เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 250 - สาส์นท้าของเฟิงเสี้ยวเทียน

บทที่ 250 - สาส์นท้าของเฟิงเสี้ยวเทียน

บทที่ 250 - สาส์นท้าของเฟิงเสี้ยวเทียน


บทที่ 250 - สาส์นท้าของเฟิงเสี้ยวเทียน

"ข้ากลับก่อนนะ! เดี๋ยวตาแก่นั่นจะสงสัยเอา...

ข้าจะตั้งตารอผลงานของเจ้าหลังจากนี้นะ..."

สุดท้าย เชียนเริ่นเสวี่ยก็ทิ้งท้ายไว้อย่างสนิทสนม สวมเสื้อผ้าแล้วเหาะออกจากตำหนักอวี้หลางไป

หลิงม่อไม่ได้รีบร้อน เขาพักอยู่ที่สำนักภูตอีกไม่กี่วัน จากนั้นก็กลับไปที่โรงเรียนสื่อไล่เค่อ

ผ่านการแข่งขันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รอบจัดอันดับสิบสามนัดแรกจบลงแล้ว!

ทีมที่มั่นใจว่าเข้ารอบแน่ๆ เริ่มออมมือ เพื่อเลี่ยงไม่ให้สมาชิกบาดเจ็บ เตรียมพร้อมสำหรับการชิงแชมป์รอบสุดท้าย

แต่ทว่า มีโรงเรียนหนึ่งที่ไม่เพียงไม่ออมมือ กลับยิ่งดุดันกว่าเดิม

นั่นคือโรงเรียนวายุเทพ!

"เฮ้ พี่ม่อ ดูทางนั้นสิ!"

ในแถว หม่าหงจวิ้นชี้ให้ดู เห็นเฟิงเสี้ยวเทียนกำลังเดินตรงมาทางนี้

เจ้านี่ช่วงสองสามวันนี้แปลกมาก ว่างเป็นต้องวิ่งมาที่สื่อไล่เค่อ ท่าทางเหมือนมาสืบข้อมูล

"ไอ้หมอนี่มาอีกแล้ว! รำคาญชะมัด..."

ออสการ์บ่นอุบ เฟิงเสี้ยวเทียนวิ่งมาสื่อไล่เค่อแทบทุกวัน ไม่รู้จะทำอะไรนักหนา

"สนมันทำไม! ทำหน้าที่ของตัวเองไปเถอะ..."

หลิงม่อไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เขารู้ว่าเฟิงเสี้ยวเทียนต้องการอะไร ก็แค่อยากประลองกับเขาสักตั้ง

ประจวบเหมาะ เดี๋ยวจะเป็นการดวลครั้งสุดท้ายระหว่างโรงเรียนวายุเทพกับสื่อไล่เค่อ ถึงตอนนั้นค่อยทำให้เขาสมหวังก็แล้วกัน

"เจ้ามาอีกทำไม?"

เฟิงเสี้ยวเทียนเพิ่งเดินเข้ามา ไต้มู่ไป๋ก็ทำหน้าไม่สบอารมณ์ ขมวดคิ้วถาม

"ข้ามาส่งสาส์นท้า!"

เจอกับท่าทีเป็นปฏิปักษ์ของไต้มู่ไป๋ เฟิงเสี้ยวเทียนไม่สนใจ แต่จ้องมองหลิงม่อเขม็ง

"โห? มาท้าข้าเหรอ?" หลิงม่อดูออก ไอ้หนุ่มนี่พุ่งเป้ามาที่เขา

แต่ว่า เขามั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าจะชนะหลิงม่อได้?

ช่องว่างพลังวิญญาณระหว่างพวกเขา ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองระดับ

นี่มันต่างกันตั้งยี่สิบกว่าระดับ เขายังกล้ามาท้าอีกเหรอ?

ต้องยอมรับว่า ไอ้หนุ่มนี่มีความกล้าหาญน่ายกย่อง แต่หาเรื่องผิดคนแล้ว

"ถูกต้อง ข้าจะท้าเจ้า!"

เฟิงเสี้ยวเทียนไม่เกรงกลัว สายตาจับจ้องที่หลิงม่อแน่น เขาเฝ้ารอวันนี้มานานแล้ว

"ทำไม? กลัวเหรอ?"

"ฮ่าฮ่า ตลกน่า! ข้าจะกลัวเจ้าเนี่ยนะ? ข้าแค่กลัวว่าจะเผลอตีเจ้าตายต่างหาก"

หลิงม่อรู้สึกขำ เจ้านี่ยังไม่ตื่นดีมั้ง?

"ได้ ข้ารับคำท้านี้! เจ้าอยากสู้แบบไหน..."

เห็นแก่ความกล้าของเขา หลิงม่อจะให้โอกาสสักครั้ง จะได้หักล้างความห้าวเป้งของเขาให้ราบคาบ

"ง่ายๆ เจ้ากับข้าตัวต่อตัว ไม่ต้องใช้คนอื่น! ถ้าข้าแพ้ โรงเรียนวายุเทพขอยอมแพ้ ถ้าเจ้าแพ้ โรงเรียนสื่อไล่เค่อต้องยอมแพ้

ขึ้นเวทีประลอง ตัดสินแพ้ชนะ และตัดสินเป็นตาย! ถ้าข้าพลาดพลั้งตายด้วยมือเจ้า ข้าจะไม่เสียใจ..."

เฟิงเสี้ยวเทียนพูดอย่างจริงจัง

คำพูดนี้ทำเอาทุกคนอึ้ง ต้องมีความแค้นขนาดไหน ถึงกล้าสาบานแบบนี้

"ได้! สาส์นท้านี้ข้ารับไว้ แต่เจ้าวางใจเถอะ คนที่แพ้ต้องเป็นเจ้าแน่..."

หลิงม่อไม่ได้ใส่ใจ ในเมื่ออีกฝ่ายเรียกร้องมา หลิงม่อก็ไม่ปฏิเสธ

แบบนี้ก็ดี จะได้จบการแข่งรอบจัดอันดับอันน่าเบื่อนี้เร็วๆ เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปเมืองวิญญาณยุทธ์

แต่เรื่องจะฆ่าเฟิงเสี้ยวเทียน สำหรับหลิงม่อแล้ว แค่ใช้สายตาก็ทำได้แล้ว

แต่หลิงม่อจะไม่ฆ่าเขา เพราะเขาชื่นชมในนิสัยของเฟิงเสี้ยวเทียน ความกล้าที่จะสู้และลุย

รู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ยังจะสู้ บางครั้งไม่ใช่แค่ความโง่เขลา แต่มองอีกมุม มันคือความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว

จิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ และความกล้าที่จะท้าทายขีดจำกัด

คนแบบนี้ หลิงม่อจะฆ่าทิ้งทำไม เก็บไว้ดูเล่นน่าสนุกกว่าเยอะ!

"งั้นเรามารอดูกัน!"

ทิ้งคำท้าไว้ เฟิงเสี้ยวเทียนก็เดินจากไป ทิ้งให้ชาวสื่อไล่เค่อมมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ต่างพากันมองหลิงม่อ ถังซานพูดขึ้นว่า "เฟิงเสี้ยวเทียนนี่บ้าไปแล้วเหรอ? หรือว่า เขาซ่อนไพ่ตายอะไรไว้?"

"เห็นได้ชัดว่าความเป็นไปได้ในข้อหลังมีมากกว่า ไม่งั้นเขาจะกล้าท้าดวลเดี่ยวกับเสี่ยวม่อได้ไง..."

"ใช่ พวกเรามีตั้งหลายคนเขาไม่ท้า เจาะจงท้าคนที่เก่งที่สุด ต้องมีเล่ห์กลแน่..."

ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันไป หลิงม่อพอจะเดาออก "เอาล่ะ ไม่มีอะไรต้องวิจารณ์! ทุกคนพักผ่อนเถอะ รอจบแมตช์นี้ งานเลี้ยงฉลองที่อาจารย์จ้าวสัญญาไว้จะได้เป็นจริงสักที..."

"ฮี่ๆ พูดซะข้าอดใจรอไม่ไหวแล้ว..."

หม่าหงจวิ้นตื่นเต้น พอพูดเรื่องกินเขาก็คึกทันที

ตอนเริ่มรอบคัดเลือก จ้าวอู๋จี๋เคยรับปากว่า ถ้าได้แชมป์โซนจะเลี้ยงฉลอง ตอนนี้ห่างจากแชมป์โซนแค่ก้าวเดียว

ขอแค่หลิงม่อชนะเฟิงเสี้ยวเทียน สื่อไล่เค่อก็จะเป็นแชมป์โซนจักรวรรดิเทียนโต้ว ถึงตอนนั้นจ้าวอู๋จี๋จะเบี้ยวก็ไม่ได้แล้ว

อ้อ เฟลนเดอร์ก็เคยรับปากไว้! ว่าจะเลี้ยงมื้อใหญ่

"อะแฮ่ม ใช่แล้ว อาจารย์จ้าวของพวกเจ้าเคยบอกว่าจะเลี้ยง ทุกคนอย่าลืมล่ะ พยายามเข้า เอาแชมป์โซนมาให้ได้..."

เฟลนเดอร์แกล้งทำเนียน โยนขี้ให้จ้าวอู๋จี๋หน้าตาเฉย

"เฮ้ย ท่านผอ. อย่ามาแกล้งตายนะ! ข้าจำได้ เมื่อหลายเดือนก่อน มีคนบางคนก็รับปากพวกเราไว้..."

ไต้มู่ไป๋พูดแทรกขึ้นมาไม่ถูกเวลา รื้อฟื้นคำพูดเฟลนเดอร์ขึ้นมา ทำเอาเฟลนเดอร์หน้าเสีย

ไม่ใช่เขาเลี้ยงไม่ไหว แต่เขาขี้งวดจนชิน ให้จ่ายทีเยอะขนาดนี้ เหมือนจะเอาชีวิตเขา

"เหลวไหล ข้าพูดตอนไหน อย่ามาใส่ร้ายข้านะ..."

"ยังจะแถอีก ต้องให้พวกเราจำลองสถานการณ์ให้ดูมั้ย จะได้จำได้?"

เถียงกันไปมา แม้แต่อาจารย์ใหญ่ยังต้องออกมาพูด

"เฟลนเดอร์ ในเมื่อรับปากเด็กๆ แล้ว ก็ควรรักษาสัญญา ถ้าข้าจำไม่ผิด การแข่งครั้งนี้เจ้าโกยค่าโฆษณาไปไม่น้อย แค่เลี้ยงข้าวสักมื้อจะไม่มีปัญญาเชียวรึ?"

"อาจารย์ใหญ่พูดถูก!"

ทุกคนผสมโรง เฟลนเดอร์หน้าถอดสี ดูท่ามื้อนี้คงหนีไม่พ้นแล้ว

"ลูกพี่เฟลน ข้าว่านะ! เจ้ายอมควักกระเป๋าเลี้ยงเถอะ อย่าคิดหนีเลย..."

หลิวเอ้อร์หลงหัวเราะ

"โธ่เอ้ย พวกเจ้าจะมาเล่นงานข้าทำไม จ้าวอู๋จี๋บอกจะเลี้ยง ก็ไปทวงมันสิ มายุ่งกับข้าทำไม..."

เฟลนเดอร์กลุ้มใจ รู้งี้เมื่อกี้ไม่น่าพูดเลย

"เงินเดือนอาจารย์จ้าวนิดเดียว จะเลี้ยงของดีอะไรพวกเราได้ ท่านสิต่างกัน ตอนนี้เป็นเศรษฐีภูธรไปแล้ว..."

สุดท้าย แม้แต่หลิงม่อยังอดแซวไม่ได้ ดับฝันการหนีหนี้ของเฟลนเดอร์จนหมดสิ้น

"เอาล่ะ! ตกลงตามนี้ คืนนี้ ผอ.ของพวกเจ้า จะจัดงานเลี้ยงฉลองให้

แต่ว่า นัดสุดท้ายนี้ เสี่ยวม่อ เจ้าห้ามประมาทนะ เอาแชมป์โซนกลับมาให้สื่อไล่เค่อให้ได้..."

สุดท้ายอาจารย์ใหญ่ทุบโต๊ะตัดสิน เฟลนเดอร์จะหนีก็หนีไม่ได้แล้ว

"โอเค!"

การคว้าแชมป์โซน สำหรับหลิงม่อแล้ว ง่ายเหมือนปลอกกล้วย

ไม่นาน หลังจากสิบสามคู่ก่อนหน้าแข่งจบ ในที่สุดก็ถึงคิวคู่เอกตัดสินแชมป์โซน

ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง หลิงม่อเดินออกจากแถว มุ่งตรงสู่เวทีประลอง

ส่วนเฟิงเสี้ยวเทียน ไปยืนรออยู่นานแล้ว ตั้งแต่คู่รองสุดท้ายลงจากเวที เขาก็ไปยืนรออยู่ตรงนั้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 250 - สาส์นท้าของเฟิงเสี้ยวเทียน

คัดลอกลิงก์แล้ว