- หน้าแรก
- พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์กับลูกแฝดสะท้านบัลลังก์
- พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 350 นางคือท่านหญิงน้อยผู้รักนมสัตว์ที่สุดที่เราแต่งตั้งเอง
พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 350 นางคือท่านหญิงน้อยผู้รักนมสัตว์ที่สุดที่เราแต่งตั้งเอง
พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 350 นางคือท่านหญิงน้อยผู้รักนมสัตว์ที่สุดที่เราแต่งตั้งเอง
พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 350 นางคือท่านหญิงน้อยผู้รักนมสัตว์ที่สุดที่เราแต่งตั้งเอง
ในวันนั้นที่เขตแดนลับเก้ามณฑล เขาผู้นี้ที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเก้ามณฑลถูกเด็กแสบสองคนตีบั้นท้ายจนแหลก ทำให้เขาขายหน้าจนหมดสิ้น
ความอัปยศนี้ เขาไม่เคยลืมเลือน
เป็นเพราะความมุ่งมั่นที่จะล้างแค้น จึงทำให้เขาสามารถทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิยุทธ์ได้ในเวลาอันสั้นเพียงนี้ หากใช้วิธีการที่คนจากโลกเทพทั้งสามคนนั้นถ่ายทอดให้ ก็เพียงพอที่จะเทียบเคียงกับจักรพรรดิยุทธ์ระยะกลางได้
เด็กแสบผู้นี้แม้จะมีพลังฝีมือแข็งแกร่ง แต่น่าจะยังไม่ถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์
ทว่า เพื่อความปลอดภัย เขายังคงข่มความอยากที่จะพุ่งเข้าไปล้างแค้นในทันทีเอาไว้ ให้ผู้อื่นไปลองหยั่งเชิงเด็กแสบผู้นี้ดูก่อน
“พรืด! พวกเจ้ามณฑลจงคิดจะทำให้ข้าขำจนตาย เพื่อคว้าชัยชนะในการประลองรอบสุดท้ายหรืออย่างไร”
อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงบนเวทีประลองตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ
“ดูท่ามณฑลจงจะไร้คนแล้วจริง ๆ ถึงกับส่งเจ้าหนูขวดนมที่ยังกินนมอยู่ขึ้นมาประลอง”
ในค่ายของอัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลง ก็มีคนหัวเราะตามขึ้นมาเช่นกัน
“อย่าได้ประมาท นี่คือหนึ่งในเด็กแสบสองคนจากเขตแดนลับเก้ามณฑล พลังฝีมือแข็งแกร่งมาก”
“ถูกต้อง นางเคยเอาชนะปราชญ์ยุทธ์ระยะสูงสุดได้ตั้งแต่ตอนอยู่ในเขตแดนลับเก้ามณฑลแล้ว”
อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงที่เคยเห็นพลังฝีมือของฉู่ซินในเขตแดนลับเก้ามณฑล สีหน้ากลับเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
“หา? หรือว่านางก็คือเด็กแสบคนนั้น?”
มีอัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงบางคนที่มิได้เข้าร่วมการแย่งชิงบัวเทพในเขตแดนลับเก้ามณฑล จึงไม่เคยเห็นพลังฝีมือของฉู่ซิน แต่เคยได้ยินมาว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเก้ามณฑลหลงเส้าเทียนถูกเด็กแสบคนหนึ่งเอาชนะ ทั้งยังถูกตีบั้นท้ายจนแหลกต่อหน้าธารกำนัล
“ชู่ว!”
มีคนรีบให้คนผู้นั้นเบาเสียงลง เรื่องเช่นนี้จะพูดซี้ซั้วไม่ได้ หากทำให้หลงเส้าเทียนโกรธขึ้นมาจะเป็นเรื่องยุ่งยาก
อย่าเห็นว่าตอนนี้พวกเขาบรรลุถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์ครึ่งก้าวแล้ว แต่ต่อหน้าหลงเส้าเทียนก็ยังคงไม่คณามือ
“พี่สาว พวกเรามาแล้ว”
หลงอวี่เฟยแหวกอากาศมา ร่อนลงตรงหน้าหลงอวี่โหรว แล้วทำความเคารพ
“ถวายบังคมฝ่าบาท”
เย่หงเสวี่ยก็ทำความเคารพอย่างนอบน้อมเช่นกัน
หลงอวี่โหรวพยักหน้า สีหน้ายังคงสงบนิ่ง แต่ในใจกลับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เจ้าเด็กแสบผู้นี้ในที่สุดก็มาเสียที
“ฝ่าบาท นี่คืออัจฉริยะฟ้าประทานของมณฑลจงของท่านหรือ”
หลงอวี่เซิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงเจือความสงสัย
ก่อนมาเขาได้ตรวจสอบอัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลจงมาอย่างละเอียด แต่ไม่เคยได้ยินว่ามีเจ้าหนูขวดนมเช่นนี้อยู่ด้วย
อีกทั้ง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าอัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลง เขาก็ได้ยินแล้ว เจ้าหนูขวดนมผู้นี้มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะไม่ใช่อัจฉริยะฟ้าประทานของมณฑลจงเลยด้วยซ้ำ
“แน่นอน!”
หลงอวี่โหรวพยักหน้า กล่าวพลางยิ้มว่า “นางคือลูกสาวบุญธรรมของน้องสาวเรา เป็น ‘ท่านหญิงน้อยผู้รักนมสัตว์ที่สุด’ แห่งจักรวรรดิเก้ามณฑลที่เราแต่งตั้งด้วยตนเอง จะไม่ใช่อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลจงได้อย่างไร”
ลูกสาวบุญธรรมขององค์หญิงสอง?
ท่านหญิงน้อยผู้รักนมสัตว์ที่สุด?
เมื่อได้ยินฐานะแรก ทุกคนยังรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่พอได้ยินฉายาด้านหลัง ทุกคนต่างก็อดไม่ได้ที่จะมุมปากกระตุก
การแต่งตั้งนี้มันจะตามใจเกินไปหน่อยหรือไม่
แม้แต่หลงอวี่เซิ่งก็ยังพูดไม่ออก
“ยังมีข้าด้วย ข้าก็เป็นลูกชายบุญธรรมของท่านน้าหลง ข้าคือคุณชายน้อยผู้รักนมสัตว์ที่สุดนะขอรับ”
ฉู่เฉินชูมือน้อย ๆ อวบอ้วนขึ้นกล่าว กล่าวจบดูเหมือนจะกลัวคนอื่นไม่เชื่อ จึงนำราชโองการและเหรียญตราแสดงฐานะของตนเองออกมาด้วย
คุณชายน้อยผู้รักนมสัตว์ที่สุด?
ทุกคนต่างพากันกลอกตา นี่มันฉายาเละเทะอันใดกัน
ทว่า แม้ฉายาจะดูไม่น่าเชื่อถือ แต่พลังแห่งโชคชะตาบนราชโองการและเหรียญตราแสดงฐานะนั้นกลับปลอมแปลงไม่ได้
หลงอวี่เซิ่งขมวดคิ้วแน่น หันไปมองค่ายอัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลง ส่งกระแสเสียงหาหลงเส้าเทียน กล่าวว่า “เด็กแสบผู้นี้พลังฝีมือเป็นอย่างไร”
หลงเส้าเทียนส่งกระแสเสียงตอบกลับไปเช่นกันว่า “ท่านพ่อ พลังฝีมือของเด็กแสบผู้นี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในเขตแดนลับเก้ามณฑลก็สามารถเอาชนะปราชญ์ยุทธ์ระยะสูงสุดได้ ตอนนี้ไม่รู้ว่าพลังฝีมือพัฒนาขึ้นหรือไม่”
หลงอวี่เซิ่งได้ยินดังนั้น แววตาก็วาบขึ้น ส่งกระแสเสียงว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าขึ้นไปแทนเถอะ”
หลงเส้าเทียนส่งกระแสเสียงตอบกลับว่า “ท่านพ่อ ข้าคิดว่าให้พวกเขาไปลองหยั่งเชิงพลังฝีมือปัจจุบันของเด็กแสบผู้นี้ดูก่อนดีกว่า อย่างไรเสียพวกเราก็ไม่ได้คิดจะใช้วิธีนี้บีบบังคับให้จักรพรรดินีสละราชสมบัติจริง ๆ อยู่แล้ว แพ้ไปก็ไม่เป็นไร”
“อืม! เช่นนั้นก็เอาตามแผนของเจ้าเถอะ”
หลงอวี่เซิ่งพยักหน้าอย่างลับ ๆ
การบีบบังคับให้หลงอวี่โหรวสละราชสมบัติผ่านการประลอง เป็นเพียงฉากหน้า ไม่เคยคิดที่จะใช้วิธีการเล่นขายของเช่นนี้เพื่อขึ้นครองบัลลังก์จักรพรรดิจริง ๆ
ในยามนี้ ฉู่เฉินหันไปมองหลงอวี่โหรว เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความไร้เดียงสาว่า “ฝ่าบาทจักรพรรดินี สมบัติของพวกเราเตรียมไว้พร้อมหรือยังขอรับ”
“แน่นอน!”
หลงอวี่โหรวเอ่ยปากกล่าว
ฉู่เฉินดื่มนมสัตว์ไปหนึ่งคำ แล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาทจักรพรรดินี ข้ารู้สึกว่าก่อนหน้านี้พูดไม่ชัดเจน ที่พูดไปก่อนหน้านี้คือสมบัติที่พี่สาวข้าชนะหนึ่งรอบใช่หรือไม่ หากพี่สาวข้าชนะสิบรอบติดต่อกัน สมบัติที่จะให้พวกเราจะเยอะขึ้นหรือไม่ขอรับ”
หลงอวี่โหรวมองเขาแวบหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “หากพี่สาวเจ้าสามารถชนะสิบรอบติดต่อกันได้ เราจะให้พวกเจ้าเข้าไปเลือกของในศาลาซ่อนสมบัติราชวงศ์ของเราได้ตามใจชอบ”
“ดี! นี่ท่านพูดเองนะ ห้ามกลับคำนะขอรับ”
ดวงตาของฉู่เฉินเป็นประกาย หันไปตะโกนบอกฉู่ซินที่ลานประลองยุทธ์ว่า “พี่สาว ฝ่าบาทจักรพรรดินีตรัสแล้ว หากท่านชนะสิบรอบติดต่อกัน พวกเราสามารถไปเลือกของในศาลาซ่อนสมบัติราชวงศ์ได้ตามใจชอบ เลือกเท่าใดก็ได้”
หือ?
เราบอกแค่ว่าเลือกได้ตามใจชอบ ไม่ได้บอกว่าเลือกเท่าใดก็ได้มิใช่หรือ?
เปลือกตาของหลงอวี่โหรวกระตุก นางอยากจะแย้งสักหน่อย แต่ก็รู้สึกว่าการแย้งในเวลานี้จะเสียสง่าราศีของจักรพรรดินีแห่งเก้ามณฑล สุดท้ายจึงอดทนไว้
“รู้แล้ว”
ฉู่ซินที่กำลังดื่มนมสัตว์อยู่ดวงตาพลันสว่างวาบ ชี้ไปที่อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงผู้นั้นแล้วกล่าวว่า “นี่ เจ้าคืออัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงใช่หรือไม่? รีบหน่อย ตีเสร็จจะได้เปลี่ยนคนต่อไป หรือว่าพวกเจ้าจะเข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้”
“อวดดี!”
อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงผู้นั้นแค่นเสียงเย็นชา กล่าวเสียงทุ้มว่า “เอาชนะเจ้า ข้าคนเดียวก็เพียงพอแล้ว”
แม้เขาจะได้ยินบทสนทนาของสหายเหล่านั้น และรู้ว่าเด็กแสบตรงหน้ามีพลังฝีมือแข็งแกร่งมาก แต่เขาก็ยังคงไม่เห็นเด็กแสบผู้นี้อยู่ในสายตามากนัก
ด้วยพลังฝีมือของเขาในตอนนี้ ก็สามารถเอาชนะปราชญ์ยุทธ์ระยะสูงสุดได้เช่นกัน
เด็กแสบผู้นี้ดูจากส่วนสูงแล้วน่าจะไม่เกินห้าขวบ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะบรรลุถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์ครึ่งก้าว
แม้จักรพรรดิยุทธ์ครึ่งก้าวกับปราชญ์ยุทธ์ระยะสูงสุดจะห่างกันเพียงก้าวเล็ก ๆ แต่พลังฝีมือกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“เช่นนั้นก็เร็วเข้า ข้ารีบไปเลือกสมบัติอยู่”
ฉู่ซินเร่งเร้าอย่างหมดความอดทน
“หึ!”
อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงผู้นั้นแค่นเสียงเย็นชา มองไปที่กรรมการข้างลานประลองยุทธ์ แล้วกล่าวว่า “เริ่มเถอะ”
กรรมการผู้นั้นเป็นจักรพรรดิยุทธ์ระยะสูงสุด หันไปมองหลงอวี่โหรว เมื่อเห็นหลงอวี่โหรวพยักหน้า จึงใช้วิชาลับเปิดมิติจำลองของลานประลองยุทธ์
“เด็กแสบ ตายเสียเถอะ”
อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงผู้นั้นเพิ่งจะเข้าสู่มิติจำลอง ก็เรียกหอกศักดิ์สิทธิ์ออกมาทันที แล้วเปิดฉากโจมตี
โฮก!
หอกพุ่งออกไปกลายเป็นมังกร แต่กลับมิใช่กลิ่นอายที่สูงส่งและทรงอำนาจแบบนั้น แต่เป็นกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกและชั่วร้าย
เมื่อมองดูมังกรที่แปลงมาจากหอกยาวนั้นอีกครั้ง กลับเป็นมังกรโลหิตที่มีสีแดงฉานไปทั้งตัว
“น่าขยะแขยงจริง ๆ”
ฉู่ซินพึมพำด้วยความรังเกียจอย่างยิ่ง จากนั้นมือหนึ่งถือขวดนม อีกมือหนึ่งทำเป็นนิ้วกระบี่ แล้วตวัดผ่านอากาศ
หวึ่ง!
ประกายกระบี่อันเจิดจรัสสายหนึ่งพุ่งทะลวงอากาศ หลังจากฟันมังกรโลหิตจนดับสูญแล้ว พลังก็ยังไม่ลดทอนลง พุ่งเข้าโจมตีอัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงผู้นั้น
อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงผู้นั้นตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบกวัดแกว่งหอกสงครามสีเลือดต้านรับอีกครั้ง
ได้ยินเพียงเสียงดังปัง ประกายกระบี่ฟันลงบนหอกสงครามนั้น ซัดอัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงผู้นั้นกระเด็นออกไปโดยตรง หอกสงครามในมือก็ร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง
“เป็นไปได้อย่างไร?”
อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงผู้นั้นพลิกตัวลุกขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ก่อนหน้านี้ได้ยินบทสนทนาของสหายเหล่านั้น เขารู้ว่าเด็กแสบผู้นี้พลังฝีมือไม่ธรรมดา ดังนั้นพอเริ่มมาจึงชิงลงมือก่อนและโจมตีสุดกำลัง คิดไม่ถึงว่าจะยังคงถูกเด็กแสบผู้นั้นเอาชนะได้ในกระบวนท่าเดียว