดีนัก?"

"ดูแล้วน่าจะแค่หกขวบเองมั้ง เสื้อผ้าก็ขาดรุ่งริ่ง คงเป็นลูกคนจนๆ แถวนี้แหละ"

"เมื่อกี้เขาตะโกนว่า 'เอาแม่ข้าคืนมา' สงสัยจะมาตามหาแม่"

"มาตามหาแม่ที่สำนักวิญญาณยุทธ์เนี่ยนะ บ้าไปแล้วหรือเปล่า?"

จบบทที่ ตอนที่ 24: ซือฮ่าวบุกเมืองวิญญาณยุทธ์ "เอาท่านแม่ของข้าคืนมานะ!!!"

คัดลอกลิงก์แล้ว