เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 - มุ่งหน้าสู่เซียงหยาง!

บทที่ 36 - มุ่งหน้าสู่เซียงหยาง!

บทที่ 36 - มุ่งหน้าสู่เซียงหยาง!


บทที่ 36 - มุ่งหน้าสู่เซียงหยาง!

"ต้องมีใครสักคนที่ทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ และข้าเชื่อว่าคนคนนั้นคือคุณชาย"

โกซุ่นไม่ได้โต้ตอบอะไร

เพียงแต่ทำสีหน้าเคร่งขรึม แสดงความจงรักภักดีอีกครั้ง

ลิหลิงฉีหันกลับมามองซูเฉินอีกครั้ง

ซูเฉินสบตานาง แล้วยิ้ม "เป็นไง? ข้าบอกแล้ว ปณิธานของข้าไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน"

"เหอะ หวังว่าเจ้าจะไม่พาอดีตลูกน้องของพ่อข้าไปตายเปล่าก็แล้วกัน"

ลิหลิงฉีแค่นหัวเราะ แล้วไม่พูดอะไรอีก

นางสะบัดหน้า

เดินดุ่มๆ เข้าไปในเรือนลึกเพียงลำพัง

"ขออภัยด้วยขอรับคุณชาย คุณหนูก็เป็นแบบนี้ ปากร้ายใจดี ข้าน้อย..."

เห็นนางทำแบบนั้น โกซุ่นก็ทำหน้าเจื่อน รีบขอโทษซูเฉินแทน

"ไม่เป็นไร ปล่อยนางไปเถอะ"

ซูเฉินโบกมือ ไม่ถือสา

อย่าว่าแต่ลิหลิงฉีจะเป็นสาวซึนเดระปากร้ายใจดีเลย

ต่อให้เป็นคุณหนูเอาแต่ใจจริงๆ

เพื่อกองพันทะลวงค่าย เขาก็เลี้ยงไหว

เพราะทหารกล้าตายที่ภักดีขนาดนี้ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

เขาจึงพูดปลอบใจโกซุ่น

บอกว่าอย่าเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ

จากนั้นก็สั่งบิเชียง ให้จัดการกระจายกำลังพลกองพันทะลวงค่ายส่วนใหญ่ออกไป โดยให้หอเสียงสวรรค์ช่วยอำพราง

เพราะหากกองทัพขนาดใหญ่ปักหลักอยู่แถวฮูโต๋นานๆ โจโฉต้องรู้เข้าแน่

ส่วนโกซุ่นและทหารส่วนน้อย จะติดตามเขาออกจากฮูโต๋ มุ่งหน้าสู่เซียงหยาง

"ไปเซียงหยาง?"

"คุณชาย เราจะไปเซียงหยางทำไมขอรับ ตอนนี้เจ้าหูยาวเล่าปี่กำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น พอกองทัพโจโฉไปถึง ที่นั่นคงกลายเป็นสมรภูมิเดือด คุณชายจะให้พวกข้าไปแนวหน้าเลยหรือ"

ฟังเขาพูด โกซุ่นไม่มีข้อโต้แย้ง

แต่บิเชียงกลับแปลกใจ

อดถามด้วยความสงสัยไม่ได้

ซูเฉินยิ้ม แล้วส่ายหน้าอธิบาย

"เจ้าหูยาวไปเซียงหยาง ก็เพื่อจะไปกดดันชัวมอ และหวังจะเสี่ยงดวง ดูว่าการเอาชาวบ้านเมืองซินเอี๋ยทั้งเมืองมาเป็นตัวประกัน ใช้คุณธรรมค้ำคอ จะทำให้ชัวมอยอมเปิดประตูเมือง ให้เขาใช้เป็นฐานที่มั่นและโล่กำบังต้านทัพโจโฉได้หรือไม่"

"โอกาสสำเร็จของเรื่องนี้ เดิมทีก็ริบหรี่เต็มทน"

"ยิ่งตอนนี้แผนพาชาวบ้านหนีถูกทำลาย ไม่มีชาวบ้านมาช่วยสร้างกระแส กดดันด้วยศีลธรรม ลำพังแค่กำลังคนของเล่าปี่ ไปถึงเซียงหยางก็ไร้ความหมาย ชัวมอไม่มีทางเปิดประตูให้แน่ เผลอๆ จะเปิดประตูรับโจโฉด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่เราไปเซียงหยางครั้งนี้ ไม่ใช่ไปลงสนามรบ แต่ยังคงดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ"

"ชัวมอไม่เปิดประตู? งั้นเล่าปี่จะไปไหนต่อ" โกซุ่นฟังแล้วอดถามด้วยความอยากรู้ไม่ได้

"น่าจะล่องเรือลงใต้ ไปพึ่งพาเล่ากี๋ที่กังแฮ"

"เพราะถ้าเทียบกับชัวมอที่ครองอำนาจในเกงจิ๋ว หรือเล่าจ๋องลูกคนรองของเล่าเปียว เล่ากี๋ที่กังแฮคือคนที่หัวอ่อนและว่าง่ายที่สุด"

พูดถึงตรงนี้ ซูเฉินก็อดขำไม่ได้

ไม่ได้ขำเรื่องอื่น

แต่นึกถึงคำบรรยายในสามก๊กเกี่ยวกับชะตากรรมของสองคนนี้

รู้สึกว่าสามก๊กฉบับหลอกวนจงนี่เอียงข้างเจ้าหูยาวแบบน่าเกลียดจริงๆ

ดูจุดจบของเล่ากี๋กับเล่าจ๋องสิ

หลังศึกผาแดง เล่ากี๋ถูกเล่าปี่ดันขึ้นเป็นเจ้ามณฑลเกงจิ๋ว แต่พอปีเจี้ยนอันศกที่ 14 ก็ป่วยตายไปดื้อๆ

ทั้งที่ปีเจี้ยนอันศกที่ 13 เล่าเปียวเพิ่งจะตาย

ตอนนั้นเล่ากี๋ยังหนุ่มแน่นแข็งแรง

ถึงขนาดอาสาไปเฝ้าเมืองกังแฮ

เท่ากับว่าแค่ปีเดียวหลังจากนั้น

เล่ากี๋ที่เชื่อฟังขงเบ้ง ยอมแยกตัวจากขุนนางท้องถิ่นเกงจิ๋วและน้องชายอย่างเล่าจ๋อง ตามทฤษฎี "ฉงเอ๋อร์อยู่นอกปลอดภัย" ก็ม่องเท่งไปซะงั้น

โรคอะไรจะมาปุบปับและบังเอิญขนาดนั้น

ไม่มาเร็วไม่มาช้า ดันมาตายตอนเล่าปี่จะยึดเกงจิ๋วพอดี?

ส่วนเล่าจ๋องที่คนมองว่าขี้ขลาดตาขาว รู้แต่จะยอมจำนน

เขาจำนนต่อโจโฉจริง แต่หลังจากนั้นก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้ามณฑลเฉิงโจว ได้เลื่อนยศเป็นเจี้ยนอี้ต้าฟู ได้บรรดาศักดิ์เป็นขุนนางระดับพระยา

อำนาจวาสนาอาจเทียบกับพ่อไม่ได้ แต่ก็ถือว่าร่ำรวยสบายไปทั้งชาติ

แน่นอน นอกจากเหตุผลนี้ ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ได้บอกพวกบิเชียง

นั่นคือถ้ามัวแต่หลบอยู่ข้างหลัง ก็คงป่วนประสาทเล่าปี่ได้ไม่เต็มที่

เหตุการณ์ต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นจูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า

หรือศึกผาแดง

ล้วนเป็นช่วงเวลาท็อปฟอร์มของก๊กเล่าปี่

ในเมื่อระบบค่าอารมณ์ด้านลบของเขาผูกติดกับพวกเล่าปี่

เขาจะมัวยืนดูอยู่เฉยๆ ได้ยังไง

ต้องไปปั่นป่วนที่แนวหน้าให้เละเทะสิถึงจะสนุก

ขณะที่ซูเฉินกำลังคิดเพลินๆ จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหู

...

[ติ๊ง ในที่สุดเจ้าหูยาวก็เริ่มทบทวนนโยบายการฝึกทหารของคุณอย่างจริงจัง เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต เล่าปี่เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมานิดๆ]

[ติ๊ง ตรวจพบค่าอารมณ์ด้านลบจากเล่าปี่ ค่าอารมณ์ +245!]

...

"เอ๊ะ?"

"ค่าอารมณ์ด้านลบของเล่าปี่"

"เล่าปี่ สำนึกเสียใจเร็วขนาดนี้เลยหรือ"

มองดูข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมา

ซูเฉินถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

...

