เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77 ความสามารถแห่งอักขระพิสดาร

บทที่ 77 ความสามารถแห่งอักขระพิสดาร

บทที่ 77 ความสามารถแห่งอักขระพิสดาร


บทที่ 77 ความสามารถแห่งอักขระพิสดาร

ดังนั้น—

คนสามารถมีอักขระพิสดารได้ ภูตก็สามารถมีอักขระพิสดารได้?

และภูต สามารถปลอมตัวเป็นคนได้ อย่างหวงฉีคนนั้น เขาน่าจะเป็นภูตมากกว่าคนสินะ?

เจียงเย่ก็โพล่งถามออกมาอีกประโยคหนึ่งว่า

"ถ้าอย่างนั้น ในกรณีที่มีอักขระพิสดารเหมือนกัน และเป็นร่างมนุษย์เหมือนกัน จะแยกแยะคนกับภูตได้ยังไง?"

ร่างโคลนทมิฬนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็ตอบก่อนว่า

"ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือ—"

"ภูตจะไม่ถามหรอกว่าจะแยกแยะคนกับภูตได้ยังไง"

"หรือจะว่าไป ภูตไม่สนใจว่าผู้เล่นร่างมนุษย์ที่ตัวเองเห็น จะเป็นคนหรือภูต มีแต่คนเท่านั้นที่สนใจ"

"ความแตกต่างในทางปฏิบัติมีมากมาย—"

"เช่น อุณหภูมิร่างกายของภูตจะเย็นกว่า เลือดที่ไหลออกมาก็เย็นเฉียบ"

"เช่น ภูตสามารถเชี่ยวชาญอักขระพิสดารได้เพียงอย่างเดียว ผู้ที่มีความสามารถอักขระพิสดารหลายอย่าง ต้องเป็นคนแน่นอน"

"เช่น ตอนที่ใช้ความสามารถอักขระพิสดาร อานุภาพรุนแรงเป็นพิเศษ โดยทั่วไปจะเป็นภูต"

"เช่น ไอเทมพิสดารส่วนใหญ่ คนกับภูตใช้แล้ว ผลลัพธ์จะไม่เหมือนกัน"

"ตอนที่ภูตใช้ไอเทมพิสดาร ไอเทมนั้นโดยทั่วไปจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายภูต อานุภาพก็จะแข็งแกร่งกว่าตอนที่คนใช้"

"ยังมีไอเทมพิสดารบางอย่าง ที่สามารถใช้แยกแยะคนกับภูตได้โดยตรง"

"อ้อ ใช่แล้ว นอกจากไอเทมพิสดารแล้ว ยังมีไอเทมอีกประเภทหนึ่ง ที่ภูตกับคนใช้แล้วไม่เหมือนกัน—"

"นั่นก็คือ ไอเทมประเภทโชค"

ไอเทมประเภทโชค?

ให้ตายสิ เจียงเย่ฟังแล้วอึ้งไปเลย

ร่างโคลนทมิฬก็ให้ความรู้เพิ่มเติมโดยอัตโนมัติว่า

"ผู้เล่นที่เป็นมนุษย์ใช้ไอเทมประเภทโชค ส่วนใหญ่จะใช้ตอนที่ต่อสู้กับภูตผีปีศาจ เพื่อเพิ่มอัตราการดรอป ลดโอกาสที่จะถูกภูตผีปีศาจบุกรุก"

"ผู้เล่นที่เป็นภูตใช้ไอเทมประเภทโชค จะไม่เพิ่มอัตราการดรอปจากการสู้กับสัตว์ประหลาด แต่สามารถลดโอกาสที่จะถูกผู้เล่นที่เป็นมนุษย์มองออกว่าเป็นภูตได้"

เจียงเย่ฟังแล้วทึ่งไปเลย

ดังนั้น กำไลนำโชคบนตัวของหวงฉี ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นมองออกว่าเป็นภูตงั้นเหรอ?

แต่ตอนนั้นเขาก็รู้สึกว่า หวงฉีดูเหมือนเป็นมนุษย์ปกติคนหนึ่ง ไม่ได้มองเห็นความผิดปกติอะไรเลย

ขณะที่กำลังคิดอยู่ ร่างโคลนทมิฬก็เสริมความรู้เพิ่มเติมโดยอัตโนมัติอีกว่า

"โดยทั่วไปแล้วภูตที่ใช้ไอเทมโชคเพื่อปกปิดตัวตน ล้วนเป็นภูตแรกเกิดที่อ่อนแอมาก"

"อย่างภูตที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษอย่างฉัน ไม่จำเป็นต้องใช้ไอเทมประเภทโชคเลย ก็ไม่มีใครพบว่าฉันเป็นผู้เล่นที่เป็นภูต"

???

เดี๋ยวก่อน??

เจียงเย่เดิมทีคิดว่าเป็นการให้ความรู้ที่จริงจัง

ไม่คาดคิดว่าเจ้าหมอนี่จะโอ้อวดตัวเองขึ้นมา

ประเด็นคือ...

แกจะดูหน่อยไหมว่าตัวเองพูดอะไร๊??

ไม่มีใครพบว่าแกเป็นผู้เล่นที่เป็นภูต???

ขอร้องล่ะ!

เจียงเย่ก่อนหน้านี้ ไม่ได้พบเลยว่าหวงฉีเป็นผู้เล่นที่เป็นภูต

แต่ร่างโคลนทมิฬนี้ เขามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่ามีปัญหาแน่นอน!

อย่าว่าแต่เขาเลย คนปกติคนไหน ก็มองออกว่าร่างโคลนทมิฬนี้ไม่ปกติ

จนกระทั่งแกหน้าตาเหมือนกับฉัน เพื่อนร่วมชั้นก็ยังมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ฉันเลย เข้าใจไหม?!!

แค่นี้ เจ้าหนูนี่ยังมั่นใจว่าจะไม่มีใครพบว่าเป็นผู้เล่นที่เป็นภูตอีกเรอะ??

สีหน้าสงสัยของเจียงเย่ แทบจะแสดงออกมาอย่างชัดเจน

ร่างโคลนทมิฬดูเหมือนจะสัมผัสได้เช่นกัน

เขายังคงเป็นใบหน้าที่ยิ้มอย่างน่าขนลุกนั้น

ทว่าตอนนี้กลับขมวดคิ้ว ทำให้ทั้งสีหน้า ดูตลกอย่างประหลาด

"สถานการณ์ของฉันพิเศษ—"

"เพราะคนที่ฉันบุกรุก คือผู้เล่นที่เป็นมนุษย์ที่ไม่ปกติ"

"โดยทั่วไปแล้วภูตบุกรุกมนุษย์ปกติ ก็จะสามารถปลอมตัวเป็นมนุษย์ปกติได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

"รวมถึงการปลอมน้ำเสียงการพูด สไตล์การกระทำของคนนั้น ก็สามารถจำลองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย"

"แต่คนที่ฉันบุกรุก เดิมทีก็ดูโง่ๆ ไม่เหมือนมนุษย์ปกติ"

"ในสถานการณ์ที่เป้าหมายการเลียนแบบไม่ปกติ ฉันยังแสดงออกมาได้เหมือนมนุษย์ขนาดนี้ ก็ถือว่าไม่เลวแล้วนะ"

เอ่อ...

ถ้าพูดแบบนี้ นายก็มีเหตุผลนะ

เพราะภูตเพื่อนร่วมชั้นคนนี้ บุกรุกร่างโคลนกระจกเงาของเจียงเย่

ร่างโคลนกระจกเงาดูโง่ๆ จริงๆ ถูกเจ้าหมอนี่เรียนรู้มาเต็มสิบส่วน

ดังนั้นเจ้าหมอนี่จริงๆ แล้วไม่โง่ แต่เพื่อเลียนแบบร่างโคลนกระจกเงา ถึงได้ดูโง่?

ฮ่าๆ...

ถ้าคำนวณแบบนี้ งั้นก็เป็นความผิดของเจียงเย่สินะ?

แต่ว่า เจียงเย่ถือว่าเข้าใจแล้ว—

ตอนนั้นเขาอยู่ในห้วงมิติหมอกโลหิต ถูกสิ่งที่ออกมาจากรอยแยกใต้ดินบุกรุกเข้าร่างกาย รู้สึกถึงความรู้สึกที่เย็นเยียบกว่าหมอกน้ำแข็ง ที่แท้ก็คือการถูกภูตบุกรุกนี่เอง

ตอนนั้นเขาสลับร่างโคลนหมายเลข 3 กับร่างโคลนกระจกเงา

ดังนั้นผู้ที่ถูกภูตบุกรุก จึงกลายเป็นร่างโคลนกระจกเงา

และร่างโคลนกระจกเงานั้นหลังจากถูกภูตนี้บุกรุก ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น

และที่ชัดเจนที่สุดคือ—เขาดูเหมือนจะหลุดจากการควบคุมของกระจกคัดลอกร่างโคลน ไม่สามารถถูกกระจกคัดลอกร่างโคลนกำจัดได้อีกต่อไป

เจียงเย่คิดว่าตัวเองเข้าใจดี

แต่จริงๆ แล้ว_

ถ้าเขาได้เห็นสถานการณ์ในตอนนั้นจากทีวีจอใหญ่ของหญิงสาวชุดขาว

ถ้าเขามีความรู้เกี่ยวกับภูตอีกสักหน่อย...

เชาก็จะพบว่าร่างโคลนกระจกเงาที่ถูกภูตบุกรุกของเขานี้ มันไร้สาระและไม่ปกติขนาดไหน!

จะว่าไปแล้วคนที่ไม่รู้ย่อมไม่กลัว

ก็เพราะความไม่รู้ เขาก็เลยคิดว่าร่างโคลนกระจกเงาของเขาถูกภูตบุกรุกจนกลายเป็นสีดำและกลายพันธุ์ เป็นเรื่องที่ธรรมดาและปกติมาก

ตอนนี้สิ่งที่เขาคิดว่าไม่ปกติเพียงอย่างเดียวคือ—

เมื่อครู่ได้ยินน้ำเสียงของภูตภูตินี้ยังค่อนข้างใหญ่โต ปากก็พูดว่า "อย่างภูตที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษอย่างฉัน"...

นั่นหมายความว่า เจ้าหมอนี่ยังค่อนข้างแข็งแกร่งและหยิ่งผยอง

แต่ภูตที่หยิ่งผยองนี้ ทำไมเขาถึงจะฟังคำสั่งของเจียงเย่ล่ะ?

เพราะพรสวรรค์ระดับ X [ร่างโคลนไร้ขีดจำกัด] ทำให้ร่างโคลนของเขาจะเชื่อฟังเขาอย่างดีเหรอ?

แต่ก็ไม่ถูกนะ

ในสนามประลอง เงานั้นก็กลายเป็นร่างโคลนของเขา แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนหน้าเชื่อฟังเขาทันทีนี่?

ในใจนึกสงสัยอยู่ เขาจึงถามออกมาโดยตรง

ร่างโคลนทมิฬนี้ก็เชื่อฟังดี ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า

"ก็เพราะว่านายแข็งแกร่ง และสามารถพาฉันแข็งแกร่งขึ้นได้ไงล่ะ!"

น้ำเสียงที่ดูเป็นเรื่องธรรมดานี้ ทำเอาเจียงเย่รู้สึกอายเล็กน้อย

ดังนั้น เรื่องที่เขาแข็งแกร่ง ในหมู่ผู้เล่นที่เป็นภูต มันเป็นความลับที่ซ่อนไม่อยู่แล้วสินะ?

ยังมีหญิงสาวชุดขาวที่ก่อนหน้านี้บอกว่าเขาสกปรก ดังนั้นหญิงสาวชุดขาว ก็น่าจะเป็นผู้เล่นที่เป็นภูตสินะ?

เจียงเย่ก็ยังคงสอบถามจากร่างโคลนทมิฬต่อไป ในไม่ช้าก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภูตมากขึ้น—

อย่างแรกที่เขาสนใจเป็นพิเศษ คือวิธีการเชี่ยวชาญความสามารถอักขระพิสดาร

ภูตธรรมดาจะเชี่ยวชาญอักขระพิสดาร ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจง การบ่มเพาะเป็นเวลานาน

โดยทั่วไปแล้ว ภูตป่าจะยากที่จะเชี่ยวชาญอักขระพิสดารได้ด้วยตัวเอง

ปัจจุบันภูตที่มีอักขระพิสดารในตลาด ล้วนเป็นภูตที่ถูกเพาะเลี้ยงขึ้นมา

และทำไมคนถึงต้องเพาะเลี้ยงภูตล่ะ? เหตุผลง่ายมาก—

วิธีการที่คนจะได้รับความสามารถอักขระพิสดาร โดยพื้นฐานแล้วต้องใช้ภูต

และวิธีการที่คนจะได้รับความสามารถอักขระพิสดาร มีหลากหลาย

แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหน เกือบทั้งหมดล้วนมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นผู้เล่นที่เป็นภูต

และปัจจุบันวิธีที่เป็นที่นิยมที่สุด และมีความเสี่ยงต่ำที่สุด มีสองวิธี—

วิธีแรก วิธีสัก

มนุษย์จะสักความสามารถอักขระพิสดารที่ต้องการไว้บนร่างกายก่อน แล้วก็เหมือนกับภูต ใช้เวลาไปบ่มเพาะ

รอจนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสม หาภูตที่มีความสามารถอักขระพิสดารเหมือนกัน ล่อภูตเข้าร่าง สังหารภูตในร่างกาย พร้อมกับเชี่ยวชาญความสามารถอักขระพิสดารอย่างสมบูรณ์

ข้อดีของวิธีนี้ชัดเจนมาก คือความเสี่ยงต่ำ

โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุกลายเป็นผู้เล่นที่เป็นภูต ไม่เกินหนึ่งในสิบ

แต่ข้อเสียก็ชัดเจนมากเช่นกัน คือตอนที่เพิ่งจะได้รับความสามารถอักขระพิสดาร อานุภาพจะไม่แข็งแกร่ง ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการเติบโต

วิธีที่สองที่เป็นที่นิยม คือวิธีเลี้ยงภูต

ผ่านการเพาะเลี้ยงภูตโดยตรง สร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด

หลังจากนั้นล่อภูตเข้าร่าง จากนั้นก็สังหารมันในร่างกายเช่นกัน หากสำเร็จก็จะได้รับความสามารถอักขระพิสดาร

แม้กระทั่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงภูต ที่สามารถช่วยให้คนกับภูตสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

จนกระทั่งตอนที่ล่อภูตเข้าร่าง ไม่ต้องให้คนสังหารโดยตรง ภูตมีโอกาสที่จะยอมสลายไปเอง

และวิธีเลี้ยงภูตนี้ ในกรณีที่ไม่จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงภูต ความเสี่ยงจะสูงมาก

หากจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงภูต ก็จะเกิดค่าใช้จ่ายที่สูงมากเช่นกัน

ดังนั้นสองวิธีนี้ วิธีแรกจึงเป็นที่นิยมมากกว่า

เพราะแม้แต่ในอพาร์ตเมนต์วันสิ้นโลกที่ว่านี้ ก็ยังมีคนจนมากกว่าคนรวย...

แน่นอนว่า สองวิธีที่เป็นที่นิยมนี้ ไม่ใช่วิธีที่เจียงเย่สามารถลองได้ในตอนนี้

ดังนั้นในช่วงเริ่มต้น น้อยคนนักที่จะสามารถเชี่ยวชาญความสามารถอักขระพิสดารได้

ผู้เล่นทั่วไป ต้องไปที่อพาร์ตเมนต์วันสิ้นโลกอย่างเป็นทางการก่อน แล้วก็ต้องต่อสู้อีกระยะหนึ่ง ถึงจะมีโอกาสเล็กน้อยที่จะได้รับความสามารถอักขระพิสดาร

แน่นอนว่า ในช่วงอพาร์ตเมนต์สำหรับผู้เริ่มต้น ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสปรากฏความสามารถอักขระพิสดารเลย

เช่น หวงฉี

เขามีโอกาสสูงมาก ที่จะมีความสามารถอักขระพิสดาร เติบโตเป็นผู้แข็งแกร่ง

เพราะบนตัวเขา มีลักษณะเด่นอย่างหนึ่ง—

คือ เขามีรอยสัก!

ใช่! หลังจากที่คุยกับร่างโคลนทมิฬแล้ว เจียงเย่ถึงได้รู้ว่า—

รอยสักบนตัวของหวงฉี จริงๆ แล้วไม่ใช่ความสามารถอักขระพิสดาร

แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาถูกภูตจับตามอง!

ผู้เล่นที่มีรอยสักมาก่อนวันสิ้นโลกอย่างเขา ง่ายที่จะถูกภูตตัวเล็กจับตามอง

ที่เรียกว่าภูตตัวเล็ก โดยทั่วไปแล้วไม่ได้เชี่ยวชาญความสามารถอักขระพิสดาร

แต่หลังจากที่ภูตตัวเล็กบุกรุกผู้เล่นที่มีรอยสักแล้ว จะมีโอกาสสูงมาก ที่จะค่อยๆ บ่มเพาะความสามารถอักขระพิสดารขึ้นมา

สถานการณ์เช่นนี้ ก็มีส่วนคล้ายกับวิธีสัก

แต่ว่า หวงฉีอ่อนแอเกินไป ต่อให้วิธีสักจะมีความเสี่ยงต่ำแค่ไหน เขาก็น่าจะกลายเป็นผู้เล่นที่เป็นภูตอยู่ดี

พร้อมกันนั้นนี่ก็คือสาเหตุที่เจียงเย่รู้สึกว่าหวงฉีไม่แข็งแกร่ง

เพราะเจ้าหมอนั่น ยังไม่ได้เติบโตขึ้นมาเลย

บางที ถ้าไม่ได้เจอเจียงเย่ เขาอาจจะเติบโตเป็นผู้ที่โดดเด่นในช่วงเริ่มต้นได้จริงๆ

แน่นอนว่า ถ้าเป็นการข้ามมิติมาเอาชีวิตรอดของทุกคนทั่วโลกจริงๆ

ถ้าอย่างนั้น ด้วยจำนวนประชากรที่มากขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะมีแค่หวงฉีคนเดียวที่มีรอยสัก

ตามที่ร่างโคลนทมิฬพูด—

ผู้เล่นที่มีรอยสักอยู่แล้วเหล่านั้น มีโอกาสในระดับหนึ่ง ที่จะบ่มเพาะความสามารถอักขระพิสดารขึ้นมาได้ในช่วงเริ่มต้น!

แต่เบื้องหลังของผู้เล่นเหล่านั้น จะเป็นคนหรือภูตก็ยากที่จะบอกได้

วิธีสักสำหรับผู้เล่นเก่าในอพาร์ตเมนต์วันสิ้นโลกแล้ว มีความเสี่ยงต่ำที่สุดจริงๆ

แต่สำหรับมือใหม่ การสังหารภูตในร่างกาย มันช่างยากเกินไปแล้ว!

หากเปรียบเป็นนิยายเทพเซียนฃะก็… เกือบจะเทียบเท่ากับ คนธรรมดาถูกผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตทารกวิญญาณยึดร่าง

(ขอบเขตทารกวิญญาณนี้ ในนิยายแนวเทพเซียนจะเป็นระดับที่อยู่สูงๆ นะคะ ส่วนมากจะเป็นระดับเจ้าสำนักหรือผู้อาวุโสสูงสุด)

แล้วคนธรรมดาก็สังหารผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตทารกวิญญาณที่ยึดร่างในทะเลแห่งจิตสำนึก...

เป็นไปได้เหรอ? เกือบจะเป็นไปไม่ได้

แต่นิยายอ่านมากเข้า ก็จะพบว่า—

เรื่องที่คนธรรมดาคิดว่าเป็นไปไม่ได้ มักจะมีผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นบางคน ที่สามารถทำได้

เจียงเย่จัดระเบียบคร่าวๆ โดยพื้นฐานแล้วยืนยันได้ว่า—

คู่ต่อสู้ที่เขาเจอในชัยชนะรวดสิบครั้ง ที่สามารถจำลองตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาน่าจะใช้ความสามารถอักขระพิสดารบางอย่าง

ผู้เล่นเก่าเชี่ยวชาญความสามารถอักขระพิสดาร ไม่น่าจะหายากเป็นพิเศษ

แต่ใช้กับมือใหม่ เกรงว่าจะรังแกกันเกินไปหน่อยไหม หืม?

อย่างที่สอง สิ่งที่หลินจิงแสดงให้เห็นในการต่อสู้ครั้งแรกของเขา น่าจะเป็นความสามารถอักขระพิสดารบางอย่าง

ส่วนหลินจิงตอนนี้เป็นคนหรือภูต ยากที่จะบอกได้

ตามที่ร่างโคลนทมิฬพูด ภูตสามารถปลอมตัวเป็นคนที่ตัวเองบุกรุกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ประกอบกับไอเทมโชค โดยพื้นฐานแล้วสามารถทำได้อย่างไม่มีที่ติ

จากนั้นก็คือ หญิงสาวชุดขาว

ก็ตามที่ร่างโคลนทมิฬพูด ผู้พักอาศัยที่เป็น NPC ที่เขาเรียกว่า จริงๆ แล้วทั้งหมดเป็นภูต

ทำไม NPC ไม่ฆ่าผู้เล่น?

เพราะพวกเขามีวิธีที่ดีกว่า คือการบุกรุก และกลายเป็นผู้เล่น!

รวมถึงโครงการทำงานต่างๆ ของอพาร์ตเมนต์...

ดีไม่ดีก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้ NPC เลือกเป้าหมาย!

รวมถึงที่อพาร์ตเมนต์ 9999 พูดถึง วันที่ 8 เป็นต้นไป NPC จะอาละวาด จะเริ่มโจมตีผู้เล่น...

ดีไม่ดี มันคือการเริ่มโหมดบุกรุกอย่างเป็นทางการ!

รวมถึงผู้เล่นเก่าที่มาทีหลังเหล่านั้น ก็ไม่รู้ว่ามีกี่ส่วนที่เป็นคน กี่ส่วนที่เป็นภูต...

นับเป็นการเปิดโลกที่กว้างขึ้น

เจียงเย่เดิมทีคิดว่า ตัวเองสามารถใช้การหลอมรวมร่างโคลน สกัดเงินรางวัลมหาศาลที่หลินจิงสะสมไว้ได้

แต่ตอนนี้ รู้ถึงการมีอยู่ของความสามารถอักขระพิสดารแล้ว เขาไม่กล้าลงมืออย่างผลีผลามอีกต่อไป

เพราะว่า ค่าสถานะของคุณจะเทพแค่ไหน พรสวรรค์ของคุณจะเทพมากแค่ไหน

อีกฝ่ายใช้ความสามารถอักขระพิสดารอย่างหนึ่ง ก็จำลองของคุณไปทั้งหมด!

นี่มันคือคาคาชิร่างคนชัดๆ กับใครก็สามารถสู้ได้ห้าสิบห้าสิบ!

เอ่อ แน่นอนว่า ถ้าคู่ต่อสู้จำลองร่างของเขา บังคับให้สู้กับเขาห้าสิบห้าสิบ เจียงเย่ก็ไม่กลัวจริงๆ

แต่สำหรับผู้เล่นทั่วไปแล้ว นี่คือฝันร้ายชัดๆ

แต่ว่า เจียงเย่เองไม่มีความสามารถอักขระพิสดาร

แต่ร่างโคลนทมิฬมี

ถ้าไม่กลัวเกิดเรื่อง บังคับหลอมรวมร่างโคลนทมิฬ

ถ้าอย่างนั้นความสามารถอักขระพิสดารของร่างโคลนทมิฬ เขาก็น่าจะสามารถใช้ได้

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงเย่ก็ถามร่างโคลนทมิฬอีกว่า "นายเมื่อกี้บอกว่า นายเป็นภูตที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ งั้นความสามารถอักขระพิสดารของนายคืออะไร?"

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ รอยยิ้มที่น่าขนลุกของร่างโคลนทมิฬ ดูเหมือนจะมีความภูมิใจอยู่บ้าง

เขานำมือสามข้างลอยอยู่ตรงหน้าเจียงเย่ เผยให้เห็นรอยสักสามอย่าง พร้อมกับพูดอย่างเนิบนาบว่า

"ฉันมีความสามารถอักขระพิสดารสามอย่าง"

???

"เดี๋ยวก่อนๆ!"

เจียงเย่มีปฏิกิริยาตอบสนองทันที "เมื่อกี้นายไม่ได้บอกเหรอว่า ภูตถูกกำหนดให้มีความสามารถอักขระพิสดารเพียงอย่างเดียว?! ทำไมนายถึงมีสามอย่าง???"

นี่มันขัดแย้งกันเองไม่ใช่เหรอ?

หรือว่า ร่างโคลนทมิฬนี้ โกหกเขามาตลอด? ตอนนี้เผยไต๋ออกมาแล้ว?

ก็ไม่ถูกนะ

ถ้าจะโกหกจริงๆ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเปิดโปงความสามารถอักขระพิสดารสามอย่างของตัวเอง

แค่แสดงอย่างเดียวก็พอแล้วไม่ใช่เรอะ?

ร่างโคลนทมิฬไม่คาดคิดเลยว่า เจียงเย่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองขนาดนี้

เขานึกว่า เขารู้ว่าตัวเองเก่งและพิเศษขนาดไหน

ผลคือ หรือว่า เขาแค่คิดว่าเขาเป็นภูตธรรมดา?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ร่างโคลนทมิฬก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง

"แต่ฉันก็ไม่ได้บอกเหรอว่า—"

"นายแข็งแกร่ง และสามารถพาฉันแข็งแกร่งขึ้นได้"

"อีกอย่าง นายไม่รู้เหรอ?"

"ในห้วงมิติหมอกโลหิต ฉันไม่ได้ถูกภูตผีปีศาจตนเดียวบุกรุก"

"แต่เป็นภูตผีปีศาจทั้งหมดที่นั่น ถูกฉันจัดการเรียบในคราวเดียวทั้งหมด"

"เจ้าของห้วงมิติหมอกโลหิตน่าจะตกใจจนสติแตกไปแล้ว เขายังทำลายทั้งห้วงมิติหมอกโลหิตอีก"

"แต่ว่า แข็งแกร่งอย่างฉัน แน่นอนว่าไม่ได้ถูกทำลาย"

พูดพลาง ร่างโคลนทมิฬก็กะพริบตาอีกครั้ง ยิ้มอย่างน่าขนลุก ในดวงตาสีดำสนิท กลับมีความหยิ่งผยองที่ซ่อนไม่อยู่

เจียงเย่มีปฏิกิริยาตอบสนอง—

เจ้าของห้วงมิติหมอกโลหิต ไม่ใช่หญิงสาวชุดขาวเหรอ?

หญิงสาวชุดขาวตกใจจนสติแตก? จริงเหรอ??

อ้อ ใช่แล้ว!

หญิงสาวชุดขาวจู่ๆ ก็วิ่งมา ก็คือตอนที่เจียงเย่พบว่ากระจกคัดลอกร่างโคลนมีปัญหา

เขานึกว่า หญิงสาวชุดขาวเพิ่งจะข้ามอพาร์ตเมนต์จาก 9999 กลับมา ก็วิ่งมาหาเขาเพื่อคิดบัญชี...

ผลคือไม่ใช่?

เมื่อคิดเช่นนี้ เจียงเย่ก็พลันตระหนักว่า—

ตอนนั้นเขาอยู่ในป่าทึบที่น่าขนลุก จู่ๆ ก็ถูกม้วนเข้าไปในผ้าปูที่นอนที่เปื้อนเลือดผืนหนึ่ง ดีไม่ดีก็เป็นฝีมือของหญิงสาวชุดขาว?!

เธอจู่ๆ ก็วิ่งมา เพราะตกใจจนสติแตก และอยากจะมาศึกษาเขา?

ถ้าดูจากตรงนี้แล้ว...

เรื่องที่ร่างโคลนกระจกเงาของเขาถูกบุกรุก ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาอย่างที่คิดใช่ไหม?

ตามที่ร่างโคลนทมิฬพูด—

คนทั่วไป สามารถถูกภูตบุกรุกได้เพียงตนเดียว

ผลคือร่างโคลนกระจกเงานี้ เรียกภูตทั้งหมดในห้วงมิติหมอกโลหิตมาบุกรุกในคราวเดียว...

แต่นี่มันจะเรียกว่า "บุกรุก" ได้เหรอ?

ผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตทารกวิญญาณบังคับยึดร่างคนธรรมดา นั่นเรียกว่ายึดร่าง

ถ้าคนธรรมดาคนหนึ่ง ไปจับผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตทารกวิญญาณมากิน จะเรียกว่ายึดร่างได้เหรอ??

นี่มันไม่ใช่ปัญหาว่าเป็นไปได้หรือไม่เป็นไปได้แล้ว

นี่มัน... น่าขนลุกเกินไปแล้ว!

เจียงเย่กลืนน้ำลาย ถามต่อไปว่า "ถ้างั้นตอนนี้ นายยังสามารถกิน... อ้อ ไม่ใช่ ยังสามารถถูกภูตบุกรุกต่อไปได้อีกไหม?"

จบบทที่ บทที่ 77 ความสามารถแห่งอักขระพิสดาร

คัดลอกลิงก์แล้ว