- หน้าแรก
- เมื่อผู้บำเพ็ญเพียรผันตัวมาปลูกผักเลี้ยงต้าวในอวกาศ
- บทที่ 11 ของขวัญคือน้ำยาพลังงาน
บทที่ 11 ของขวัญคือน้ำยาพลังงาน
บทที่ 11 ของขวัญคือน้ำยาพลังงาน
บทที่ 11 ของขวัญคือน้ำยาพลังงาน
ณ โซนชั้นประหยัด
หยุนชิงเดินหาห้องหมายเลข 168 จนเจอแล้วกดกริ่งประตูอิเล็กทรอนิกส์
"ใครครับ?"
เสียงงัวเงียเจือความสงสัยของชายหนุ่มดังลอดออกมาจากในห้อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"ฉันเอง หยุนชิง"
ทันทีที่เธอพูดจบ ประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าของซุนเฟยที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่เมื่อไม่เห็นเจ้าสามแสบ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาก็หุบลงทันที
เขาคิดว่าพวกเด็กๆ จะมาเล่นด้วยเสียอีก
หยุนชิงนึกขำกับการเปลี่ยนสีหน้าของเขา
เธอล้วงเอายาออกมาสองหลอดจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ "นี่เป็นของขวัญขอบคุณที่นายช่วยดูแลเจ้าตัวเล็กของฉัน"
"นี่มันอะไร? อาหารเหลวเหรอ?"
ซุนเฟยรับไปอย่างเนือยๆ ยกขึ้นส่องกับระดับสายตาแล้วเขย่าดู ของเหลวสีฟ้าในหลอดดูงดงามกว่าสีเทาขุ่นของอาหารเหลวแบบพื้นฐานมากนัก
ไม่แปลกที่เขาจะคิดว่าเป็นอาหารเหลว เพราะภาชนะที่ใส่มันเป็นหลอดแก้วแบบเดียวกับที่ใส่อาหารเหลวเปี๊ยบ
หยุนชิงกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ซุนเฟยกลับใช้ปากกัดเปิดหลอดอย่างชำนาญแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวจนหมด หลังดื่มเสร็จเขายังเดาะลิ้นสองสามที รสชาติใช้ได้เลย แถมยังมีกลิ่นหอมจางๆ อีกด้วย
ในที่สุดเขาก็หันมายืนยันกับหยุนชิง "รสชาติไม่เลว"
เขาแค่ไม่รู้ว่าเป็นรสอะไร แต่พอดื่มลงไปแล้วกลับมีกระแสความอุ่นสายหนึ่งไหลเวียนไปทั่วร่าง ทำให้รู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
"ชอบก็ดีแล้ว"
หยุนชิงมองซุนเฟยดื่มจนหมดพลางอมยิ้ม แล้วเริ่มนับเวลาถอยหลังในใจ
ซุนเฟยไม่รู้ว่าทำไมหยุนชิงถึงยิ้ม แต่เขากลับสังหรณ์ใจไม่ดีเลย มีอะไรผิดปกติหรือเปล่านะ?
แต่ในวินาทีถัดมา ความเจ็บปวดรุนแรงก็แล่นพล่านมาจากช่องท้อง แล้วค่อยๆ ลามไปทั่วแขนขา
ซุนเฟยทรงตัวไม่อยู่ หงายหลังล้มตึงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
ร่างกายของเขากระตุกเกร็งด้วยความเจ็บปวด เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามหน้าผาก ความอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงร้อนระอุที่เหมือนจะเผาผลาญทุกสิ่ง เลือดในกายเดือดพล่านราวกับน้ำต้ม
ร้อน!
เขาดิ้นพล่านราวกับปลาขาดน้ำ พยายามไขว่คว้าหาอากาศหายใจอย่างสิ้นหวัง
"เชี่ย... โดนวางยา..."
พูดจบภาพเบื้องหน้าก็ดับวูบ ซุนเฟยทนต่อไปไม่ไหว ตาเหลือกแล้วหมดสติไปทันที
ก่อนจะสลบ สายตาของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่หยุนชิง
หยุนชิงย่อตัวลง แกะมือซุนเฟยที่กำแน่นเพื่อดึงยาอีกหลอดออกมา แล้วยื่นให้ซุนอวี้ที่รีบวิ่งมาดูเหตุการณ์เมื่อได้ยินเสียงโครมคราม
"นี่คือน้ำยาพลังงานค่ะ ดื่มแล้วช่วยเพิ่มระดับสมรรถภาพร่างกายได้ ถือเป็นของขวัญขอบคุณที่ช่วยดูแลเด็กๆ"
หัวใจที่ตื่นตระหนกของซุนอวี้ค่อยคลายลง ตราบใดที่ไม่ใช่ยาพิษก็ดีแล้ว
เขาก้มลงมองหลานชายที่หน้าซีดเผือดแต่ยังมีลมหายใจอยู่ ซุนอวี้เดินอ้อมร่างซุนเฟยที่นอนสลบไสลมาปฏิเสธยาที่หยุนชิงยื่นให้ซ้ำๆ ไม่ยอมรับไว้
"ของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป พวกเราไม่ได้ทำอะไรมาก แค่ให้อาหารเหลวเด็กๆ กินนิดหน่อย คุณเก็บน้ำยาพลังงานนี้กลับไปเถอะ จะเอาไว้ใช้เองหรือให้เด็กๆ กินก็ได้ เจ้าซุนเฟยมันไม่รู้ความ ดื่มไปหลอดหนึ่งก็นับว่าพวกเราเอาเปรียบคุณมากแล้ว"
เขาเคยได้ยินคนพูดถึงน้ำยาพลังงานมาก่อน มันสามารถยกระดับสมรรถภาพร่างกายได้จริง แต่ราคาก็สูงลิ่ว
สมรรถภาพร่างกายของซุนเฟยอยู่แค่ระดับ C ทำให้ทางเลือกอาชีพมีน้อย ถ้าขยับขึ้นได้สักขั้น อนาคตก็จะมีทางเลือกมากขึ้น อย่างเช่นการสมัครเข้ากองทัพหรือโรงเรียนเตรียมทหารที่ต้องการสมรรถภาพขั้นต่ำระดับ B
หยุนชิงยัดยาใส่มือซุนอวี้โดยตรง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ ครั้งนี้ฉันตั้งใจจะพาลูกไปหาคุณลุงที่กาแล็กซีบลูมูน ไม่ได้จะไปอยู่ที่ดาวเคราะห์ที่รัฐจัดสรรให้แล้ว ถือซะว่าเป็นของขวัญอำลาก็แล้วกันนะคะ"
ซุนอวี้ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจ
การมีญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือย่อมดีกว่าต้องต่อสู้ดิ้นรนเพียงลำพัง นี่ถือเป็นเรื่องดี เด็กๆ เองก็น่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าแต่ก่อน อย่างน้อยที่สุดก็จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของจักรวรรดิ
เมื่อเห็นแววตาเป็นกังวลที่ยังหลงเหลืออยู่ของซุนอวี้ หยุนชิงจึงพูดเสริม
"ไม่ต้องห่วงค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะดูแลเด็กๆ ให้ดี ถ้าไม่ได้ความเมตตาจากคุณ ป่านนี้เจ้าตัวเล็กคงหิวตายไปนานแล้ว ดังนั้นยาแค่สองหลอดไม่ได้แพงเลยค่ะ มันคือสิ่งที่คุณสมควรได้รับ ถ้าไม่เห็นแก่ตัวเอง ก็ถือว่าทำเพื่อซุนเฟยเถอะค่ะ"
ในที่สุด ซุนอวี้ก็ยอมรับยาหลอดนั้นไว้
เธอพูดถูก เพื่อซุนเฟยแล้ว เขาทำได้เพียงยอมรับมันไว้อย่างหน้าหนา
เขาได้แต่สงสัยว่า จะมีโอกาสได้พบกันอีกหรือไม่
ซุนอวี้กำหลอดยาแน่นจนฝ่ามือชื้นเหงื่อ นี่คือบุญคุณใหญ่หลวงที่เขาจะจำไปจนวันตาย
— —
หลังจากส่งมอบยาเสร็จ หยุนชิงก็เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง
โถงทางเดินที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้มีสองพ่อลูกนั่งอยู่ที่มุมห้อง ชายร่างผอมหลังค่อมกอดเจ้าตัวเล็กสีเหลืองขาวเอาไว้แน่น เหม่อมองทิวทัศน์นอกยานอวกาศอย่างเงียบงัน
ผนังของห้องโถงถูกออกแบบให้มองเห็นด้านนอกได้ทางเดียว แสงแดดสาดส่องเข้ามาอย่างไร้สิ่งกีดขวาง ทอดยาวจนเห็นเงาของสองพ่อลูกบนพื้น
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ชายคนนั้นก็กอดลูกแน่นขึ้นและไม่ได้หันมามอง
กลับเป็นเจ้าตัวเล็กที่ชะเง้อหน้ามองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่ผ่านไปแค่สองวินาที ฝ่ามือของผู้เป็นพ่อก็ค่อยๆ ดันหัวมันกลับเข้าไป เจ้าตัวเล็กงับมือที่ขวางทางอย่างขัดใจ ปลายหางส่ายไปมาอย่างหงุดหงิด
ชายคนนั้นไม่ได้โกรธ และยังคงใช้มือหยอกล้อกับลูกต่อไป
หยุนชิงเพียงแค่ปรายตามองแล้วละสายตาออกมา
ลูกสัตว์เหรอ... เธอก็มีเหมือนกัน แถมลูกของเธอยังน่ารักกว่าด้วย
หยุนชิงเดินผ่านโถงทางเดิน เร่งฝีเท้ากลับไปยังระเบียงทางเดินหน้าห้องพัก เธอหาห้องส่วนตัวที่ได้รับจัดสรรจนเจอ แล้วสแกนใบหน้าเพื่อเข้าห้องอย่างอารมณ์ดี
"ติ๊ด! ยืนยันตัวตนผ่าน!"
ไฟสีเขียวกระพริบแล้วดับลง ประตูค่อยๆ เลื่อนเปิดออก
เสียงอ้อแอ้ไร้เดียงสาของตัวเอกในอนิเมชั่นลอยเข้าหู ผสานกับเสียงร้องของเจ้าตัวเล็กเป็นระยะ
เจ้าสามแสบยังคงอยู่ในท่าเดิมเหมือนตอนที่เธอออกไป ส่งเสียงร้องรับลูกคู่กับตัวเอกในอนิเมชั่นเป็นครั้งคราว ดูจะอินจัดจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าประตูเปิดแล้ว
มันสนุกขนาดนั้นเชียว?
หยุนชิงทรุดตัวลงนั่งอย่างเป็นธรรมชาติ อุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาแนบอก แล้วนั่งดูการผจญภัยสุดป่วนของแก๊งลูกสัตว์การ์ตูนไปพร้อมกับพวกเด็กๆ
ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ~
จะว่าไป มันก็สนุกดีเหมือนกันนะ
กางเกงขาสั้นลายดอกของตัวเอกก็ดูสวยดี ไว้มีเงินเมื่อไหร่เธอจะซื้อให้พวกเด็กๆ ใส่บ้าง
เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปสองชั่วโมง อนิเมชั่นจบลงพอดี และได้เวลาที่ยานอวกาศจะออกเดินทางแล้ว
"ป่ะ เดี๋ยวแม่พาไปดูดาวนะ!"
หยุนชิงปิดภาพฉายอย่างเสียดายแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กออกมา อนิเมชั่นจะดูเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนยานอวกาศทะยานตัวออกนี่พลาดไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อมาถึงโถงใหญ่ ก็พบว่ามีคนคิดเหมือนเธอไม่น้อย ทุกคนต่างมารอดูยานอวกาศออกเดินทาง
โถงกว้างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ชั้นนี้เป็นโซนสำหรับผู้โดยสารที่มีเด็ก ลูกสัตว์ครึ่งคนหลากสายพันธุ์ถูกพ่อแม่และญาติอุ้มไว้ ต่างดิ้นรนจะลงเดิน ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวไปทั่วโถง
หยุนชิงเดินเข้ามาพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวเล็กสีเหลืองตุ่นๆ สามตัวในอ้อมแขน ไม่ได้รับความสนใจจากใครมากนัก
เธอหามุมที่คนน้อยๆ นั่งลงกับพื้น รวบเด็กๆ มากอดไว้
ไม่นานยานอวกาศก็ทะยานขึ้น
ความจอแจในโถงเงียบลง ทุกคนต่างมองออกไปด้านนอก ยิ่งลอยสูงขึ้น ระยะห่างจากพื้นดินก็ยิ่งไกลออกไป จนกระทั่งพ้นจากชั้นบรรยากาศเข้าสู่ห้วงอวกาศ
ดาวขยะสีเหลืองขุ่นก็ปรากฏแก่สายตาแบบเต็มใบ
ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ
สำหรับผู้อยู่อาศัยในดาวขยะ นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นรูปร่างหน้าตาที่สมบูรณ์ของดาวที่ตนอาศัยอยู่กับตาตัวเอง นี่คือเสน่ห์เฉพาะตัวที่ภาพถ่ายและวิดีโอไม่สามารถสื่อออกมาได้
ในกาแล็กซีอันกว้างใหญ่ไพศาลของจักรวาล พวกเขาเป็นเพียงฝุ่นผงเล็กๆ เท่านั้น
มีเพียงการได้มาเห็นด้วยตาตัวเองเท่านั้น ถึงจะเข้าใจความรู้สึกตื้นตันใจนี้
ยานอวกาศเร่งความเร็วขึ้น ดาวขยะค่อยๆ หดเล็กลงจนลับสายตาไป แทนที่ด้วยแสงดาวระยิบระยับอันเป็นนิรันดร์ในจักรวาลอันไร้ขอบเขต มีเนบิวลาสีชมพูกุหลาบปกคลุมราวกับม่านหมอกแห่งความฝัน
"อาวู้วว!" ว้าว~!
เจ้าสามแสบอุทานออกมาพร้อมกัน
ไม่ใช่แค่พวกเขา แต่ในโถงก็เต็มไปด้วยเสียงฮือฮา
หยุนชิงเฝ้ามองภาพนั้นอย่างเงียบงัน ดวงตาของเธอสะท้อนภาพธารดาราอันงดงาม
นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้ขึ้นยานอวกาศ แต่จักรวาลที่ยิ่งใหญ่และคาดเดาไม่ได้ก็ยังคงทำให้เธอรู้สึกทึ่งเสมอ
เธอคิดว่า... ต่อให้ต้องดูอีกกี่ครั้ง เธอก็คงไม่มีวันเบื่อ