- หน้าแรก
- จอมโจรขโมยวิญญาณยุทธ์ ป่วนตำนานสื่อไล่เค่อ
- บทที่ 50 - สามพันกองทัพ
บทที่ 50 - สามพันกองทัพ
บทที่ 50 - สามพันกองทัพ
บทที่ 50 - สามพันกองทัพ
ออกจากหอระฆัง หลิงม่อก้าวพ้นประตูออกมา ก็ต้องตะลึงกับภาพตรงหน้า
"เชี่ย สถานการณ์บ้าอะไรวะเนี่ย"
เดิมทีหน้าประตูหอระฆังมีแค่ปู่ผีคนเดียว แต่พอหลิงม่อเดินออกมาอีกครั้ง หน้าหอระฆังกลับเต็มไปด้วยผู้คนยืนเรียงกันแน่นขนัด
คนพวกนี้คือคนตาย เหลือแค่ร่างเปล่าๆ สวมชุดเกราะ ดูจากการจัดแถวที่เป็นระเบียบและรังสีที่แผ่ออกมา ทำเอาหลิงม่อตกใจไม่น้อย
"เจ้าพวกนี้ ดูท่าจะไม่ธรรมดาแฮะ จะทำอะไรกัน หรือจะมาแย่งสมบัติข้า"
หลิงม่อเริ่มลังเล จะออกไปดีไหม ปู่ผีที่ยืนอยู่ข้างประตูก็ยังนิ่งเฉย ยืนทื่อเป็นตอไม้
ทันใดนั้น... ทหารซากศพสามพันนาย พอเห็นหน้าหลิงม่อ ก็คุกเข่าลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เสียงชุดเกราะกระทบกันดังสนั่น ฟังดูฮึกเหิม
"เกิดอะไรขึ้น"
หลิงม่องงเป็นไก่ตาแตก ทำไมต้องคุกเข่าด้วยวะ
"หรือว่าชาติที่แล้วข้าเป็นฮ่องเต้ ไอ้พวกนี้คือทหารของข้า ข้ามาขุดหลุมศพตัวเองงั้นเหรอ บ้าเอ๊ย จะแฟนตาซีไปไหน..."
ยิ่งคิดยิ่งแปลก กองทหารสามพันนายนี้ ดูเหมือนจะเคารพหลิงม่อมาก พร้อมจะทำตามคำสั่งทุกอย่าง
งานนี้เล่นเอาหลิงม่อไปไม่เป็น
ไม่ใช่มั้ง ที่นี่มันต่างโลก ถ้าพวกนี้จะเกี่ยวกับหลิงม่อ ก็ต้องอยู่ที่โลกมนุษย์สิ
คิดยังไงก็ไม่เข้าใจ แต่ดูจากท่าทางแล้ว พวกเขาคงไม่ทำร้ายตัวเองหรอกมั้ง
ดังนั้น... หลิงม่อเลยเดินออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทันใดนั้น... ได้ยินเสียงดังตุบ ปู่ผีในชุดเกราะหนาเตอะก็คุกเข่าลงดังสนั่น
"อุ๊ยตายวายกรี๊ด อย่าทำแบบนี้สิครับ"
พอนึกถึงประสบการณ์โดนปู่ผีทรมานเมื่อครู่ หลิงม่อก็สยอง หรือนี่จะเป็นมุกตบหัวแล้วลูบหลัง หลอกให้ตายใจแล้วค่อยเชือด เพื่อรสชาติเนื้อที่ดีขึ้น
หลิงม่อยื่นมือไปประคอง แต่ขยับตัวปู่ผีไม่ไหวเลย พลังของแกมหาศาลมาก แถมชุดเกราะนั่น ต่อให้หลิงม่อซัดเต็มแรงก็คงไม่ระคายผิว
ในบรรดาทหารสามพันนายนี้ ดูเหมือนปู่ผีจะเป็นหัวหน้า ทุกคนต่างจับจ้องมาที่หลิงม่อ
"เอาเรื่องแฮะ กองทหารสามพันนาย ในนี้ส่วนใหญ่เป็นระดับมหาปราชญ์วิญญาณถึงวิญญาณพรหมยุทธ์ ยังมีพวกต่ำกว่ามหาปราชญ์อีกเพียบ
จัดหนักจัดเต็มขนาดนี้ ถ้าเอามาเป็นพวกได้ ข้าจะไปกลัวอะไรกับสำนักวิญญาณยุทธ์หรือสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติวะเนี่ย"
พอนึกถึงตอนไปแซวนิงหรงหรงที่เมืองสั่วทัว หลิงม่อก็ยังเสียวสันหลังไม่หาย
ตอนนั้นเขาประมาทไปหน่อย ไม่ทันคิดถึงฐานะของอีกฝ่าย ยัยหนูนั่นก่อนมาสื่อไล่เค่อ มีคนคุ้มกันตามติดตลอด
ป่านนี้คนของสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติคงเริ่มออกตามล่าเขาแล้วมั้ง
เดิมทีตอนออกจากสื่อไล่เค่อ หลิงม่อยังลังเลว่าจะกลับไปดีไหม ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนี้แล้วมั้ง
ถ้ามีกองทัพขนาดนี้หนุนหลัง หลิงม่อยังต้องกลัวใครอีกเหรอ ไม่ต้องแล้วมั้ง แค่ปู่ผีคนเดียว ก็น่าจะรับมือสองผู้เฒ่าแห่งสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติได้สบายๆ
"แม่เจ้า สามพันกองทัพมาเป็นลูกน้องข้า เดี๋ยวแจกขนนกยูง แจกบัวถังพิโรธให้คนละอัน งานนี้เทพมารก็ขวางไม่อยู่ ฟันยับไม่เลี้ยงแน่"
หลิงม่อเริ่มระงับความตื่นเต้นไม่อยู่ การมาเยือนนครโบราณจิงเจวี๋ยครั้งนี้ พลิกชีวิตเขาจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว
ในบรรดาทหารเหล่านี้ คนที่แกร่งที่สุดคือปู่ผี ระดับความเก่งไม่แน่ชัด แต่หลิงม่อสัมผัสได้ว่า แรงกดดันที่แกปล่อยออกมา รุนแรงกว่าถังเฮ่าเสียอีก
นอกจากนี้ ในสามพันกองทัพ ยังมีระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ปนอยู่อีกหลายคน มีขุมกำลังขนาดนี้ หลิงม่อไม่ต้องกลัวอิทธิพลหน้าไหนอีกแล้ว
สำนักภูตต้องมาแล้ว กองทัพสามพันนายนี้ จะเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกของข้า
"พวกเจ้า ยินดีจะติดตามข้าหรือไม่"
หลิงม่อถาม เพื่อความชัวร์ว่าพวกเขายอมรับจริงๆ
คำตอบคือเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นพร้อมเพรียงกัน
ดูเหมือนพวกเขาจะพูดไม่ได้ แต่การกระทำของพวกเขาย้ำเตือนหลิงม่อตลอดเวลาว่าพวกเขาหมายความว่าอย่างไร
"ดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตั้งแต่วันนี้ไป สำนักภูตก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ พวกเจ้าคือศิษย์รุ่นแรกของสำนักภูต... ขอพูดเบาๆ หน่อยนะ ถึงข้าจะไม่มีอะไรจะสอนพวกเจ้าก็เถอะ..."
ลองดีหน้าประตูนรก ยมบาลยังต้องเกรงใจข้าสามส่วน
ถึงจะไม่รู้ว่ายมบาลมีจริงไหม แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการขี้โม้ของหลิงม่อ
ท่านยมฯ ขอคนหน่อยได้ปะ
ยมบาล: ชีวิตข้าช่างรันทด...
ทหารสามพันนายนี้ แต่ละคนฝีมือฉกาจ หลิงม่อสังเกตดูแล้ว หัวหน้าระดับแม่ทัพเจ็ดคน ล้วนเป็นระดับราชทินนามพรหมยุทธ์
ส่วนปู่ผีที่เก่งที่สุด หลิงม่อดูไม่ออกเลยว่าขีดจำกัดแกอยู่ตรงไหน แค่ดาบยักษ์ในมือนั่น ก็ไม่ใช่ของธรรมดาแล้ว
สมบัติทั้งหมดในนครโบราณรวมกัน ยังเทียบดาบเล่มนั้นไม่ได้เลย ยอดฝีมือระดับนี้ น่าจะถึงขั้นพรหมยุทธ์ขีดสุดแล้วมั้ง
เผลอๆ อาจจะโหดกว่านั้น...
