เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 - วิชาลับอี้เหยา

บทที่ 170 - วิชาลับอี้เหยา

บทที่ 170 - วิชาลับอี้เหยา


บทที่ 170 - วิชาลับอี้เหยา

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เสิ่นผิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น

"วิชาประเภทนี้มีอยู่จริง แต่ทว่าวิชาที่ฝึกง่ายมักจะไม่ค่อยได้ผล ส่วนวิชาที่ได้ผลชะงัดก็ฝึกยากแสนเข็ญ แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่แตกฉาน"

"โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะใช้ยันต์ที่มีคุณสมบัติพิเศษมาปั่นป่วนลิขิตสวรรค์และกลับดำเป็นขาวในเรื่องกฎแห่งกรรม เช่น ยันต์ย้ายกรรม เป็นต้น แต่ยันต์พวกนี้ราคาแพงหูฉี่ แถมผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคนด้วย"

หานอี้ได้ยินคำพูดของเสิ่นผิง ในใจกลับลิงโลดขึ้นมา เรื่องฝึกยากนี่เขาไม่กลัวที่สุด เพราะหน้าต่างความชำนาญมีไว้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเฉพาะ

"ศิษย์พี่เสิ่น วิชาประเภทนี้ที่มีระดับสูงสุดคือวิชาอะไรบ้าง ข้าอยากจะลองดูขอรับ" หานอี้ตอบกลับ

"ก็ได้ วิชาเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่วังเสวียนอู่ เจ้าไปที่หอถ่ายทอดวิชาของวังเสวียนอู่ได้เลย ที่นั่นมีป้ายหยกถ่ายทอดวิชาที่เจ้าต้องการ"

เสิ่นผิงเห็นว่าหานอี้คงไม่ล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ จึงบอกความจริงไปตามตรง

หานอี้กล่าวขอบคุณแล้วหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่ถูกเสิ่นผิงเรียกไว้อีกครั้ง

"จริงสิ ศิษย์น้องหาน เจ้าเลื่อนขั้นเป็นระดับสร้างรากฐานแล้ว อาวุธวิเศษ เรือเซียน และชุดคลุมอาคมที่เป็นของประจำตำแหน่งผู้อาวุโส เจ้ายังไม่ได้ไปรับเลยนี่นา ไปรับที่ศิษย์น้องลู่หลีได้เลย"

หานอี้ใจกระตุกวูบ พอกลับมาถึงเขาก็เก็บตัวเงียบจนเกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

หลังจากกล่าวขอบคุณอีกครั้ง

หานอี้ก็ไปหาลู่หลีก่อน ลู่หลีเป็นศิษย์พี่ที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานช่วงปลายได้ไม่ถึงหนึ่งปี และรับหน้าที่ดูแลจัดการเรื่องทั่วไปในวังชิงหลง

ครู่ต่อมา หานอี้เดินออกจากวังชิงหลงด้วยความเบิกบานใจ

ในตัวเขามีของเพิ่มมาสี่อย่าง

กระบี่วิเศษระดับสุดยอดหนึ่งเล่ม ชื่อว่ากระบี่หมอกอัคคี

เรือเซียนระดับมนุษย์เซียนหนึ่งลำ

แหวนมิติหนึ่งวง ซึ่งเป็นอุปกรณ์เก็บของที่เหนือชั้นกว่าถุงสมบัติ

และชุดคลุมอาคมระดับอาวุธวิเศษขั้นสุดยอดอีกหนึ่งชุด

เช่นเดียวกับตอนเลื่อนขั้นจากศิษย์สายนอกเป็นศิษย์สายใน เมื่อเลื่อนขั้นเป็นผู้อาวุโส ทางสำนักก็มีชุดอุปกรณ์ประจำตำแหน่งมอบให้เช่นกัน

หลังจากเก็บของเรียบร้อย หานอี้ก็มุ่งหน้าไปยังวังเสวียนอู่ เข้าสู่หอถ่ายทอดวิชา ด้วยฐานะผู้อาวุโสของเขา เขามีสิทธิ์เข้าถึงคัมภีร์วิชาเกือบทั้งหมดที่เก็บรักษาไว้ในวังเสวียนอู่ แต่จำนวนวิชาที่จะฝึกได้นั้นมีการจำกัดไว้

"ศิษย์น้องหาน วิชาสายกฎแห่งกรรมไม่ใช่วิชาทั่วไป เวลาฝึกฝนต้องระมัดระวังให้มาก"

"วิชาประเภทนี้มีปัญหาอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือมันสะท้อนกลับเข้าตัวผู้ใช้ได้ง่าย อย่างที่สอง การแอบดูลิขิตสวรรค์หรือปกปิดลิขิตสวรรค์บ่อยๆ จะทำให้ภัยพิบัติแห่งวิถีเซียนมาเยือน"

"กฎของสำนักระบุว่า ผู้อาวุโสระดับสร้างรากฐานแต่ละคนสามารถฝึกวิชาสายกฎแห่งกรรมได้มากที่สุดเพียงหนึ่งวิชาเท่านั้น ขอศิษย์น้องหานโปรดเข้าใจด้วย"

หัวหน้าผู้อาวุโสแห่งวังไป๋หู่มีนามว่าจวงซิวฉี เช่นเดียวกับเสิ่นผิง เขาเป็นระดับสร้างรากฐานช่วงปลาย แต่อายุอานามปาเข้าไปสองร้อยกว่าปีแล้ว ชาตินี้แทบจะหมดหวังในการสร้างแกนทองคำ

"ขอบคุณศิษย์พี่จวง" หานอี้รับคำ

ครู่ต่อมา ภายในหอถ่ายทอดวิชา

"วิชาลบรอย วิชาปั่นป่วนร่องรอย วิชาซ่อนภพ วิชาลับอี้เหยา วิชาทำนายลิขิตสวรรค์"

"มีแค่ห้าวิชานี้ที่ตรงกับความต้องการของข้าที่สุด"

หานอี้คัดเลือกห้าวิชานี้ออกมาจากคำแนะนำวิชาในหอถ่ายทอดวิชา

ในจำนวนนี้ สองวิชาแรกเป็นเพียงการลบร่องรอยการลงมือ เพื่อไม่ให้ถูกจับกลิ่นอายได้ ซึ่งได้ผลดีเมื่อเจอกับยันต์ติดตามวิญญาณที่ใช้หลักการตามรอยจากกลิ่นอาย แต่ถ้าเจอกับวิชาทำนายกฎแห่งกรรมและลิขิตสวรรค์ขั้นสูงกว่านี้ ก็แทบจะไร้ประโยชน์

ส่วนวิชาที่สาม วิชาซ่อนภพ เป็นวิชาชั้นสูงมาก แต่ต้องใช้สื่อกลางชนิดพิเศษในการฝึก ซึ่งหานอี้ตัดทิ้งเป็นอันดับแรกเพราะความยุ่งยาก

วิชาลับที่สี่ วิชาลับอี้เหยา เป็นการใช้อินหยางและเส้นเหยาในการตัดสินกฎแห่งกรรม ทำนายลิขิตสวรรค์ มีประโยชน์กว้างขวางที่สุด

วิชาลับที่ห้า วิชาทำนายลิขิตสวรรค์ มีผลคล้ายกับวิชาลับอี้เหยา แม้จะฝึกง่ายกว่า แต่ขีดจำกัดความสามารถต่ำกว่า วิชาลับนี้แม้แต่ในสำนักระดับสร้างรากฐานทั่วไปก็ยังมีบันทึกไว้

หากเป็นผู้ฝึกตนคนอื่นที่มุ่งมั่นจะฝึกวิชาสายกฎแห่งกรรมขั้นสูง คงจะเลือกวิชาซ่อนภพ แล้วพยายามเสาะหาสื่อกลางที่ต้องใช้มาให้ได้

แต่หานอี้ไม่เหมือนคนอื่น ในหน้าต่างความชำนาญ ตราบใดที่มีเวลา ขีดจำกัดก็มีไว้เพื่อทำลาย

วิชาแรกของเขา ดัชนีหลิงซวี ก็เป็นตัวอย่างที่ดี

หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง หานอี้ก็เลือกวิชาลับอี้เหยา

วิชาลับแห่งวิถีเซียนวิชานี้ เหมาะสมกับเขาที่สุด

ครู่ต่อมา หานอี้กลับมาถึงห้องสงบในวังชิงหลง ในถุงสมบัติมีป้ายหยกถ่ายทอดวิชาเพิ่มมาหนึ่งชิ้น

เขานั่งขัดสมาธิ นำป้ายหยกแนบหน้าผาก ทันใดนั้น เคล็ดวิชาทำนายกฎแห่งกรรมก็หลั่งไหลเข้าสู่สมอง

วิชาลับอี้เหยา

ครึ่งชั่วยามผ่านไป

หานอี้ลืมตาขึ้น ในใจเกิดความรู้แจ้ง

พร้อมกันนั้น บนหน้าต่างความชำนาญของเขาก็มีวิชาใหม่ปรากฏขึ้น

[วิชาลับอี้เหยา (แรกเรียนรู้ 1/100)]

วิธีการฝึกวิชานี้ก็เรียบง่ายมาก นั่นคือการฝึกคำนวณอินหยาง ทำนายลิขิตสวรรค์ และตัดสินกฎแห่งกรรมซ้ำๆ

โดยทั่วไป การทำนายกฎแห่งกรรมและลิขิตสวรรค์มีสองวิธี คือการทำนายไร้ร่องรอย และการทำนายตามร่องรอย

การทำนายไร้ร่องรอย พูดง่ายๆ คือการนั่งเทียนทำนาย ซึ่งยากมหาโหด

ส่วนการทำนายตามร่องรอย คือการมีสิ่งของหรือกลิ่นอายของคนหรือสิ่งที่ต้องการทำนายมาเป็นสื่อนำ เพื่อไล่ตามรอยกฎแห่งกรรม

ยันต์ติดตามวิญญาณ ก็คือยันต์ทำนายตามร่องรอยแบบหนึ่ง โดยให้ยันต์ซึมซับไอความตายจากศพ แล้วแปลงเป็นควันดำเพื่อติดตามตัวฆาตกร

ภายในห้องสงบ

หานอี้หลับตาลง ภาพใบหน้าของเทียนซินเจินจวินปรากฏขึ้นในหัว เขาเริ่มใช้วิชาลับอี้เหยาทำนาย ทันทีที่เริ่มเสี่ยงทาย เขาก็ลืมตาโพลง กระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือดในพริบตา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา

"ประมาทไปแล้ว"

"ระดับทารกวิญญาณเช่นนั้น จะให้ระดับสร้างรากฐานอย่างข้าไปทำนายได้อย่างไร"

จริงๆ แล้วหานอี้แค่อยากลองของ ดูว่าวิชาลับอี้เหยานี้มีประสิทธิภาพแค่ไหน ไม่นึกว่าแรงสะท้อนกลับจะรุนแรงขนาดนี้

จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำเตือนของจวงซิวฉีที่วังเสวียนอู่ ในใจพลันเกิดความยำเกรงต่อการทำนายลิขิตสวรรค์ขึ้นมาทันที

ตอนนี้เขายังรู้สึกโชคดีที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไปที่จักรพรรดิต้าเฉียน ท่านผู้นั้นเป็นถึงระดับแปลงจิตวิญญาณ ขืนไปทำนายกฎแห่งกรรมของเขากับจักรพรรดิ คงไม่ใช่แค่กระอักเลือดบาดเจ็บ แต่อาจจะดวงวิญญาณแตกสลาย ตายตกไปเดี๋ยวนั้นเลยก็ได้

"กฎแห่งกรรม กฎแห่งกรรม วิชาพวกนี้มิน่าล่ะทางสำนักถึงควบคุมเข้มงวดนัก อนุญาตให้ผู้อาวุโสฝึกได้แค่คนละวิชา"

หานอี้ยังคงหวาดผวาไม่หาย

แรงสะท้อนกลับเมื่อครู่ส่งผลต่อดวงวิญญาณเป็นหลัก โชคดีที่ดวงวิญญาณของเขาแข็งแกร่ง ไม่อย่างนั้นคงบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว

ถึงกระนั้น เขาก็ต้องใช้เวลาถึงสามวัน ในการดูดซับไอหมอกสีเทาขาวในห้วงทะเลแห่งจิต เพื่อฟื้นฟูสภาพให้กลับมาเป็นปกติ

หลังจากหายดี หานอี้นึกถึงเจิ้งไห่ จึงเดินออกจากห้องสงบ ไปตรวจสอบที่ยอดเขาน้อยหลิงซวี พบว่าเจิ้งไห่ยังคงหายสาบสูญมาหลายปี แต่ป้ายวิญญาณที่ฝากไว้ในสำนักยังไม่แตก ซึ่งหมายความว่าเขายังไม่ตาย

หลังจากทักทายเจ้าของยอดเขาน้อยหลิงซวีคนปัจจุบัน หานอี้ก็เข้าไปในเรือนพักของเจิ้งไห่ เก็บเศษแขนเสื้อของเจิ้งไห่มาจากในเรือน

เมื่อกลับถึงวังชิงหลง

หานอี้ใช้วิชาลับอี้เหยาทำนายที่อยู่ของเจิ้งไห่ คราวนี้ไม่มีแรงสะท้อนกลับ

แต่เขากลับพบว่าลิขิตสวรรค์สับสนวุ่นวาย ไม่สามารถชี้ชัดได้ จึงล้มเลิกไป กรณีแบบนี้มีความเป็นไปได้หลายอย่าง

อาจจะเป็นเพราะวิชานี้ของเขายังแค่ขั้นเริ่มต้น ยังฝึกไม่ถึงขั้นสูง หรืออาจจะเป็นเพราะระยะทางไกลเกินไป ทำให้ทำนายได้ไม่ชัดเจน หรืออาจจะมีผู้ฝึกตนคนอื่นลงมือปกปิดลิขิตสวรรค์เอาไว้

คงต้องวางมือไปก่อน

หานอี้ตัดสินใจว่ารอให้ฝึกวิชานี้จนชำนาญกว่านี้ ค่อยหาเวลาลงเขาไปตามหาเจิ้งไห่

จากนั้น

เขาวางวิชานี้ลงก่อน แล้วหันมาทุ่มเทให้กับการยกระดับพลัง

เขาหยิบหยกกุ้ยวิญญาณขนาดเท่าเล็บมือออกมาจากถุงสมบัติ หยกวิญญาณชนิดนี้เทียนซินเจินจวินเคยอธิบายสรรพคุณไว้แล้ว ภายหลังหานอี้ได้สอบถามยืนยันจากเจียงปั๋วและชุยซิงเฉิน พบว่าเทียนซินเจินจวินไม่ได้โกหกเขา

หยกวิญญาณชนิดนี้ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย การกินเข้าไปโดยตรงเป็นวิธีใช้แบบดั้งเดิมที่สุดและได้คุณค่าน้อยที่สุด การนำไปปรุงยาหรือหลอมอาวุธต่างหากที่เป็นวิธีใช้ที่ดีที่สุด

แต่สำหรับหานอี้ การกินเข้าไปเพื่อเพิ่มระดับพลัง คือวิธีที่เหมาะสมกับเขาที่สุด

เขาบิหยกกุ้ยวิญญาณชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่าเล็บมือออกมา แล้วใส่ปากกลืนลงไป

ทันใดนั้น

หยกกุ้ยวิญญาณสีม่วงชิ้นเล็กนั้นก็ละลายในท้องทันที กลายเป็นกระแสความอบอุ่นสายเล็กๆ ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรทั่วร่าง สุดท้ายก็ไหลลงสู่ทะเลพลังเวท

ซ่า...

ทะเลพลังเวททั้งมวลราวกับมีฝนตกลงมาปรอยๆ น้ำทะเลแห่งพลังเวทกระเพื่อมไหวเล็กน้อย แต่ฝนปรอยๆ นี้เมื่อเทียบกับทะเลพลังเวทอันกว้างใหญ่ไพศาลแล้ว มันช่างเล็กน้อยเหลือเกิน

"ยังไม่พอ"

"เอาอีก"

หานอี้สัมผัสการเปลี่ยนแปลงในทะเลพลังเวท ดวงตาสว่างวาบ แล้วกลืนหยกกุ้ยวิญญาณทั้งก้อนขนาดเท่านิ้วมือลงไป

คราวนี้กระแสความอบอุ่นที่ไหลลงสู่ทะเลพลังเวทกลายเป็นพายุฝนกระหน่ำ ภายใต้สายฝนนี้ ระดับน้ำในทะเลพลังเวทก็สูงขึ้นมาบ้าง แม้จะไม่มาก แต่เมื่อสะท้อนออกมาเป็นระดับพลัง ก็ถือว่าชัดเจน

และพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล หานอี้ก็สัมผัสได้ว่าทะเลพลังเวทกำลังขยายตัวออก แม้การขยายตัวนี้จะน้อยกว่าการเพิ่มระดับน้ำมาก แต่ดวงวิญญาณของเขาไม่มีทางสัมผัสผิดเพี้ยน

หานอี้ดึงสติกลับมาจากทะเลพลังเวท มองไปที่หน้าต่างความชำนาญตรงหน้า

[ระดับพลัง: สร้างรากฐานช่วงต้น (73/100)]

จาก 72/100 เพิ่มเป็น 73/100 ใช้หยกกุ้ยวิญญาณขนาดเท่านิ้วมือไปหนึ่งก้อน และการเพิ่มระดับนี้ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลย

หานอี้เบิกตากว้าง ฉายแววตื่นตะลึงและยินดีปรีดา

ในถุงสมบัติของเขา ถ้าคำนวณจากปริมาตร ยังมีหยกกุ้ยวิญญาณขนาดเท่าหัวแม่มืออยู่อีกกว่าหกร้อยเท่า หากคำนวณตามอัตรานี้ ต่อให้ยิ่งฝึกยิ่งยากขึ้นในภายหลัง ก็ยังเพียงพอที่จะดันเขาขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานช่วงกลางได้อย่างแน่นอน

เมื่อคำนวณผลลัพธ์ออกมาได้ หานอี้ถึงกับลิงโลด

มิน่าล่ะถึงได้ถูกนำมาเป็นของรางวัลในงานฉลองวันพระราชสมภพสองพันปีขององค์จักรพรรดิ ในแดนสวรรค์หยกกุ้ยล้ำค่า ของวิเศษชนิดนี้เรียกได้ว่าเป็นของล้ำค่าระดับตำนาน ในแง่หนึ่งมันอาจจะล้ำค่ายิ่งกว่าดอกวิญญาณกระดูกโลหิตที่หานอี้เคยได้รับเสียอีก

"เอาอีก"

หานอี้พลิกฝ่ามือ หยกกุ้ยวิญญาณหลายสิบก้อนตกลงในมือ จากนั้นก็อ้าปากกลืนพวกมันลงท้องไปจนหมด

ครึ่งเดือนต่อมา

ภายในห้องสงบ

หานอี้ลืมตาขึ้น กลิ่นอายบนร่างพุ่งขึ้นลงไม่เสถียร แต่ในดวงตาของเขากลับฉายแววปิติยินดี

"สร้างรากฐานช่วงกลาง ในที่สุด"

"ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรระดับนี้ ไม่ด้อยไปกว่าพวกรากวิญญาณสวรรค์บางคนแล้ว"

"สมกับเป็นของที่แม้แต่ระดับทารกวิญญาณยังมองว่าเป็นของวิเศษ อาศัยหยกกุ้ยวิญญาณ ข้าย่นระยะเวลาการทะลวงด่านจากเดิมหนึ่งปีครึ่ง เหลือเพียงครึ่งเดือน"

"แถมยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ"

"นี่มันปาฏิหาริย์แห่งวิถีเซียนชัดๆ น่ากลัวเกินไปแล้ว"

หานอี้รู้สึกว่าการตัดสินใจลงมือสังหารอย่างเด็ดขาดในแดนสวรรค์หยกกุ้ยล้ำค่านั้น คุ้มค่าเกินคุ้ม

จากนั้น หานอี้ใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนในการทำให้ระดับสร้างรากฐานช่วงกลางมั่นคง

ต่อมา

เขาลองกินหยกกุ้ยวิญญาณอีกครั้ง แต่คราวนี้ผลลัพธ์กลับแย่มาก ต่อให้กินก้อนเท่ากำปั้น ก็แทบไม่ช่วยเพิ่มระดับพลังเลย

หานอี้เข้าใจแล้ว นี่คือสิ่งที่เทียนซินเจินจวินเคยบอก หยกกุ้ยวิญญาณสามารถช่วยผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานยกระดับพลังได้หนึ่งขั้นย่อย จากช่วงต้นไปช่วงกลาง หรือจากช่วงกลางไปช่วงปลาย แต่เมื่อใช้หยกกุ้ยวิญญาณยกระดับไปแล้ว การกินซ้ำก็จะไม่ได้ผลอีก

นี่คือข้อจำกัดของของวิเศษชนิดนี้

ก็จริง ของวิเศษระดับนี้ถ้าใช้ได้ตลอดไป ก็คงทะลวงไปถึงระดับสร้างแกนทองคำ หรือแม้แต่ทารกวิญญาณได้สบายๆ งั้นต้าเฉียนที่มีแดนสวรรค์หยกกุ้ยล้ำค่าอยู่ในครอบครอง ก็คงปั๊มผู้ฝึกตนระดับทารกวิญญาณออกมาได้เป็นกองทัพด้วยหยกกุ้ยวิญญาณที่หาได้อย่างต่อเนื่อง

ช่องโหว่แห่งสวรรค์แบบนี้ ไม่เคยมีอยู่จริงในโลกบำเพ็ญเพียร

หานอี้เก็บหยกกุ้ยวิญญาณที่เหลือใส่กล่องหยก ของล้ำค่าแบบนี้มีประโยชน์มากมาย อย่างแย่ที่สุดก็เอาไปขายแลกหินวิญญาณได้

เมื่อก้าวสู่ระดับสร้างรากฐานช่วงกลางและระดับพลังมั่นคงแล้ว หานอี้ก็ออกจากด่านอย่างสบายอารมณ์

เขาเดินออกจากวังชิงหลง ไปยืนที่ริมผาชิงหลง มองดูทะเลเมฆ เกิดความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาชั่วขณะ จากนั้นก็ขี่กระบี่เหาะอ้อมยอดเขาชั้นในหลายลูก ไปยังยอดเขาประลองยุทธ์

จะว่าไป

นับตั้งแต่สามปีก่อน ที่ระฆังเก้าเสียงดังและเกิดมหันตภัยเสวียนตาน เขาก็ไม่ได้มาที่ยอดเขาประลองยุทธ์อีกเลย

ครั้งล่าสุดที่มา เขายังเป็นแค่ระดับกลั่นลมปราณขั้นสูงสุด ครั้งนี้เขาเป็นถึงระดับสร้างรากฐานช่วงกลางแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้จะไม่นาน แต่เรื่องราวที่เขาประสบพบเจอนั้นไม่ธรรมดาเลย เฉียดตายมาหลายครั้ง กว่าจะมีวาสนาเซียนและระดับพลังในวันนี้

ยอดเขาประลองยุทธ์ในปัจจุบันขยายใหญ่กว่าเมื่อสามปีก่อนถึงสามเท่า มีลานประลองมากถึงสิบสองลาน ผู้คนรอบลานประลองส่งเสียงเชียร์กันสนั่นหวั่นไหว คึกคักเป็นอย่างยิ่ง

ดวงตาหานอี้จับจ้องไปที่เงาร่างคุ้นตาคนหนึ่ง

เยี่ยนหรู

รูปร่างของเยี่ยนหรูยังคงระเบิดระเบ้อเป็นที่สุดเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

นางกำลังใช้วิชาควบคุมกระบี่สีเงิน ต่อสู้พัวพันอยู่กับผู้ฝึกตนระดับชั้นเก้าอาวุโสท่านหนึ่ง แต่เห็นได้ชัดว่าพลังเวทของเยี่ยนหรูอ่อนด้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่มาก แม้วิชากระบี่จะเหนือกว่าเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายก็รู้จุดอ่อนจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายดี จึงเน้นตั้งรับอย่างมั่นคง เมินเฉยต่อช่องโหว่ที่เยี่ยนหรูจงใจเปิดล่อ

"กำลังจะแพ้แล้ว" หานอี้พึมพำในใจ

และเป็นไปตามคาด ทันทีที่ความคิดเขาจบลง กระบี่ยาวในมือเยี่ยนหรูก็ถูกวิชาของอีกฝ่ายกระแทกกระเด็น จากนั้นอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งก็กระแทกเข้าใส่ร่างนาง ทำให้นางร่วงลงจากลานประลอง

"ออมมือให้แล้ว"

ผู้ฝึกตนชั้นเก้าบนเวทีประสานมือให้เยี่ยนหรู เยี่ยนหรูไม่ได้มีสีหน้าผิดหวัง ประสานมือตอบ รับกระบี่คืน แล้วเดินไปด้านข้าง เริ่มปรับลมปราณฟื้นฟู

"กลั่นลมปราณชั้นเก้า ระดับพลังของศิษย์พี่เยี่ยนไม่ช้าเลย ยินดีด้วย อีกไม่นานคงได้สร้างรากฐาน"

หานอี้นึกถึงยาเทวะสร้างรากฐานในถุงสมบัติขึ้นมา ยาเม็ดนี้เดิมทีเขาตั้งใจจะให้เจิ้งไห่ ถ้าสุดท้ายหาเจิ้งไห่ไม่เจอ ให้เยี่ยนหรูก็ถือว่าได้ใช้ประโยชน์

เยี่ยนหรูหันมามองหานอี้ สีหน้ายินดี ทั้งสองไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว

"ศิษย์... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกท่านผู้อาวุโสหานแล้ว"

เยี่ยนหรูยิ้มกว้าง รอยยิ้มนี้ไปกระทบถูกหน้าอกที่เพิ่งโดนกระแทกเมื่อครู่ ทำให้นางไอออกมา

"ศิษย์พี่เยี่ยน อย่าล้อข้าเล่นเลย เรียกข้าว่าศิษย์น้องเหมือนเดิมเถอะ ข้าฟังแล้วสบายหูกว่า" หานอี้ยิ้มอย่างอบอุ่น

ในสำนักเสวียนตาน การนับอาวุโสไม่ได้เคร่งครัดตายตัว ถ้าเป็นคนคุ้นเคย ไม่ว่าจะระดับพลังไหน ก็มักจะเรียกขานกันเหมือนเดิม หานอี้ยังคงรู้สึกว่าให้เยี่ยนหรูเรียกเขาว่าศิษย์น้องจะเหมาะสมกว่า

นิสัยบางอย่าง เขาไม่อยากเปลี่ยน

ส่วนศิษย์สายในที่ไม่สนิท เรียกเขาว่าผู้อาวุโส ย่อมเหมาะสมกว่า

เวลานี้หานอี้สวมชุดคลุมสีดำที่แสดงฐานะผู้อาวุโส ยืนอยู่ข้างเยี่ยนหรู ผู้ฝึกตนรอบข้างที่นั่งหรือยืนอยู่ต่างแสดงท่าทีเคารพยำเกรง ขยับตัวถอยห่างออกไปโดยอัตโนมัติ เว้นที่ว่างให้กว้างขวาง

"ก็ได้" แววตาเยี่ยนหรูมีรอยยิ้ม นางสัมผัสได้จากน้ำเสียงของหานอี้ว่า ศิษย์น้องผู้นี้แม้จะเลื่อนขั้นเป็นระดับสร้างรากฐานแล้ว แต่เนื้อแท้และนิสัยใจคอไม่ได้เปลี่ยนไป นางย่อมดีใจ

"ศิษย์น้องหาน เรื่องของเจ้าข้ารู้แล้วนะ"

"สองปีกว่าก่อน เรือเซียนที่กลับจากสาขาเสวียนโลหิตถูกเศษเดนสำนักโลหิตเทพซุ่มโจมตี ผู้อาวุโสห้าท่านและศิษย์สี่สิบสามคนเสียชีวิต ข้าไปสอบถามมา เขาบอกว่าเจ้าหายสาบสูญ แต่ป้ายวิญญาณในสำนักยังไม่แตก แม้ข้าจะเป็นห่วง แต่ก็รู้ว่าตัวเองพลังต่ำต้อย ต่อให้ลงเขาไปตามหาเจ้า ก็คงช่วยอะไรไม่ได้"

"ตอนนี้เห็นศิษย์น้องหานกลับมาอย่างปลอดภัย ก็วางใจแล้ว"

แววตาเยี่ยนหรูเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน สบตากับหานอี้แล้วก็เสมองไปทางอื่น

"นั่นสินะ ครั้งนี้ออกไปข้างนอก กว่าจะรอดชีวิตกลับมาได้ ไม่ง่ายเลยจริงๆ" หานอี้ถอนหายใจ

"จริงสิ ตอนนี้นโยบายฟื้นฟูสำนัก น่าจะครอบคลุมมาถึงเจ้าแล้วสิ" หานอี้เปลี่ยนเรื่องคุย

ดวงตาเยี่ยนหรูเป็นประกาย มีแสงดาวระยิบระยับ

"ศิษย์น้องหาน เจ้าคงไม่รู้ นโยบายฟื้นฟูนั่นมันเรื่องเมื่อสองปีก่อนแล้ว ตอนนี้เรียกว่า 'นโยบายผงาดภพแผนใหม่'"

"นโยบายผงาดภพแผนใหม่?" หานอี้งุนงง

เยี่ยนหรูพยักหน้า แววตามีความมุ่งหวัง "ใช่แล้ว ท่านเจ้าสำนักเลื่อนขั้นเป็นระดับทารกวิญญาณ สำนักเสวียนตานของเรากลายเป็นสำนักระดับทารกวิญญาณเต็มตัวแล้ว ในแคว้นสู่ เป็นรองแค่ต้าเฉียน เป็นหนึ่งในขั้วอำนาจเคียงบ่าเคียงไหล่กับวังเทพหนานโต่ว สำนักลิขิตสวรรค์ และสำนักหมื่นวิถี"

"นโยบายผงาดภพแผนใหม่ ไม่ใช่แค่นโยบายฟื้นฟูเก้าข้อ แต่ขยายเป็นสิบแปดข้อ ครอบคลุมผู้ฝึกตนทุกคนในสำนัก ปีกว่าที่ผ่านมา ทางสาขาเสวียนโลหิตได้แบ่งแยกชีพจรวิญญาณ ทำให้ทรัพยากรของสำนักพุ่งสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สายในหรือสายนอก ขอแค่กล้าสู้ ก็มีทรัพยากรให้เพียบ"

"จริงสิ ได้ยินว่าแม้แต่เบี้ยหวัดของผู้อาวุโสก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ศิษย์น้องหานไม่รู้เหรอ"

พูดถึงตรงนี้ เยี่ยนหรูก็สงสัย

หานอี้เหงื่อตก พอกลับมาถึงสำนัก เขาก็แทบไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในสำนักเลย เอาแต่ปิดด่านฝึกฝน ครั้งเดียวที่ออกมาก็คือไปหาวิชากฎแห่งกรรมที่วังไป๋หู่

เรื่องพวกนี้ เขาไม่รู้จริงๆ

แน่นอน สำหรับเขาที่มีทรัพย์สินมหาศาลในตอนนี้ เบี้ยหวัดผู้อาวุโสของสำนักเสวียนตาน เขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก

ดูจากสีหน้าของหานอี้ เยี่ยนหรูก็เดาสถานการณ์ได้ ศิษย์น้องคนนี้เป็นพวกบ้าฝึกวิชามาแต่ไหนแต่ไร ดูท่าต่อให้เลื่อนขั้นเป็นระดับสร้างรากฐาน นิสัยและการฝึกฝนก็ยังเหมือนเดิม

"จริงสิ เมื่อปีก่อนศิษย์พี่ฉู่กลับมาที่สำนักด้วยนะ" จู่ๆ เยี่ยนหรูก็พูดขึ้น

"ศิษย์พี่ฉู่กลับมาแล้ว?" หานอี้สีหน้ายินดี

"แต่ว่า นางแค่กลับมารีบๆ แล้วก็จากไปอีก" เยี่ยนหรูถอนหายใจ "แถมยังเลื่อนขั้นเป็นระดับสร้างรากฐานแล้วด้วย"

สิ่งที่เยี่ยนหรูถอนหายใจ คือความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา

ในอดีต ณ หออี้เซียน ห้าคนนั่งร่วมโต๊ะ บัดนี้กลับมีชะตาชีวิตแตกต่างกันไป

หานอี้และฉู่จินม่อกลายเป็นระดับสร้างรากฐาน หลัวอวิ๋นโจวเสียชีวิต ตนเองเพิ่งก้าวสู่ระดับกลั่นลมปราณชั้นเก้า ชีหงถูกฆ่าตายในภัยพิบัติเสวียนตานเมื่อสองปีก่อน

วิถีเซียนไร้ความปรานี ความเป็นความตายยากคาดเดา

หานอี้ได้ยินว่าฉู่จินม่อจากไปแล้ว ก็เงียบลงอีกครั้ง แต่ในใจไม่ได้คิดถึงฉู่จินม่อ แต่กลับเป็นเยี่ยนหรู

จะว่าไป เขาไม่ใช่คนไร้หัวใจ ในบรรดาผู้ฝึกตนหญิงที่เขารู้จักในชาตินี้ เยี่ยนหรูคือคนที่เขารู้จักมานานที่สุด

และความสัมพันธ์ตลอดหลายปีมานี้ เขาย่อมมีความรู้สึกดีๆ ให้เยี่ยนหรูอยู่บ้าง แต่เพราะความไม่มั่นคงในชีวิต เขาจึงกดความรู้สึกนี้ไว้ ไม่ให้มันงอกงามเติบโต

ส่วนฉู่จินม่อ เคยมีความเข้าใจร่วมกันเล็กน้อยที่เทือกเขาหมื่นอสูร แต่หลังจากนางจากไป สายใยนั้นก็ขาดสะบั้นไปนานแล้ว

เมื่อครู่ที่ได้ยินชื่อฉู่จินม่อแล้วเขาดีใจ นั่นเป็นความคิดถึงเพื่อน ไม่มีความรู้สึกชู้สาวเจือปน

คุยกันต่ออีกครึ่งชั่วยาม หานอี้ก็เตรียมตัวจะไป ก่อนไป สีหน้าของเขาพลันจริงจังขึ้น

"ศิษย์พี่เยี่ยน รอให้ท่านฝึกถึงระดับกลั่นลมปราณขั้นสูงสุด ให้มาหาข้า ข้ามียาเทวะสร้างรากฐานอยู่เม็ดหนึ่ง ถึงตอนนั้นจะมอบให้ท่าน"

ทิ้งประโยคนี้ไว้ หานอี้ก็จากไป

เยี่ยนหรูที่ยืนอยู่ที่เดิม ในดวงตาเปี่ยมด้วยความปิติยินดี

ยาเทวะสร้างรากฐานสำหรับนางแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย แม้สำนักจะมีทรัพยากรเพิ่มขึ้นมหาศาลจากการแบ่งแยกชีพจรวิญญาณที่สาขา แต่ยาเทวะสร้างรากฐานซึ่งเป็นยาเชิงยุทธศาสตร์ ปีหนึ่งแจกจ่ายไม่เกินห้าเม็ด ด้วยพรสวรรค์ของนาง แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับจัดสรร

ในเมื่อหานอี้บอกว่าจะให้ นางย่อมไม่เกรงใจ นี่คือการต่อสู้ในวิถีเซียน จะมามัวเกรงใจเพราะหน้าบางไม่ได้

อีกด้านหนึ่ง

หานอี้ที่จากมา เดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย เข้าสู่ร้านค้าเก้ามังกร ทันทีที่ก้าวเข้าไป ก็ต้องชะงักเล็กน้อย

"เถ้าแก่เหอ?"

เหอฝางเวยที่อยู่ตรงหน้า ดูแก่ลงกว่าเมื่อสองปีก่อนถึงสิบปี ดูเหมือนคนแก่วัยไม้ใกล้ฝั่ง

เหอฝางเวยได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ก็เงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาสาดประกายเจิดจ้าผิดกับวัย

"สหายเต๋าหาน... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกท่านผู้อาวุโสหานแล้ว"

น้ำเสียงของเหอฝางเวยดูนอบน้อมขึ้นมาก

ครั้งนี้ หานอี้ไม่ได้แก้คำเรียกขาน พยักหน้าแล้วนั่งลง

"เถ้าแก่เหอ ที่ข้ามาครั้งนี้ อยากจะถามว่า ท่านลุงฟู ได้มีคำสั่งเสียอะไรไว้หรือไม่" หานอี้เอ่ยเสียงขรึม

ฝูชางไห่ตายในหน้าที่เมื่อสองปีก่อน หานอี้ยังติดหนี้บุญคุณท่านลุงผู้นี้อยู่ ตอนกลับจากเมืองหนานหวาย ฝูชางไห่มอบกริชเทียนตู อาวุธวิเศษระดับสูงขั้นท็อปให้เขาหนึ่งชุด

กริชเทียนตูพังเสียหายยับเยินในการต่อสู้กับหยวนฉางเทียน และฝูชางไห่ก็เสียชีวิตไปแล้ว แต่หานอี้ยังจำบุญคุณนี้ได้ขึ้นใจ

เขามาครั้งนี้ เพื่อหาทางชดใช้หนี้บุญคุณนี้ และถ้าจะชดใช้ ก็คงต้องตกไปอยู่ที่ร้านค้าเก้ามังกรหรือทายาทของฝูชางไห่

มีบุญต้องทดแทน มีแค้นต้องชำระ นี่คือตัวตนของหานอี้

ได้ยินคำพูดของหานอี้ เหอฝางเวยชะงักไปเล็กน้อย เขามองเห็นความจริงใจในแววตาของหานอี้ จึงถอนหายใจเบาๆ

"บรรพบุรุษตอนยังมีชีวิตอยู่ มองคนไม่ผิดจริงๆ"

"ท่านผู้อาวุโสหาน ท่านช่างมีน้ำใจประเสริฐยิ่งนัก"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 170 - วิชาลับอี้เหยา

คัดลอกลิงก์แล้ว