เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 77 - นำจิ้งจอกสาวเจ้าปัญหากลับมา

Chapter 77 - นำจิ้งจอกสาวเจ้าปัญหากลับมา

Chapter 77 - นำจิ้งจอกสาวเจ้าปัญหากลับมา


 

Chapter 77 - นำจิ้งจอกสาวเจ้าปัญหากลับมา

เพราะเขาเพ่งความสนใจมากเกินไปจึงเข้าสู่ขอบเขตในตำนาน-ความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ.

ขอบเขตนี้น่ากลัวจริงๆ

ไม่ว่าเจ้าจะปรับแต่งเม็ดยาหรืออุปกรณ์เมื่อเขาถึงขอบเขตดังกล่าว การเก็บเกี่ยวก็ยิ่งใหญ่อย่างมากสำหรับผู้บ่มเพาะ

อย่างไรก็ตามขอบเขตหยั่งรู้นี้ใช้พลังงานทางจิตและปราณซึ่งคนอ่อนแอไม่สามารถทำได้.

ลั่วเทียนพึ่งหลุดจากการหยั่งรู้ของเขาและร่างกายของเขาก็แทบจะพังทลาย เขาไม่มีแม้แต่แรงจะยกมือและไม่อาจขยับได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง.

ตลอดเวลาที่เกิดขั้นอย่างกระทันหันเสียงเท้าหนักๆของสัตว์ปีศาจเข้ามาก็หมายความว่าเขาจะต้องสังเวยชีวิตให้กับคนอื่น.

เสียงเท้าที่หนักและกลิ่นอายความตาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องเป็นสัตว์ปีศาจไม่ต่ำว่าระดับ3.

มันอาจจะเป็นราชันย์ผีดิบพันปี?!

ความที่เขามาอย่างฉับพลันในหัวของลั่วเทียน ทำให้เขารู้สึกหกหู่และไร้เรี่ยวแรง จากนั้นเขาก็กล่าวอย่างเศร้าๆ: “โอ้ท้องฟ้าที่ยิ่งใหญ่ ท่านกำลังเล่นกับความตาย?”

ทันใดนนั้น...

ลั่วเทียนตะโกนขึ้น: “อ้วนเล่ย ตื่นมาพาข้าไป!”

ไม่ว่าจะเป็นราชันย์ผีดิบพันปีหรือสัตว์ปีศาจระดับ 2 ลั่วเทียนก็ไม่สามารถจัดการมันได้ วิธีเดียวก็คือให้อ้วนเล่ยเป็นคนแบก.

ความแข็งแกร่งของฟางเล่ยตอนนี้อยู่ที่ปราณก่อตั้งขั้น 9 ด้วยกำลังที่น่าสะพรึงกลัวของเขาทำให้เขาสู้ได้กับสัตว์ปีศาจระดับ 4.

เสียงกรนได้หยุดลง.

ฟางเล่ยที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลันขณะที่เขาตะโจนเหมือนดั่งสัตว์ร้าย.

ไม่ว่าการนอนหลับของเขาจะหลับลึกเท่าไร ตรามบเท่าที่เขาได้ยินเสียงของลั่วเทียนเขาจะตื่นขึ้นมาทันที.

ยกเว้น...

คนโง่นี่ไปคนทิศทาง!

ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ ไอ้โง่นี่วิ่งไปอีกทาง! นี่...

ลั่วเทียนเกือบจะกระอักเลือด!

“ปึง ปึง ปึง~...”

เสียงเท้าเข้ามาใกล้ ร่างกายที่อ่อนแอของลั่วเทียนที่ไม่มีแรงเหลือ เขามองไปที่ป่าอย่างมืดมนและพูดพึมพำ: “ตอนนี้มันถึงเวลาจบสิ้นของข้าจริงๆ.”

“แควก~... ดึบ~...”

ต้นไม้สองต้นถูกโค่นลงและหัวของจิ้งจอกขาวจ้องมอง.

ด้วยตาที่เหมือนกับหลุมดำและมีกลิ่นอายแห่งความตาย มังกรสองตัวสั่นสะท้านในสายลม ร่างกายของมันเต็มไปด้วยร่องรอยของสัตว์ปีศาจ.

นี่เป็นหุ่นเชิดของลั่วเทียน มันคือ มังกรผี!

“แม่งเอ้ย แกเกือบทำให้บิดาคนนี้ตาย!”

ลั่วเทียนเกือบหัวใจวายตาย เขาคิดว่ามันจะเป็นสัตว์ปีศาจที่มีพลังและไม่คิดว่ามันจะเป็นหุ่นเชิดของตัวเอง แต่ทำไมมังกรผีถึงได้กลับมาที่นี่?

เขาไม่เคยสั่งให้มันกลับมา.

แปลก!

แปลกมากๆ!

ตามตรรกะ มังกรผีเป็นหุ่นเชิดของลั่วเทียน การกระทำของมันถูกเขาควบคุมทุกอย่าง ดังนั้นหากเขาไม่ต้องการให้มันกลับมา มันจะกลับมาได้อย่างไร?

มังกรผีเข้ามาใกล้ ดวงตาสีฟ้าจ้องมองลั่วเทียนราวกับมันเป็นห่วงอะไรสักอย่าง.

เมื่อเห็นลั่วเทียนดีขึ้นการแสดงออกของมันดูเหมือนจะผ่อนคลายและไม่รุนแรงเท่าที่ควร.

ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะมีจิตใจเป็นของตัวเอง.

มันอาจจะเป็น…?

จิตใจของลั่วเทียนเริ่มตกใจ จำได้ว่าเขาพยายามที่จะใส่ความคิดเข้าไปยังมังกรผีในขณะที่เขาสร้าง ตอนนี้มันสำเร็จงั้นรึ?

มังกรผีสามารถสัมผัสลั่วเทียนได้ เมื่อร่างกายของลั่วเทียนเริ่มอ่อนแอและจิตวิญญาณของเขาก็เหนื่อมาก อาจเป็นไปได้ว่ามังกรผีคิดว่าเขาอยู่ในอันตรายและกลับมาทันที?

ลั่วเทียนยังไม่แน่ใจ แต่เขาสามารถเข้าใจได้ว่ามังกรผีและออปติมัสไพร์มีความแตกต่างกัน.

ลั่วเทียนยกศรีษะขึ้นเบาๆและหัวเรา: “พี่น้อง เจ้าเป็นห่วงข้าและกลับมาถูกต้องไหม?”

มังกรผีดูอึมครึมและไม่ขยับเหมือนไม่ได้ยินอะไร หรือบางทีอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ลั่วเทียนพูด.

ลั่วเทียนค่อยๆมองขึ้นลงมังกรผีก่อนที่จะยิ้มอย่างขมขื่น จากนั้นเขาก็พูดกับตัวเอง: “ดูเหมือว่าข้าจะคิดมากไปแล้ว.”

“นายท่าน ข้ามาแล้ว!” ฟางเล่ยตะโกน.

ในขณะที่มีร่างที่ใหญ่โตตกลงมาจากฟ้า ฟางเล่ยตกลงมาที่พื้นเบื้องหน้าลั่วเทียน เมื่อเห็นมังกรตัวใหญ่เขาแทบจะเป็นลมจากความกลัว.

ฟางเล่นถามออกมาขณะที่เหงื่อเต็มหน้าผาก: “น… น… นายท่าน สัตว์ปีศาจนี่คืออะไรกัน?”

ด้วยร่างกายที่ประกอบไปด้วยกระดูกสัตว์และมีหน้าตาที่ดุร้ายที่มีกลิ่นอายแห่งความตาย ภาพลักษณ์ของมังกรผีทำให้รู้สึกได้ถึงแก่นวิญญาณของเขาที่อยากจะหลบหนี ใครก็ตามที่เห็นก็จะต้องกลัว.

ลั่วเทียนจ้องมองไปที่เจ้าอ้วนและเตะตูดของเขา. “ถ้าข้ายังรออยู่ที่นี่ข้าก็จะตายแล้ว”

ฟางเล่ยยิ้มโง่ๆและเกาหัว จากนั้นเขาก็ขอโทษ “นี่...อีกครั้งที่วิ่งไปยังทางที่ไม่ถูกต้อง”

ลั่วเทียนถอนหายใจและพูด: “ข้ายอมเจ้าเลย แม้ว่าเจ้าจะวิ่งไปยังทางที่ผิดกว่าหลายร้อยเมตร.”

ฟางเล่ยยิ้มอย่างโง่ๆ “นายท่าน ท่านยังไม่ได้บอกว่าสัตว์ปีศาจนี่คืออะไร ไม่ว่าข้าจะมองที่ไหนมันก็ทำให้ขนของข้าชี้ชัน ร่างกายที่ประกอบมาจากกระดูก? สัตว์ปีศาจนี้มาจากดินแดนสุดหยิน?”

เหนือขึ้นไปของอาณาจักรเทียนหยวนมันเป็นอาณาจักแห่งความตาย.

มันเป็นอันดับแรกของสิบสถานที่ต้องห้ามและเป็นสถานที่เดียวที่มนุษย์ไม่สามารถเดินเข้าเหยียบย่างเข้าไปได้.

ดินแดนหยินสุดขั้วนั้นเต็มไปด้วยผีดิบ-ทั้งมนุษย์และสัตว์ปีศาจกลายเป็นผีดิบ คนที่อยู่อาศัยนั่นก็มีพลังมาก ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาหรือทักษะการต่อสู้ที่พวกเขาบ่มเพาะทั้งหมดแข็งแกร่งกว่าของมนุษย์.

มีข่าวลือว่า...

เหนือดินแดนสุดหยินเชื่อมต่อกับนรก

นี่เป็นเหตุผลที่ฟางเล่นคิดว่ามังกรผีมาจากดินแดนสุดหยินทางตอนเหนือเป็นเพราะว่ามันถูกสร้างจากกระดูกและมีกลิ่นอายแห่งความตาย.

ลั่วเทียนกรอกตาและมองไปยังเจ้าอ้วนก่อนพูดว่า “นี่เป็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของข้า มันเรียกว่ามังกรผี.”

“สัตว์สงคราม?”

“มังกรผี?”

ฟางเล่ยจ้องมองไปยังมังกรผีตัวใหญ่อย่างโอ้อวด จากนั้นเขาก็หันกลับมามองด้วยสายตาที่เทิดทูน: “นายท่าน คุณแข็งแกร่งมาก ถ้าข้าเป็นเด็กผู้หญิงข้าจะถูกล่อลวงด้วยความแข็งแกร่งของท่านและจะรักท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่แม้ว่าจะฟื้นมาอีกครั้งข้าก็จะรักตลอดไป.”

“จะอ้วก!”

“ถ้าเจ้าเป็นเด็กผู้หญิงข้าจะเตะเจ้าไปยังมหาสมุทร.” ลั่วเทียนแกล้งทำเป็นโกรธ การที่มีสาวน้ำหนักว่า 250 จิน(330 ib)ที่รักเขาแทบตาย นั่นคือสิ่งที่เขาไม่อยากจะจิตนาการ.

“เอ๋?”

ฟางเล่ยวิ่งขึ้นไปยังมังกรผีและตรวจสอบบางอย่าง. “นี่นายท่าน นี่คืออะไร?”

ลั่วเทียนเหลือบมองและตะลังในทันใด.

ถ้าไม่ใช่เพราะฟางเล่ยนำมักออกมาเขาจะไม่เห็นสิ่งเล็กๆที่ด้านหลังของมังกรผี เธอขดตัวเหมือนลูกแมวตัวน้อยๆ.

เธอสวมชุดขาวทั้งหมด ผมของเธอม้วนเป็นสองแกะ ขนตายาวและกำปั้นน้อยๆของเธอก็เหมือนกับหยกสีชมพู รูปลักษณ์ของเธอคล้ายกับตุ๊กตากระเบื้องของตะวันตก.

แต่...

แม้กระทั่งตุ๊กตากระเบื้องก็ไม่อาจงดงามเท่ากับเธอ.

มันมีกลิ่นอายบางอย่างที่ออกมาจากร่างกายของเธอซึ่งทำให้เธอแตกต่างจากหญิงสาวคนอื่นๆ นั่นคือกลิ่นอายเย้ายวนที่ไม่รู้จับ.

เธอไม่น่าจะเกิน10ปี แต่ท่าทีที่ง่วงนอนของเธอดูมีเสน่ห์และเย้ายวน.

ลั่วเทียนเพียงแค่มองไปที่เธอ แต่รู้สึกว่าหัวใจของเขาถูกขโมย เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนจากหลี่ซูเอ๋อร์ ดังนั้นมันแปลกประหลาดอย่างมาก.

แค่โลลิ 10 ขวบก็เป็นแบบนี้แล้ว...หากว่าเธอเติบโตกว่านี้เธอจะไม่กลายเป็นสาวงามล่มเมือง?

“นายท่าน ดู..ดู...เธอมีหาง.”

ฟางเล่ยมองโลลิไม่กี่ครั้ง แต่ก็ไม่รู้สึกถึงการล่อลวงใดๆจากเธอ เขาไม่รู้สึกอะไรเลยขณะที่สัตว์ปีศาจระดับ 1 จะน่าดึงดูดใจมากกว่า

ลั่วเทียนพยายามจะยืนขึ้นและมองอย่างระวัง มันเป็นเรื่องจริง!

ใต้ชุดดขาวของเธอมีหางเล็กๆโผล่อออกมา สีขาวหิมะที่เรียบเนียนและขนแต่ละเส้นที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน มันเหมือนกับว่าเด็กสาวคนนี้ใช้ครีมนวดผม.

ไม่รู้ว่าคำพูดของฟางเล่ยดังเกินไปหรือไม่ถ้าหากเธอตื่นขึ้นมา...

ดวงตาของเธอเปิดอย่างเฉยชาและเหลือบมองลั่วเทียน เธอกระพริบตาสองสามครั้งและมองอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นด้วยความหวาดกลัว.

“อ่า… อ๊าาาา…”

เธอโงนเงนเมื่อเธอลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลันและร่วงลงจากหลังมังกรผี.

โลลิรีบยืนขึ้นมาและกำหมัดแน่น จากนั้นเธอก็จ้องมองด้วยความโกรธและจ้องมองไปที่ลั่วเทียน ราวกับว่าเธอไม่มีแรงที่จะหายใจ, “อย่า อย่า อย่าเข้ามาหรือทำอย่าวอื่น ข้าจะ ข้าจะ ข้าจะตีท่าน.”

เธอดูน่ารักมาก.

ความน่ารักและความสวยงามที่สมบูรณ์แบบ!

ลั่วเทียนยิ้มและพูดในใจของเขา: “จิ้งจอกสาวเจ้าปัญหา? นี่มันเกินไปแล้ว!”

--------------

T/N: race girl อังกิดมังจะใช้เรียกสิ่งที่ทำปัญหามาให้ไม่รู้จบ

จบบทที่ Chapter 77 - นำจิ้งจอกสาวเจ้าปัญหากลับมา

คัดลอกลิงก์แล้ว