- หน้าแรก
- จอมโจรขโมยวิญญาณยุทธ์ ป่วนตำนานสื่อไล่เค่อ
- บทที่ 430 - กลับสู่สำนักภูต
บทที่ 430 - กลับสู่สำนักภูต
บทที่ 430 - กลับสู่สำนักภูต
บทที่ 430 - กลับสู่สำนักภูต
"ข้าไม่โทษเจ้าหรอก! ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าแบกรับอะไรอยู่ แต่ข้ารู้อย่างหนึ่ง
สิ่งเดียวที่ข้าทำได้ คือคอยสนับสนุนเจ้าอยู่เงียบๆ ข้างหลัง..."
เสวี่ยนวี่ไม่ได้โทษหลิงม่อ กลับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
นางรู้สึกว่า การกลับมาจากความมืดครั้งนี้ หลิงม่อเปลี่ยนไปมากจริงๆ
เขาไม่เพียงนิสัยเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้แต่หน้าตาก็เปลี่ยนไปมหาศาล เสวี่ยนวี่จินตนาการไม่ออกเลยว่า หลิงม่อไปเจออะไรมาในความมืด?
ถ้านางรู้ว่าครั้งนี้หลิงม่อไม่ได้เจอเรื่องใหญ่อะไรเลย ถือซะว่าไปเที่ยวเล่นมา นางคงจะอกแตกตาย
"ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า!"
หลิงม่อมองเสวี่ยนวี่ด้วยสายตาจริงใจ ก่อนจะจากไป เขาต้องวางแผนจัดการเรื่องในแดนเหนือให้เรียบร้อย เสวี่ยนวี่คือหมากตัวสำคัญที่สุด
"ต้องการให้ข้าทำอะไร?"
"ก่อนหน้านี้ในความมืด ข้าได้วางค่ายกลไว้หนึ่งชั้น ค่ายกลนี้ยื้อไว้ได้ไม่นาน สิ่งที่อยู่ข้างในจะออกมาในไม่ช้า
ดังนั้น... วันหน้า ที่นี่จะกลายเป็นสนามรบอย่างสมบูรณ์ สงครามที่ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยง
ข้าต้องการให้เจ้าช่วยทำเรื่องหนึ่ง นั่นคือ... รวบรวมกำลังรบทั้งหมดในแดนเหนือที่สามารถระดมพลได้
เตรียมพร้อมสำหรับสงครามในอนาคต หากสงครามครั้งนี้เราแพ้ ฟ้าดินจะกลายเป็นสีดำ ไม่มีใครสามารถเอาตัวรอดได้"
หลิงม่อบอกความกังวลในใจ เขาต้องการความช่วยเหลือจากเสวี่ยนวี่ ตอนนี้ไข่มุกวิญญาณถูกใช้ไปสะกดความโกลาหลแล้ว
เขาไม่สามารถไปเกณฑ์กองทัพสัตว์วิญญาณเพิ่มได้ ดังนั้น... คนเดียวที่จะระดมพลสัตว์วิญญาณแดนเหนือได้ ก็มีแต่เสวี่ยนวี่
เสวี่ยนวี่อึ้งไปครู่หนึ่ง นางเข้าใจความหมายในคำพูดของหลิงม่อ
คำขอของหลิงม่อไม่มากเกินไป นางทำได้ แต่นางตกใจยิ่งกว่าที่หลิงม่อบอกว่าที่นี่จะกลายเป็นสนามรบ
แดนเหนือหลายปีมานี้ เป็นดินแดนที่เงียบสงบไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก ดูท่า ที่นี่คงจะกลายเป็นสนามรบแห่งแรกที่สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดเหยียบย่ำโต้วหลัวต้าลู่...
"ข้าเข้าใจแล้ว! วางใจเถอะ อยากทำอะไรก็ไปทำ แดนเหนือทางนี้มีข้าอยู่..."
เสวี่ยนวี่เข้าใจแล้ว และรู้ด้วยว่าต้องทำอย่างไร
ในฐานะหนึ่งในสามราชันย์แห่งแดนเหนือ เสวี่ยนวี่รู้สึกว่า ตัวเองจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
"งั้นก็... ฝากด้วยนะ!"
หลิงม่อพูดจากใจจริง เสวี่ยนวี่ถึงกับขำไม่ออก
"ยังจะมาเกรงใจข้าอีก? ลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นใคร?"
เสวี่ยนวี่พูดอย่างหมั่นไส้ ทำไมรู้สึกว่าหลิงม่อไปเขตหวงห้ามมาครั้งนี้ จู่ๆ ก็ดูเหินห่างขึ้น
"ฮิฮิ รู้สิ เจ้าก็คือเมียข้าไง..."
หลิงม่อยิ้มกรุ้มกริ่ม ดึงเสวี่ยนวี่เข้ามากอด มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข บีบขยำเบาๆ ถ้าไม่ใช่ว่าคุนเผิงอยู่ตรงนี้ เขาคงอยากจัดหนักสักยก
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทำเรื่องแบบนั้น ไว้กลับมาคราวหน้าค่อยว่ากัน...
"รู้แล้วยังจะพูด เอาล่ะ รีบไปเถอะ เรื่องแดนเหนือเจ้าไม่ต้องห่วง..."
เสวี่ยนวี่พูดอย่างระอา
ร่ำลาเสวี่ยนวี่แล้ว หลิงม่อก็เริ่มออกเดินทางกลับสู่สำนักภูต
เขาขี่คุนเผิงบินผ่านเมืองต่างๆ อย่างเปิดเผย จากแดนเหนือเข้าสู่เขตแดนของจักรวรรดิซิงหลัว บินข้ามพระราชวังซิงหลัวโดยไม่มีใครกล้าทักท้วง
"ทุกคนดูนั่นสิ นั่นมันหลิงม่อ เจ้าสำนักภูตไม่ใช่เหรอ?"
หลิงม่อขี่คุนเผิงขึ้นฝั่งจากชายฝั่งทางเหนือ ขณะผ่านเมืองซิงหลัว ก็มีคนจำได้
ต้องรู้ว่าศึกระหว่างหลิงม่อกับยักษ์ใหญ่แห่งความมืดเมื่อคราวก่อน ฉากนั้นสั่นสะเทือนไปทั้งโลก
ทั่วทั้งแผ่นดินยังมีใครไม่รู้จักเขาอีก...
หลิงม่อตอนนี้คือบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโต้วหลัวต้าลู่ เจ้าสำนักภูต ราชทินนามพรหมยุทธ์ที่อายุน้อยที่สุดในแผ่นดิน ทำลายสถิติของถังเฮ่าอย่างราบคาบ
ความแข็งแกร่งของเขา ยิ่งเป็นระดับท็อปของพีระมิดในแผ่นดิน บุคคลเช่นนี้ ใครไม่อยากรู้จักก็ยาก
"ใช่แล้ว เป็นเขาจริงๆ! สามปีมานี้ เขาหายไปไหนมา?"
"ว่ากันว่าหลังจากความวุ่นวายเมื่อสามปีก่อน เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย สามปีมานี้ไม่มีข่าวคราวเลย คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะปรากฏตัวอีกครั้ง
หรือว่า ช่วงนี้แดนเหนือจะมีความเคลื่อนไหวอะไรอีก?"
มีคนคาดเดา มีคนวิเคราะห์ ตอนนี้สถานะของหลิงม่อพิเศษเกินไป การปรากฏตัวของเขา ส่งผลกระทบต่อเมืองนี้อย่างมาก
ชั่วพริบตา ข่าวการกลับมาของหลิงม่อก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ส่วนตัวเขาเอง ตอนนี้เข้าสู่เขตแดนของจักรวรรดิเทียนโต้วแล้ว
ความเร็วของคุนเผิงนั้นรวดเร็วมาก ไม่ถึงครึ่งวัน ก็บินข้ามแผ่นดินมาได้ครึ่งค่อนทวีป ความเร็วระดับนี้ นอกจากวิชาเคลื่อนย้ายพริบตาของหลิงม่อแล้ว ไม่มีใครเทียบได้...
"ดูเหมือนว่าหลังจากพักฟื้นมาสามปี แผ่นดินก็ฟื้นตัวกลับมาได้เกือบหมดแล้ว..."
หลิงม่อเดินไปดูไป พบว่าหลังจากความวุ่นวายคราวก่อน แผ่นดินที่เคยกลายเป็นซากปรักหักพัง ก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
การป้องกันเมืองของแต่ละเมืองก็แข็งแกร่งขึ้นมาก ดูท่าจะเข็ดขยาดจากความวุ่นวายคราวก่อนจนขึ้นสมอง
กันไว้ดีกว่าแก้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เสริมการป้องกันเมืองไว้ก่อน...
หลิงม่อบินผ่านเมืองวิญญาณยุทธ์โดยตรง บินผ่านเมืองวิญญาณยุทธ์อย่างโอ้อวด ยังไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ
ไม่ต้องเดา เขาจงใจนั่นแหละ! อีกไม่กี่วันเขายังจะหาคนไปเชิญองค์สังฆราชไปดื่มชาที่สำนักภูตอยู่เลย...
คุนเผิงบินผ่าน ลมพายุพัดโหมกระหน่ำ ทั่วทั้งเมืองวิญญาณยุทธ์สั่นสะเทือนไปหมด ผู้คนข้างในแตกตื่นกันจ้าละหวั่น
"เกิดอะไรขึ้น?"
ในหอสังฆราช ปิปีตงหน้าถอดสี นึกว่ามีคนบุกโจมตีสำนักวิญญาณยุทธ์ รีบออกมาจากหอสังฆราช
แต่คิดไม่ถึงว่า คุนเผิงจะจากไปนานแล้ว ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่เหมือนเกิดเรื่องอะไรขึ้นเลย
"ทูลองค์สังฆราช เมื่อครู่หลิงม่อ เจ้าสำนักภูตบินผ่านเมืองวิญญาณยุทธ์ ภายใต้พาหนะของเขามีคุนเผิงตัวหนึ่ง แปลกประหลาดมาก!
แค่พ่นลมหายใจใส่พวกเราทีเดียว ทั้งเมืองวิญญาณยุทธ์ก็สั่นสะเทือน ดูท่าเขาจะจงใจ..."
"อะไรนะ? หลิงม่อ!!!"
ได้ยินชื่อนี้อีกครั้ง สีหน้าของปิปีตงเหม่อลอยเล็กน้อย ราวกับนึกถึงเรื่องเมื่อสามปีก่อนขึ้นมาได้
"เขาหายเงียบไปสามปี ตอนนี้กลับออกมาอีกแล้ว! เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?"
ปิปีตงไม่เข้าใจ หลิงม่อหายไปสามปี สามปีมานี้ ปิปีตงคาดเดาร่องรอยของหลิงม่อมาตลอด
แต่ไม่ว่านางจะเดายังไง หรือแม้แต่ส่งคนออกไปสืบ ก็ไม่พบร่องรอยของหลิงม่อ
คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะโผล่มา หรือว่าการคาดการณ์ของนางเมื่อสามปีก่อนจะเป็นจริง?
เมื่อสามปีก่อน ปิปีตงมีลางสังหรณ์ว่า ในอนาคตแผ่นดินจะเกิดสงครามอีกครั้ง
ดังนั้น นางจึงออกคำสั่งพิเศษให้คนของสำนักวิญญาณยุทธ์ทั้งหมดกลับมาที่เมืองวิญญาณยุทธ์ เริ่มปิดด่านพักฟื้น รอคอยสงครามมาถึง
ตอนนี้หลิงม่อปรากฏตัว ลางสังหรณ์ของปิปีตงยิ่งรุนแรงขึ้น การที่เขาบินผ่านเมืองวิญญาณยุทธ์อย่างอุกอาจเช่นนี้ หรือต้องการจะเตือนพวกนาง?
การคาดเดาของปิปีตง หลิงม่อไม่รู้เรื่อง เขาแค่นึกสนุกอยากแกล้งขึ้นมาเฉยๆ จงใจให้คุนเผิงหยอกล้อพวกนั้นเล่น ไม่ได้คิดอะไรมากจริงๆ
หลิงม่อในเวลานี้ มาปรากฏตัวอยู่เหนือป่าลั่วรื่อแล้ว มองเห็นหอคว้าดาวบนภูเขาใหญ่จากระยะไกลหลายสิบลี้
เห็นสำนักภูต บ้านที่เขาคะนึงหาทุกวันคืน...
"ในที่สุดก็กลับมาแล้ว! ไปคราวนี้ตั้งสามปี ไม่รู้ว่าพวกจู๋ชิงเป็นยังไงบ้าง..."
หลิงม่อปรากฏตัวเหนือสำนักภูต ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกท่วมท้น ภาพของจูจู๋ชิง, เชียนเริ่นเสวี่ย, นิงหรงหรง, สุ่ยปิงเอ๋อร์, เสวี่ยอู่ และตู๋กูเยี่ยน ผุดขึ้นในหัว ยิ้มออกมาจากใจจริง
รวมเสวี่ยนวี่กับตัวเขาเอง ก็ตั้งวงไพ่นกกระจอกได้สองวงพอดี...
[จบแล้ว]