เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 57 - เจ้าสามารถที่จะละใจบ้างสักนิดได้ไหม?

Chapter 57 - เจ้าสามารถที่จะละใจบ้างสักนิดได้ไหม?

Chapter 57 - เจ้าสามารถที่จะละใจบ้างสักนิดได้ไหม?


 

Chapter 57 - เจ้าสามารถที่จะละใจบ้างสักนิดได้ไหม?

ตอนเที่ยงภายในห้องประชุมของตระกูลลั่ว

ผู้อาวุโสทั้งหมอของตระกูลลั่วอยู่ที่นี่.

ลั่วจินซานนั่งเป็นประธานในห้องโถงตาของเขาเย็นเยียบและมีรอยยิ้มน้อยๆบนริมฝีปากเขาผู้อาวุโสอีกสามคนได้ก้มศรีษะและกระซิบต่อกัน.

การสนทามุ่งไปยังลั่วเทียน!

ห่างไกลออกไป ลั่วเทียนและฟางเล่ยที่ยังคงมีเลือดของกิ้งก่าลาวาชโลมอยู่กำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เบื้องหน้าของทั้งสองเป็นสาวกในตระกูลลั่ว

มีสาวกชั้นนอกเป็นแกนนำ.

พวกเขาทั้งหมดมีท่าทางที่ศรัทธา.

ทุกคนเห็นการต่อสู้ในสนามประลอง พวกเขาตกใจอย่างมากและมีมากกว่าพันคน พลัง,แนวโน้ม,ความเย่อหยิ่งและท่าทางที่เขาแสดงออกมาอย่างโดดเด่น ตอนนี้พวกเขาชื่นชมจากเบื้องล่างของหัวใจ.

ภายในเมืองภูเขาหยกคนที่ดูถูกเขาค่อยๆหายไป

เสียงจากด้านอื่น

“ถ้าลั่วเทียนไม่ได้พลังกลับมาจากตันเถียนที่พิการและสูญเสียการบ่มเพาะไป เขาน่าจะเป็นศิษย์เมฆครามแล้วตอนนี้.”

“การแข่งขันการล่าสัตว์เมื่อครึ่งเดือนที่ผ่านมาลั่วเทียนก็ได้ฆ่าสัตว์ปีศาจมากมายด้วยตัวคนเดียว แต่ข้าไม่เชื่อในตัวเขา ตอนนี้ข้าเชื่อมันแล้วอย่างแท้จริง สำหรับคนที่แข็งแกร่งอย่างนั้นแล้วเขาจะฆ่าคนอื่นเพื่ออะไร? คนที่ชอบเขาก็เหมือนดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้าที่สว่างไสวในจักวาลที่ไม่ว่าความมืดจะมีมากเพียงไรก็ไม่สามารถบดบังแสงของเขาได้ มันไม่มีวันที่จะปกปิดความบริสุทธิ์ของเขาได้ พี่ใหญ่ลั่วเทียนคนนี้ชอบเจ้าเป็นอย่างมากและต้องการมีลูกน้อย…” หญิงวัยกลางคนที่มีขนาดถังบาร์เล่ย์กล่าว.

คนที่อยู่ใกล้กำแพงเริ่มเข้ามามากและมากขึ้น.

กิ้งก่าลาวาเป็นฝันร้ายของเมืองภูเขาหยก

ผู้คนยับแสนถูกสังหารและเมืองภูเขาหยกเกือบถูกทำลาย หลายคนที่สูญเสียคนในครอยครัวจากกิ้งก่าลาวา ดังนั้นมันจึงเป็นการดำรงอยู่ของความเกลียดชังจากผู้คนในเมือง

ลั่วเทียนฆ่ากิ้งก่าลาวาต่อหน้าคนนับหมื่นดังนั้นมันจึงเหมือนกับตัวตนที่ผดุงคุณธรรมให้พวกเขา.

