เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 480 เด็กแสบไม่ได้รับผลกระทบจากอาณาเขตมังกรอัคคีหรือ

พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 480 เด็กแสบไม่ได้รับผลกระทบจากอาณาเขตมังกรอัคคีหรือ

พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 480 เด็กแสบไม่ได้รับผลกระทบจากอาณาเขตมังกรอัคคีหรือ


พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 480 เด็กแสบไม่ได้รับผลกระทบจากอาณาเขตมังกรอัคคีหรือ

“ไม่ เป็นไปไม่ได้โดยเด็ดขาด ข้าต้องประมาทเกินไปแน่ ๆ”

อัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มผู้นั้นมิอาจยอมรับความจริงนี้ได้อยู่บ้าง เขาฝืนทนความเจ็บปวดรุนแรงที่แขนซ้าย ยกดาบใหญ่เพลิงอัคคีขึ้นอีกครั้ง เตรียมจะเปิดฉากโจมตีอีกครา

“ไม่เชื่อฟัง ต้องตีบั้นท้ายให้หนัก ๆ”

ทว่าในยามนั้นเอง เสียงของฉู่เฉินกลับดังขึ้นที่เบื้องหลังเขา

“สมควรตาย!” อัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มผู้นั้นทันเพียงแค่สบถด่าออกมาคำหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงตบอันใสกังวานดังขึ้น จากนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดรุนแรงที่บั้นท้าย

อ๊าก! เขาส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ร่างกายพุ่งถลาไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ บินทะลุกลุ่มภูเขาไฟออกไปโดยตรง กระแทกเข้ากับภูเขาใหญ่ลูกหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป

เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ภูเขาใหญ่พังทลายลงในชั่วพริบตา กลายเป็นกองซากปรักหักพังฝังกลบอัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มผู้นั้นไว้

“ซี้ด!” เหล่าอัจฉริยะฟ้าประทานแห่งโถงเทพเพลิงอัคคีที่เหลือต่างสูดลมหายใจเย็นเยียบอีกครั้ง บนใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง ในแววตาก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

หากจะกล่าวว่าสหายระดับสาวกเทพครึ่งก้าวคนแรกพ่ายแพ้เพราะความประมาท แต่สหายในครั้งนี้ย่อมต้องทุ่มสุดกำลังอย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงสู้เด็กแสบผู้นั้นไม่ได้ ถูกตบกระเด็นในฝ่ามือเดียว และทิ้งรอยฝ่ามือแห่งความอัปยศไว้บนบั้นท้ายของสหาย

“เจ้าเด็กแสบคนนี้ แข็งแกร่งกว่าที่พวกเราจินตนาการไว้มาก” อัจฉริยะฟ้าประทานหญิงผู้นั้นกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเราต้องลงมือพร้อมกัน จะปล่อยให้เขาดูถูกเหยียดหยามทีละคนอีกไม่ได้แล้ว”

อัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มอีกคนพยักหน้า กล่าวว่า “ทิ้งผู้ติดตามทั้งหมดไว้ต้านทานการโจมตีของฝูงมังกรอัคคี คนที่เหลือรุมโจมตีเจ้าเด็กแสบนั่นพร้อมกัน”

“ตกลง!” ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน

จากนั้น อัจฉริยะฟ้าประทานหญิงหนึ่งคน และอัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มสองคนก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ล้อมฉู่เฉินไว้ตรงกลาง

ฟิ้ว ฟิ้ว! ในขณะเดียวกัน อัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มสองคนที่ถูกฉู่เฉินตบกระเด็นไปก่อนหน้านี้ก็บินกลับมา เข้าร่วมขบวนการรุมโจมตีฉู่เฉินด้วย

ส่วนผู้ติดตามที่ถูกตบกระเด็นไปผู้นั้น ก็ร่วมมือกับผู้ติดตามคนอื่น ๆ สกัดกั้นการโจมตีของฝูงมังกรอัคคีไว้ทั้งหมด สร้างสภาพแวดล้อมการต่อสู้ที่ค่อนข้างปลอดภัยให้แก่สามอัจฉริยะฟ้าประทาน

“เจ้าเด็กแสบ ข้ายอมรับว่าพวกเราดูถูกเจ้าเกินไป แต่ว่า ก็จบลงเพียงเท่านี้แหละ” อัจฉริยะฟ้าประทานหญิงผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกเราห้าสาวกเทพครึ่งก้าวลงมือ เจ้าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย”

“ถูกต้อง ครั้งนี้ ต่อให้เจ้าติดปีกก็หนีไม่พ้น” อัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มอีกคนก็กล่าวเสียงทุ้ม

ฉู่เฉินหันกลับไปมองแผ่นหลังของตนเอง กะพริบดวงตากลมโตปริบ ๆ กล่าวด้วยใบหน้าไร้เดียงสาว่า “ข้าไม่ได้ติดปีกสักหน่อย”

อัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มผู้นั้นจุกจนพูดไม่ออก พลันค้นพบว่าตนเองกับเจ้าเด็กแสบผู้นี้อยู่คนละโลกกันโดยสิ้นเชิง

“เจ้าเด็กแสบ วันนี้หากไม่ฆ่าเจ้า ข้าขอสาบานว่าจะไม่ขอเป็นคนอีกต่อไป”

“เจ้าเด็กแสบ ข้าจะต้องบดกระดูกเจ้าให้เป็นผุยผง จึงจะสลายความแค้นในใจข้าได้” อัจฉริยะฟ้าประทานสองคนที่ถูกตีบั้นท้ายกล่าวด้วยน้ำเสียงมืดมน ในดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

ในฐานะอัจฉริยะฟ้าประทานรุ่นเยาว์ที่สุดแห่งโลกเทพ สถานะในโถงเทพเพลิงอัคคีก็ไม่ต่ำต้อย ไม่เคยได้รับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน

เจ้าเด็กแสบสมควรตายผู้นี้ กลับกล้าตีบั้นท้ายพวกเขาต่อหน้าธารกำนัล

ที่ทำให้พวกเขารับไม่ได้ที่สุดคือ บนบั้นท้ายมีพลังงานสีทองชั้นหนึ่งไหลเวียนอยู่ กีดกันพลังงานของพวกเขาเอง ทำให้พวกเขาไม่สามารถลบรอยฝ่ามือสีแดงฉานบนบั้นท้ายออกไปได้

กระทั่งกางเกงที่ขาดวิ่น ก็ยังไม่สามารถใช้พลังงานควบแน่นขึ้นมาปกปิดใหม่ได้

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ต่อให้สังหารเจ้าเด็กแสบผู้นี้แล้ว ก่อนที่จะขับไล่พลังงานสีทองอันลึกลับแปลกประหลาดนั้นออกไปได้ พวกเขาก็ทำได้เพียงเปลือยบั้นท้ายเท่านั้น

อัจฉริยะฟ้าประทานแห่งหนึ่งในสามขุมอำนาจระดับสูงสุดของโลกเทพผู้สง่างาม กลับต้องมาเปลือยบั้นท้าย จะเหลือศักดิ์ศรีอันใดอีก?

ความอัปยศอดสูเช่นนี้ ช่างทรมานยิ่งกว่าฆ่าพวกเขาให้ตายเสียอีก

ฉู่เฉินเอ่ยถามด้วยใบหน้าสงสัยใคร่รู้ว่า “บดกระดูกเป็นผุยผงแปลว่าอะไรหรือ?”

“ข้า...” อัจฉริยะฟ้าประทานผู้นั้นโกรธจนพูดไม่ออก รู้สึกเหมือนตนเองบิ๊วอารมณ์มาจนเต็มเปี่ยม แต่กลับสูญเปล่าไปเสียฉิบ

“นี่มันไอ้สารเลวตัวไหนปล่อยเจ้าเด็กแสบนี่ออกมากัน” ผ่านไปครู่ใหญ่ อัจฉริยะฟ้าประทานผู้นั้นก็ด่าทอออกมา

“อย่าไปพูดไร้สาระกับเขา ลงมือพร้อมกัน ฆ่าเขาเสียก่อน พวกเรายังต้องไปสังหารราชามังกรอัคคี แย่งชิงมงกุฎราชามังกรอัคคีอีก” อัจฉริยะฟ้าประทานหญิงผู้นั้นกล่าวเสียงทุ้ม

“ตกลง!” อัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มหลายคนพยักหน้า ในดวงตาเต็มไปด้วยเจตจำนงสังหาร

ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวดังมาจากที่ไกล ๆ จากนั้นมังกรอัคคีทุกตัวก็ส่งเสียงร้องตามขึ้นมา

ครืน ครืน! ภูเขาไฟทุกลูกพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ครู่ต่อมาก็ระเบิดปะทุขึ้นพร้อมกัน

ลาวากฎระเบียบอันเข้มข้นสายแล้วสายเล่าระเบิดออกมาจากภูเขาไฟ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ลาวาไหลเวียนอยู่กลางอากาศ ไหลย้อยลงมาจากขอบของกลุ่มภูเขาไฟ ก่อตัวเป็นม่านพลังลาวาชั้นหนึ่ง

มองจากที่ไกล ๆ ราวกับฝาครอบรูปวงรีที่กำลังไหลเวียน ครอบคลุมกลุ่มภูเขาไฟทั้งหมดไว้

หวึ่ง! ในชั่วขณะที่ฝาครอบก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ พลังงานเพลิงอัคคีภายในก็พลันบ้าคลั่งขึ้นมาอย่างหาที่สุดมิได้ มังกรอัคคีทุกตัวกางปีกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นอายบนร่างก็ดุร้ายขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะเดียวกัน แรงกดดันอันไร้ที่เปรียบก็ม้วนกวาดเข้ามา

“นี่คืออาณาเขตมังกรอัคคี อีกทั้งยังเป็นอาณาเขตซ้อนทับที่นำโดยราชามังกรอัคคี”

เหล่าอัจฉริยะฟ้าประทานแห่งโถงเทพเพลิงอัคคีสีหน้าขรึมลง ต่างพากันหันศีรษะมองไปยังภูเขาไฟขนาดมหึมาที่อยู่ลึกที่สุดลูกนั้น แล้วพบด้วยความประหลาดใจว่า กลับมีเด็กแสบอีกคนหนึ่งกำลังต่อสู้กับราชามังกรอัคคีอยู่

ที่ทำให้พวกเขารู้สึกเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ ในอาณาเขตมังกรอัคคีนี้ แม้แต่พวกเขาที่บำเพ็ญกฎระเบียบเพลิงอัคคีเช่นกันยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว แต่เจ้าเด็กแสบผู้นั้นในการต่อสู้กับราชามังกรอัคคีกลับยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบ ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากอาณาเขตนี้เลย

เดี๋ยวก่อน เจ้าเด็กแสบคนนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากอาณาเขต เช่นนั้นเจ้าเด็กแสบคนนี้...

ในใจของห้าอัจฉริยะฟ้าประทานพลันบังเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมาพร้อมกัน

ในขณะนั้นเอง เสียงอันไร้เดียงสาก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน “ไปซะ!”

สิ้นเสียงวาจา อัจฉริยะฟ้าประทานหนุ่มคนหนึ่งก็รู้สึกเจ็บปวดรุนแรงที่บั้นท้ายขึ้นมาทันที กรีดร้องออกมาคราหนึ่ง ร่างกายก็กระเด็นออกไป กระแทกเข้ากับม่านพลังลาวาที่ขอบอาณาเขตมังกรอัคคี

อ๊าก! เสียงกรีดร้องที่โหยหวนยิ่งกว่าเดิมดังก้องไปทั่วกลุ่มภูเขาไฟ รอจนอัจฉริยะฟ้าประทานผู้นั้นบินกลับขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง ทุกคนจึงพบด้วยความตกตะลึงว่าใบหน้าทั้งใบของเขาถูกม่านพลังลาวานั้นเผาไหม้จนเลือดเนื้อเละเทะ ดูน่าสยดสยองผิดปกติ

“ดินแดนกระบี่เพลิงอัคคี!”

“ทะเลเพลิงไร้สิ้นสุด!”

อัจฉริยะฟ้าประทานสี่คนที่เหลือต่างพากันใช้อาณาเขตของตนเองออกมา เพื่อต้านทานการกดข่มของอาณาเขตมังกรอัคคี ขณะเดียวกัน หลังจากอาณาเขตก่อตัวขึ้น ทั้งสี่คนก็ทิ้งระยะห่างพร้อมกัน และเปิดฉากโจมตีใส่ฉู่เฉิน

“เฮ้อ! ทำไมถึงชอบขัดขืนกันนักนะ? ตอนข้าสองขวบก็รู้แล้วว่าต้องเชื่อฟังถึงจะไม่โดนตีเจ็บ พวกเจ้าโตขนาดนี้แล้ว กลับยังไม่เข้าใจอีก ช่างเสียทีที่เกิดมาโตป่านนี้จริง ๆ”

ฉู่เฉินบ่นพึมพำพลางส่ายศีรษะไปมา จากนั้นก็นำดาบทะลวงสวรรค์ออกมาโยนขึ้นไปในอากาศ สองมือประสานเคล็ดวิชา ตะโกนด้วยน้ำเสียงเจือความไร้เดียงสาว่า “ดินแดนดาบอักขระเทพ!”

ดินแดนดาบอักขระเทพและดินแดนกระบี่อักขระเทพหลอมรวมกัน ก็คือดินแดนเทพดาบกระบี่

ทว่าในยามนี้ฉู่ซินกำลังต่อสู้กับราชามังกรอัคคี ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมาร่วมใช้วิชาดินแดนเทพดาบกระบี่กับฉู่เฉิน

อีกอย่าง รับมือเจ้าพวกนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ดินแดนเทพดาบกระบี่หรอก

หวึ่ง! พลังอักขระเทพพวยพุ่งออกมา ก่อตัวเป็นอาณาเขตสีทองชั้นหนึ่งในชั่วพริบตา ครอบคลุมอาณาเขตของสี่อัจฉริยะฟ้าประทานไว้ภายในทั้งหมด

“แรงกดดันแข็งแกร่งยิ่งนัก” สี่อัจฉริยะฟ้าประทานสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจากอาณาเขตสีทอง ต่างพากันหน้าถอดสีด้วยความตกใจ

อาณาเขตของพวกเขา กลับไม่สามารถต่อต้านอาณาเขตสีทองนี้ได้ นี่เป็นไปได้อย่างไร?

ต้องรู้ว่าต่อให้เป็นอาณาเขตซ้อนทับที่ราชามังกรอัคคีและฝูงมังกรอัคคีใช้ออกมา พวกเขาก็ยังสามารถต้านทานอานุภาพส่วนใหญ่ได้

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับอาณาเขตสีทองนี้ อาณาเขตของพวกเขาดูเหมือนจะไม่มีผลใด ๆ เลย

จบบทที่ พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 480 เด็กแสบไม่ได้รับผลกระทบจากอาณาเขตมังกรอัคคีหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว