- หน้าแรก
- จอมโจรขโมยวิญญาณยุทธ์ ป่วนตำนานสื่อไล่เค่อ
- บทที่ 22 - งานเข้า
บทที่ 22 - งานเข้า
บทที่ 22 - งานเข้า
บทที่ 22 - งานเข้า
"แค่นี้เองเหรอ? มีดีแค่นี้เหรอ? สมัยเฮียถือมีดไล่ฟันคนแถวเยาวราช เอ็งยังนั่งเล่นขี้โคลนอยู่เลยมั้ง จะมาทำเก๋ากับเฮียเหรอ?"
ต่อหน้าพละกำลังที่เหนือชั้นกว่า แรดคลั่งไม่มีปัญญาแม้แต่จะขัดขืน โดนหลิงม่อซัดไปสามหมัดถึงกับไปไม่เป็น
"แล้วก็เจ๊ ป้าแก่ๆ อย่างเจ๊น่ะ อย่าคิดว่าทำตัวร่านแล้วผมจะไม่กล้าตบนะ มองหน้าทำไม เชื่อมั้ยพ่อตบให้หน้าหัน..."
ออร่าความโหดแผ่กระจาย หลิงม่อยืนจังก้ากลางถนน รับมือสองคนรวดแบบไม่เกรงกลัว
แค่แม่สาววิญญาณจารย์กับเจ้าแรดคลั่ง ต่อให้สองคนรุมเข้ามาพร้อมกัน หลิงม่อก็ไม่หวั่น
จากการฝึกฝนตลอดหลายปีที่ผ่านมา วิชาขโมยวิญญาณยุทธ์ของหลิงม่อพัฒนาไปถึงขั้นสูงสุดแล้ว
สามารถสลับวิญญาณยุทธ์ไปมาในการต่อสู้ได้ อยากใช้อันไหนก็ใช้ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนรุม
การรู้จักพลิกแพลงใช้วิญญาณยุทธ์หลายอย่างในการต่อสู้ มักจะสร้างผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงเสมอ นี่คือสิ่งที่อวี้เสี่ยวกังเคยสอนหลิงม่อไว้
"จำหน้าพี่ไว้ให้ดี วันหลังเห็นพี่ที่ไหน ให้รีบหลบไปไกลๆ ถ้าเจอคราวหน้า พวกแกอาจจะไม่โชคดีแบบนี้..."
จิตสังหารวูบหนึ่งทำเอาแรดคลั่งกลัวจนพูดไม่ออก โดนวิธีการจัดการที่เด็ดขาดรุนแรงของหลิงม่อข่มขวัญจนฝ่อ
ไอ้เด็กนี่มันไม่ใช่คนแล้ว ไม่เพียงแต่พละกำลังมหาศาล ความเร็วยังระดับท็อป แถมท่าเท้าประหลาดๆ นั่นอีก แรดคลั่งไม่มีปัญญาแตะชายเสื้อเขาได้เลยด้วยซ้ำ
แพ้ยับเยิน แพ้แบบหมดรูป ถึงพลังวิญญาณอีกฝ่ายจะน้อยกว่าเขามาก แต่กลับเอาชนะเขาได้ง่ายๆ
"ซวยชะมัด อารมณ์ดีๆ หายหมดเพราะไอ้สองตัวนี้..."
หลิงม่อเดินจากไปพร้อมบ่นกระปอดกระแปด กำลังจะเดินกลับโรงแรม จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนถนน ไม่ใช่ใครที่ไหน ฟู่หลันเต๋อที่เพิ่งโดนหลิงม่อกวาดร้านไปจนหน้าดำคร่ำเครียดนั่นเอง
"เชี่ยเอ้ย ทำไมเป็นตานี่ล่ะ! ชิ่งดีกว่า..."
เมื่อกี้เพิ่งฉกของดีจากร้านแกไปขายได้เงินมาตั้งเยอะ
ป่านนี้คงรู้ตัวแล้วมั้ง กะมาคิดบัญชีแน่ๆ
หันหลังกลับเตรียมชิ่ง แต่ไม่ทันแล้ว ฟู่หลันเต๋อเห็นเขาเข้าแล้ว ยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา "ไอ้หนู ในที่สุดก็เจอตัวแกจนได้!"
สิ้นเสียง เงาร่างหนึ่งพุ่งวูบเดียว มาดักหน้าหลิงม่อทันที
"เอ๊ะ... คุณลุงมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ? เราเหมือนจะไม่รู้จักกันนะ มาขวางทางผมทำไม?"
ตายก็ห้ามรับ หลิงม่อแกล้งตีมึน
"ยังจะแถอีก? ไอ้หนู ฉันท่องยุทธภพมาหลายสิบปี แกเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันขาดทุนยับเยิน! ว่ามา อยากตายท่าไหน?"
ฟู่หลันเต๋อยิ้มเหี้ยม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นทำเอาหลิงม่อขนลุกซู่
"ผมไม่เข้าใจที่ลุงพูด! ช่วยหลีกทางหน่อย แม่เรียกกลับไปกินข้าวแล้ว..."
พูดจบก็จะชิ่ง บิดตัวเตรียมวิ่ง แต่ไม่นึกว่าฟู่หลันเต๋อจะคว้าคอเสื้อ หิ้วหลิงม่อกลับมาทั้งตัว
"คิดจะหนี? ไม่มีทาง..."
กว่าฟู่หลันเต๋อจะตามหาหลิงม่อเจอ จะปล่อยให้หนีไปง่ายๆ ได้ยังไง! อย่าว่าแต่หลิงม่อเป็นแค่อัคราจารย์วิญญาณสามสิบที่ยังไม่มีวงแหวนเลย ต่อให้เป็นราชาวิญญาณ มาอยู่ต่อหน้ามหาปราชญ์วิญญาณ ก็หมดทางสู้
แต่... ถ้าเป็นอัคราจารย์วิญญาณทั่วไปอาจจะหมดหวัง แต่หลิงม่อไม่ใช่อัคราจารย์วิญญาณทั่วไป
เคลื่อนไหวดั่งเงาพรายทำงานทันที ใช้ท่าเท้าอันพิสดารหลบฟู่หลันเต๋อ แล้วผลักออกไปอย่างแยบยล หลุดจากการจับกุมของฟู่หลันเต๋อได้สำเร็จ
"เนตรซ้อน! เปิด..."
ทันใดนั้น แสงเย็นยะเยือกสายหนึ่งวาบผ่านดวงตาหลิงม่อ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฟู่หลันเต๋อ ปีกคู่หนึ่งค่อยๆ งอกออกมาจากแผ่นหลังของหลิงม่อ
"วิญญาณยุทธ์นกฮูกแมว? เป็นไปได้ยังไง..."
ชั่วพริบตา วิญญาณยุทธ์นกฮูกแมวของหลิงม่อก็ปรากฏขึ้น ปีกขนาดใหญ่กางออก พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
"ลาขาดครับลุง..."
ท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของฟู่หลันเต๋อ หลิงม่อใช้วิญญาณยุทธ์ของฟู่หลันเต๋อบินหนีไปอย่างรวดเร็ว
วิญญาณยุทธ์สายสัตว์ปีก แถมยังเป็นสายความเร็ว ภายใต้การเสริมพลังของแสงเทพห้าสี ความเร็วของหลิงม่อพุ่งถึงขีดสุดในพริบตา
และ... โดยเฉพาะภายใต้ทักษะที่เจ็ด กายแท้วิญญาณยุทธ์ของฟู่หลันเต๋อ ความเร็วของหลิงม่อเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่า
ทว่า การเพิ่มพลังมหาศาลย่อมแลกมาด้วยการเผาผลาญพลังงานมหาศาล เพียงแค่ไม่กี่วินาที พลังของหลิงม่อก็หายไปเกือบครึ่ง
เพราะฟู่หลันเต๋อตะลึงไปเมื่อกี้ ยืนอึ้งอยู่สามวินาทีเต็มๆ และในสามวินาทีนั้น หลิงม่อก็บินหนีไปไกลหลายพันเมตรแล้ว
"บ้าเอ๊ย ไอ้หนู! ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่..."
กว่าฟู่หลันเต๋อจะตั้งสติได้ หลิงม่อก็หายวับไปไร้ร่องรอย เหมือนหนูติดเทอร์โบ หายวับไปในพริบตา?
"เด็กคนนี้ประหลาดชะมัด? ขโมยวิญญาณยุทธ์งั้นเหรอ? วิญญาณยุทธ์แบบนี้ เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก! แถม แค่สองวงแหวน ก็สามารถใช้กายแท้วิญญาณยุทธ์ของฉันได้ เด็กนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
ไม่ได้การ เด็กเก่งๆ แบบนี้ ถ้าไม่มาเรียนที่สื่อไล่เค่อ เสียดายแย่!"
ยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฟู่หลันเต๋อก็ตัดสินใจเด็ดขาด ไม่ว่าจะยังไงต้องจับตัวเด็กคนนี้ให้ได้ ต่อให้ต้องหลอก ก็ต้องหลอกให้มาเข้าโรงเรียนให้ได้
ภาษาชาวบ้านเรียกว่า หลอกหมาเข้าบ้านแล้วค่อยเชือด...
"แม่เจ้าโว้ย! ดูท่าเมืองสั่วทัวจะอยู่ไม่ได้แล้ว ช่างหัวสื่อไล่เค่อมันเถอะ เฮียขอเผ่นก่อนล่ะ!"
หัวใจเต้นรัว หลิงม่อหนีมาไกลหลายหมื่นเมตร มาหยุดอยู่ที่หุบเขาแห่งหนึ่ง แถวนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ หลายแห่ง ยังไม่รู้แน่ชัดว่าที่นี่คือที่ไหน
เพิ่งมาเมืองสั่วทัววันที่สอง หลิงม่อก็ก่อเรื่องไว้เพียบ สมกับเป็นตัวหายนะที่อวี้เสี่ยวกังการันตี
"ช่างเถอะ เก็บเนื้อเก็บตัวหน่อยดีกว่า! อย่างน้อยต้องรีบปั๊มเลเวลก่อน ไม่งั้นวันหลังไปเจอพวกระดับมหาปราชญ์วิญญาณเข้า เดี๋ยวจะตายไม่รู้ตัว..."
หน้าซีดเผือด สภาพหลิงม่อตอนนี้แย่มาก ตอนนี้ดึกแล้ว ในหุบเขาเงียบสงัด ไร้เสียงนกเสียงกา
หาทำเลวิวดีๆ ได้ที่หนึ่ง หลิงม่อนั่งลงปรับลมปราณ เร่งฟื้นฟูพลังวิญญาณที่เสียไปให้เร็วที่สุด
ครั้งนี้ ฝืนใช้กายแท้วิญญาณยุทธ์ เกือบทำเอาลมปราณแตกซ่าน พลังวิญญาณเกือบหมดตัวตาย
ขณะที่หลิงม่อกำลังปรับลมปราณ เงาร่างปราดเปรียวสายหนึ่งก็วูบผ่านป่าเขา สวมชุดดำ เคลื่อนไหวในยามราตรี
จนกระทั่งเธอมายืนอยู่ข้างหลังหลิงม่ออย่างเงียบเชียบ หลิงม่อถึงเพิ่งรู้ตัว
กว่าจะรู้ตัว เธอก็ใช้แขนข้างหนึ่งล็อคคอหลิงม่อไว้แล้ว พร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย
"ไอ้ลามก ในที่สุดก็จับตัวได้ซะที! หนีสิ หนีอีกสิ!"
ใช่แล้ว คนที่มาจับไก่ก็คือจูจู๋ชิงนั่นเอง เธอจ้องหลิงม่อมานานแล้ว ตั้งแต่หลิงม่อออกจากเมืองสั่วทัว เธอก็สะกดรอยตามมาตลอด
นึกว่าคลาดกันแล้ว ไม่คิดว่าจะมาเจอตัวที่หุบเขานี้จริงๆ
"เชี่ย เธอจะทำอะไร! ล็อคคอฉัน แน่จริงก็ปล่อยสิ..."
หลิงม่อตกใจแทบสิ้นสติ งานเข้าของจริงแล้ว! เขาไม่คิดเลยว่าจูจู๋ชิงจะมุ่งมั่นขนาดนี้ ตามมาไกลขนาดนี้
เขาไม่รู้จริงๆ ว่าผู้หญิงนิสัยแบบจูจู๋ชิง ถ้าปักใจเรื่องไหนแล้ว ไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด
นั่นไง เล่นพิเรนทร์มากไป สุดท้ายก็งานเข้าจนได้
"ปล่อยเหรอ? ฝันไปเถอะ ตกอยู่ในมือฉันแล้ว ยังคิดจะหนี? ไหนล่ะที่ชอบจับชอบคลำนักหนา? แน่จริงก็จับให้ดูหน่อยสิ..."
เสียงเย็นชาดังขึ้น หลิงม่อสิ้นหวังแล้ว ตอนนี้เขาไม่มีพลังวิญญาณเหลือเลย หมดทางสู้โดยสิ้นเชิง
โดนจูจู๋ชิงล็อคคอจากด้านหลัง อยู่ในท่าทางแปลกๆ ที่แนบชิดกับอกเธอ
"นี่แม่นาง! ชายหญิงไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันนะ ถ้าใครมาเห็นเข้า มันจะดูไม่งามนะรู้มั้ย?
ถ้าเธออยากระบายแค้นจริงๆ ฉันให้เธอจับคืนก็ได้ เอามั้ยล่ะ จะได้หายกัน ไม่เห็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลย..."
"ถุย คิดว่าคนอื่นเขาจะลามกเหมือนนายหรือไง? น่าขยะแขยง..."
"อะไรคือน่าขยะแขยง ฉันมันปุถุชนคนธรรมดา! ฉันเชื่อว่าหลายคนก็เหมือนฉัน เจอของสวยๆ งามๆ ก็อดใจไม่ไหว มันไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย..."
"ไม่ผิดที่นายแล้วผิดที่ใคร?" จูจู๋ชิงดุ
"ผิดที่เธอสวยเกินไปต่างหาก!"
พอได้ยินคำนี้ จูจู๋ชิงหน้าแดงขึ้นมาทันที ดีที่ความมืดช่วยบังไว้ เลยดูไม่ชัดเจนนัก
[จบแล้ว]