- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก ฉันมีร่างโคลนนับอนันต์!
- บทที่ 56 กลุ่มช่วยเหลือที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
บทที่ 56 กลุ่มช่วยเหลือที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
บทที่ 56 กลุ่มช่วยเหลือที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
บทที่ 56 กลุ่มช่วยเหลือที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
ตึง—
แกรก—
พร้อมกับร่างที่ล้มลงกับพื้น ยังมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นอีกหนึ่งเสียง
ในชั่วพริบตา สมาชิกกลุ่มช่วยเหลือที่อยู่ส่วนลึกของโถงทางเดินต่างพากันตัวแข็งทื่อ
โดยเฉพาะไป๋รั่วหว่านที่เพิ่งมาถึง ขาของเธออ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่ไหว!
เธอเกือบจะกรีดร้องออกมา
แต่ทว่า ความกลัวสุดขีดทำให้เธอส่งเสียงไม่ออก
ท่ามกลางความตื่นตระหนก เธอค่อยๆ หันคอที่แข็งทื่อของเธอไปมอง
แล้วเธอก็ได้เห็น—
คนที่ล้มลงกับพื้นคือ... โหยวจื่ออวี๋!
และผู้ที่ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเขา กลับเป็น... นักรบโครงกระดูกที่มีร่างกายราวกับเหล็กกล้า!
เดี๋ยวนะ?!
นักรบ... โครงกระดูก??!
ไป๋รั่วหว่านรีบหันกลับไปมองหวังหลิงหลิงทันที!
จะว่าไปแล้ว ในวินาทีที่เห็นนักรบโครงกระดูก ทุกคนที่นี่ต่างก็หันไปมองหวังหลิงหลิงโดยพร้อมเพรียงกัน
ในแววตาของพวกเขา แฝงไปด้วยความหวาดหวั่น!
ก็เพราะ...
นักรบโครงกระดูกตนนี้ น่าจะมาจากทักษะสายธาตุมืดของหวังหลิงหลิง!
แต่ก่อนหน้านี้ตอนที่รวมทีมอัปเลเวล เธอไม่เคยแสดงมันออกมาเลย!
ตอนนั้นเธอใช้เพียงแค่ [วายุทมิฬ] ควบคู่กับค่าสถานะที่สูง ก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มช่วยเหลือแล้ว!
และตอนนี้...
ความสามารถที่เธอเปิดเผยออกมา เป็นอย่างที่ลู่เซินพูดไว้ไม่มีผิด ก่อนหน้านี้เธอซ่อนมันเอาไว้!
แต่ว่า...
ทำไมเธอถึงลงมือฆ่าคนกะทันหัน?
เพียงเพราะลู่เซินชี้ว่าเธอซ่อนความสามารถไว้งั้นเหรอ?!
ในชั่วพริบตา หลายคนต่างถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
ราวกับกลัวว่าวินาทีถัดไป หวังหลิงหลิงจะฆ่าคนอีก!
แต่ว่า...
ลู่เซินเองก็ตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง แต่เขากลับยังกล้าพอที่จะเอ่ยถามหวังหลิงหลิงว่า
"นี่คือสิ่งที่เธอพูดว่า 'เรื่องที่สำคัญกว่า' งั้นเหรอ?"
แววตาของหวังหลิงหลิงสงบนิ่ง เธอพยักหน้าช้าๆ
แววตาของลู่เซินฉายประกายวูบไหว ทันใดนั้นเขาก็แสร้งทำเป็นผ่อนคลายแล้วพูดกับสมาชิกกลุ่มช่วยเหลือคนอื่นๆ ว่า
"จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยสงสัยโหยวจื่ออวี๋เหมือนกัน แต่เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนร่วมชั้น เลยไม่ได้พูดออกไป"
"พวกนายไม่รู้สึกแปลกใจกันบ้างเหรอ?"
"สมุดทะเบียนของสมาชิกกลุ่มช่วยเหลือเรา โหยวจื่ออวี๋เป็นคนรับผิดชอบ"
"แต่ตอนนี้ สมุดทะเบียนไปอยู่ในมือของสิงหม่านแล้ว แต่โหยวจื่ออวี๋กลับไม่เป็นอะไรเลย..."
"พวกนายไม่เคยสงสัยอะไรกันบ้างเลยเหรอไง?"
เมื่อคำอธิบายนี้ถูกกล่าวออกมา เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ก็พลันเข้าใจในทันที—
นั่นสิ!
สมุดทะเบียนตกไปอยู่ในมือของสิงหม่านแล้ว ทำไมโหยวจื่ออวี๋ถึงยังไม่เป็นอะไรเลย?
ด้วยฝีมือของเขา จะหนีรอดจากเงื้อมมือของสิงหม่านได้อย่างไร?
อีกอย่าง สิงหม่านรู้ได้อย่างไรว่าอพาร์ตเมนต์ของพวกเขามีสมุดทะเบียน?
ดังนั้น...
โหยวจื่ออวี๋... ทรยศ?
แต่ก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้นี่?
หวังหลิงหลิงไม่แม้แต่จะถามสักคำ ก็ลงมือฆ่าทันทีเนี้ยนะ!?
ถ้าเกิดว่าฆ่าคนดีผิดไปล่ะ?
และ...
ไป๋รั่วหว่านที่เพิ่งเข้าร่วมกลุ่มก็หวาดกลัวในทันที!
เธอกลัวว่าหวังหลิงหลิงจะลงมืออีกครั้ง แล้วฆ่าเธอไปด้วย!
แล้วค่อยมาพูดทีหลังว่าสงสัย เธอกลายเป็นคนทรยศของฝ่ายสิงหม่านไปแล้ว!
ชั่วขณะหนึ่ง ไป๋รั่วหว่านถอยหลังไปสองก้าว
เมื่อครู่ตอนที่เธอเห็นหวังหลิงหลิงที่นี่ เธอยังร้องไห้ฟูมฟายราวกับได้เจอญาติสนิท
แต่ตอนนี้เมื่อมองหวังหลิงหลิงอีกครั้ง กลับรู้สึกแปลกหน้าเหลือเกิน...
ราวกับว่า นี่ไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นคนเดิมของเธออีกต่อไป แต่เป็น...
จอมเผด็จการ?
ถูกต้อง! ไป๋รั่วหว่านคิดถึงคำนี้ขึ้นมาในทันที
ไม่ใช่ว่าบนตัวของหวังหลิงหลิงจะมีกลิ่นอายของจอมเผด็จการผู้ยิ่งใหญ่อะไรหรอก
เพียงแต่ไป๋รั่วหว่านนึกถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ขึ้นมา
เกี่ยวกับสาเหตุความบาดหมางระหว่างโจโฉและตันก๋ง
คนรุ่นหลังยังคงถกเถียงกันอยู่เสมอ—
ลิแปะเฉีย ถูกโจโฉผู้หวาดระแวงฆ่าอย่างไม่เป็นธรรมจริงๆ
หรือว่าเขาสมควรตายอยู่แล้ว แต่ถูกประวัติศาสตร์เสริมแต่งให้ดูดี?
รวมถึงตอนนี้...
โหยวจื่ออวี๋ตายไปแล้ว
เธอก็ยากที่จะรู้ได้อีกต่อไป—
โหยวจื่ออวี๋ทรยศพวกเขาจริงๆ หรือถูกหวังหลิงหลิงฆ่าอย่างไม่เป็นธรรมกันแน่...
แต่ทว่า การตายของเขาและความสามารถที่หวังหลิงหลิงซ่อนไว้ ดูเหมือนจะบ่งบอกว่า—
การที่หวังหลิงหลิงก่อตั้งกลุ่มช่วยเหลือขึ้นมา ไม่ใช่เพราะจิตใจดีงามดุจพระแม่ที่อยากจะปกป้องเพื่อนร่วมชั้น!
ก็เหมือนกับที่โจโฉรักผู้มีความสามารถ แต่ก็ไม่ได้รักจริงๆ
เบื้องหลังทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของผลประโยชน์!
ไป๋รั่วหว่านถอยไปเพียงสองก้าว ก็ไม่กล้าถอยอีกต่อไป
เธอกลืนน้ำลาย แววตาแข็งกระด้าง
ลู่เซินเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง แล้วหันไปทางกลุ่มช่วยเหลือพลางกล่าวว่า
"การกระทำของพี่สาวหลิง ฉันว่าไม่มีปัญหาอะไร"
"สมุดทะเบียนไปอยู่ในมือของสิงหม่านได้ยังไง เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำอยู่แล้ว"
"โหยวจื่ออวี๋น่าสงสัย ดังนั้นเขาจึงตายอย่างไม่น่าเสียดาย"
"ในทางกลับกัน พวกนายคิดถึงเก่อจื่อหนิง หยางเวยพวกนั้นสิ..."
"เพื่อนร่วมชั้นเหล่านั้น พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่กลับถูกสิงหม่านฆ่า!"
"ถ้าหากผู้แข็งแกร่งอย่างพี่สาวหลิง ฆ่าคนทรยศหนึ่งคนแล้วยังต้องถูกตั้งคำถาม..."
"ถ้าอย่างนั้นพวกนายอยากให้ผู้แข็งแกร่งในวันสิ้นโลกนี้ เป็นเหมือนสิงหม่านกันหมดหรือไง ชอบที่จะทำอะไรตามอำเภอใจ ฆ่าคนโดยไม่ต้องมีเหตุผลอีกต่อไปเนี้ยนะ?"
คำพูดเหล่านี้ จริงๆ แล้วเป็นเพียงโวหารที่บิดเบือน
แต่สมาชิกกลุ่มช่วยเหลือที่อยู่ในเหตุการณ์กลับเข้าใจ
เป็นเหตุผลง่ายๆ—
สิงหม่านฆ่าคนโดยไม่มีเหตุผล
หวังหลิงหลิงฆ่าคนโดยมีเหตุผล
ถ้าอย่างนั้นเธอก็ดีกว่าสิงหม่าน!
อันที่จริง ด้วยความสามารถของเธอ เธอก็สามารถฆ่าคนตามอำเภอใจเหมือนสิงหม่านได้
แต่เธอไม่ได้ทำ ก็ถือว่าดีมากแล้ว
มาตรฐานทางศีลธรรมในอดีต เมื่อนำมาใช้ในอพาร์ตเมนต์วันสิ้นโลกนี้...
ทำได้เพียงควบคุมผู้อ่อนแอ แต่ไม่สามารถผูกมัดผู้แข็งแกร่งได้อีกต่อไป!
ตอนนี้ ไม่ว่าโหยวจื่ออวี๋จะทรยศหรือไม่ เขาก็คือคนทรยศ!
เพราะหวังหลิงหลิงคิดว่าเขาคือคนทรยศ!
นี่อาจจะถือได้ว่าเป็นเวอร์ชั่นขั้นสูงของการชี้กวางบอกเป็นม้า
สิ่งที่แตกต่างคือ พวกเขาก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า โหยวจื่ออวี๋เป็นกวางหรือม้ากันแน่!
สวี่เยว่หวานมองไป๋รั่วหว่านที่หน้าซีดเผือด แล้วเหลือบมองลู่เซิน จงใจชมว่า
"เทพลู่สมกับเป็นเทพลู่จริงๆ ก่อนหน้านี้ฉันไม่ทันได้คิดถึงความน่าสงสัยของโหยวจื่ออวี๋เลย"
เกาฉางเหลือบมองนักรบโครงกระดูกสีเทาเหล็กที่มีท่าทางเย็นชา เม้มปากเล็กน้อย แล้วพยักหน้ากล่าวว่า
"ตอนนั้นความสนใจของฉันทั้งหมดถูกสิงหม่านที่หยิ่งผยองดึงดูดไปหมด ก็เลยไม่ได้นึกถึงปัญหาของโหยวจื่ออวี๋จริงๆ"
สมาชิกกลุ่มช่วยเหลือคนอื่นๆ ต่างก็พากันเห็นด้วย
"ใช่ ตอนนั้นโดนสิงหม่านขู่จนขวัญหนีดีฝ่อไปครึ่งหนึ่งแล้ว จะมีเวลาที่ไหนไปสังเกตโหยวจื่ออวี๋ล่ะ!"
"ตอนนี้มาคิดดูดีๆ แล้ว ถ้าตอนที่สมุดทะเบียนตกไปอยู่ในมือของสิงหม่าน โหยวจื่ออวี๋ตายไปเลย น่าจะเป็นสถานการณ์ที่สมเหตุสมผลกว่าใช่ไหม?"
"ตอนนั้นโหยวจื่ออวี๋ไม่ตาย นั่นก็คือมีปัญหาแน่นอน!"
ไป๋รั่วหว่านมองดูสถานการณ์เช่นนี้ ในตอนนี้กลับไม่รู้สึกแปลกใจเลย
เธอฝืนทนอาการขาอ่อนแรง รวบรวมความกล้าก้าวไปข้างหน้าอีกสองก้าว แล้วพูดด้วยเสียงที่อ่อนแอและขี้ขลาดว่า
"ใช่ๆ ถูกต้อง การวิเคราะห์ของเทพลู่แม่นยำเสมอ ถ้าดูจากตรงนี้แล้ว โหยวจื่ออวี๋มีปัญหาจริงๆ..."
ทว่า หลังจากที่เธอพูดสนับสนุนจบ กลับพบว่าหวังหลิงหลิงกำลังจ้องมองเธอไม่วางตา
ในใจของไป๋รั่วหว่านสั่นสะท้าน น้ำตาแทบจะไหลออกมาอีกครั้ง!
ก็เพราะว่า ถ้าหากแค่ความสงสัยเพียงเล็กน้อยก็สามารถฆ่าคนได้...
ถ้าอย่างนั้น หากคิดจะกล่าวหาแล้ว เหตุผลจะหาไม่ได้เชียวเรอะ!
เธอควรจะถูกสิงหม่านทรมานจนตายในห้อง
แต่กลับมาปรากฏตัวที่นี่...
นี่ก็น่าสงสัยไม่ใช่เหรอไง?
ไป๋รั่วหว่านที่เดิมทีคิดว่าเจอองค์กรแล้วก็เจอความหวัง ในชั่วพริบตาก็สิ้นหวัง!
เธอรีบหันไปมองลู่เซินอีกครั้ง
เธอเข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือพร้อมกับลู่เซินนะ!
เธอหวังว่าลู่เซินจะช่วยพูดอะไรให้เธอบ้าง...
แต่ว่า
สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ—
ลู่เซินเห็นได้ชัดว่าคอยดูสีหน้าของหวังหลิงหลิง ไม่ได้คิดจะช่วยเธอเลย
กลับกันเป็นหวังหลิงหลิง ที่จู่ๆ ก็ละสายตาจากเธอ แล้วหันไปพูดกับทุกคนด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า
"เรื่องที่เราเคยสู้กับสัตว์ประหลาดที่ชั้น 3 เคยโพสต์ลงในกลุ่มมาก่อน ดังนั้นเพื่อนร่วมชั้นในอพาร์ตเมนต์น่าจะรู้กันหมด"
"ฉันไม่คิดว่าเพื่อนร่วมชั้นของเรา จะเป็นประเภทวีรชนที่ยอมตายไม่ยอมเผยความลับภายใต้การทรมาน"
จริงอย่างที่ว่า
เพื่อนร่วมชั้นของพวกเขา คงเป็นประเภทที่แค่โดนเอามีดมาจ่อหน้า ก็คงสารภาพหมดเปลือก...
"ดังนั้น ไป๋รั่วหว่านหาที่นี่เจอ สิงหม่านก็น่าจะหาเจอเช่นกัน"
"เพราะฉะนั้น เราต้องรีบย้ายที่"
หวังหลิงหลิงพูดว่าจะย้ายที่ คนอื่นๆ ย่อมไม่กล้าคัดค้าน
แต่ลู่เซินกลับหัวไว ลูกตาของเขากลิ้งไปมา แล้วกดเสียงต่ำพูดว่า
"ถ้าหากตอนที่ย้ายที่ สามารถให้ข้อมูลที่ผิดๆ กับสิงหม่านได้ด้วยก็คงจะดี..."
"ล่อเขาไปยังที่ที่เราจะล้อมสังหารเขา"
นี่เป็นความคิดที่ดีจริงๆ
แต่จะล่ออย่างไรล่ะ?
"เราสามารถทิ้งข้อความไว้ที่นี่ แกล้งทำเป็นว่าทิ้งไว้ให้เพื่อนร่วมชั้นในกลุ่มช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่อาจจะตามมา"
"แต่จริงๆ แล้ว คือทิ้งไว้ให้สิงหม่าน"
"รอให้เขาหาที่นี่เจอ แล้วพบรหัสลับที่เราทิ้งไว้ให้เพื่อนร่วมชั้น แล้วตามรหัสลับมาหาเราล่ะ?"
ลู่เซินพูดรวดเดียวจบ
แต่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ กลับไม่มั่นใจขนาดนั้น "นี่… จะได้ผลเหรอ?"
เรื่องราวที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ พวกเขาเคยเห็นแต่ในสามก๊ก
ในชีวิตจริง จะสามารถคาดการณ์การกระทำของคนอื่น แล้วนำทางศัตรูเข้าสู่กับดักได้จริงๆ เหรอ?
สวี่เยว่หวานก็เป็นนักเรียนดีเด่นเหมือนกัน ตอนนี้เธอก็ออกมายืนสนับสนุนลู่เซินว่า
"เท่าที่ฉันรู้ จริงๆ แล้วสิงหม่านไอคิวไม่สูงเท่าไหร่"
"ถ้าอยู่ในสามก๊ก ก็คงเป็นระดับที่ลิโป้ยังสู้ไม่ได้" (โง่กว่าลิโป้ 555)
"ที่เขาหยิ่งผยองได้ขนาดนี้ ก็แค่เพราะโชคดี ได้รับความสามารถที่แข็งแกร่งมา"
"ก็เหมือนกับพวกเศรษฐีใหม่ คนประเภทนี้พอได้ดีแล้ว มักจะเหลิงง่ายที่สุด!"
"เขาแกล้งทำเป็นหยิ่งผยองในกลุ่ม เหมือนกับว่าจะตามไปทรมานทีละคน"
"แต่พอไปเก้อติดๆ กันหลายครั้ง จะต้องโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงแน่!"
"เขาต้องอยากรู้แน่ๆ ว่า เพื่อนร่วมชั้นที่เขาไม่เจอเหล่านั้น หลบไปอยู่ที่ไหน ถูกต้องไหม?"
"หลังจากนั้น แค่หาเพื่อนร่วมชั้นสักคนมาทรมานสักหน่อย ก็น่าจะหามาถึงชั้นสามที่นี่ได้"
"ผลคือมาถึงชั้นสามก็ไม่เจออีก เขาก็จะยิ่งโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง!"
"ถึงตอนนั้น พอเจอข้อมูลที่เราทิ้งไว้ให้เพื่อนร่วมชั้นในกลุ่มช่วยเหลือ จะต้องเปลี่ยนจากโกรธเป็นดีใจ แล้วรีบร้อนอยากจะมาฆ่าพวกเราแน่!"
"ด้วยจิตใจที่พองโตของเขา คงคิดไม่ถึงแน่ว่าพวกเรากล้าที่จะล้อมสังหารเขา!"
"ดังนั้น จุดนี้มีความเป็นไปได้จริงๆ"
"แค่ไม่รู้ว่า ด้วยไอคิวแค่นั้นของเขา จะหาข้อมูลที่เราทิ้งไว้ให้เพื่อนร่วมชั้นเจอหรือเปล่า"
"ถ้าหากเราสามารถส่งคนทรยศไปเป็นสายลับที่ฝั่งเขาได้ ก็คงจะดี..."
สวี่เยว่หวานวิเคราะห์ไปพลาง ครุ่นคิดไปพลาง
สีหน้าของเธอดูตื่นเต้นเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องราวที่เหมือนในละคร ที่มีการใช้เล่ห์เหลี่ยมวางแผนจัดการคน
หวังหลิงหลิงเห็นด้วยกับคำพูดของลู่เซินกับสวี่เยว่หวาน และยินดีที่จะลองดู
แต่ว่า...
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็พูดช้าๆ ว่า
"วิธีนี้มีความเป็นไปได้จริง แต่ปัญหาก็คือ—มันตั้งรับเกินไป!"
"เราต้องรอการกระทำของสิงหม่าน"
"รอให้เขาทรมานเพื่อนร่วมชั้นแล้วหามาถึงชั้นสามเอง รอให้เขาพบข้อมูลที่เราจงใจทิ้งไว้ที่ชั้นสาม..."
"สิ่งที่เราทำได้มีเพียงการรอคอยอย่างอดทน แต่ฝ่ายที่คุมเกมกลับเป็นสิงหม่าน"
"เขาจะทรมานเพื่อนร่วมชั้นแล้วไปที่ชั้นสามเมื่อไหร่ เราคาดเดาไม่ได้เลย"
จริงด้วย...
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ก็เงียบไปอีกครั้ง
หวังหลิงหลิงโพล่งขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง "จริงๆ แล้ว ฉันอยากจะรักษาเจียงเย่ไว้"
คำพูดนี้ทำเอาเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ตกใจ มองไปที่เธอด้วยความประหลาดใจ
หวังหลิงหลิงไม่ได้อธิบายอะไรมาก แต่หันไปมองไป๋รั่วหว่านอีกครั้ง
ไป๋รั่วหว่านเพิ่งจะตกใจกลัวจนขวัญเสียไปหยกๆ พอถูกหวังหลิงหลิงมองตอนนี้ สีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที
ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกว่า หวังหลิงหลิงเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นของเธอ
แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่า หวังหลิงหลิงเหมือนกับผู้มีอำนาจ!
เธอแทบจะเรียกคำว่า "พี่สาวหลิง" ไม่ออกแล้ว แทบอยากจะตะโกนว่า "ท่านผู้ยิ่งใหญ่" แทน!
โชคดีที่ท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้คิดจะฆ่าเธอ แต่กลับถามเธอว่า
"ฉันจำได้ว่าเธอชอบสามก๊ก ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะเคยได้ยินเรื่องแผนยอมเจ็บเนื้อใช่ไหม?"
ไป๋รั่วหว่านเข้าใจในทันที "ฉัน… ต้องเป็นอุยกายเหรอ?"
ทว่าหวังหลิงหลิงส่ายหน้า "ก็ไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนอุยกายขนาดนั้น"
"แถมเธอก็ไม่ต้องเสี่ยงชีวิตไปแสดงละครที่ฝั่งสิงหม่านด้วย"
"เพราะสภาพจิตใจของเธอแย่เกินไป ฝีมือการแสดงก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีโอกาสสูงที่จะถูกมองออกในแวบเดียว"
ไป๋: QAQ
"ถะ... ถ้าอย่างนั้น ฉัน... ฉันทำอะไรได้บ้าง..."
หวังหลิงหลิงยังคงใจเย็น วางแผนอย่างเป็นระบบ "เมื่อครู่โหยวจื่ออวี๋เพิ่งตายไป ดูจากรายชื่อสมาชิกในกลุ่มแชตแล้ว เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ต้องสังเกตเห็นแน่นอน"
"เพียงแต่ตอนนี้สถานการณ์พิเศษ เลยไม่มีใครกล้าพูดอะไรในกลุ่ม และยังไม่เกิดการถกเถียงกัน"
"แต่ว่า เธอสามารถพูดในกลุ่มได้ กล่าวหาฉัน"
"บอกว่าฉันสงสัยว่าโหยวจื่ออวี๋ทรยศ ก็เลยฆ่าโหยวจื่ออวี๋"
"ตอนนี้ฉันยังสงสัยว่าเธอจะทรยศด้วย และฉันกำลังจะฆ่าเธอ"
"เธอสามารถแสดงท่าทีสิ้นหวังหน่อย พูดในกลุ่มให้ดูสับสนวกวนหน่อย"
"แล้วก็ใช้คำพูดที่สิ้นหวังจนสับสนวกวนนั้น เปิดเผยข้อมูลบางอย่างให้สิงหม่าน"
เอ่อ...
นี่มันเร็วกว่าการที่พวกเขารอให้สิงหม่านหามาเองเยอะเลย
และถ้าสิงหม่านถูกดึงดูดความสนใจจริงๆ ก็อาจจะระงับแผนการไปหาเจียงเย่ที่ชั้น 20 ไว้ชั่วคราว
อาจจะสามารถรักษาเจียงเย่ไว้ได้จริงๆ
อีกอย่าง ข้อมูลที่ไป๋รั่วหว่านเปิดเผย สามารถบอกได้ว่ากลุ่มช่วยเหลือของพวกเขากำลังระแวงกันเอง เกิดความขัดแย้งภายในแล้ว
ยิ่งจะช่วยลดความระแวงของสิงหม่านลงได้อีก!
ลู่เซินและสวี่เยว่หวานสบตากัน ก็รู้สึกว่าแผนนี้ใช้ได้
แต่ว่า พวกเขายังต้องเตรียมตัวอีกหน่อย
พวกเขาต้องเตรียมตัว แต่ปฏิบัติการ "ทรยศ" ของไป๋รั่วหว่านต้องเริ่มทันที
มิฉะนั้น ถ้าหากรอให้โหยวจื่ออวี๋ตายไปครึ่งค่อนวันแล้ว เธอค่อยมาทรยศหวังหลิงหลิง ก็จะดูไม่สมจริง
ดังนั้น...
หวังหลิงหลิงและคนอื่นๆ ก็รีบเตรียมตัวกันอย่างรวดเร็ว
ไป๋รั่วหว่านก็เริ่มแสดงในกลุ่มไปพร้อมๆ กัน
เพราะถูกหวังหลิงหลิงตำหนิว่าฝีมือการแสดงไม่ดี ในใจเธอก็ยังเคืองอยู่
ตัดสินใจว่าการแสดงครั้งนี้ จะต้องทำให้ทุกคนตะลึง!
เจียงเย่ไม่รู้เรื่องการกระทำของกลุ่มช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย
เขายังคงอยู่ในห้อง 2025 รอคอยการมาถึงของสิงหม่านอย่างเงียบๆ
ในใจคิดว่า คราวนี้ถ้าฆ่าสิงหม่านได้ วิกฤตก็จะคลี่คลาย
แน่นอนว่า ระหว่างนี้ เขาก็เห็นชื่อของโหยวจื่ออวี๋มืดลง
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เพราะในสายตาของเขา—
ตั้งแต่ตอนที่สมุดทะเบียนตกไปอยู่ในมือของสิงหม่าน โหยวจื่ออวี๋ก็น่าจะประสบเคราะห์ร้ายไปแล้ว
ที่เพิ่งจะมาตายเอาป่านนี้ น่าจะกำลังถูกลูกน้องของสิงหม่านทรมานเค้นความลับอะไรบางอย่างอยู่
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ—
ฝั่งเขาที่กำลังตึงเครียด ไม่ได้รอให้สิงหม่านบุกมาถึง แต่กลับรอจนได้เห็นไป๋รั่วหว่านร้องขอความช่วยเหลือในกลุ่ม!
ไป๋รั่วหว่าน: [ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย... ฮือๆๆๆ QAQ]
เจียงเย่เห็นแล้วใจหายวาบ!
ไป๋รั่วหว่าน...
ในที่สุดก็ประสบเคราะห์ร้ายแล้วเหรอ?
ถูกสิงหม่านหาเจอแล้ว?
ถ้าอย่างนั้นสิงหม่านก็ไม่ได้ขึ้นไปชั้น 20 แต่ไปหาไป๋รั่วหว่านงั้นเหรอ?
ขณะที่กำลังคิดอยู่ เขาก็พลันได้ยินเสียงเคาะประตูห้องของตัวเอง!