- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงตัวร้ายในยุคเจ็ดศูนย์
- บทที่ 10 - ขั้นสุดของการตบด้วยคำพูด
บทที่ 10 - ขั้นสุดของการตบด้วยคำพูด
บทที่ 10 - ขั้นสุดของการตบด้วยคำพูด
บทที่ 10 - ขั้นสุดของการตบด้วยคำพูด
เสิ่นเมิ่งมองทุกคนด้วยสายตาโศกเศร้าน่าเวทนา แต่ในใจแสยะยิ้ม ขั้นสุดของการทะเลาะวิวาทไม่ใช่การด่าทอจนหน้าดำหน้าแดง แต่เป็นการพูดจาแดกดันให้อีกฝ่ายจุกจนพูดไม่ออก อกแตกตายไปเลย
คำพูดอาจจะไม่ระรื่นหู แต่มันคือความจริงล้วนๆ
เสิ่นฟู่กุ้ยกับหวังกุ้ยจือประคองเสิ่นเมิ่งนั่งลงบนเตียงเตา ในใจรู้สึกว่าลูกสาวพูดได้ดีมาก เวลานี้ไม่ใช่เวลามาทำตัวแข็งกร้าว เหมือนตอนที่พวกเขาเพิ่งมาถึงบ้านลู่ เพราะความใจร้อนเลยโวยวายไปหน่อย คนนอกมองมาเลยกลายเป็นพวกเขารังแกคน
ทั้งสองเห็นเสิ่นเมิ่งนั่งหมดแรงบนเตียง ก็เงียบเชียบดึงหลานๆ มาหลบข้างหลัง แม้จะดึงหมิงหยางไม่ขยับ แต่ก็แสดงออกถึงท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน
ลี่เต๋อปังกับจางหงฟาโดนเสิ่นเมิ่งตอกกลับจนหน้าชา ช่วงหน้านาไม่ใช่ไม่เคยเกิดเหตุวัวขวิดคน วัวถ้ามันบ้าขึ้นมา ขวิดคนตายก็มี ตอนเสิ่นเมิ่งโดนขวิดมีแค่โจวเจียวเจียวอยู่ในเหตุการณ์
ตอนชาวบ้านหามกลับมา เธอก็ด่ากราดว่าโจวเจียวเจียวจะฆ่าเธอ บอกว่าน้องสะใภ้มีแต่พิษสง จะฆ่าผัวฆ่าลูกเธอ โจวเจียวเจียวแต่งมาอยู่บ้านลู่ครึ่งปี พูดจาอ่อนหวาน เจอใครก็ทักทาย ใครมีงานอะไรก็ช่วยหยิบจับ ผิดกับเสิ่นเมิ่งที่ชอบอู้งาน ตบตีลูกเป็นกิจวัตร
เปรียบเทียบกันแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าชาวบ้านจะเข้าข้างใคร
แต่... ไม่ว่าเสิ่นเมิ่งจะด่ายังไง เธอก็ถูกวัวของคอมมูนขวิดจริงๆ ไม่พูดถึงเรื่องค่าทำขวัญหรือค่าหมอ แม้แต่คนมาดูอาการสักคนทางคอมมูนก็ยังไม่ส่งมา มันฟังไม่ขึ้นจริงๆ
ลี่เต๋อปังเม้มปาก อาศัยบารมีผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้วมองเสิ่นเมิ่ง
"เมียเจิ้นผิง เธอพูดจาให้มันดีๆ อย่ามาประชดประชัน ตอนนั้นฉันกับหงฟาแล้วก็ชาวบ้านอีกหลายคนถามคนบ้านลู่แล้ว พวกเขาบอกว่าไม่เป็นไร พวกเราถึงกลับ ตอนนั้นเธอก็เห็น ต่อหน้าพ่อแม่เธอและหลานๆ เธอจะมาโกหกไม่ได้นะ!"
"ห๊ะ? คนบ้านลู่บอกว่าฉันไม่เป็นไรเหรอ เป็นไปไม่ได้มั้ง ฉันมึนหัวมาก จำอะไรไม่ได้เลย แม่ผัวฉันพูดเหรอ? หรือเจียวเจียว? เฮ้อ แต่งงานมาตั้งหลายปี ฉันไม่ยักรู้ว่าแม่เคยเรียนหมอ หรือเจียวเจียวเคยเรียนพยาบาล เป็นความผิดฉันเองแหละ ลำบากพี่ฉางหงต้องวิ่งมาดู ใช้ยาตั้งเยอะล้างแผล ถ้าช้ากว่านี้หน้าผากฉันคงเน่าไปแล้ว สรุปคือฉันเหลือแค่ครึ่งชีวิต ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก"
ลี่เต๋อปัง: "..."
เขาก็บอกแล้วว่าผู้หญิงน่ะรับมือยาก เขาไม่อยากมาๆ หงฟานั่นแหละคะยั้นคะยอให้มา ดูความไม่สมเหตุสมผลนี่สิ ฮึ!
หลิวซานจินกับโจวเจียวเจียวหน้าถอดสี พวกนางไม่เคยเรียนหมอหรอก แต่ตอนเห็นเสิ่นเมิ่งหัวแตก ก็ใช้สูตรชาวบ้าน เอาเขม่าก้นหม้อผสมใยแมงมุมโปะแผลให้ คนแก่เขาก็ทำกันแบบนี้ จะมาเน่าอะไร?
หลิวซานจินปรายตามอง นังนี่มันดัดจริต
"ช่างเถอะๆ โชคดีที่พ่อแม่ฉันอยู่ ก่อนตายฉันยังได้เห็นหน้าลูก ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านกับเลขาฯ ฉันขอพูดอีกครั้ง ตอนนั้นบ้านอิฐสามห้องฉันให้ยืม ตกลงกันว่าอยู่หนึ่งปี ค่าเช่าเดือนละสองหยวน ฉันไม่เคยเห็นเงินสักแดง บ้านหลังนั้นเจิ้นผิงสร้างให้ลูกๆ พอโตแล้วจะให้นอนเบียดกันไม่ได้ ต่อมาแม่บอกว่าเจียเซวียนจะแต่งงานกับเจียวเจียว ที่บ้านแม้จะซ่อมแซมห้องแล้ว แต่มันเป็นงานมงคล อยากให้บ้านเจียวเจียวเห็นความจริงใจของบ้านลู่ เลยให้ฉันสละบ้านให้พวกเขาอยู่หนึ่งปี ฉันในฐานะพี่สะใภ้ใหญ่ เพื่อความปรองดองในครอบครัว เลยพาลูกมาอยู่บ้านเก่า ห้องใหม่ให้พ่อแม่อยู่ เราห้าชีวิตมาอยู่ในบ้านเก่าที่ลมโกรกทุกทิศทาง ไม่เป็นไร ฉันเต็มใจเสียสละเพื่อครอบครัว แต่ตอนนี้ฉันคงไม่รอดแล้ว โฉนดที่ดินฉันให้หมิงหยางหมดแล้ว เจียเซวียน เจียวเจียว พี่สะใภ้ทำมามากพอแล้ว พวกเธอรีบย้ายออกมาเถอะ บ้านนั้นเป็นของพวกหมิงหยาง! แต่พวกเธออย่าเข้าใจผิดนะ พี่ไม่ได้ว่าพวกเธอหน้าด้านไม่ยอมคืนบ้านนะ ไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆ"
หลิวซานจิน: "..."
ลู่เจียเซวียน: "..."
โจวเจียวเจียว: "..."
ตอแหลชัดๆ อะไรคือเพื่อความปรองดอง หล่อนเห็นแก่เงินสองหยวนนั่นแหละ อย่ามาทำเป็นแม่พระหน่อยเลย!!!
คำพูดพวกนี้ทำเอาทั้งสามคนเดือดปุดๆ แต่ลี่เต๋อปังกับจางหงฟากลับไม่รู้สึกว่ามีปัญหาอะไร ก็บ้านอิฐสามห้องเชียวนะ บ้านของลู่เจิ้นผิงนี่ใครๆ ในสิบหมู่บ้านก็อิจฉา พวกเขาสองคนก็มีบ้านอิฐ แต่มีแค่สองห้อง แถมยังแคบ ในลานบ้านส่วนอื่นก็ยังเป็นบ้านดิน แต่บ้านแบบนั้นในหมู่บ้านตระกูลลู่ก็นับว่าหรูแล้ว
บ้านดีขนาดนั้นจะให้คนอื่นอยู่ได้ยังไง พี่น้องแท้ๆ ก็ไม่ได้!