ก่อนหน้านี้หลิงม่อเก็บโลหะประหลาดมาเยอะ แถมในเจดีย์น้อยยังมีสมุนไพรเซียนและยาพิษอีกสารพัด เอาของพวกนี้มาสร้างอาวุธลับสำนักถัง อานุภาพต้องวิปริตหลุดโลกแน่
ถึงเวลานั้นแจกขนนกยูง หรือบัวถังพิโรธให้คนละอัน บวกกับพลังดั้งเดิมของพวกเขา ฟันราชทินนามพรหมยุทธ์ร่วงเป็นใบไม้ร่วงแน่ๆ
แค่คิดก็สยองแล้ว มีกองทัพนี้ หลิงม่อสามารถเมินเฉยต่อทุกขุมอำนาจได้เลย
หลังจากรวบรวมกองทัพได้ หลิงม่อก็จับพวกเขายัดใส่เจดีย์น้อยทั้งหมด ตอนนี้เขายังไม่มีฐานที่มั่นเป็นของตัวเอง ก็ฝากไว้ในเจดีย์น้อยก่อน
ส่วนปู่ผีเหรอ ฐานะแกสูงส่ง งั้นก็พาออกมาเดินเล่นด้วยละกัน นอกจากจะเอาไว้ขู่ชาวบ้าน ยังคอยคุ้มกันหลิงม่อได้ตลอดเวลา
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
"กลิ่นอายโลงทองแดงหายไปแล้ว ปลายทางแห่งความมืด มีพลังมหาศาลซ่อนอยู่ ด้วยฝีมือข้าตอนนี้ จะฝืนเข้าไปคงเป็นไปไม่ได้..."
มองออกไปสู่ความเวิ้งว้าง หลิงม่อเห็นเส้นทางสายดาราพาดผ่านเหนือนครโบราณ
หลิงม่อไม่รู้ว่าเส้นทางนี้ทอดไปที่ใด ใจจริงอยากจะลองขึ้นไปดู แต่แรงกดดันมหาศาลจากห้วงอวกาศ กดทับจนเขาขยับขาไม่ออก
เลยต้องยอมแพ้ไป
เขาไม่รู้หรอกว่า หมาดำกับเจ้าอ้วนที่ลอบกัดเขาเมื่อกี้ ก็อาศัยโลงทองแดงเดินทางผ่านเส้นทางนี้จากไปแล้ว
ปลายทางของเส้นทางสายดารา ดูเหมือนจะเชื่อมต่อไปยังอีกโลกหนึ่ง
"ไปกันเถอะ"
มั่นใจว่านครโบราณจิงเจวี๋ยไม่มีอะไรให้สำรวจแล้ว หลิงม่อพาปู่ผีออกจากนครโบราณ
พอกลับมาถึงปากถ้ำ เขาพบว่าอุโมงค์ที่ขุดลงมาโดนถมไปแล้ว
ไม่รู้ไอ้เวรที่ไหน มันกะจะฝังเขาทั้งเป็นไว้ในเมืองโบราณรึไง
ช่วยไม่ได้ หลิงม่อต้องลงมือขุดหลุมใหม่อีกรอบ ขุดอยู่ครึ่งค่อนวัน กว่าจะเปิดทางกลับขึ้นสู่พื้นดินได้
"ป่าซิงโต้ว?"
เห็นสัตว์วิญญาณวิ่งพล่านไปมา หลิงม่อฟันธงได้ทันทีว่าที่นี่คือป่าซิงโต้ว
และสัตว์วิญญาณที่วิ่งแตกตื่นพวกนี้ ดูเหมือนจะโดนยักษ์ใหญ่ตัวไหนสักตัวทำให้ตกใจ
"หืม มหาวานรยักษ์ไททัน?"
หลิงม่อสังเกตเห็นลิงยักษ์มหึมาเดินข้ามหุบเขาอยู่อีกฟาก ทุกย่างก้าวสะเทือนเลื่อนลั่น
มันเดินออกมาจากทะเลสาบแห่งชีวิต ท่าทางรีบร้อน เหมือนกำลังรีบไปหาใครสักคน
"หรือว่ามันสัมผัสถึงกลิ่นอายของเสี่ยวอู่ได้ เจ้าซานมาถึงป่าซิงโต้วแล้วเหรอ"
หลิงม่อเดาพล็อตเรื่องต่อไปได้ทันที
ดูทรงแล้ว จ้าวอู๋จี๋ผู้น่าสงสารคงโดนยำเละอีกตามเคย สมฉายาบุรุษผู้รันทดที่สุดในแดนโต้วหลัว
โดนใครอัดไม่โดน ดันโดนแต่คนบ้านถังซานอัด
เฮ้อ น่าสงสาร...
[จบแล้ว]