จากแต่นี้เป็นต้นไป ลั่วเทียนคือวีรบุรุษ!

หลายคนสรรเสิญและยกย่องเขา

“เขาก็เหมือนกับได้โชคจากอึสุนัข เขาเป็นเศษขยะหรือสวะที่ไม่สามารถเอาชนะขอทานบนถนนได้…”

คำพูดนี้ยังไม่ทันจบผู้คนก็วิ่งกรูเข้ามา.

“เจ้ากล้าดูถูกวีรบุรุษของเรา?เบื้องหน้าข้า! ตีเขาให้ตาย!”

ลูกเตะและหมัดระดมทุบไปยังเขาอย่างโหดเหี้ยมโดยปราศจากการจับกุม.

อันพาลที่ได้รับการว่าจ้างจากลั่วจินซานได้ถูกทุบตีจนฟกช้ำดำเขียวและมีซี่โครงหักอีกหลายแห่ง ไม่มีทางที่เขาจะลุกออกจากเตียงได้หากว่าเขาไม่ได้พักสัก2-3เดือน.

ตระกูลลั่ว.

ลั่วจินซานเฝ้าดูลั่วเทียนเดินเข้ามาในห้องโถง เขาหรี่ตาก่อนจะกระซิบ “เขามาที่นี่ เพียงเพื่อขยับจากหางตาเข้ามาในสายตาของข้า.”

อีก3คนแอบพยัหน้าก่อนที่จะเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว.

ลั่วเทียนและฟางเล่ยเพิ่งผ่านเข้ามาและขาทั้งสองข้างยังไม่ได้ก้าวพ้นจากประตู ลั่วจินซานก็ส่งเสียหนาวเย็นและเยาะเย้ยออกมา“ลั่วเทียนมอบแกนปีศาจกิ้งก่าลาวามา!”

“หืม?”

ลั่วเทียนรู้สึกประหลาดใจชั่วครู่ก่อนที่จะดึงแกนปีศาจออกมา

เมื่อแกนปีศาจปรากฏในห้องโถงมันก็เต็มไปด้วยพลังปราณที่ลึกล้ำ แกนของปีศาจที่ใสกระจ่างอย่างมากราวกับว่ามันปล่อนพลังปราณได้ไม่มีที่สิ้นสุด.

เมื่อคิดว่าเขาสามารถที่จะแข็งแกร่งได้จากการบ่มเพาะพลังของกิ้งก่าลาวาอย่างยาวนาน.

“อึก!”

ดวงตาของอาวุโสทั้งสามจ้องมองไปที่แกนปีศาจ คอของพวกเขากลืนน้ำลาย ตาของพวกเขาทอประกายความโลภออกมาในหัวใจของพวกเขา.

ตาของลั่วจินซานจ้องมองอย่างคมกริบและมีรอยยิ้มที่พึงพอใจ จากนั้นเขาก็กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “มันยังไม่ได้ถูกดูดซับ.”

หลังจากนั้นลั่วจินซานก็พูดด้วยน้ำเสียงสั่งการ “มอบมาให้ข้า.”

ลั่งวเทียนหุบมือของเขาและยิ้มน้อยๆ“นักโทษอยู่ที่ไหน?”

“นักโทษ?”

“นักโทษอะไร?”ลั่วจินซานแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น. “ข้าไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าพูดถึงนักโทษคืออะไร.”

ลั่วเทียนหรี่ตาด้วยความโกรธก่อนจะสาปแช่งออกไป

“ลั่วจินซาน เลิกเสแสร้งได้แล้ว รีบมอบเธอมาและเอามันไป!”

เขาไม่สุภาพและสาปแช่งตรงๆ!การแสดงออกของลั่วจินซานเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อยๆ.

โดยไม่เสียเวลาของลั่วจินซาน ลั่วฉางซานก็ลุกขึ้นตบโต๊ะด้วยความโกรธ “เด็กสมัยนี้ไม่เครารพผู้อาวุโสของเจ้า สัตว์เดรัจฉานนี่เกิดจากมารดาตัวใด แม้กระทั่งบิดาก็ไม่ได้สอนอย่างถูกต้อง!”

สายตาของลั่วเทียนเปลี่ยนไปและเขาก็คำรามต่ำออกมา“Level 1 Berserk!”

หลังจากนั้นทันที...

“ย่างก้าวสายลม!”

เหมือนกับลมและเหมือนกับเงา เขาเคลื่อนที่จากที่ห่างไกลเข้ามา

ด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า...

กำปั้นทั้งสองก็ถูกส่งออกไป มันเหมือนกับฟ้าร้องและเหมือนกับเสือร้าย พลังงานทั้งสองอย่างส่งออกมาผสานกัน

.

“ปัง~!”ลั่วฉางซางไม่มีเวลาตอบโต้และถูกตีด้วยหมัดคู่ของลั่วเทียน เขากระแทกกับเสาของห้องโถงก่อนที่จะรูดลงมาและร้องด้วยความเจ็บปวด

ห้องโถงหลักสั่นสะเทือนและฝุ่นก็ร่วงลงมา

เฉพาะสายตาของลั่วฉางซางกลายเป็นขาวโพลน หน้าอกของเขาขยับลงสองสามครั้งก่อนที่จะปราศจากสัญญาณของชีวิต.

ฆ่าทันที!!!

ลั่วฉางซางอยู่ขั้น4 ปราณเชี่ยวชาญยังถูกฆ่าทันที!

นี่มันจะบ้าเกินไปแล้ว!

เขาถูกส่งลอยออกไปด้วยทักษะเดียว!

อย่าแรกคือเบอร์เซิร์กที่เพิ่มพลังของเขาตามมาด้วยย่างก้าวสายลมพุ่งเข้าใส่จากนั้นสุดท้ายหมัดพยัคฆ์สายฟ้าที่มีพลังเท่ากับภูเขาย่อมๆส่งเขาลอยขึ้นไปในอากาศ

แทบจะไม่มีช่องว่างสำหรับทักษะการต่อสู้พวกนี้ ในฐานะนักเล่นเกมส์มืออาชีพเขาอาจจะอธิบายเรื่องนี้ - นี่คือทักษะความเร็วแสง!

เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังออกมา.

“ติ้ง!”

“ขอแสดงความยินด้วยผู้เล่นลั่วเทียนได้ฆ่าลั่วฉางซาง คุณจะได้รับประสบการณ์ 1500 แต้มและพลังปราณ 200 หน่วย…”

ขอแสดงความยินด้วยผู้เล่นลั่วเทียนได้รับ บากลืนจิต 2 เม็ด“ลั่วเทียนไม่ได้รำคาญจากของที่ระเบิดออกมาจากลั่วฉางซานก่อนที่เขาจะตะโกนอย่างเย็นชา”เจ้าคิดว่าข้ายังเป็นขยะอยู่หรือไม่? มันจะดีถ้าพวกเจ้าดูถูกข้า แต่บังอาจมาลบหลู่บิดาและมารดาข้า? มันไม่พ้นความตาย!”

นี่มันหมายความว่าเป็นผู้ควบคุมอย่างแท้จริง!

นี่คือระเบิดที่จะฆ่าเจ้าโดยไม่พูดอะไร!

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาตร์ตระกูลลั่ว.

ทำไมลั่วเทียนถึงฆ่าลั่วฉางซางโดยไม่มีการเตือน? เหตุผลง่ายมาก - ชื่อของลั่วฉางซางเป็นสีแดง ดังนั้นเขาจึงเปรียบได้กับมอนเตอร์ที่ก้าวร้าว!

ความเร็วของลั่วเทียนเร็วมากแม้กระทั่งลั่วจินซานก็ไม่มีเวลาตอบโต้.