ตอนนั้นมีคนสงสัยว่าทำไมเสิ่นเมิ่งพาลูกกลับไปอยู่บ้านเก่า นางว่าไงนะ อ้อ เพื่อเจียเซวียน เพราะต้องแต่งเมีย ไม่อยากให้น้อยหน้า น้องชายทหารแต่งงาน จัดไม่ดีเดี๋ยวคนหัวเราะเยาะ
ตอนนั้นหลายคนบอกว่านางโง่ บางคนก็ชมว่าเป็นเมียทหารที่ดีเสียสละเพื่อครอบครัว แม้แต่พวกเขาก็ยังชื่นชม ไม่คิดเลยว่าค่าเช่าเดือนละสองหยวน จะไม่ได้สักแดงเดียว
โง่จริงๆ ไม่ได้ประโยชน์อะไร แถมบ้านยังโดนยึด เสียทั้งขึ้นทั้งล่อง
ลู่เจียเซวียนหน้าแดงก่ำ เขาไม่เชื่อคำพูดเสิ่นเมิ่งสักนิด แม่บอกชัดเจนว่าให้เงินแล้ว จะไม่มีได้ยังไง?
"พี่สะใภ้ เป็นไปไม่ได้ แม่เอาเงินให้พี่ตลอด พี่อย่ามาพูดปดนะ?"
"เจียเซวียนเอ๊ย... พี่มาถึงขั้นนี้แล้ว มีเงินก็ไม่ได้ใช้ พี่จะโกหกเธอทำไม โบราณว่าคนจะตายมักพูดความจริง ใช่ไหมท่านเลขา ตอนนี้เงินฉันไม่เอาแล้วก็ได้ แม่เอาเงินเดือนที่เจิ้นผิงส่งมาจ่ายค่าเช่าแทนพวกเธอ แบบนี้จะไม่ทำให้เจียเหอ เซียงหลาน แล้วก็จิ้งหาเขารู้สึกแย่เหรอ ว่าแม่ลำเอียง? ช่างเถอะ ฉันไม่เอาแล้ว ให้พวกเราแม่ลูกย้ายกลับไปอยู่ก็พอ วาระสุดท้ายแล้ว ฉันแค่อยากไปนอนตายในบ้านของฉัน ฮือๆ... ถือว่าทำตามความปรารถนาสุดท้ายของฉันเถอะ"
หลิวซานจิน: "..."
ลู่เจียเซวียน: "..."
โจวเจียวเจียว: "..."
จะตายแล้วยังจะมาเสี้ยมให้คนตีกันอีก ร้ายกาจนัก ดูท่าคงไม่ตายง่ายๆ หรอก!!!
พูดมาถึงขนาดนี้ ถ้าบ้านลู่ยังไม่แสดงความรับผิดชอบ เดี๋ยวข่าวลือคงแพร่สะพัด แม่ผัวรักลูกคนเล็ก ฉวยโอกาสลูกคนโตไม่อยู่ บีบให้สะใภ้ใหญ่ยกบ้านให้ลูกคนเล็กอยู่ จนตรอมใจตาย เด็กๆ กำพร้าแม่ เรื่องคงฉาวโฉ่ไปทั่ว
หลิวซานจินจินตนาการออกเลยว่า พอผ่านปากมนุษย์ป้าปากสว่างที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เรื่องราวจะถูกใส่สีตีไข่จนเละเทะขนาดไหน
"เสิ่นเมิ่ง... ถ้าเธออยากกลับบ้านก็พูดมาตรงๆ แม่ยอมอยู่แล้ว อ้อ ค่าเช่าด้วย หกเดือน สิบสองหยวน แม่จะให้เธอหมด คนกันเองไม่ต้องคิดเล็กคิดน้อย ลูกสะใภ้แสนดีของแม่ ขอแค่เธอหายดี อย่าว่าแต่สิบสองหยวนกับบ้านอิฐเลย จะให้แล่เนื้อเถือหนังแม่ แม่ก็ยอม!" หลิวซานจินพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว แต่ในใจเลือดซิบๆ
สิบสองหยวนเชียวนะ! ตั้งสิบสองหยวน ต้องเก็บนานแค่ไหน นังแพศยานี่มันน่าโดนดีนัก คอยดูเถอะ เดี๋ยวจะเขียนจดหมายไปฟ้องเจ้าใหญ่ ให้จัดการขั้นเด็ดขาด
เสิ่นเมิ่งเดาะลิ้นจิ๊จ๊ะในใจ อีแก่นี่ตอแหลตัวแม่จริงๆ
"อื้อ แม่... ฉันรู้ว่าแม่รักฉัน งั้นฉันกับลูกๆ จะย้ายกลับไปคืนนี้เลย เจียวเจียวกับเจียเซวียนรีบไปเก็บของเถอะ แม่จ๊ะ เงินนั่นตามหลักฉันไม่ควรรับ แต่เพื่อความเป็นอยู่ของหลานๆ ฉันขอรับไว้นะ ขอบคุณค่ะแม่"
หลิวซานจิน: "..."
หน้าด้านที่สุด ชัดเจนว่าอยากได้เงิน!!!
[จบแล้ว]