- หน้าแรก
- หน้าต่างความชำนาญ ยิ่งฝึกข้ายิ่งเทพ
- บทที่ 39 - ราคาผันผวน
บทที่ 39 - ราคาผันผวน
บทที่ 39 - ราคาผันผวน
บทที่ 39 - ราคาผันผวน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หานอี้ที่เกือบจะพยักหน้าไปแล้ว ต้องรีบดึงสติตัวเองกลับมา
ศิษย์หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ แม้จะเพิ่งเจอกันแค่สองครั้ง แต่นางทำตัวสนิทสนมรวดเร็วมาก เป็นคนละสไตล์กับฉู่จินม่อและเยี่ยนหรูที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้
ฉู่จินม่อเป็นสาวหวานเรียบร้อย เยี่ยนหรูเป็นสาวเย็นชามาดนิ่ง ส่วนเฉินอวี้จิ่นคนนี้ เป็นสาวสังคมจอมบริหารเสน่ห์ เข้ากับคนได้รอบทิศ
ถ้าเทียบกันแล้ว หานอี้ชอบติดต่อกับฉู่จินม่อและเยี่ยนหรูมากกว่า
หานอี้เก็บความรู้สึก เข้าไปในห้องแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตัวหนึ่งเหมือนทุกครั้ง หยิบยาที่เตรียมไว้ออกมาจากถุงมิติ
ยาที่เขาปรุงได้ในตอนนี้ ส่วนใหญ่ขายส่งให้ร้านค้าเก้ามังกร ส่วนน้อยเก็บไว้ขายให้ศิษย์หญิงยอดเขาน้อยกวานไห่ ส่วนน้อยกว่านั้นขายให้เพื่อนศิษย์ร่วมสำนักที่สนิทกัน และส่วนสุดท้ายเก็บไว้ใช้เอง
พอเหล่าศิษย์หญิงเห็นหานอี้เอายาออกมา ก็เหมือนฉลามได้กลิ่นคาวเลือด พากันกรูเข้ามา เพียงแค่หนึ่งนาที ยาก็ถูกแบ่งเค้กกันจนเกลี้ยง
คนที่มือช้าแย่งได้น้อยก็ทำหน้าเสียดาย ยังไม่หนำใจ จ้องมองหานอี้ตาละห้อย หวังว่าเขาจะควักยาออกมาเพิ่มอีก
หานอี้เก็บหินวิญญาณเข้าถุงมิติ แบมือทั้งสองข้าง แสดงให้เห็นว่าหมดแล้วจริงๆ เหล่าศิษย์หญิงถึงยอมแยกย้ายกันไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
หานอี้กับศิษย์หญิงยอดเขาน้อยกวานไห่ทำการซื้อขายส่วนตัวกันมาไม่ใช่แค่ปีสองปี พวกนางพึงพอใจในยาของหานอี้มาก ถึงขั้นประทับใจเลยทีเดียว
เพราะยาของเขา ราคาถูก แต่คุณภาพกลับดีกว่าที่ขายในหอจัดการสำนักหรือในตลาดนัดในราคาเท่าๆ กันเสียอีก
ของดีราคาถูก ย่อมได้รับความนิยมเป็นธรรมดา
ก่อนจะกลับ หานอี้เกิดความสงสัยขึ้นมาแวบหนึ่ง จึงหยุดเดินแล้วถามเฉินอวี้จิ่น
"จริงสิ ศิษย์น้องเฉิน ข้ารู้สึกว่าการซื้อขายครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ รู้สึกว่าพวกเจ้าขาดแคลนยากันมาก?"
เฉินอวี้จิ่นถอนหายใจ ก้มหน้าลงต่ำทำท่าทางน่าสงสาร แต่หานอี้กลับไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยเลยสักนิด
"ศิษย์พี่หานอาจจะไม่รู้"
"ช่วงนี้ยาของทางสำนัก ไม่ว่าจะที่หอจัดการหรือในตลาดนัด ล้วนขึ้นราคากันหมดแล้ว"
"แต่ราคาของท่านยังเหมือนเดิม เท่ากับว่าช่วยให้พวกศิษย์น้องประหยัดไปได้โขเลยเจ้าค่ะ"
"พูดถึงเรื่องนี้ หรือว่าศิษย์พี่หานก็จะขึ้นราคาด้วย? อย่าทำแบบนั้นเลยนะเจ้าคะ ขืนท่านขึ้นราคาอีกคน พวกศิษย์น้องคงไม่มีทางรอดแล้ว"
เฉินอวี้จิ่นทำเสียงสูง หานอี้รู้ดีว่านางชอบเล่นใหญ่ ที่ทำท่าทางแบบนี้ก็แค่อยากให้เขาคงราคาเดิมไว้เท่านั้นเอง
และสำหรับผลประโยชน์เล็กน้อยแค่นี้ หานอี้ยอมสละได้ เพื่อรักษาเส้นสายนี้ไว้
"ศิษย์น้องเฉินวางใจเถอะ ไม่ว่าข้างในสำนักจะขึ้นราคายังไง ยาทางฝั่งข้าจะขายราคาเดิมแน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลง"
หานอี้พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เฉินอวี้จิ่นได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ดีใจจนออกนอกหน้า ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้
หานอี้ทำเป็นมองไม่เห็นสายตานั้น แล้วถามต่อ "ศิษย์น้องเฉิน พอจะรู้ไหมว่าทำไมช่วงนี้ราคายาในสำนักถึงพุ่งสูงขึ้น?"
เฉินอวี้จิ่นรู้แล้วว่าศิษย์พี่คนนี้ไม่มีความสนใจเรื่องชู้สาว จึงเลิกหว่านเสน่ห์
"ศิษย์พี่หาน ดูท่าท่านจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยจริงๆ เอาเถอะ ข้าจะบอกให้ ไม่ใช่แค่ยานะเจ้าคะที่ขึ้นราคา แต่ของทุกอย่างในสำนักขึ้นราคาหมดเลย"
"ค่ายกล ยันต์ อาวุธวิเศษ ยา วัตถุดิบปรุงยา และอื่นๆ ตลอดเดือนมานี้ ราคาพุ่งขึ้นกว่าหนึ่งส่วนแล้ว"
"ได้ยินมาว่า... ได้ยินมาว่า..."
เฉินอวี้จิ่นทำท่าอึกอัก เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะพูดดีไหม
"ได้ยินมาว่าอะไร? รีบพูดสิ" หานอี้เริ่มหงุดหงิด นึกว่านางเล่นตัว
"ข้าก็แค่ได้ยินเขาพูดกันมา ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน ได้ยินอาจารย์อาบอกว่า การขึ้นราคาครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับสำนักอื่น"
"สำนักอื่น?"
หานอี้ตามไม่ทัน
เฉินอวี้จิ่นพยักหน้า "ใช่เจ้าค่ะ ข่าววงในบอกว่า ในหลายพื้นที่ของแคว้นสู่ สำนักโลหิตเทพ กับสำนักเสวียนตานของเรามีการกระทบกระทั่งกันบ่อยขึ้น ได้ยินว่าเบื้องบนของสำนักตอนนี้กำลังเครียดกันอยู่"
หานอี้ขมวดคิ้ว ในหัวนึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับ 'สำนักโลหิตเทพ' ความสงสัยยิ่งทวีคูณ
"สำนักโลหิตเทพก็เป็นสำนักในอาณาจักรต้าเฉียนเหมือนกัน ปกติก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่ข้องแวะกัน ทำไมจู่ๆ ถึงมีปัญหากันได้?"
เฉินอวี้จิ่นส่ายหน้า "เรื่องลึกๆ ข้าก็ไม่รู้แล้วเจ้าค่ะ ที่รู้มาก็มีแค่นี้"
"ตอนนี้บรรยากาศในสำนักดูตึงเครียดแบบเงียบๆ ศิษย์พี่หานก็ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ"
เมื่อเห็นว่าเฉินอวี้จิ่นไม่รู้อะไรมากกว่านี้ หานอี้ก็เก็บความสงสัยไว้ ประสานมือขอบคุณ แล้วเดินลงเขาไป
ตลอดทาง ในหัวเขาประมวลข้อมูลเกี่ยวกับสำนักโลหิตเทพ
สำนักโลหิตเทพ เป็นสำนักระดับสร้างแกนทองคำของอาณาจักรต้าเฉียนเช่นกัน แม้ความแข็งแกร่งจะเหนือกว่าสำนักเสวียนตาน แต่ก็ไม่ได้เหนือกว่ามากมายนัก
สำนักเสวียนตานตั้งอยู่ที่เทือกเขาเสวียนตาน มีอิทธิพลครอบคลุมสามเมืองในแคว้นสู่ ได้แก่ ไท่ไป๋ หนานหยาง และลั่วเฟิง โดยมีฐานอำนาจหลักอยู่ที่เมืองหนานหยาง ส่วนเมืองไท่ไป๋และลั่วเฟิงก็ถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลรายใหญ่
ส่วนสำนักโลหิตเทพตั้งอยู่ทางตะวันตกของสำนักเสวียนตาน ติดกับเมืองไท่ไป๋ ครอบครองพื้นที่อีกสามเมืองของแคว้นสู่ บวกกับบางส่วนของเมืองไท่ไป๋
ในแง่ของขอบเขตอิทธิพล ทั้งสองสำนักถือว่าสูสีกัน
และในแง่ของพลังการต่อสู้ของผู้ฝึกตนระดับสูง ก็แทบไม่ต่างกัน
หลายปีมานี้ ทั้งสองสำนักอยู่กันอย่างสงบสุข ต่างคนต่างอยู่ หรืออาจเรียกได้ว่าความสัมพันธ์ค่อนข้างดีด้วยซ้ำ เพราะสำนักเสวียนตานเป็นผู้ผลิตยา
หานอี้ที่กำลังเดินลงเขา ชะงักฝีเท้ากึก เขานึกขึ้นได้ว่าวันนี้ตอนไปขายยาที่ร้านค้าเก้ามังกร หลงจู๊เหอให้ราคาดีกว่าเมื่อก่อนมาก
ตอนแรกเขานึกว่าเป็นเพราะคุณภาพยาของเขาดีขึ้น หรือเป็นความผันผวนของราคาตลาดตามปกติ
ที่ไหนได้ พอมาประกอบกับคำพูดของเฉินอวี้จิ่น เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่นอน
ถ้าสำนักเสวียนตานกับสำนักโลหิตเทพมีปัญหากันจริงๆ การที่ราคายาและอาวุธในตลาดดีดตัวสูงขึ้นเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
หานอี้ที่เดิมทีตั้งใจจะกลับยอดเขาน้อยหลิงซวี เปลี่ยนทิศทางทันทีหลังจากลงเขา ตรงดิ่งไปยังตลาดนัดแห่งหนึ่งในยอดเขานอก
หนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ต่อมา เขาเดินออกมาจากตลาดนัดแห่งนั้น แล้วกลับขึ้นไปที่ยอดเขาชื่อหยางอีกครั้ง นี่เป็นครั้งที่สองของวันที่เขาเข้าสู่ยอดเขาใน
สองชั่วยามต่อมา ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว
หานอี้กลับมาถึงเรือนพักบนยอดเขาน้อยหลิงซวี สีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด
"ผิดปกติจริงๆ"
"ทรัพยากรการฝึกตนทุกอย่าง ราคาพุ่งขึ้นทั้งกระดาน"
"แถมในยอดเขาใน ยังเห็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานหลายคน ปกติแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นระดับสร้างรากฐานโผล่มาพร้อมกันเยอะขนาดนี้"
"แสดงว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่ๆ"
"หรือจะเป็นเรื่องสำนักโลหิตเทพจริงๆ?"
หลังจากตระเวนสำรวจมาครึ่งค่อนวัน หานอี้รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เหมือนพายุฝนกำลังจะโหมกระหน่ำ
"พรุ่งนี้ไปลองถามศิษย์พี่กวนที่ยอดเขาในดู หรือไม่ก็ลองหาฉู่จินม่อกับเยี่ยนหรู เผื่อพวกนั้นจะมีข่าววงใน"
หานอี้ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะออกสืบข่าวอีกรอบ ข่าวจากยอดเขาในย่อมรวดเร็วและแม่นยำกว่ายอดเขานอก
จากนั้น
เขาเดินเข้าห้องสงบ หยิบกระบี่ระดับกลางที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ออกมา
เริ่มทำการหลอมรวมกระบี่
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ความแข็งแกร่งของตัวเองต้องมาก่อนเสมอ
การฝึกฝนไม่มีวันหยุดพัก
คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบสงบ
เช้าตรู่ หานอี้ผูกกระบี่ไร้เงาไว้ที่เอว สำหรับผู้ใช้กระบี่ การพกติดตัวและถ่ายเทพลังเวทเข้าไปหล่อเลี้ยงกระบี่อยู่เสมอจะช่วยให้หลอมรวมได้เร็วขึ้น
นี่คือกิจวัตรของเซียนกระบี่ หานอี้ก็เรียนรู้และทำตาม
หลังจากผูกกระบี่ไร้เงาเสร็จ เขาไม่ได้รีบออกจากบ้าน แต่กลับมานั่งขัดสมาธิในห้องสงบ เรียกหน้าต่างสีแดงจางๆ กึ่งโปร่งแสงออกมา
ข้อมูลบนหน้าต่าง เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน
[อายุขัย: 29/118]
[ระดับพลัง: ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 6 (21/100)]
[วิชาหลัก: เคล็ดวิชาโอสถอัคคี (เข้าถึงแก่นแท้ 19/100)]
[ทักษะ:
ทักษะการปรุงยา (เชี่ยวชาญล้ำเลิศ 31/100)
ดัชนีหลิงซวี (เชี่ยวชาญล้ำเลิศ 22/100)
วิชาควบคุมกระบี่ (เชี่ยวชาญล้ำเลิศ 37/100)
วิชากายาเบา (เชี่ยวชาญล้ำเลิศ 19/100)
คาถาโล่เพลิง (แตกฉานชำนาญศิลป์ 8/100)
วิชาลมหายใจเต่า (เชี่ยวชาญชำนาญการ 29/100)
ทักษะการเขียนยันต์ (รู้แจ้งเบื้องต้น 19/100) ]
[จบแล้ว]