- หน้าแรก
- พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์กับลูกแฝดสะท้านบัลลังก์
- พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 330 ไปมณฑลจง เด็กแสบสองคนประหม่าเสียแล้ว
พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 330 ไปมณฑลจง เด็กแสบสองคนประหม่าเสียแล้ว
พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 330 ไปมณฑลจง เด็กแสบสองคนประหม่าเสียแล้ว
พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 330 ไปมณฑลจง เด็กแสบสองคนประหม่าเสียแล้ว
ในขณะที่พวกฉู่ซินกำลังกินเนื้อย่างกันอย่างมีความสุข กองทัพมณฑลจงก็กำลังรับตัวเชลยศึกมณฑลม๋ออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนเชลยเหล่านี้จะถูกจัดการอย่างไรนั้น มิใช่ปัญหาที่พวกเขาต้องใส่ใจ
ฉู่ซินและฉู่เฉินกินเนื้อย่างไปพลาง นำสมบัติทั้งหมดที่รวบรวมมาได้ในช่วงเวลานี้ออกมาไปพลาง จากนั้นก็เรียกแปดกายาสงครามของแต่ละคนออกมา เด็กแสบสิบแปดคนนั่งล้อมวงกัน ตรวจสอบและแยกประเภทวรยุทธ์และสมบัติเหล่านั้นทีละชิ้น ๆ
ของเหล่านี้อันที่จริงไม่มีประโยชน์ต่อพวกเขาเท่าใดนัก แต่สิ่งที่พวกเขาเพลิดเพลินก็คือกระบวนการขนย้ายสมบัติจนเกลี้ยง และการตรวจสอบสมบัติ
เย่หงเสวี่ยจ้องมองวรยุทธ์และสมบัติที่กองเท่าภูเขาเหล่านั้น ก็ตกตะลึงตาค้างเช่นกัน
เจ้าตัวเล็กสองคนนี้ขนสมบัติของสำนักกระบี่ไร้รักและจวนมณฑลม๋อมาจนเกลี้ยงจริง ๆ นี่มันช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
หลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำ วรยุทธ์และสมบัติเหล่านั้นก็ถูกเด็กแสบสิบแปดคนแยกประเภทจนเกือบเสร็จสิ้น แล้วเก็บกลับเข้าไปในแหวนมิติของสองพี่น้องอีกครั้ง
จากนั้นฉู่ซินและฉู่เฉินก็พาเจ้าหมูน้อยสองหัว เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วสำนักกระบี่ไร้รักและจวนมณฑลม๋อ เพื่อค้นหาสมบัติ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฉู่ซินและฉู่เฉินยังคงนอนหลับปุ๋ย ก็มีผู้บำเพ็ญที่เฝ้ารักษาการณ์ค่ายกลเคลื่อนย้ายเมืองมณฑลม๋อผู้หนึ่งรีบร้อนเข้ามา รายงานต่อเย่หงเสวี่ยว่า “เรียนท่านผู้ตรวจการณ์ ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่มุ่งสู่เมืองหลวงจักรพรรดิแห่งมณฑลจงเปิดใช้งานใหม่แล้ว สามารถเคลื่อนย้ายกลับมณฑลจงได้ทุกเมื่อขอรับ”
“ดี ข้ารู้แล้ว”
เสียงของเย่หงเสวี่ยดังขึ้น จากนั้นนางก็หันกายเดินเข้าไปในห้องของสองพี่น้อง มองดูเจ้าตัวเล็กสองคนที่นอนแผ่หลาหลับอย่างสบาย และเจ้าหมูน้อยสองหัวที่นอนหมอบอยู่ข้าง ๆ สองพี่น้องเช่นกัน นางก็อดที่จะยิ้มบาง ๆ มิได้ ฉากนี้ ช่างดูอบอุ่นอยู่บ้าง
ทว่า เจ้าตัวเล็กสองคนนี้แม้แต่ตอนนอนก็ยังสวมหน้ากาก ไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นซ่อนใบหน้าเช่นไรไว้ คิดว่าคงจะน่ารักมากเป็นแน่
“อ้ายเข่าโร่ว อ้ายชือโร่ว ตื่นได้แล้ว ไปเมืองหลวงจักรพรรดิกัน”
เย่หงเสวี่ยปลุกสองพี่น้องให้ตื่น
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายใช้ได้แล้วหรือ”
ฉู่ซินและฉู่เฉินพลิกตัวลุกขึ้นจากเตียง เอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
อู๊ด!
เจ้าหมูน้อยสองหัวก็ลืมดวงตาหมูอันงุนงงทั้งสองคู่ขึ้น มองสำรวจไปรอบ ๆ
“อืม!”
เย่หงเสวี่ยพยักหน้า
“ยอดเยี่ยมไปเลย ท่านน้าเย่ พวกเรารีบไปกันเถิด”
ฉู่ซินคว้าเจ้าหมูน้อยสองหัวที่ยังทำหน้างงงวยขึ้นมาวางไว้บนไหล่ จากนั้นก็จับมือเย่หงเสวี่ยพร้อมกับฉู่เฉินคนละข้าง มุ่งหน้าไปยังทิศทางของค่ายกลเคลื่อนย้ายอย่างอดใจรอไม่ไหว
บนใบหน้าของเย่หงเสวี่ยประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ปล่อยให้เจ้าตัวเล็กสองคนลากนางวิ่งตะบึงไป
แม้ความวุ่นวายในมณฑลม๋อจะสงบลงโดยพื้นฐานแล้ว แต่กองทัพมณฑลจงก็ยังคงระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง ส่งยอดฝีมือมาเฝ้ารักษาการณ์ค่ายกลเคลื่อนย้าย เพื่อป้องกันมิให้เศษเดนกบฏหลบหนีผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย
เย่หงเสวี่ยแสดงป้ายคำสั่งผู้ตรวจการณ์มณฑลม๋อของตนเอง แล้วกล่าวว่า “ข้าจะกลับมณฑลจงไปรายงานภารกิจต่อฝ่าบาท รีบเปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายโดยเร็ว”
“ขอรับ!”
ยอดฝีมือที่รับผิดชอบเฝ้ารักษาการณ์ค่ายกลเคลื่อนย้ายตรวจสอบป้ายคำสั่งแล้ว ก็ทำความเคารพอย่างนอบน้อม จากนั้นก็สั่งให้คนเปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้าย จุดหมายปลายทางก็คือมณฑลจง
ฉู่ซินและฉู่เฉินยืนอยู่ข้างกายเย่หงเสวี่ย มือน้อย ๆ กำชายเสื้อของตนเองไว้ ดูประหม่าอยู่บ้าง
ออกจากหมู่บ้านต้าสือ ผ่านมณฑลหลาน เขตแดนลับเก้ามณฑล มณฑลชาง มณฑลเหลย มณฑลฮวง และมณฑลม๋อ ต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน ใช้เวลามาเนิ่นนานหลายวัน บัดนี้ในที่สุดก็จะไปมณฑลจงแล้ว ในที่สุดก็จะไปช่วยท่านแม่แล้ว
พอถึงเวลาจริง พวกเขากลับรู้สึกประหม่าขึ้นมาบ้างแล้ว
ไม่รู้ว่าท่านแม่ถูกสะกดไว้ที่ใด ไม่รู้ว่าพบหน้ากันแล้วท่านแม่จะยังจำพวกเขาได้หรือไม่
เจ้าตัวเล็กสองคนที่อายุไม่ถึงสี่ขวบ ในยามนี้ในสมองเล็ก ๆ นั้นกลับคิดเรื่องราวมากมายเหลือเกิน
เย่หงเสวี่ยสังเกตเห็นอาการที่ผิดปกติของเจ้าตัวเล็กสองคน และมองออกถึงความประหม่าของพวกเขา จึงยิ้มปลอบโยนว่า “เจ้าตัวเล็กสองคนนี้เผชิญหน้ากับการโจมตีของจักรพรรดิยุทธ์ยังไม่ประหม่า คิดไม่ถึงเลยว่าแค่นั่งค่ายกลเคลื่อนย้ายกลับประหม่าถึงเพียงนี้ อย่ากลัวไปเลย ประเดี๋ยวก็ถึงแล้ว”
“ท่านน้าเย่ พวกเรามิได้ประหม่าเพราะนั่งค่ายกลเคลื่อนย้ายเสียหน่อย”
ฉู่เฉินอยากจะแก้ไขความเข้าใจผิดสักหน่อย พวกเขามิใช่เพิ่งเคยนั่งค่ายกลเคลื่อนย้ายเป็นครั้งแรก จะประหม่าเพราะเรื่องนี้ได้อย่างไร
“เช่นนั้นเพราะเหตุใดเล่า”
เย่หงเสวี่ยเอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้
เจ้าหมูน้อยสองหัวก็กะพริบดวงตาหมูเรียวยาวทั้งสองคู่ จ้องมองฉู่เฉิน มันก็สงสัยใคร่รู้อย่างยิ่งว่าเหตุใดพี่ใหญ่และพี่รองจึงประหม่าถึงเพียงนี้
“เป็นเพราะ... อื้อ!”
ฉู่เฉินเพิ่งจะคิดอธิบาย ก็ถูกฉู่ซินปิดปากไว้
เย่หงเสวี่ยหันไปมองฉู่ซินอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าเด็กหญิงผู้นี้กำลังเล่นลูกไม้อันใดอีก
ฉู่ซินหัวเราะคิกคัก ดวงตากลอกไปมา กล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความไร้เดียงสาว่า “ท่านน้าเย่ พวกเราเพียงแค่ไม่เคยไปเมืองหลวงจักรพรรดิ จึงตื่นเต้นนิดหน่อย มิใช่ประหม่าเจ้าค่ะ”
“ใช่ ๆ ๆ พวกเราแค่ตื่นเต้นนิดหน่อย” ฉู่เฉินก็พยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ
“อ้อ ที่แท้ก็ตื่นเต้นนี่เอง”
เย่หงเสวี่ยหลุดหัวเราะออกมา ความประหม่ากับความตื่นเต้นนางยังพอแยกแยะออก แต่ก็มิได้เปิดโปง กลับยังให้ความร่วมมือเผยสีหน้ากระจ่างแจ้งออกมา
หวึ่ง!
ในขณะนั้นเอง ภายในค่ายกลเคลื่อนย้ายก็สว่างไสวไปด้วยลวดลายดาวหกแฉก ฉู่ซินทั้งสามคนและเจ้าหมูน้อยสองหัวที่อยู่ภายในนั้นก็หายวับไปในชั่วพริบตา
ขณะเดียวกัน ณ เมืองหลวงจักรพรรดิแห่งมณฑลจง ภายในห้องลับของวังหลวง จักรพรรดินีหลงอวี่โหรวผู้สวมฉลองพระองค์ลายมังกรกำลังทำความเข้าใจมรดกที่เทพยุทธ์เฒ่าทิ้งไว้
มีมรดกของเทพยุทธ์เฒ่าคอยหนุนเสริม ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของนางจึงรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ บัดนี้ตบะได้ยกระดับขึ้นสู่จักรพรรดิยุทธ์ระยะปลายแล้ว
“ฝ่าบาท!”
ในขณะนั้นเอง นอกห้องลับก็มีเสียงสตรีแหบพร่านั้นดังขึ้น “ผู้ตรวจการณ์มณฑลหลงมีข่าวส่งกลับมาเพคะ”
“รู้แล้ว”
หลงอวี่โหรวยุติการบำเพ็ญเพียร ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ลุกขึ้นเดินออกจากห้องลับ
นอกห้องลับ หญิงชราผู้หนึ่งยืนรอรับใช้ เมื่อเห็นหลงอวี่โหรวออกมา ก็รีบประคองแผ่นหยกแผ่นหนึ่งถวายด้วยสองมืออย่างนอบน้อม
หลงอวี่โหรวรับแผ่นหยกมา แล้วกลับเข้าไปในห้องลับอีกครั้ง ใช้ปราณแท้เฉพาะตัวของสายเลือดราชวงศ์ถ่ายเทลงไปในแผ่นหยกนั้น
หวึ่ง!
บนแผ่นหยกสว่างไสวด้วยแสงสีทองจาง ๆ สายหนึ่ง จากนั้นก็ปรากฏร่างเงาของบุรุษหน้าตาธรรมดาผู้หนึ่งคุกเข่าข้างเดียวอยู่กับพื้น
“กราบทูลฝ่าบาท เจ้ามณฑลหลงนำอัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลหลงสิบคนกำลังจะมุ่งหน้ามายังมณฑลจง เพื่อท้าประลองกับอัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลจง หวังจะใช้สิ่งนี้บีบบังคับให้ฝ่าบาทสละราชสมบัติ เทพสามองค์ที่ลงมาจากโลกเทพเหล่านั้น มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะอยู่ในขบวนเดินทางครั้งนี้ด้วย ขอฝ่าบาททรงระวังพระองค์ด้วย”
หลังจากกล่าวจบ ร่างเงาของบุรุษผู้นั้นก็เลือนหายไป
หลงอวี่โหรวขมวดคิ้วงามเล็กน้อย นับตั้งแต่เทพยุทธ์เฒ่าสิ้นชีพ และแสงทองสามสายนั้นจุติลงมา นางก็รู้ว่ามณฑลหลงจะต้องมีความเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน
เพียงแต่ก่อนหน้านี้นางทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับการรับมือความวุ่นวายในมณฑลม๋อ และหุ่นเชิดโลหิตนับล้านในมณฑลชางและมณฑลฮวง ไม่มีเวลาไปรับมือเรื่องของมณฑลหลง เพียงแค่ลอบส่งข่าวให้ผู้ตรวจการณ์มณฑลหลง ให้เขาจับตาดูอย่างลับ ๆ
เป็นไปตามคาด มณฑลหลงมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แล้วในที่สุด
ใช้วิธีการประลองใหญ่อัจฉริยะฟ้าประทานมณฑลจงและมณฑลหลง มาบีบบังคับให้นางสละราชสมบัติรึ
ไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น เจ้านั่นต้องการจะยืมมือสามเทพที่ลงมายังโลกเบื้องล่างมาข่มขู่นาง ขณะเดียวกันก็ต้องการจะหยั่งเชิงดูว่าเทพยุทธ์เฒ่าตายไปแล้วจริง ๆ หรือไม่กระมัง
“ฝ่าบาท!”
ในขณะนั้นเอง เสียงสตรีแหบพร่านั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้ามณฑลหลงและพวกมาถึงแล้ว ขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพคะ”
“มาได้เร็วยิ่งนัก”
หลงอวี่โหรวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาคราหนึ่ง ลุกขึ้นเดินออกจากห้องลับ