- หน้าแรก
- พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์กับลูกแฝดสะท้านบัลลังก์
- พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 285 ความคิดของเด็กแสบยากจะคาดเดา
พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 285 ความคิดของเด็กแสบยากจะคาดเดา
พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 285 ความคิดของเด็กแสบยากจะคาดเดา
พ่อบ้านจักรพรรดิยุทธ์ ตอนที่ 285 ความคิดของเด็กแสบยากจะคาดเดา
“เจ้าเด็กแสบ ส่งมอบอาวุธเทพออกมา แล้วจะไว้ศพเจ้าให้ครบสมบูรณ์”
เหลยจ้านชี้หน้าฉู่ซิน ตะโกนเสียงทุ้ม
ฉู่ซินดื่มนมสัตว์ไปอึกหนึ่ง เอียงศีรษะน้อย ๆ มองไปทางจินหง แล้วเอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “ท่านอาที่เป็นท่านแม่ การไว้ศพให้ครบสมบูรณ์หมายความว่าอย่างไรหรือ”
“อืม ก็คือให้เจ้าเหลือศพที่สมบูรณ์อย่างไรเล่า” จินหงอธิบาย
“หา? ศพหรือ? เช่นนั้นก็ยังต้องตายมิใช่หรือ? แล้วข้าจะส่งมอบอาวุธเทพหรือไม่ส่งมอบมันต่างกันตรงไหนเล่า”
ฉู่ซินมีสีหน้าไม่เข้าใจอย่างยิ่ง
“เอ่อ คำถามนี้ของเจ้า ถามได้ดีมาก” จินหงชะงักไปครู่หนึ่ง กล่าวอย่างหัวเราะมิออกร้องไห้มิได้
ฉู่ซินหันกลับไปมองเหลยจ้าน ชี้ไปที่ศีรษะของตนเอง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความไร้เดียงสาว่า “เจ้าคนเลวตัวโต สมองของเจ้าถูกตีจนพังไปแล้วใช่หรือไม่ ท่านอาหลิวในหมู่บ้านของพวกเรามีวิชาแพทย์ดีมากนะ จะกลับบ้านไปกับข้าหรือไม่ ข้าจะเรียกท่านอาหลิวให้ช่วยดูอาการให้เจ้า”
จินหงเหลือบมองเหลยจ้านแวบหนึ่ง คิดในใจว่าก่อนตายได้ฝีปากกล้าใส่จักรพรรดิยุทธ์สักหน่อยก็ไม่เลว จึงส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “โรคบางอย่างรักษาได้ แต่สมองพังแล้วรักษาไม่ได้หรอก”
“ไม่ใช่นะ”
ฉู่ซินกล่าวด้วยใบหน้าจริงจังว่า “ข้าเคยเห็นท่านอาหลิวผ่าศีรษะของเหล่าหวงในหมู่บ้าน เอาเนื้องอกก้อนใหญ่ออกมา แล้วก็เย็บกลับเข้าไป ตอนนี้เหล่าหวงยังอยู่ดีมีสุขเลยนะ”
“เหล่าหวงคือผู้ใด”
จินหงเอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“วัวเหลืองที่แก่ที่สุดในหมู่บ้านของพวกเราอย่างไรเล่า” ฉู่ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความไร้เดียงสา
“…”
จินหงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะเสียงดังลั่น “ที่แท้ก็เป็นสัตวแพทย์นี่เอง เช่นนั้นก็นับว่าตรงสาย น่าจะรักษาให้หายได้”
“เจ้าเดรัจฉานน้อย เจ้ากล้าด่าข้ารึ”
เหลยจ้านโกรธจัด ยกมือขึ้นกำ ท้องฟ้าหมื่นลี้พลันเกิดสายฟ้าฟาดฟันเสียงดังสนั่น และก่อตัวเป็นวังวนอัสนีขนาดมหึมาในชั่วพริบตา
ตูม!
เสาอัสนีที่แปลงมาจากพลังแห่งกฎระเบียบอัสนีสายหนึ่งฟาดลงมาจากฟากฟ้า พุ่งเข้าโจมตีใส่ฉู่ซิน
ทว่า ในระยะห่างจากฉู่ซินสามจั้ง กลับถูกแสงเรืองรองชั้นนั้นขวางกั้นไว้ บังเกิดเสียงดังสนั่นสะเทือนฟ้าดิน คลื่นพลังสะท้อนกลับอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกไป สัตว์ร้ายระดับศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากในบริเวณใกล้เคียงกลายเป็นเถ้าธุลีในทันที แต่แสงเรืองรองนั้นกลับยังคงสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน
“นี่คือ?”
เหลยจ้านขมวดคิ้วเล็กน้อย บนใบหน้าปรากฏความตกตะลึงขึ้นมาสายหนึ่ง
“นี่คือค่ายกลขับไล่ความแค้นให้แก่ศพเทพในส่วนลึกของหุบเขาเทพร่วงหล่น มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งยิ่งนัก เจ้าเด็กแสบสองคนนั้นเข้าไปได้ แต่พวกเราเข้าไปไม่ได้” หลงอวี่ถูเอ่ยปากกล่าว
หลงอวี่ขวาง หลางอู๋ตี๋และคนอื่น ๆ มองเขาแวบหนึ่ง มิได้เปิดโปง
พวกเขารู้ดีว่า หลงอวี่ถูเกรงว่าหากบอกออกไปว่าค่ายกลนั้นมาจากฝีมือท่านพ่อของเจ้าเด็กแสบสองคนนั้น จะทำให้จักรพรรดิยุทธ์แห่งมณฑลเหลยเหล่านั้นตกใจหนีไป
โฮก!
พลังความแค้นสลายไป สัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิสามตัวส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง หนึ่งในนั้นนำสัตว์ร้ายส่วนหนึ่งทุบตีแสงเรืองรองอย่างบ้าคลั่ง ส่วนอีกสองตัวนำสัตว์ร้ายส่วนใหญ่พุ่งเข้าสังหารพวกหลงอวี่ถู
“กำจัดสัตว์ร้ายเหล่านี้ก่อน”
หลงอวี่ถูกล่าวเสียงทุ้ม
“ได้!”
ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน จากนั้นสิบสามจักรพรรดิยุทธ์ก็ร่วมมือกัน การโจมตีที่ควบแน่นจากพลังแห่งกฎระเบียบสายแล้วสายเล่าก็ร่วงหล่นลงสู่หุบเขาเทพร่วงหล่น
พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น สัตว์ร้ายกรีดร้องโหยหวนไม่ขาดสาย ร่างสัตว์ร้ายตัวแล้วตัวเล่ากลายเป็นผุยผงภายใต้การโจมตีอันทรงพลัง
“ไอหยา สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว”
ในที่สุดฉู่ซินก็นั่งไม่ติด ร่างเล็ก ๆ ดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้ตัวน้อย ร่อนลงที่ขอบแสงเรืองรอง กระทืบเท้า กำหมัดน้อย ๆ ตะโกนอย่างโกรธเคืองว่า “พวกเจ้าคนเลวตัวโต ตีสัตว์ร้ายก็ตีไปสิ อย่าตีพวกมันจนหายไปหมดสิ”
“ไอหยา โกรธจะตายอยู่แล้ว โกรธจะตายอยู่แล้ว”
นางพลางกล่าว พลางเดินวนไปวนมาที่ขอบแสงเรืองรอง ดูร้อนรนอย่างยิ่ง
“สหายน้อยจะร้อนรนไปไย”
จินหงไม่ค่อยเข้าใจนัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย สัตว์ร้ายเหล่านั้นก็เป็นอุปสรรคในการหนีออกจากหุบเขาเทพร่วงหล่นของพวกเขาเช่นกัน ตายก็ตายไปสิ จำเป็นต้องโกรธถึงเพียงนี้เชียวหรือ
ฉู่ซินไม่หันกลับมามอง ดวงตาทั้งสองจ้องเขม็งไปยังสัตว์ร้ายเหล่านั้นที่กลายเป็นเถ้าธุลีทีละตัว กล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “นั่นมันเนื้อทั้งนั้นเลยนะ หายไปแบบนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห”
“เนื้อรึ”
มุมปากของจินหงกระตุกเล็กน้อย ความคิดของเด็กน้อยกระโดดข้ามขั้นถึงเพียงนี้เชียวหรือ
เขายังพิจารณาอยู่ว่าจะหนีออกไปได้อย่างไร เจ้าหนูขวดนมผู้นี้กลับพิจารณาเรื่องกินเนื้อรึ
“ไม่ได้การ จะปล่อยให้พวกเขาฆ่าเช่นนี้ไม่ได้ ข้าต้องไปแย่งเนื้อกลับมา”
ฉู่ซินพึมพำกับตนเอง จากนั้นก็เรียกเก้ากายาสงครามออกจากค่ายกล เข้าร่วมขบวนการล่าสังหารสัตว์ร้าย
เมื่อเทียบกับวิธีการสังหารของเหล่าจักรพรรดิยุทธ์แล้ว กายาสงครามเหล่านี้ของนางดูอ่อนโยนกว่ามากนัก
ทุกครั้งที่สังหารล้วนต้องรับประกันความสมบูรณ์ของซากสัตว์ร้าย จากนั้นก็เก็บเข้าสู่แหวนมิติทั้งหมด
กระทั่งบางครั้งยังต้องช่วยชีวิตสัตว์ร้ายจากการโจมตีของเหล่าจักรพรรดิยุทธ์ แล้วค่อยสังหารทิ้ง
การกระทำอันเป็นปริศนานี้ ทำให้สิบสามจักรพรรดิยุทธ์ต่างพากันงุนงง
“เจ้าเด็กแสบนั่นป่วยกระมัง”
เหล่าจักรพรรดิยุทธ์พูดไม่ออก
จินหงยิ่งนวดหน้าผากของตนเอง รู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง
ความคิดของเจ้าเด็กแสบผู้นี้ช่างยากจะคาดเดาโดยแท้ การกระทำเช่นนี้หากเป็นคนที่มีความคิดปกติย่อมไม่มีทางทำออกมาได้
แม้สัตว์ร้ายจะแข็งแกร่ง แต่ภายใต้การร่วมมือกันสังหารของสิบสามจักรพรรดิยุทธ์และเก้ากายาสงครามของฉู่ซิน ในไม่ช้าก็เหลือเพียงสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิสามตัวนั้น
ทั่วทั้งหุบเขาเทพร่วงหล่นไม่มีซากสัตว์ร้ายหลงเหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว ไม่ถูกสิบสามจักรพรรดิยุทธ์ทำลายจนเป็นเถ้าถ่าน ก็ถูกกายาสงครามของฉู่ซินเก็บไปจนหมด
“เก็บ!”
ฉู่ซินเรียกเก้ากายาสงครามกลับคืน ย้ายซากสัตว์ร้ายในแหวนมิติของเก้ากายาสงครามทั้งหมดมาไว้ในแหวนมิติของตนเอง ในดวงตาเผยแววพึงพอใจออกมาในที่สุด
“คราวนี้สบายใจแล้ว”
นางปัดมือน้อย ๆ ขาวราวหิมะ หันกายบิดบั้นท้ายน้อย ๆ กลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็ก แล้วนั่งไขว่ห้าง มือหนึ่งถือเนื้อย่าง มือหนึ่งถือนมสัตว์ กัดเนื้อย่างคำหนึ่ง ดื่มนมสัตว์อึกหนึ่ง เพลิดเพลินอย่างมีความสุข
“เจ้าคนเลวตัวโต พวกเจ้าสู้ ๆ นะ”
ยามว่างนางยังคอยส่งเสียงให้กำลังใจเหล่าจักรพรรดิยุทธ์เหล่านั้นอีกด้วย
อย่างไรเสียสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิสามตัวนั้นลำพังนางคงสังหารไม่ได้ ต้องรอให้จักรพรรดิยุทธ์เหล่านี้ไปสังหาร คิดว่าครั้งนี้พวกเขาคงจะไม่ตีสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิสามตัวนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่านหรอกกระมัง
“เจ้าเด็กแสบที่น่ารังเกียจ รอให้สังหารสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิสามตัวนี้เสร็จแล้วจะผ่าพวกเจ้าให้เป็นเถ้าถ่าน”
เหล่าจักรพรรดิยุทธ์โกรธจัด รู้สึกราวกับตนเองเป็นสัตว์เลี้ยงที่เอาไว้ให้คนชมดู ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
จินหงมองดูสิบสามจักรพรรดิยุทธ์ที่มีสีหน้าย่ำแย่ แล้วหันไปมองฉู่ซินที่แสนจะผ่อนคลาย ในใจลอบยินดี โชคดีที่ตนเองมิใช่ศัตรูของเจ้าหนูขวดนมผู้นี้ มิเช่นนั้นต่อให้ไม่ถูกตีตาย ก็คงจะถูกยั่วโมโหจนตาย
โฮก!
สัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิสามตัวแม้จะมีพลังอำนาจแข็งแกร่ง ทั้งยังดุดันไม่กลัวตาย แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการรุมโจมตีของสิบสามจักรพรรดิยุทธ์ ในท้ายที่สุดก็ยังยากที่จะหลีกหนีชะตากรรมแห่งความตายพ้น
ทว่าสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิสามตัวนี้ก็แข็งแกร่งจริง ๆ การโต้กลับก่อนตายยังทำให้ผู้อาวุโสใหญ่สูงสุดแห่งมณฑลชางที่บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้วบาดเจ็บซ้ำอีก พลังต่อสู้ลดทอนลงอย่างมาก
ฟิ้ว!
เก้ากายาสงครามของฉู่ซินทะลวงอากาศ เก็บซากสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิสามตัวเข้าสู่แหวนมิติทั้งหมด จากนั้นก่อนที่การโจมตีของเหล่าจักรพรรดิยุทธ์จะมาถึงตัว ก็ถูกฉู่ซินเรียกกลับไป
“เจ้าคนเลวตัวโตพวกนี้เก่งกาจจริง ๆ สังหารสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิสามตัวได้เร็วถึงเพียงนี้ คิกคิก ต่อไปก็จะได้กินเนื้อย่างระดับจักรพรรดิอีกแล้ว แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว”
ฉู่ซินแลบลิ้นเล็ก ๆ เลียนำลายที่ไหลออกมาจากมุมปากเข้าไป ดวงตากลมโตทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความคาดหวัง
จินหงพูดไม่ออกอยู่บ้าง เอ่ยเตือนว่า “สหายน้อย ตอนนี้สัตว์ร้ายถูกสังหารจนหมดแล้ว ต่อไปคงถึงตาพวกเราแล้ว”
“อ้อ จริงด้วย”
ฉู่ซินกะพริบตาโต บ่นพึมพำเสียงเบาว่า “น้องชายยังหลอมแหวนวงนั้นไม่เสร็จ ตอนนี้ยังเคลื่อนย้ายผ่านสุญตาไม่ได้”
เพิ่งจะนึกขึ้นได้ตอนนี้ ไม่สายไปหน่อยหรือ
จินหงอดที่จะกลอกตามิได้
“เจ้าเด็กแสบ รอให้พวกข้าทำลายอาคมเขตแดนนี้ได้ ก็คือวันตายของพวกเจ้า”
หลงอวี่ขวางกล่าวเสียงทุ้ม
“ไม่เป็นไร พวกเจ้าบุกเข้ามาให้ได้ก่อนค่อยว่ากันเถิด”
ฉู่ซินโบกมือน้อย ๆ ขาวราวหิมะ กล่าวอย่างไม่ยี่หระ
“หึ!”
สิบสามจักรพรรดิยุทธ์แค่นเสียงเย็นชาคราหนึ่ง ต่างพากันเปิดฉากโจมตีใส่แสงเรืองรองชั้นนั้น