ในขณะเดียวกัน

ห่างจากเมืองซินเอี๋ยสามร้อยลี้

การเดินทางไกลต่อเนื่อง

ไม่ใช่แค่ทหารที่เหนื่อยล้า แม้แต่เล่าปี่เองก็รู้สึกเพลียจนแทบขาดใจ

แต่เขาไม่กล้าหยุดพักแม้แต่น้อย มองดูกองทัพโจโฉที่ไล่หลังมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกกดดันก็ถาโถมเข้ามา

พอหยุดพักได้เดี๋ยวเดียว ก็รีบหันไปถามกวนอูที่อยู่ด้านหลัง

"ทัพโจโฉห่างจากเราเท่าไหร่แล้ว"

กวนอูตอบ "ไม่ถึงสิบกว่าลี้แล้วพี่ใหญ่!"

"สิบกว่าลี้..." เล่าปี่ขมวดคิ้วแน่น

"ใช่แล้ว พี่ใหญ่ ต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ไม่อย่างนั้นด้วยความเร็วของทหารเสือพยัคฆ์ ไม่เกินสองวันตามเราทันแน่" กวนอูพยักหน้า รีบเร่งเร้า

"เฮ้อ น้องรอง ข้าก็อยากเร่ง แต่ตอนนี้คนล้า ม้าก็เพลีย จะเร่งก็เร่งไม่ขึ้นแล้ว อีกอย่าง ถ้าเร่งความเร็วไปจริงๆ แล้วชาวบ้านข้างหลังจะทำอย่างไร จะทิ้งพวกเขาไปจริงๆ หรือ"

เรื่องที่กวนอูพูด เล่าปี่รู้ดีอยู่แล้ว

แต่ตอนนี้ทำได้แค่ถอนหายใจยาว

เห็นท่าทางแบบนั้น

กวนอูและเตียวหุยที่ตามหลังมาเริ่มร้อนรน

รีบเอ่ยปากเร่งอีกครั้ง

"พี่ใหญ่ นี่มันเวลาไหนแล้ว ยังจะมาห่วงชาวบ้านอีก?"

"นั่นสิ ถึงท่านมีใจจะพาชาวบ้านไปเซียงหยาง แต่ชาวบ้านเขาไม่อยากไปด้วยแล้ว

แผนของไอ้โจรโจโฉมันชั่วร้ายนัก ทั้งต้อนรับกลับบ้าน ทั้งตั้งโรงทานแจกข้าวแจกน้ำ ชาวบ้านที่ไหนจะทนแรงยั่วยวนแบบนี้ไหว? ตอนนี้ต่อให้เราป่าวประกาศว่าทหารโจโฉโหดเหี้ยมอำมหิตแค่ไหน ก็เปล่าประโยชน์

ชาวบ้านตอนนี้ใจลอยกลับบ้านกันหมดแล้ว อยากจะติดปีกบินกลับซินเอี๋ยกันทั้งนั้น"

เล่าปี่ฟังแล้วเงียบกริบ

ผ่านไปครู่ใหญ่ ถึงถามขึ้นว่า

"ตอนนี้ชาวบ้านที่ยังตามเรามา เหลืออยู่เท่าไหร่"

"ไม่มาก เหลือแค่พันกว่าคน"

"พันกว่าคน... ชาวบ้านซินเอี๋ยตั้งแสน สุดท้ายมีแค่พันกว่าคนที่เชื่อคำพูดข้าเล่าปี่งั้นรึ"

เล่าปี่ถอนหายใจอีกเฮือก

กวนอูปลอบ "ถือว่าดีมากแล้วพี่ใหญ่ ก็คนมันผูกพันกับถิ่นฐาน แถมชาวบ้านส่วนใหญ่ก็พวกตามกระแส มองการณ์ใกล้ จะไปคิดอะไรได้ลึกซึ้ง?"

เตียวหุยแค่นเสียง "เหอะ พวกนั้นไม่คิดหน้าคิดหลังไม่เป็นไร แต่พอไปกันหมด ก็ทำพี่ใหญ่ลำบากสิ ตอนนี้ไม่มีชาวบ้านซินเอี๋ยคอยถ่วงเวลาทัพโจโฉ ทหารโจโฉเดินทัพเร็วขึ้นเยอะ

หลายครั้งที่ทหารเสือพยัคฆ์ไล่จี้ตูดเรามาห่างแค่สิบกว่าลี้แล้ว"

"อีกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเรายืนกรานจะพาชาวบ้านหนีไปด้วยในวันนี้ ไอ้โจรโจโฉก็คงนึกไม่ออกหรอกไอ้วิธีต้อนรับชาวบ้านกลับบ้านเนี่ย ไหนจะตั้งโรงทานแจกข้าวซื้อใจคนอีก มองในแง่นี้ ชาวบ้านซินเอี๋ยควรจะขอบคุณพวกเราด้วยซ้ำ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 36 - มุ่งหน้าสู่เซียงหยาง!

คัดลอกลิงก์แล้ว