เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 ไข่ร้อยฟอง

ตอนที่ 8 ไข่ร้อยฟอง

ตอนที่ 8 ไข่ร้อยฟอง


ตอนที่ 8 ไข่ร้อยฟอง

ติดตามข่าวสาร/พูดคุยเสนอแนะความคิดเห็นได้ที่เพจผู้แปล FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

“เจ้าหนู ฉันรู้ว่าแกน่ะเป็นเด็กที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างทรงพลัง! แต่ไม่ว่าจะใช้เวทมนตร์ได้แข็งแกร่งขนาดไหน แต่การจะใช้เวทมนตร์ก็จะต้องร่ายอยู่ดี เด็กอย่างแกคิดว่าจะมีโอกาสร่ายเวทย์อย่างงั้นเหรอ?”

เวสลีย์ไม่ได้ตื่นตระหนกเลยเมื่อเห็นวัตสันปรากฏตัว ตัวเขาที่เห็นวัตสันเลือกที่จะชักดาบออกมาจากเอว ดาบที่ถูกชักถูกแสงสีเชียวปกคลุมเอาไว้ ดาบที่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังสั่นสะเทือนจนส่งเสียงออกมา

แสงสีเขียวที่ได้เห็นคือดาบวายุ มันเป็นดาบที่อัดแน่นไปด้วยพลังอนุภาคลมจำนวนมาก

นี่คือสิ่งที่สร้างชื่อให้กับเวสลีย์ เวสลีย์มักจะถูกเรียกว่าเวสลีย์ดาบวายุ ทุกครั้งที่ต่อสู้เวสลีย์ก็มักจะบีบอัดพลังอนุภาคลมในอากาศเพื่อสร้างใบมีดที่เฉียบคมขึ้นมา ใบมีดลมที่ถูกบีบอัดจะทำให้อาวุธที่มีเฉียบคมเป็นอย่างมาก พลังดาบวายุของเวสลีย์สามารถสังหารคนได้ภายในการโจมตีเดียว

นอกจากความสามารถในการเคลื่อนที่ที่มี เวสลีย์ก็ยังมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าวัตสันมาก แม้ว่าวัตสันจะเป็นเด็กอายุ 10 ขวบที่มีส่วนสูงถึง 1.4 เมตร แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับชายวัยกลางคนอย่างเวสลีย์ ส่วนสูงที่มีก็ยังแตกต่างกันมาก เวสลีย์เป็นชายวัยกลางคนที่สูงถึง 1.8 เมตร นอกจากนี้วัตสันก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ด้วยเหตุนี้เวสลีย์จึงมั่นใจมากกว่าจะสามารถรับมือได้ ในบรรดาผู้ติดตามทั้งสี่คนของเวสลีย์ สองคนในนั้นมีหน้าที่ควบคุมดูแลไก่หอมหวนห้าสี ส่วนอีกสองคนก็เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้แล้ว ร่างกายของทั้งสองคนได้ปลดปล่อยแสงสีฟ้าและสีเหลืองออกมา วัตสันที่เห็นแบบนั้นประหลาดใจ “นี่คือพลังต่อสู้ของนักรบอย่างงั้นสินะ?”

วัตสันเคยได้ยินเกี่ยวกับพลังการต่อสู้มาก่อน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเขามีโอกาสจะได้เห็นพลังต่อสู้จริงๆ

พลังต่อสู้ไม่เหมือนกับพลังที่ผู้ใช้เวทมนตร์มี พลังต่อสู้ของนักรบเป็นพลังที่ถูกเก็บไว้ในผิวหนังและเลือดเนื้อของพวกเขา พลังต่อสู้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มพลังในการโจมตีของอาวุธเท่านั้น มันยังสามารถใช้ป้องกันการโจมตีได้อีกด้วย

นักรบระดับเหล็กจะสามารถปลดปล่อยพลังต่อสู้ออกมาได้ หลังจากที่กลายเป็นนักรบระดับทองแดง นักรบคนนั้นก็จะสามารถสร้างเกราะจากพลังต่อสู้ได้ และเมื่อกลายเป็นนักรบระดับเงินได้ นักรบคนนั้นจะสามารถใช้พลังต่อสู้สร้างปีกและโบยบินไปได้อย่างอิสระ วัตสันได้เรียนรู้มาแค่นั้น ตัวเขาไม่รู้เลยว่านักรบระดับทองจะมีความสามารถแบบไหน

ผู้ติดตามทั้งสองคนมีพลังการต่อสู้แตกต่างจากเวสลีย์ พลังของพวกเขาดูไม่ได้แข็งแกร่งอะไร เวสลีย์เป็นผู้ที่ใกล้ระดับทองแดง เพราะแบบนั้นพลังของเขาจึงแข็งแกร่งกว่านักรบทั่วไป ดาบวายุได้กระจายไปตามอาวุธที่เวสลีย์ถือ มันได้ล้อมรอบแขนขวาของเขาเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

วัตสันไม่สงสัยเลยว่าถ้าหากตัวเขาถูกโจมตี กระดูก เลือดเนื้อ ทุกอย่างจะต้องถูกดาบวายุตัดผ่านไปได้แน่

วัตสันใช้เวลาสังเกตการณ์อยู่ชั่วครู่ นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเขาได้เห็นพลังต่อสู้ของนักรบ แม้จะเห็นพลังแต่ความรู้สึกที่วัตสันมีมีเพียงความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น ตัวเขาไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไรเลย อันที่จริงวัตสันรู้สึกสงสัยตั้งแต่ที่ทุกคนเดินทางมาถึงแล้ว

เพียงไม่กี่วิก่อนที่จะเริ่มทานอาหาร ในตอนนั้นคนของเวสลีย์ก็เริ่มถามเอ็ดเวิร์ด ถามถึงเรื่องบรรพบุรุษ ถามถึงเรื่องคนรู้จักที่พอจะแข็งแกร่ง...

พ่อผู้โง่เขลาของวัตสันไม่เคยคิดมากอะไรกับคำถามที่ถูกถาม เอ็ดเวิร์ดได้ตอบคำถามทุกอย่างไปตามตรง วัตสันที่ฟังอยู่ถึงกับพูดไม่ออก

บางทีสมองของผู้เป็นพ่ออาจจะสูญหายไปกับความพยายามให้กำเนิดลูกในทุกวัน ทำไมเขาถึงได้ยอมเปิดเผยเรื่องส่วนตัวแบบนั้นทุกอย่างได้?

วัตสันไม่ได้คิดเลยว่าจะเลี้ยงเวสลีย์และผู้ติดตามทั้งหมดด้วยไข่หลากสี แต่ถึงแบบนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ไม่ฟังการห้ามปราม เอ็ดเวิร์ดคิดมาเสมอ เขาคิดว่าตราบใดที่วินเซนต์แต่งงานได้ ชีวิตของเขาและครอบครัวก็จะได้รับการสนับสนุนไปด้วย เพราะแบบนั้นเอ็ดเวิร์ดจึงพยายามใช้ไข่หลากสีก็เพื่อให้อีกฝ่ายนั้นพึงพอใจ และเพราะเรื่องทั้งหมดจึงทำให้ไก่หอมหวนห้าสีถูกปล้นไป

แต่ถึงจะรู้แบบนั้นวัตสันก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี ตัวเขาจะพูดอะไรต่อหน้าพ่อผู้โง่เขลาได้?

“เดี๋ยวก่อน! เวสลีย์ อย่าโจมตีน้องชายฉัน ฉันจะยอมปล่อยไก่หอมหวนห้าสีไปก็ได้ ฉันยอมแล้ว”

วินเซนต์มีสีหน้าที่เป็นกังวล ตัวเขารีบอ้าแขนก่อนที่จะปกป้องวัตสันเอาไว้

ในตอนที่วินเซนต์เห็นน้องชายคนที่แปดกำลังเรียกพายุฝน ในตอนนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าน้องชายคนนี้กำลังฝึกฝนเวทมนตร์ วัตสันไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี การต่อสู้ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ประลองความแข็งแกร่ง การต่อสู้คือการช่วงชิง ฝ่ายไหนที่ถูกช่วงชิงชีวิตก่อนอีกฝั่งก็จะได้รับชัยชนะ ถ้าหากต่อสู้กันจริงๆ จะต้องมีการนองเลือด วัตสันอาจจะกลัวการต่อสู้จนไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้ด้วยซ้ำ

