เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 53 –เส้นแบ่งของความเป็นความตาย

Chapter 53 –เส้นแบ่งของความเป็นความตาย

Chapter 53 –เส้นแบ่งของความเป็นความตาย


 

Chapter 53 – เส้นแบ่งของความเป็นความตาย

“ตู๊ม~!”

สนามประลองนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากโคลีเซียมของโรมันสมัยก่อนยกเว้นแต่ว่ามันมีขนาดใหญ่

อัฒจันทร์รอบรอบเวทีสามารถรองรับผู้ชมกว่าหมื่นคน กิ้งก่าลาวาที่ปรากฎขึ้นยังคงเคี้ยวพนักงานขณะที่เลือดยังคงไหลออกจากปากของมัน อุบัติเหตุนี้ไม่มีผู้ชมคนไหนไม่กลัวและยังกรีดร้องมากขึ้นเมื่อเห็นเลือด.

กิ้งก่าลาวาแข็งแกร่งมาก นี่ทำให้ทุกคนตื่นเต้น.

ยิ่งมีเลือดมากขึ้นเท่าไรผู้ชมก็ยิ่งตื่นเต้นมากเท่านั้น

เหนือห้องธรรมดาเป็นห้องที่หรูหรา ข้างในพวกเขากรีดร้องกันอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับว่าพวกเขาได้เสพยาเสพติดบางอย่าง

“555… สัตว์ปีศาจระดับ 4 สัตว์ปีศาจ ระดับ 4 กิ้งก่าลาวาแมร่งโครตจะทรงพลัง!”

“ลั่วเทียนต้องเมาแน่ๆ!”

“ฆ่าเขา!”

“ฆ่าไอ้ขยะสองตัวนั่นเลย!”

“555… กิ้งก่าลาวาเหมือนกับแม่มันในอดีต ความกดดันเกินกว่ามาตรฐานและเริ่มที่จะกินคนเมื่อมันปรากฏตัว เพียงแค่มองไปที่กิ้งก่าลาวามันก็คุ้มเกินค่าตั๋วได้แล้ว.”

ร่างของกิ้งก่าลาวาที่ดูเหมือนกับจะมีไฟพ่นออกมา ผิวหนังของมันคล้ายกับหินหลอมเหลวที่ลอยอยู่บนหินหนืด ดวงตาของมันดูเหมือนกับเต็มไปด้วยเลือดและลมหายใจออกก็มีไฟรางๆออกมา ความร้อนของมันทำให้ทั้งสนามประลองเพิ่มขึ้นหลายองศา.

ดวงตาของมันดูเหม่อลอยเหมือนกับคนบ้า.

กลิ่นอายที่ทรงพลังได้แผ่กระจายออกทุกทิศทาง.

มันทรงพลังอย่างมาก ลั่วเทียนไม่เคยมีประสบการณ์ที่เจอกับพลังอย่างนี้มาก่อน มันเหมือนกับเป็นการยกระดับที่แตกต่างอย่างมากกับกระทิงเดือดฟ้าคะนองกับมัน.

ทันใดนั้น...

สายตาของลั่วเทียนก็เปลี่ยนไปและพูดเบาๆ“นี่เป็นสัตว์ปีศาจระดับ 4 หรอ? มันทรงพลังเกินไปไม๊?”

กิ้งก่าลาวาให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งมาก.

ออร่าที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรง หัวใจของลั่วเทียนจมลงขณะที่เขาเตือนฟางเล่ย “อ้วนเล่ยระวังให้มาก.”

ตาของฟางเล่ยหรี่ลงและกล่าวว่า“นายท่าน ไม่ว่าข้าจะรู้สึกอย่างไรมันก็ไม่ต่างไปจากงู 4 ขาเท่าไรนัก มันแข็งแกร่งยิ่งกว่ากระทิงเดือดฟ้าคะนองเสียอีก นี่ไม่ใช่ว่าพวกเขาส่งสัตว์ปีศาจระดับ 5 นะ?”

