เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 104 - กองทัพมาแล้วว(เปิดขายรอบพิเศษ)

Chapter 104 - กองทัพมาแล้วว(เปิดขายรอบพิเศษ)

Chapter 104 - กองทัพมาแล้วว(เปิดขายรอบพิเศษ)


 

Chapter 104 - กองทัพมาแล้วว

ด้านนอกเมืองภูเขาหยก

กองกำลังของนิกายเมฆครามได้มาถึงแล้ว.

ไม่เพียงแค่มีอาวุโสสาขานอกเท่านั้น แม้กระทั่งผู้อาวุโสที่มีสถานะสูงในสาขาในของนิกายเมฆครามก็มาเช่นกัน.

เหตุผลที่เขามาที่นี่เพราะซูซางเฟยและเฉินซ่ง

เหล่าศิษย์ทั้งสองนี้จะเป็นคนที่เขามาในสาขาในในอนาคต ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมันก็เหมือนกับมีคนมาระเบิดนิกาย.

อีกเหตุผลคือการสร้างภาพลักษณ์ของเขา!

พวกเขาจะแสดงให้โลกเห็นว่า นิกายเมฆครามมีประสิทธิภาพมากแค่ไหนและพวกเขาก็เป็นผู้นำในรัศมีหนึ่งล้านกิโมเมตร ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ก่อความววุ่นวายเพราะมีเพียงผลลัพธ์เดียว เมื่อมีคนที่มาตอแยนิกายเมฆครามคือ ตายสถานเดียว!

อาวุโส 3 คนและศิษย์ชั้นยอดกว่า 200 คนได้ล้อมประตูทางทิศตะวันออก กลิ่นอายของพวกเขาไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาใกล้.

มีหลายร้อยคนที่นั่งอยู่บนสัตว์ปีศาจระดับ 3 ที่พ่นลมหายใจออกมาจนเห็นไอสีขาวด้วยความหยิ่งยโสของมัน พวกเขาไม่ต่างจากกองทัพสัตว์ร้ายที่มาข่มขู่ผู้คน.

“ครึ่นนน~...”

ฟ้าแลบแปร๊บปร๊าบและเมฆดำเริ่มก่อตัว ความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้นและความรู้สึกไม่ดีเริ่มก่อตัวราวกับว่าพายุกำลังจะเกิดขึ้น.

“ข้าไม่อาจสักผัสกลิ่นอายของทั้งสามคนได้.”

“พวกเขาตายไปแล้ว?”

ชายเคราขาวที่นั่งอยู่บนแคร่ยักษ์ที่มีคิ้วสีขาวที่กำลังขมวดด้วยความหงุดหงิด.

ข้างๆเขาเป็นชายอีกคนที่ตะโกน “เป็นไปไม่ได้! ทุกคนที่อยู่ภายในเมืองภูเขาหยกเล็กๆแห่งนี้จะสามารถทำร้ายศิษย์ของนิกายเมฆครามเราได้อย่างไรกัน? ใครกันที่มีความกล้าขนาดนั้น?”

ทั้งสองคนเป็นอาวุโสที่อยู่นิกายชั้นใน คนที่อยู่บนแคร่ชื่อ หลิวซางเฟิง ซึ่งเป็นคนเลือกเฉินซ่งให้เป็นศิษย์สายตรงของเขา ชายชราอีกคนชื่อ จางก๋ง และเขาก็มีแผนที่จะรับซูซางเฟยเป็นศิษย์สายตรง นี่เป็นเหตุผลที่พวกเขาทั้งสองมาที่นี่.

ด้านหลังพวกเขาทั้งสองเป็นเฉินเทียนเหยาที่เป็นอาวุโสชั้นนอก.

เฉินเทียนเหยามีการแสดงออกที่ผ่าเผยบนใบหน้าของเขา ความรู้สึกที่ทรงพลังของเขากวาดออกไปและครอบคลุมเมื่อภูเขาหยกทั้งหมดและค้นห้าอย่างต่อเนื่อง อีกครั้งและอีกครั้ง...

เมืองภูเขาหยกมีประชาชนไม่กี่พันคน ด้วยความหนาแน่นของประชากรที่มากเช่นนี้กับการที่ส่งผ่านความรู้สึกกวาดออกไปยังผู้คนทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงการบ่มเพาะที่น่ากลัวของเขาว่ามีมากแค่ไหน.

สักพัก...

เฉินเทียนเหยาก็ขมวดคิ้วและพูด “อาวุโสทั้งสอง กลิ่นอายของทั้งสามไม่ได้อยู่ในเมือง เป็นไปได้หรือไม่ ที่ลูกชายของข้า…”

เสียงของเขาสั่นเล็กๆ

เฉินเทียนเหยาตกตะลึงด้วยดวงตาที่เบิกกว้างขณะที่เพลิงแห่งความโกรธของเขาประทุขึ้นมา

หลิวซางเฟิงมองไปที่เมืองภูเขาหยกอย่างหมองคล้ำ กลิ่นอายที่ทรงพลังของเขาก็ระเบิดออกมาขณะที่เขาพูดอย่างเย็นชา“เมืองบ้านนอกในที่แห่งนี้กล้าที่จะท้าทายกับตัวตนอันยิ่งใหญ่อย่างนิกายเมฆครามของเรางั้นรึ? พวกเขาแค่รนหาที่ตาย!”

“พวกเขากล้าที่จะฆ่าสาวกของนิกายของเรา? ข้าอยากจะเห็นคนเหล่านั้นจริงๆ.”จางก๋งก็ส่งเสียงฮึ่มอย่างโกรธแค้นออกมา.

เฉินเทียนเหยาส่ายหัวด้วยความรู้สึกสับสนขณะที่เขาพึมพำ“คนที่อยู่ในเมืองภูเขาหยกแข็งแกร่งเพียงแค่ปราณเชี่ยวชาญ ขั้น 9 เท่านั้นและไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของซางเฟยได้ คนที่ฆ่าเขาหนีไปแล้วงั้นรึ?”

“ไม่สำคัญว่าฆาตกรจะหนีไปแล้วหรือไม่ สาวกของนิกายไม่ใช่ใครก็ฆ่าก็ฆ่าได้ ข้าไม่คิดที่ให้มีเมืองเช่นนี้อยู่รอดอีกต่อไป.”หลิวซางเฟิงพูดเบาๆ

ขณะที่เขาพูกจิตสังหารของเขาก็แผ่ออกมา มันทั้งหนาและกดดัน.

ฆ่าคนทั้งเมืองมันไม่ได้ยากสำหรับคนเช่นเขา.

“เข้าเมือง!”

“เราไปที่ตระกูลซูเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ก่อน.”

“สาวกของนิกายจงฟัง! ไปยังประตูทิศเหนือ,ใต้,ออกและตก ทั้งหมด คนเข้ามาได้ แต่ไม่อาจออกไปได่!”

“มันไม่สำคัญหรอกว่าคนที่ฆ่าสาวกของเราจะอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตามทุกคนที่อยู่ภายในต้องถูกฝังไว้พร้อมกับพวกเขา!”

ผู้ปกครองคนทั้ง 1 ล้านกิโลเมตร!

ความกดดันของเขาเป็นที่แน่ใจว่าคนที่กล้ามาแหย่จะต้องเป็นไปอย่างไร?

ทั่วทั้งภูเขาเต็มไปด้วยความรุนแรงของศิษย์จากนิกายเมฆคราม ที่ได้แสดงถึงการดูหมิ่นราวกับว่าพวกเขาเหนือกว่าคนทั่วไป.

พวกเขารีบมุ่งหน้าไปที่บ้านของตระกูลซูด้วยพลังทั้งหมด.

ทุกคนที่อยู่บนถนนที่พวกเขามุ่งหน้าไปมีเพียงผลลัพธ์เดียวเท่านั้น ความตาย!

ผู้คนหลายสิบคนที่ตายไปพร้อมกับทางที่พวกเขามุ่งหน้า พวกเขานั้นไร้มนุษย์ธรรมเพราะคนเหล่านี้ไม่ได้เห็นมนุษย์แบบพวกเขาอยู่ในสายตา พวกเขาเป็นเพียงแค่มดที่มาขวางทางพวกเขา.

พวกเขาถูกกระทืบตายจากคนของนิกาย

นิกายเมฆครามเดินทางเข้ามาอย่างโหดเหี้ยมทำให้เกิดความวุ่นวายบนถนนหลักที่ทางที่เขาเดินผ่าน ทั้งเมืองก็ได้เงียบลงอย่างรวดเร็ว.

“ครึ่นๆ~...”

ฟ้าแล่บกระจายไปทั่วฟ้าและความสว่างเพียงเล็กน้อยก็แสดงให้เห็นถึงใบหน้าของเหล่าศิษย์นิกายเมฆคราม พวกเขาเต็มไปด้วยความชิงชังและเลือดเย็น.

โถงหลักตระกูลลั่ว.

ทุกคนที่นั่งอยู่มีท่าทางที่น่ากลัวอยู่บนใบหน้าของพวกเขา.

พวกเขาไม่คิดว่านิกายเมฆครามจะส่งคนมาที่นี่จริงๆ พวกเขามาถึงรวดเร็วและฉับพลัน.

เขาส่งอาวุโสมาถึง 3 คน สถานการณ์แบบนี้มันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆนัก!

คิ้วของลั่วเทียนขมวดแน่นและความคิดของเขาก็วิ่งไปมาอย่างรวดเร็ว เขากำลังหาวิธีแก้ปัญหาของตระกูลลั่วให้สามารถหลบหนีภัยพิบัติได้.

แต่...

เขาไม่สามารถนับเป็นอะไรได้.

ด้วยตัวตนทั้งหมดเพียงแค่หนึ่งคนก็แย่แล้ว เขายังขาดความแข็งแกร่งโครตๆ!

“รายงาน!”

“รายงานผู้นำ สาวกของนิกายเมฆครามส่วนใหญ่ได้ไปถึงตระกูลซูแล้ว สี่ประตูหลักถูกครอบครองโดยพวกเขา คนเข้ามาได้ แต่ไม่อาจออกไปได้.”

คิ้วของลั่วเทียนเลิกขึ้น“แม้กระทั่งเส้นทางหลบหนีของพวกเขาก็ถูกปิดผนึก...”

ซ่งหยวนหนานกดคิ้วลงขณะที่มองไปรอบๆตระกูลลั่ว เขาตัดสินใจและพูดว่า“ผู้นำปล่อยให้ข้าแบกภาระเหล่านี้เอง!”

ทุกคนมองไปที่ซ่งหยวนหนาน.

ซ่งหยวนหนานยิ้มและพูด “ระดับการบ่มเพาะของข้าแข็งแกร่งที่สุดในเมืองภูกเขาหยก ดังนั้นข้าจึงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะรับผิดชอบ.”

“นอกจากนี้ ข้ายังมีเหตุผลเพียงพอที่จะโน้วน้าวให้พวกเขารู้ว่าข้าฆ่าพวกเขา เนื่องจากเหล่าศิษย์ของนิกายทำร้ายตระกูลของข้า ดังนั้นข้าจึงฆ่าพวกเขาเพื่อแก้แค้น ข้าเชื่อว่าแม้กระทั่งผู้อาวุโสของนิกายก็คิดว่าข้าต้องเป็นคนทำเรื่องเหล่านี้.”

มีเหตุผล?

โลกนี้หมัดใครแข็งกว่าคนนั้นก็มีเหตุผล.

เจ้ากำลังลองทำอะไรบางอย่างกับอาวุโสของนิกาย? เจ้าล้อเล่นงั้นรึ?

แน่นอนซ่งหยวนหนาน รู้ความจริงเหล่านี้ เขาเพียงแค่พูดเพื่อหวังที่จะให้ลั่วเทียนปล่อยให้เขาเป็นคนแบกภาระทั้งหมด.

เมื่อซ่งหยวนหนานพูดจบลั่วเทียนก็ลุกขึ้นและพูด “ไม่มีทาง!”

“ข้าคือผู้นำตระกูลลั่ว เพราะงั้นถ้าใครจะเป็นคนแบกภาระเหล่านั้น มันต้องเป็นข้าเอง.”

“นอกจากนี้พวกเขายังถูกข้าสังหารซึ่งทั้งเมืองก็ได้เห็น พี่ชายซ่งข้าไม่อาจให้ท่านเสี่ยงชีวิตเช่นนี้ได้.”

อย่างหนึ่งคือเขาจะปล่อยให้คนอื่นแบกภาระเหล่านั้นได้อย่างไร นอกจากนี้ลั่วเทียนยังไม่เคยกลัวปัญหา.

เขาไม่รู้สึกกลัวใดๆแม้ว่าเขาจะเผชิญกับนิกายเมฆคราม

ลั่วเทียนต้องทำทุกอย่างและไม่อาจย้อนกับไปได้เพราะว่าเขาเป็นเสาหลักของตระกูล

ซ่งหยวนหนานต้องการที่จะโต้เถียงแต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงมาจากด้านหลัง.

“ตูม~!”

ทางเข้าโถงหลังของตระกูลถูกทำลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มีศิษย์จากนิกายมา 4 คน มีบาดแผลมากมายบนร่างกายของพวกเขา เลือดที่ไหลออกมามากจนใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว.

พวกเขามาไวมาก!

“นี่คือสถานที่ๆถูกเรียกว่าตระกูลลั่ว?”

“พวกเขาไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าขยะ.”

“ข้าเดิมพันว่าผู้นำของพวกเขาต้องเป็นขยะอย่างแน่นอน.”

ศิษย์นิกายทั้ง4เริ่มพูดด้วยความรังเกียจ.

หนึ่งในตระกูลลั่วเดินออกมาและตะโกนด้วยความโกรธราวกับสิงโต“ผู้นำไม่ได้เป็นขยะ เจ้าหน่ะสิขยะ! ทั้งนิกายของเจ้าเป็นขยะ!”

ในหัวใจของพวกเขาลั่วเทียนเป็นดั่งจุดสูงสุดในการดำรงอยู่ เขาไม่ใช่ใครก็ตามที่จะมาดูถูกได้.

เมื่อเขาพูดเสร็จแล้ว ศิษย์จากนิกายก็มองเขาอย่างดูถูกเหยียดหยามก่อนที่จะเดินเข้าไปทีละก้าวๆพร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา“เจ้าสุนัข สิ่งที่เจ้าพูดไม่อาจพูดได้เพียงสามคำนั่นคือ นิกาย-เมฆ-คราม?”

เฉินเทียนเหยามีความโกรธอยู่เต็มใบหน้าขณะที่เขามองไปที่ซูเม่ยอย่างเย็นชา“เจ้าแน่ใจหรือว่าลั่วเทียนอยู่ด้านใน?”

ซูเม่ยพยักหน้าของเธอขณะที่มีพวงรีดสีขาวอยู่คล้องคออยู่ ด้วงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาและใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความเสียใจ เธอตอบว่า “ข้ามั่นใจ ข้าได้ส่งคนไปเฝ้าตระกูลลั่วเพื่อรอให้ท่านมาแก้แค้นให้กับพี่ชายของข้า,เฉินซ่งและพี่ใหญ่เฉินหวู่”

ตาของเฉินเทียนเหยาเปลี่ยนไป พลังปราณเชี่ยวชาญสุดยอดได้ระเบิดออกมา พลังปราณของเขาที่ถูกเติมเต็มไปด้วยจิตสังหารของเขาที่ซึ่งได้ห้อมล้อมคฤหาสน์ตระกูลลั่วทั้งหมด จากนั้นเขาก็คำรามด้วยความโกรธ “ลั่วเทียน คืนชีวิตของลูกชายข้ามา!”

จบบทที่ Chapter 104 - กองทัพมาแล้วว(เปิดขายรอบพิเศษ)

คัดลอกลิงก์แล้ว