การแสดงออกของพวกเขาทั้งสามคนมืดมนและนั่งอยู่อย่างตระลึง พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าลั่วเทียนจะเคลื่อนที่เร็วขนาดนี้ในการฆ่า!

ลั่วจินซานจ้องมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า

อีกสองคนยำเกรงและไม่กล้าพูดอะไร

ช่วงเวลาสั้นๆ บรรยากาศในห้องโถงกลายเป็นกดดันไปยังจุดสูงสุด ฟางเล่ยคำรามออกอย่างช่วยไม่ได้

“อ้าาาา...”

“ตูมมม~!”

สภาพจิตใจของเขาดูเหมือนจะขยายกว้างออกไปทำให้เกิดระลิกพลังกระจายออกจากกัน.

ราวกับเวลาที่หยุดได้เดินต่ออีกครั้ง...

จิตใจของลั่วจินซานและอีกสองคนดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นความน่ากลัวในพริบตา.

“เปิดตัวด้วยการฆ่าและยังเป็นผู้อาวุโสของตระกูลลั่ว ลั่วเทียนความกล้าของเจ้าพุ่งไปยังท้องฟ้าจริงๆ” ลั่วจินซานตระโกนอย่างมีเกรียรติ.

เสียงของเขาจางหายไป...

เขาตบลงบนโต๊ะด้วยความโกรธ“มีผู้คุมกฏหรือไม่?”

“ผู้คุมกฏอยู่ที่นี่!”

8 คนวิ่งออกมาจากห้องโถงด้านหลังด้วยสายตาที่คมกริบ พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ที่อยู่ในขั้นปราณเชี่ยวชาญ!

พวกเขาทั้ง 8 ได้ล้อมลั่วเทียนอย่างรวดเร็ว.

ริมฝีปากของลั่วเทียนยกขึ้นก่อนที่เขาจะพูดเบาๆ“ลั่วจินซานดูเหมือนว่าเจ้าจะเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า.”

ลั่วจินซานหัวเราะอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ลั่วเทียน เจ้าฆ่าลั่วฉางซาง เจ้าฆ่าลั่วเสียวซาน เจ้าฆ่าลั่วหมิงและเจ้าฆ่าลั่วหลิน เจ้าฆ่าสาวกตระกูลลั่วหลายสิบคน การฆ่าพี่น้องตระกูลลั่วโทษคือตายสถานเดียว!”

“ลั่วเทียน เจ้าเป็นคนที่โง่มาก เจ้าไม่ปล่อยพี่น้องในตระกูลพาเจ้าไป พวกเขาไม่มีความเป็นปฏิปักษ์กับเจ้า แต่เจ้าก็ยังทำแบบนั้นต่อเขา!”

ลั่วจินซานพูดด้วยความรู้สึกเศร้าใจและเป็นทุกข์มาก.

ลั่วเทียนเริ่มที่จะหัวเราะ.

“5555…”

“5555…”

เขาหัวเราะด้วยบรรยากาศที่โหดเหี้ยม“ลั่วจินซาน เจ้าสามารถที่จะละใจบ้างสักนิดได้ไหม?”

ตาของลั่วจินซานหลุบต่ำลงขณะที่เขาตะโกนด้วยเสียงต่ำๆ “ลั่วเทียน พวกเขาเหล่านั้นถูกฆ่าโดยเจ้าหรือไม่?”

อารมณ์ของลั่วเทียนพุ่งทะยานขึ้นและเขาก้าวไปเบื้องหน้า เขาชี้ไปที่ลั่วจินซานและยอมรับตรงๆ “ใช่ คนเหล่านั้นตายด้วยมือของฆ่า!”

ตั้งแต่ที่มันหลุดออกไปยังภายนอกแล้ว มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บงำไว้อีก.

อย่างเลวร้ายที่สุดก็คือการต่อสู้!

ใครกลัวใครกันแน่?!

จบบทที่ Chapter 57 - เจ้าสามารถที่จะละใจบ้างสักนิดได้ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว