เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 ค้าขาย

ตอนที่ 12 ค้าขาย

ตอนที่ 12 ค้าขาย


ตอนที่ 12 ค้าขาย

ติดตามข่าวสาร/พูดคุยเสนอแนะความคิดเห็นได้ที่เพจผู้แปล FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

หลังจากผสมอาวุธสำเร็จ วัตสันก็ได้ให้อาหารไก่จำนวนหนึ่งกับไก่หอมหวนห้าสี หลังจากนั้นตัวเขาก็กลับบ้านไปพร้อมกับเสื้อกั๊กหนามและดาบวายุ อุปกรณ์ระดับทองแดง วัตสันเตรียมที่จะมอบของทั้งหมดให้กับผู้เป็นพี่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

เมื่อมาถึงบ้าน วัตสันก็เห็นวินเซต์กำลังอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับทุกๆ คนได้ฟัง

“ไม่จำเป็นจะต้องห่วงเรื่องนั้นไปหรอก พ่อเป็นบารอน เจ้าพวกนั้นมันก็แค่พวกที่ร่ำรวยก็เท่านั้น เจ้าพวกนั้นจะไปทำอะไรกับพ่อได้ ลูกกับวัตสันไม่ต้องห่วงไปหรอก ถ้าหากไม่มีอะไรแล้วพ่อขอตัวก่อนก็แล้วกัน” น้ำเสียงที่เอ็ดเวิร์ดพูดถึงลิสท์เป็นน้ำเสียงที่ไม่ได้ดูกังวลอะไรเลย

“แต่ท่านพ่อครับ มีอีกเรื่องที่ผมอยากจะบอกกับท่านพ่อ เรื่องของวัตสัน...” วินเซนต์ลังเล แต่เมื่อเห็นวัตสันเดินเข้ามา ตัวเขาก็เลือกที่จะปิดปากเงียบ

“ลูกอยากจะบอกอะไรพ่อกัน?” เอ็ดเวิร์ดถามออกมาด้วยความสงสัย

วัตสันที่เห็นสถานการณ์ทั้งหมดแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรก่อนจะเดินเข้ามา “มีอะไรเหรอครับพี่ใหญ่?”

“ไม่มีอะไร” วินเซนต์ส่ายหัวก่อนที่จะยอมแพ้ไป ตัวเขาเพิ่งจะเห็นวัตสันสร้างอุปกรณ์ระดับทองแดงได้ถึง 2 ชิ้นด้วยการดีดนิ้วเพียงไม่กี่ครั้ง แม้แต่วินเซนต์ที่เห็นกับตาก็ยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้เห็นอยู่ดี

มันเป็นเวทมนตร์อย่างงั้นเหรอ? หรือว่าเป็นแค่ภาพลวงตากัน?

ถ้าหากมีใครสักคนในโลกใบนี้บอกกับวินเซนต์ว่าสามารถสร้างอุปกรณ์ระดับทองแดงได้โดยไม่ต้องหล่อหลอม เรื่องนั้นวินเซนต์ก็คงจะไม่มีทางเชื่อแน่ แน่นอนว่ามันก็เป็นไปได้ที่ผู้เป็นพ่อของเขาจะไม่เชื่อด้วยเช่นกัน ด้วยความสามารถแบบนั้น ชายผู้ที่สร้างอุปกรณ์ได้จะต้องขายอุปกรณ์ทั้งหลายจนได้รายได้มหาศาลแน่

เมื่อนึกถึงสิ่งที่วัตสันพูดที่ว่า ‘พอจะมีความรู้อยู่นิดหน่อย’ วินเซนต์ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ถ้าหากสิ่งที่วัตสันทำได้หมายถึงความรู้นิดหน่อยจริง ช่างตีเหล็กทั้งหลายก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป

เมื่อรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพูด วินเซนต์ก็ได้ส่ายหัวอีกครั้ง “ผมก็แค่เหนื่อยเกินไปหน่อย ผมขอไปพักผ่อนก่อนนะครับ” วินเซนต์ตัดสินใจกลับไปนอนหลับพักผ่อนเพื่อทำให้จิตใจของเขาสงบลง

...

พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน

ณ ฟาร์มอีกแห่งที่อยู่ไกลออกไปกว่า 10 กิโลเมตร

แม้ว่าฟาร์มจะไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังครอบครองพื้นที่กว่าหลายพันตารางเมตร มีชาวสวนกว่าหลายสิบคนคอยดูแลฟาร์มโดยรอบไว้ ทุกคนต่างก็เหวี่ยงจอบด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายที่มี

ที่พรมแดนทางด้านตะวันออกของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์นั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่และมีประชากรที่เบาบาง ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยไร่นาที่ยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ฟาร์มใดมีไร่นาที่กว้างใหญ่ ฟาร์มนั้นก็จะมีแรงงานมากไปด้วย และแน่นอนว่าการปกป้องรักษาเองก็ยังจะแน่นหนาตาม แต่สำหรับครอบครัวของวัตสันไม่ใช่แบบนั้น แม้ว่าครอบครัวเขาจะมีพื้นที่กว่าหลายเอเคอร์ก็ตาม แต่ถึงแบบนั้นครอบครัวของเขาก็ไม่มีคนงานที่มากพอ ฟาร์มที่เห็นอยู่ตรงหน้าในขณะนี้เห็นได้ชัดว่าทรงพลังมากแค่ไหน

“ทำไมพวกเราเลือกฟาร์มนี่ล่ะ?” ซีคจ้องไปที่ทางเข้าฟาร์มก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

ตัวเขาได้ถือตะกร้าใบหนึ่งมาด้วย มันเป็นตะกร้าที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีดำ แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังส่งกลิ่นหอมหวนออกมาจากตะกร้าอยู่ดี

ที่ข้างๆ มีซีโน่กำลังยืนอยู่ ซีโน่ในตอนนี้กำลังเข็นเกวียนที่เต็มไปด้วยเนื้อและแป้ง ที่ปากของเขาคาบใบหญ้าเอาไว้ ซีโน่ที่ได้ฟังแบบนั้นก็ได้พยักหน้าก่อนจะตอบกลับมา “ถ้าหากดูจากเสื้อผ้าของคนงานทั้งหมดก็รู้ได้ทันทีเลยว่าฟาร์มแห่งนี้ดูแลคนงานเป็นอย่างดี เจ้าของฟาร์มที่นี่จะต้องร่ำรวยมากแน่ พวกเราจะขายไข่หลากสีฟองละ 2 เหรียญทอง”

สองพี่น้องได้รับหน้าที่ขายไข่กว่า 200 ฟองมาจากครอบครัว สองพี่น้องมักจะเดินทางมายังฟาร์มใกล้เคียงก็เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนของกับผู้คนอยู่เสมอ ทั้งคู่ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการแลกเปลี่ยน เป็นผู้ที่ใฝ่หาของที่คุ้มค่าที่สุด

ตราบใดที่คู่ค้าด้วยดูร่ำรวย เมื่อนั้นการกำหนดราคาที่สูงขึ้นก็จะสามารถทำได้ ถ้าหากทั้งคู่เห็นอีกฝ่ายดูยากจน ทั้งคู่ก็จะยอมลดราคาของที่แลกเปลี่ยนก่อนที่จะขออาหารเพิ่มแทน ไม่มีวันไหนเลยที่ทั้งคู่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ไม่คุ้มค่า เอ็ดเวิร์ดรู้ถึงความสามารถของทั้งคู่ดี เพราะแบบนั้นตัวเขาจึงไม่กังวลอะไร

ครึ่งวันผ่านไป ทั้งคู่ได้เยี่ยมเยียนฟาร์มมาแล้วกว่า 10 แห่ง ทั้งคู่สามารถขายไข่ได้ถึง 100 ฟอง สิ่งที่แลกเปลี่ยนกับไข่มีเหรียญทอง 150 เหรียญและเกวียนที่เต็มไปด้วยอาหาร หลังจากที่ทั้งคู่ขายไข่ทั้งหมดสำเร็จ พวกเขาก็จะสามารถกลับบ้านได้โดยที่ได้เหรียญทองมากกว่าที่ควรจะได้ถึง 2 เท่า

“ซีค ถ้าหากพวกเรากำหนดราคาสูงไป เจ้าของฟาร์มคงไม่ยอมแน่”

“ซีโน่ เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราจะต้องร่วมมือกันต่อรองราคาไงล่ะ”

สองพี่น้องมองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา ทั้งคู่ได้เดินไปตามไร่นาโดยใช้เวลาอันสั้น

“นี่เธอพูดว่าอะไรกัน? นี่คือไข่ของไก่หอมหวนห้าสีอย่างงั้นเหรอ?” คนงานผิวคล้ำได้จ้องมองไปที่ไข่สองใบในมือซีค ชายคนนั้นได้แต่กลืนน้ำลาย

“อะไรคือไก่หอมหวนห้าสีกัน? ไก่ที่จะวางไข่ที่มีราคา 2 เหรียญทองได้อย่างงั้นเหรอ?” ใครอีกคนถามขึ้น

คนงานทุกคนเป็นเพียงเกษตรกรที่ไม่เคยมีโอกาสได้อ่านหนังสือ แน่นอนว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสที่จะรู้จักโลกภายนอกเลย แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีผู้คนที่อยู่ใกล้เมืองที่พอจะมีความรู้อยู่บ้าง ชายคนนั้นได้ให้คำอธิบายแทน “ไก่หอมหวนห้าสีเป็นสัตว์วิเศษระดับทองคำ มันไม่ได้เชี่ยวชาญในการต่อสู้นักหรอก สิ่งที่มันทำได้นั่นก็คือการวางไข่ ไข่ของมันจะสามารถยืดอายุขัยรวมไปถึงเพิ่มพละกำลังที่มีได้! ว่ากันว่ามีเพียงเชื้อสายราชวงศ์และขุนนางชั้นสูงบางคนเท่านั้นที่จะมีไก่ตัวนี้”

“ไข่นี่มันสมบัติชัดๆ แต่ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นน่ะสิ”

“งั้นเอาแบบนี้ไหมล่ะ? ให้ทุกคนนำเงินมารวมกัน มาดูกันว่าทุกคนจะซื้อไข่สองฟองได้ไหม?” ซีคไม่ยอมแพ้ที่จะขายไข่

ซีคพูดตาม “ไข่ฟองหนึ่งสามารถเพิ่มอายุขัยให้กับผู้ที่ได้กินหลายปี และยังได้พละกำลังที่เพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยชั่งด้วย ถ้าหากทุกคนไม่เชื่อก็ลองซื้อไข่สักฟองก่อนได้เลย ลองซื้อมันและลองแบ่งให้กับคนอื่นๆ ดู พวกเราน่ะมีไข่แค่ 10 ฟองเท่านั้น มันเป็นไข่ที่ได้มาจากขุนนางทั้งหลายแห่งเมืองมอนเต พวกเราน่ะขายไข่พวกนี้มาหลายครั้งแล้วล่ะ!”

เมืองมอนเตเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับพรมแดนมากที่สุด ว่ากันว่าเมืองมอนเตเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมาก แน่นอนว่าทั้งคู่ไม่เคยไปที่เมืองแห่งนั้นมาก่อน

ซีคและซีโน่รู้ดี การเปิดเผยว่าครอบครัวของตัวเองมีไก่หอมหวนห้าสีเป็นสิ่งที่อันตรายมากแค่ไหน เมื่อใดก็ตามที่ทั้งคู่มีโอกาสจะไปเยี่ยมเยียนฟาร์ม ทั้งคู่จะขายไข่ไม่เกิน 10 ฟองเท่านั้น ทั้งคู่จะโกหกว่าได้ไข่ทั้งหมดมาจากในเมือง และจะไม่ยอมขายไข่ให้เพิ่ม ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ทุกคนไม่คิดสงสัยถึงที่มาของไข่หลากสี

“เร็วเข้าทุกคน รีบเอาเงินออกมาเร็ว!”

เหล่าคนงานทั้งหมดต่างก็ควักเงินออกจากกระเป๋ามา มันเป็นเงินที่ได้มาจากการทำงานหนักของทุกคนนั่นเอง

สิ่งที่ได้จากไข่หลากสีเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างก็อยากได้ เกษตรกรทั้งหลายเป็นอาชีพที่พึ่งพาพละกำลังที่มี ยิ่งพละกำลังที่มีมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะสามารถหารายได้เพิ่มได้มากเท่านั้น นอกจากนี้ทุกคนยังจะได้อายุขัยที่เพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่าข้อเสนอดีๆ แบบนี้ย่อมไม่มีใครคิดที่จะปฏิเสธได้ลง

ในช่วงเวลาสั้นๆ คนงานกว่าหลายสิบคนก็ได้รวบรวมเหรียญเงินกว่า 180 เหรียญได้ สองพี่น้องทำได้แค่เพียงแบกรับความเจ็บปวดก่อนที่จะขายไข่ทั้งสองฟองไป

“ในตอนนี้ยังพอจะมีไข่เหลืออยู่ เจ้าของฟาร์มต้องการที่จะซื้อต่อไหมล่ะ?”

คนงานคนหนึ่งหันกลับไปก่อนที่จะรีบวิ่งกลับเข้าไปในฟาร์ม “ท่านไมล์ มีคนมาพร้อมกับไข่ของไก่หอมหวนห้าสี 8 ฟอง นายท่านต้องการซื้อไข่พวกนั้นไหม?”

“ไข่ของไก่หอมหวนห้าสีอย่างงั้นเหรอ? ของมีค่าขนาดนั้น พ่อค้านั่นไม่ใช่พวกหลอกลวงอย่างงั้นเหรอ?”

ชายวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาดีและยังแต่งตัวหรูหราเดินตามคนงานคนนั้นออกไปที่ด้านนอกฟาร์ม ชายคนนั้นจ้องไปที่ซีคและซีโน่ก่อนจะขมวดคิ้ว

ในฐานะเจ้าของฟาร์ม ไมล์เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับไก่หอมหวนห้าสีมาก่อน อันที่จริงเขาอยู่ในธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์วิเศษ แม้จะอยู่มานานแต่ก็ยังไม่เคยเห็นไก่หอมหวนห้าสีมากับตา แล้วเด็กสองคนนี้จะไปเอาไข่มาจากไหนกัน?

“คุณเป็นเจ้าของที่นี่สินะ พวกเราได้เอาไข่ออกมาจากเมืองมอนเตอย่างงลับๆ พวกเราจะขายไข่ฟองละ 2 เหรียญทอง แต่ถ้าหากคุณซื้อไข่ทั้งหมด พวกเราจะขายให้ในราคา 15 เหรียญทอง!” ซีคหยิบไข่ทั้งหมดออกมาก่อนที่จะพูดเชิญชวน ไข่ที่เหลือถูกซ่อนไว้ในเกวียนที่เต็มไปด้วยอาหาร ไม่มีทางเลยที่จะมีใครสังเกตเห็นได้ถ้าหากไม่เข้ามาใกล้มากพอ

“เมืองมอนเต? นายแน่ใจแล้วอย่างงั้นเหรอ?” ไมล์มีท่าทีที่แปลกไป “ฉันเพิ่งจะไปเมืองมอนเตมาเมื่อไม่กี่วัน ฉันไม่เคยได้ยินว่าจะมีใครเจอกับไก่หอมหวนห้าสี”

“พวกเราพบกับคณะเดินทางมา ที่ด้านหลังรถม้าของเจ้าพวกนั้นมีไข่พวกนี้อยู่ยังไงล่ะ บางทีมันอาจจะไม่ใช่ไข่ที่มาจากเมืองมอนเตก็ได้” ซีคและซีโน่มองหน้าของกันและกันก่อนจะพูดต่อ “ที่มาของไข่น่ะไม่สำคัญหรอก เรื่องสำคัญก็คือการค้าขายมากกว่า คุณจะซื้อไหมล่ะ?”

“ซื้อแน่นอน ทำไมฉันจะไม่ซื้อไข่พวกนี้ล่ะ? ช่วยบอกฉันได้ไหมว่านายไปเจอคณะเดินทางอยู่ที่ประตูทิศเหนือหรือทิศใต้?”

“ประตูทิศใต้”

“อย่างงั้นเหรอ? รู้ไหมว่าเมืองมอนเตมีประตูเมืองแค่สองทางเท่านั้น มันจะไปมีประตูทางใต้ได้ยังไง ทุกคนจับพวกนักต้มตุ๋นพวกนี้ซะ” ไมล์จงใจที่จะทดสอบทั้งสองคน ท้ายที่สุดสิ่งที่เขาสงสัยก็คือเรื่องจริง ท้ายที่สุดไมล์ก็ได้โบกมือก่อนที่จะสั่งการคนงานทั้งหลาย คนงานทั้งหมดต่างก็หยิบจอบขึ้นมาก่อนที่จะมุ่งหน้ามายังซีคและซีโน่ ทั้งสองคนได้แต่ตื่นตกใจกับสถานการณ์ที่เห็น

ติดตามข่าวสาร/พูดคุยเสนอแนะความคิดเห็นได้ที่เพจผู้แปล FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 12 ค้าขาย

คัดลอกลิงก์แล้ว