คำพูดของฟางเล่ยทำให้การแสดงออกของลั่วเทียนเปลี่ยนไปเป็นแย่ลง เมื่อคิดถึงรอยยิ้มแย่ๆและเย็นชาของลั่วจินซาน ลั่วเทียนกำหมัดแน่นและพูดอย่างชั่วร้าย“แม่ง! ลั่วจินซาน แม่มึงตาย มึงมันเหี้ยจริงๆ!”

กิ้งก่าลาวากำลังคำรามอยู่ตลอดเวลาในเวที มันทำหน้าหงุดหงิดมากขณะที่กระแทกกับกำแพงราวกับเป็นบ้าและพยายามที่จะหลบหนี

แม้ว่าจะไม่ใช่สัตว์ปีศาจระดับ 5 แต่ก็ควรเป็นสัตว์ระดับ 4 ขั้นปลาย คนที่เกี่ยวข้องกับมันว้าวุ่นหากว่าปล่อยมันออกไปแ้ลว.

“มีบางอย่างผิด!”

ด้านในห้องส่วนตัวของเจ้าหน้าที่.

หน้าของหลี่กุยเปลี่ยนไปและหันกลับมาถามว่า “ใครเป็นคนรับผิดชอบในการให้อาหาร?”

ผู้จัดการหลายคนมองหน้ากันสักพักและพูดอย่างระมัดระวัง“คนที่ให้อาหารมันเพิ่งถูกมันกัดตาย”

“พวกคุณจัดการเรื่องนี้อย่างไร?”

“กิ้งก่าลาวาที่เมายาทำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นจนเป็นสัตว์ปีศาจระดับ 5 ตอนนี้ การต่อสู้ครั้งนี้ต้องหยุดลงเพื่อให้รับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที”หลี่กุยบ่น.

“รอสักครู่!”

รองผู้จัดการรุ่ยหยู่ยืนขึ้นและพูดว่า“ผู้จัดการหลี่ถ้าเรายกเลิกเราจะขาดทุนมหาศาล ตัวเลขนี้เกี่ยวข้องกับรายได้ทั้งปีของพวกเรา”

“กิ้งก่าลาวาเมายาและอยู่ในสถาพน่าสังเวช ข้ากลัวว่ามาตรการฉุกเฉินอาจจะไม่เป็นประโยชน์และเราอาจจะประสบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น เรารอผลข้างเคียงของยาหมดก่อนที่จะหยุดมัน? ทุกคนควรจะรู้ว่าตราบเท่าที่เราสามารถรับประกันความปลอดภัยของผู้ชมได้ สำหรับลั่วเทียนหรือคนอื่นๆไม่ว่ากิ้งก่าลาวาจะอยู่ในสภาวะปกติหรือบ้าคลั่งก็ตาม ผลลัพธ์นี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็น ตอนนี้หยุดมัน เดี๋ยวนี้.”

รุ่ยหยู่หัวเราะอย่างตื่นเต้นและกล่าวว่า“ผู้จักการเมื่อเขาตายเราจะได้หินหยวน 5 ก้อน เพียงแค่หินหยวนทั้ง 5 ก้อนเราก็ได้รับความเมตตาอย่างมาก คุณไม่อยากอยู่ในสถานที่เล็กๆแห่งนี้ตลอดไป ถูกมั๊ย”

มันจะมีการส่งเสริมอย่างมากเมื่อมีรายจำนวนมาก.

หัวใจของหลี่กุยขยับ

ใครจะสนว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยุติธรรมหรือไม่? ไม่มีใครสนว่าลั่วเทียนจะอยู่หรือตาย?

เมื่อลั่วเทียนตายทุกคนจะมีความสุขและทุกคนจะได้เงิน.

หลี่กุยขุ่นเคืองและมีรูป ||| บนหน้าผากของเขา ในที่สุดเขาก็จะแสดงความคิดขณะที่เอามือไขว้หลังเขา เขาไม่ได้นำหัวข้อนี้ขึ้นมาอีก.

----------

ห้องส่วนตัวที่หรูหราอีกห้อง.

“555…”

“ผู้นำตระกูลลั่วมีความสามารถอย่างแท้จริง ท่านสามารถทำให้กิ้งก่าลาวาเกิดความบ้าคลั่งได้ ความแข็งแกร่งของมันเทียบได้กับสัตว์ปีศาจระดับ 5... ข้าชื่อชมอย่างแท้จริง!”โจวไทเหรินหัวเราะออกมาจากอย่างหมดห่วง.

ลั่วจินซานยิ้มอย่างภูมิใจ “ไม่เลวๆ นี่ต้องขอบคุณความพยายามทั้งหมดของผู้นำตระกูลโจวถึงได้ประสบความสำเร็จเช่นนี้”5555…“ศัตรูทั้งสองฝ่ายถูกจัดการนี่ไม่เรียกว่าแต่ละฝ่ายก็ได้ประโยชน์หรอ ไม่ต้องพูดถึงข้าที่ได้ลงเดิมพันครั้งใหญ่ข้างกิ้งก่าลาวาเพื่อที่ข้าจะได้รับกำไรมหาศาลในครั้งนี้!”โจวไทเหรินหัวเราะอย่างสบายๆ.

ด้านหลังพวกเขาลั่วฉางซางก็ถามออกมาอย่างตื่นเต้น “สนามประลองขององค์กรไวโอเล็ตมีพื้นหลังขนาดใหญ่ จะเกิดอะไรขึ้นหากว่าเขาตรวจสอบเรื่องนี้?”

“ตรวจสอบ?”

“555…”

“คนที่ให้ยากับกิ้งก่าลาวาถูกกินตายไปแล้วพวกเขาจะตรวจสอบอย่างไร?”โจวไทเหรินหัวเราะเสียงดัง.

ที่ด้านข้างของพวกเขาทั้งสามก็มีอีกคนหนึ่ง ช่วงเวลาที่กิ้งก่าลาวาออกมาเขาก็สถบออกมาเบาๆอย่างต่อเนื่อง.

“เล่นเขาให้ตาย ฆ่าเขา 5555…”

“ลั่วเทียนเจ้าก็มีวันนี้ 555…” การแสดงออกของลั่วเฉินก็เหมือนกับคนบ้า ยิ่งกว่านั้นเมื่อเห็นลั่วเทียนก็ถอยกลับไปที่สนามประลองหัวใจของเขาก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้น.

ยกเว้นเมื่อเขาพูดออกไปแล้วก็มีกลิ่นขี้ม้าลอยเข้ามาในจมูกชวนอ้วก.

นอกจากนี้พวกเขาสี่คน...

มีอีกคนนึงก็คือเด็กสาวที่ยังไม่ได้สติ.

เธอใส่ชุดขาวทั้งหมด ผิวที่เรียบเนียนเหมือนหยก ใบหน้าที่บริสุทธิ์และน่ารักของเธอทำให้ทุกคนประหลาดใจ.

หญิงสาวคนนี้คือหลี่ซูเอ๋อร์.

ขณะที่ลั่วเทียนไปฝึก 8 วันดูเหมือนว่าลั่วจินซานไม่ได้ทำอะไรเธอ ความเป็นจริงคือเขาแอบมองดูหลี่ซูเอ๋อร์และฟางเล่ยทำให้พวกเขารู้ความเป็นอยู่ประจำวันของพวกเขา

มันเป็นเพราะเหตุนี้ลั่วจินซานจึงสามารถใช้เวลาเหล่านั้นป้ายยาสลบหลี่ซูเอ๋อร์ได้

ลั่วจินซานเหลือบมองมาที่หลี่ซูเอ๋อร์ด้วยสายตาของความสำเร็จ ริมฝีปากที่ยกโค้งขึ้นเขาค่อยยิ้มๆและอดที่จะชมเชยตัวเองไม่ได้ “เธอเป็นแหล่งรวมความสวยงาม หลินเอ๋อข้าจะทำให้แน่ใจว่าศพของเธอจะถูกฝังร่วมกับเจ้าและไปใช้ชีวิตด้วยกันหลังความตายได้!”

-------------

ภายในสนามต่อสู้.

“ตู้มๆๆๆ~…”

กิ้งก่าลาวาหงุดหงิดอย่างมากเมื่อมันคำรามและกระทืบพื้นไปทั่วทุกที่.

ยาโด๊ปจำนวนมากทำให้มันกระสันอยากตัวเมีย เนื่องจากมันไม่สามารถหาที่่ลงได้ในที่สุดมันก็จ้องมองไปที่ลั่วเทียนหลังจากที่มันตะกุยจนพื้นดินกระจายและวิ่งออกเหมือนกับรถถังเบลเยี่ยม

“อ่าาาา…”

“โหหหหหห…”

“ฆ่าเขา!”

ผู้ชมในกลุ่มก็ลุกขึ้นยืนขณะที่พวกเขาเฝ้ามองกิ้งก่าลาวากำลังฉีกลั่วเทียนออกจากกัน

ตาของลั่วเทียนเขม็งและสูดลมหายใจลึกๆจากนั้นเขาก็ตะโกน“เจ้าอ้วน อย่างที่ซ้อมไว้เจ้าอยู่ด้านหลังและหาทางโจมตี!”

“เข้าใจแล้ว!”

ฟางเล่ยไม่พูดอะไรเพิ่มเติมและวิ่งออกไปด้านข้างทันที.

“ฟุ… ฟุ~…”

ลมหายใจที่ร้อนของกิ้งก่าลาวาพ่นออกไปทางลั่วเทียน ทำให้รู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังถูกไฟไหม้ตาของเขาเปลี่ยนไปขณะที่เขาส่งพลังไปที่แขน.

“พรึ่บบบ~…”

พลังปราณจำวนวนมากถูกปล่อยออก.

หลังจากนั้นพลังของปราณเชี่ยวชาณก็ฉีกออกมาพร้อมกับปล่อยกลิ่นอายของความหนักแน่นและพลังที่ยิ่งใหญ่ออกมาจากลั่วเทียนทั้งหมดในครั้งเดียว แขนของเขาสั่นและในที่สุดเขาก็กำหมัดแน่น.

ตาของเขาวาวโรจน์.

ลั่วเทียนกระโดดขึ้นไปบนอากาศและกระโดดทุบไปเหมือนกับขวานรบต่อกิ้งก่าลาวา.

การโจมตีครั้งนี้เกิดจากความแข็งแกร่งเท่านั้น!

หลายมองด้วยความกลัว ภายในห้องสุดหรูใบหน้าของลั่วจินซานก็เต็มไปด้วยความน่าเกลียด“ปราณเชี่ยวชาญขั้น 3.... เด็กคนนั้นตัดผ่านไปยังปราณเชี่ยวชาญขั้น 3?!”

ในช่วงเวลาสั้นๆเพียง 8 วันเท่านั้นกับการตัดผ่าน 3 ขั้น!

ไม่มี ใครสามารถเร็วเท่ากับเขา!

“แล้วไงถ้าเขาอยู่ปราณเชี่ยชาญขั้น 3? เมื่อเผชิญหน้ากับกิ้งก่าลาวาด้วยพลังปีศาจระดับ 5 มันคงจะยากสำหรับลั่วเทียนที่จะมีชีวิตอยู่แม้ว่าจะต้องการ” โจวไทเหรินหัวเราะออกมาแม้จะรู้สึกประหลาดใจก็ตาม.

ปากของลั่วจินซานโค้งเล็กน้อย, “ถูกต้อง ผู้นำตระกูลโจว กล่าวถูกต้อง.”

แม้ว่าลั่วเทียนจะไม่ต้องการตาย แต่เขาก็ต้องตาย!

“ตูม~…”

เสียงสนั่นถามกลางสนามประลอง กำปั้นของลั่วเทียนไม่ได้โดนตัวกิ้งก่าลาวาแต่โดนไอร้อนที่ห่อหุ้มกันไว้ ร่างกายของลั่วเทียนเหมือนกับจรวดขณะที่กระแทกกำแพง หัวของเขารู้สึกว่ามันยุบลงก่อนที่จะเวียนหัวและพ่นเลือดออกมา.

มันเป็นช่วงเวลาไม่นานที่กิ้งก่าลาวาวิ่งเข้าไปยังที่ร่างกายเขาตกลง

นี่คือเส้นแบ่งความเป็นความตาย!

จบบทที่ Chapter 53 –เส้นแบ่งของความเป็นความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว