เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 92 - ลั่วเทียน เจ้ากล้า?

Chapter 92 - ลั่วเทียน เจ้ากล้า?

Chapter 92 - ลั่วเทียน เจ้ากล้า?


Chapter 92 - ลั่วเทียน เจ้ากล้า?

“แปลงเป็นสัตว์ร้าย?”

“เขาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลปีศาจ?”

ฝูงชนระเบิดความวุ่นวาย.

ไม่มีใครเชื่อสายตาตัวเองได้ นับตั้งแต่ราชาปีศาจได้เริ่มต้นสงครามใหญ่กว่าหมื่นปีที่แล้วและบรรดาเผ่าปีศาจได้ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในภูเขาหลังจากที่พ่านแพ้.

หลังจากพันกว่าปี คนส่วนใหญ่ได้อ่านเรื่องของปีศาจในหนังสือและไม่เคยเห็นด้วยตัวเองมาก่อน.

แขนของฟางเล่ยปกคลุมไปด้วยเกล็ดน่าเกลียดของปลาและขอบเกล็ดเหมือนกับมังกรสีเลือดในตำนานที่เหมือนกับเลือดสดๆที่ซึมออกมามาในระหว่างชั้นเกล็ด นิ้วมือของเขาหายไปเป็นกรงเล็บและปลายกรงเล็บที่มีร่องรอยแตกร้าว!

พลังประเภทใดกัน...

มันแข็งแกร่งอย่างมาก!

ฟางเล่ยที่กำลังยืนอยู่ราวกับราชสีห์ที่โกรธเกรี๊ยวที่ไม่ได้ยินเสียงใดๆเบื้องล่างเวที ดวงตาของเขาจ้องมองมาที่เฉินซ่งอย่างเย็นชาและพูดว่า“มันเป็นทีของข้าแล้ว.”

หัวใจของลั่วเทียนกลายมาเป็นมีความสุข.

เขารู้ว่าเจ้าอ้วนไม่ใช่คนธรรมดา และอย่างยิ่งเมื่อเห็นเกล็ดสีเลือด ลั่วเทียนก็กล่าวกับตัวเอง“แปลงร่างเป็นสัตว์ร้าย? ข้าไม่คิดว่ามันจะง่ายดายนัก.”

เกล็ดสีเลือดทำให้เขารู้สึกว่าผิดปกติยิ้งขึ้นไปอีก.

มันไม่ได้ง่ายดูเหมือนการเปลี่ยนแปลงของสัตว์ร้ายแบบปกติ ลั่วเทียนรู้สึกถึงความรุนแรงของฟางเล่ยที่เหมือนจะมากกว่าสัตว์ร้ายทั่วๆไป.

หูน้อยๆของชุนชุนขยับไปมาและดวงตาก็เบิกกว้างแสดงออกมาอย่างประหลาดใจ มีเสียงกลัวน้อยๆที่ออกมาจากปากเธอเบาๆว่า “เทพโลหิต?”

เสียงของเธอเบามากจนคนด้านนอกไม่อาจได้ยิน.

หลี่ซูเอ๋อร์รู้สึกตกใจมาก แต่ก็เป็นคนที่แสดงอาการตะลึงน้อยที่สุดจากทุกคน ท่าทางของเธอก็เปลี่ยนไปกลายเป็นยิ้มอย่างอ่อนโยน “เจ้าอ้วนมีพลังมากจริงๆ.”

บนเวที.

เฉินซ่งที่แสดงออกถึงความประหลาดใจ จากนั้นเขาก็กล่าวอย่างเย็นชา“ข้าไม่คิดเลยว่าภูเขาหยกแห่งนี้จะมีเผ่าปีศาจซ่นตัวอยู่ที่นี่.”

“ดียิ่งนัก.”

“วันนี้ข้าจะให้ความเป็นธรรมภายใต้นามของสวรรค์!”

หลังจากนั้น...

เฉินซ่งเดินกลับไปที่กลางเวทีและดึงดาบออกจากเอว เมื่อดาบถูกดึงออกก็มีเสียง.

“วู่มมม~...”

ดาบที่ปกคลุมไปด้วยฉีเริ่มที่จะม้วนกลายเป็นเกลียวบนใบดาบ.

เฉินซ่งยืนอยู่ตรงกลางของพายุจากดาบฉี ดาบฉีที่ได้ส่งเสียง ชิ้ง กับการหายใจของเขาที่รวมเข้ากับร่างกาย.

ซูซางเฟยพูดอย่างประหลาดใจกับตัวเอง “ข้าไม่คิดว่าดาบดาวสวรรค์ของเฉินซ่งจะมาถึงระดับนี้แล้ว ดูเหมือว่าถ้าไม่ใช่การแปลงร่างเป็นสัตว์ร้ายของฟางเล่ยเขาก็ไม่ใช้ออกมา”

ซูเหยาซงมองไปที่ซูซางเฟยอย่างขุ่นเคือง.

ซูซางเฟยยิ้มอ่อน“ไม่ต้องห่วงท่านลุง แม้ว่าเจ้าอ้วนจะกลายร่างอย่างเต็มที่ แต่เขาก็ยังไม่อาจจัดการกับเฉินซ่งได้ เพียงแค่รอเตะพวกเฒ่าทั้งหลายออกจากคฤหาสน์บรรพบุรุษของตระกูลลั่วก็พอ”

ริมฝีปากของซูเหยาซงการเป็นรอยยิ้ม ราวกับได้กินยาสงบใจ จากนั้นเขาก็เฝ้ามองอย่างยิ้มแย้ม.

ที่กลางเวที.

แขนของฟางเล่ยที่เกือบจะถึงพื้นได้กางกงเล็บออกมาทำให้เกิดรอยสีฟ้าที่พื้นเวที เขาจ้องมองไปที่เฉินซ่งและตะโกนออกมา “เข้ามา!”

ก่อนที่เสียงของเขาจะจางหายไป...

เฉินซ่งชี้ดาบออกมาและดาบฉีก็ยิ่งรุนแรงขึ้น“ตาย!”

“ทักษะดาบดาวสวรรค์...”

“หมื่นดาวประกายแสง!”

“ตูม~”

ดาบฉีทั้งหมดได้ล้อมรอบเฉินซ่งกลายเป็นดาบขนาดใหญ่ตกลงมาจากฝากฟ้า ท้องฟ้าที่มือครึ้มกลายเป็นวูบวาบดังแสงดาว.

มีดาบมากมายที่ร่วงลงมาราวกับแสงดาว!

“ฉัวะ!”

“วูซ~, วูซ~, วูซ~”

ราวกับมีลูกศรนับไม่ถ้วยพุ่งเข้ามาหาฟางเล่ย แขนของเขาชูขึ้นไปบนอากาศ.

“ปัง~!”

ได้ยินเสียงที่ราวกับโลหะถูกฉีก ความเร็วของแขนฟางเล่ยไม่เร็วนัก ดาบมากมายได้ฉีกส่วนที่เหลือตามร่างกายของเขา.

ภายในไม่กี่วินาที ร่างกายของฟางเล่ยก็เปียกโชกไปด้วยเลือดทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูดุร้ายยิ่งขึ้น.

ในตอนแรกฟางเล่ยใช้แขนของเขาป้องกันดาบฉีได้บางส่วน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่กังวลอีกต่อไปและเพียงหันหัวและเดินทางไปหาเฉินซ่ง.

กับดาบนับไม่ถ้วนที่ตกลงมามีความเจ็บปวดมากมายราวกับถูกตัด.

ความเจ็บปวดมันมากเพียงไหน? ฟางเล่ยไม่แม้แต่ขมวดคิ้ว ในสายตาของเขามีแต่เฉินซ่ง มันเหมือนกับว่าเขาไม่ได้สนใจกับความเจ็บปวดที่ร่างกายของเขาได้รับอยู่.

เจ้ายังไม่ตาย?

เจ้ายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่?

แม้ว่าเจ้าจะมาจากตระกูลปีศาจ แต่เจ้าก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก?

ฝูงชนเกิดความกลัวจริงๆ.

คิ้วของเฉินซ่งขมวดแน่นขณะที่ในใจของเขารู้สึกได้ถึงอันตราย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้สึกแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกแย่มาก เห็นได้ชัดว่าฟางเล่ยที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตรเบื้องหน้าเขา การแสดงออกของเขาเปลี่ยนไป เขาแทงดาบมาหาเขาโดยตรง.

แมงไปยังศูนย์รวมพลังชีวิตของฟางเล่ย ประตูเป็น! (สะดือ)

การแทงนี้มันเร็วมากกว่าก้าวเงาพายุของลั่วเทียนเสียอีก.

เมื่อประตูชีวิตถูกแทงแล้ว แม้แต่พระเจ้าก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้.

ทันใดนั้นฟางเล่ยหดแขนของเขา ดวงตาของเขาจ้องมองด้วยความตื่นเต้นอย่างมาก พลางยิ้มกว้างพูดออกมา “ในที่สุดเจ้าก็เข้ามา!”

แขนของเขาหนักเกินไป.

มันหนักจนหางเล่ยไม่อาจยกขึ้นมาได้.

เพราะเหตุนี้เขาจึงไม่อาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้.

อย่างไรก็ตามพลังที่อยู่ในแขนของเขาก็เข็มแข็งมากจนเกือบควบคุมไม่ได้.

เขากำลังวางแผนในการใช้พลังทั้งหมดในทีเดียว แต่เป้าหมายต้องอยู่ใกล้ๆ.

โอกาสได้มาถึงแล้ว.

ไม่มีความลังเลเลยสักนิดจากฟางเล่ย เขาเคลื่อนย้ายโดยไม่สนใจความปลอดภัยของตัวเอง.

แม้ว่าดาบจะชี้มากทางเขา ฟางเล่ยก็อ้าแขนรับอาวุธ.

ไปซะ บิดานี่จะช่วยให้เจ้าได้แทงเอง!

เฉินซ่งหัวเราะอย่างเย็นชาภายใน “บ้านนอกนี่มันบ้านนอกจริงๆ เจ้าไม่รู้หรือว่าประตูของชีวิตเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดของคน? แม้ว่าเจ้าจะมาจากตระกูลปีศาจ แต่มันก็ยังมีรูปร่างเหมือนมนุษย์.”

“ตายซะ!”

แขนของฟางเล่ยก็เคลื่อนไหวในที่สุด แต่มันไม่ได้ปกป้องดาบจากเฉินซ่ง มันมุ่งตรงไปที่เข้าแทน.

“วึมๆ~!”

ดาบได้แทงไปที่ประตูชีวิตของฟางเล่ยและมีเลือดไหลออกมา แต่อย่างไรก็ตามดาบของเฉินซ่งได้เจ้าะเข้าไปไม่กี่เซนฯและไม่อาจเข้าไปได้ลึกว่านี้อีก มันดูเหมืนอว่าไขมันของเขาจะป้องกันและไม่ยอมให้มันเข้ามา.

นี่เป็นช่วงเวลาที่ฟางเล่ยยิ้มและเผยให้เห็นเลือดที่ย้อมฟัน นี่เป็นรอยยิ้มที่เจิดจ้าที่สุดบนใบหน้าของเขา.

แขนของเขาขยับ.

ความคมของกรงเล็บก็ทะลวงเข้ามา.

“ฉัวะ~, ฉัวะ~, ฉัวะ~...”

พลังที่อยู่ในแขนของเขาระเบิดขึ้นทันที การโจมตีได้จู่โจมเข้าสู่หน้าอกของเฉินซ่งและเสียงของการชกก็ดังเหมือนกับฟ้าร้อง พลังแบบนี้และฉากแบบนี้ดูน่าตกใจเป็นอย่างมาก!

แรงปะทะได้เข้ามาสั่นไหวในใจของผู้คน!

ฝูงชนได้แต่โง่งม.

ซูซางเฟยก็โง่งม.

ซูเหยาซงและตระกูลซูก็กลายเป็นตัวโง่งม.

เฉินซ่งสาวกภายนอกของนิกายเมฆครามที่ติด10อันดับแรกได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจจะหายใจได้และไม่อาจตอบโต้ได้อีก.

นี่เป็นไปได้ไง?

นี่มันเป็นไปไม่ได้เลย!

ประตูแห่งชีวิตที่ถูกแทงเขาก็ยังไม่ตายและเขาก็ยังระเบิดพลังที่รุนแรงดังกล่าว บางทีอาจจะเป็นเพราะทุกคนไม่คิดว่าฟางเล่ยจะทำอะไรอย่างนี้.

“ปัง~!”

“ปัง~!”

แขนข้างหนึ่งจับเฉินซ่งไว้แน่นขณะที่แขนอีกข้างของฟางเล่ยก็โจมตีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปลดปล่อยพลังทำให้เกิดฉากที่เหี้ยมโหดขึ้น แขนของเขาเริ่มมองเห็นได้น้อยลง.

หมัดสุดท้าย!

“ปัง~!”

หนัดนี้ได้ทะละเข้าไปในอกของเฉินซ่ง มีเลือดเจิ่งนอกและอวัยวะภายบิดไปมา ขณะเดียวกันฟางเล่ยก็คว้าเฉินซ่งและโยนลงจากเวที.

ทันใดนั้นมันก็ตกลงไปยังเบื้องล่างเท้าของลั่วเทียน.

“แล้วแต่นายท่าน!”

ที่ปากเหวแห่งความตาย เฉินซ่งจ้องมองไปที่ตาของลั่วเทียนและกล่าวว่า “อย่า อย่า อย่าฆ่าข้า ลุงของข้าเป็นอาวุโสของนิกายเมฆคราม ถ้าเจ้าฆ่าข้า เจ้าก็ตายด้วยเช่นกัน…”

ลั่วเทียนลุกขึ้นยืนและเดินมาด้านบนหัวของเฉินซ่ง จากนั้นเขาก็มองไปที่ซูซางเฟยและยิ้มอย่างเย็นชา.

ซูซางเฟยคำรามและชี้ไปที่ลั่วเทียนพร้อมกับตะโกนว่า“ลั่วเทียน เจ้ากล้า?!”

ลั่วเทียนมีรอยยิ้มนิดๆและเริ่มยิ้มกว้างมากขึ้น.

และจากนั้น...

เจตนาฆ่าของเขาก็ออกมาจากร่างกายของเขาเกราะเลือดปีศาจก็ได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างหิวกระหาย...

จบบทที่ Chapter 92 - ลั่วเทียน เจ้ากล้า?

คัดลอกลิงก์แล้ว