ยังไงซะไก่หอมหวนห้าสีก็ต้องถูกพรากจากไป แต่อย่างน้อยที่สุดวินเซนต์ก็จะปกป้องน้องชายคนนี้ไว้ได้ นอกจากน้องคนที่สองแล้วก็มีแต่วัตสันเท่านั้นที่ใช้พลังเวทมนตร์ได้ ถ้าหากวัตสันบาดเจ็บหรือตายจากไป ตัวเขาจะบอกผู้เป็นพ่อแม่ได้ยังไง?

“วินเซนต์ ฉันขอให้นายมากับฉัน แต่นายก็ไม่ทำ ตอนนี้น่ะมันสายไปแล้วที่นายจะร่วมมือด้วย บอกตรงๆ นะฉันรู้สึกมาตลอดว่าเด็กยากจนอย่างนายไม่คู่ควรกับคุณหนูของพวกเรา นายท่านน่ะก็แค่ใจดี นายคิดว่าเขาจะสนใจเรื่อง 100 เหรียญทองจริงๆ อย่างงั้นเหรอ? นายน่ะอยู่ที่นี่เพื่อสั่งสอนบทเรียนให้กับน้องชายของนายจะดีกว่า สั่งสอนมันให้รู้จักเจียมตัวซะ!” เวสลีย์พูดออกมาอย่างเย็นชา

เวสลีย์ไม่เคยต้องการพาวินเซนต์ไปด้วยตั้งแต่แรก และในเมื่อวัตสันกล้ามาหยุดตัวเขา เพราะแบบนั้นมันจึงเป็นข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบ ข้ออ้างที่จะพาไก่หอมหวนห้าสีไปจากวินเซนต์

“เวสลีย์ คุณคิดจะเอาไก่หอมหวนห้าสีไปจากครอบครัวผมไปได้ง่ายๆ อย่างงั้นเหรอครับ?”

ใบหน้าของวินเซนต์ที่เคยซีดเซียวบัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธ ตัวเขาชักดาบใหญ่ที่มีขนาดพอๆ กับบานประตูจากทางด้านหลังออกมา

ถ้าหากไก่หอมหวนห้าสีถูกพาตัวไป ในครอบครัวแกรี่ก็จะไม่หลงเหลืออะไรอีก ทั้งงานแต่งงานเองก็จะไม่มีทางเกิดขึ้น เหตุการณ์ในครั้งนี้อาจจะทำให้ใครต้องตาย วินเซนต์ได้ทำงานให้กับลิสท์มาเป็นเวลานานแล้ว แม้จะขยันขันแข็งแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ได้รับการยอมรับ แต่ถึงแบบนั้นวินเซนต์ก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะถูกตอบแทนกลับเช่นนี้

“แกคิดจะมาขวางอย่างงั้นสินะ? ไสหัวไปซะ! ถ้าหากไม่อยากตายก็ไสหัวไป!”

เวสลีย์โบกมือไล่

เวสลีย์ก็แค่อยากได้ไก่หอมหวนห้าสีกลับไปเท่านั้น เมื่อได้ไก่ตัวนี้อนาคตที่ตัวเขามีก็จะสดใสมากยิ่งขึ้น เวสลีย์ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมวินเซนต์ถึงยังต้องพยายามฝืนแบบนั้น? แม้จะไม่มีไก่หอมหวนห้าสีแต่วินเซนต์ก็ยังมีร่างกายที่สมบูรณ์ ยังไงซะวินเซนต์ก็ยังสามารถทำงานต่อไปได้อยู่ดี และเพราะแบบนั้นครอบครัวแกรี่ก็จะไม่มีวันต้องอดตาย ทำไมวินเซนต์ถึงต้องโกรธตัวเขาด้วย? ทำไมวินเซนต์ถึงยังเลือกสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอีก?

เวสลีย์เองก็ไม่อยากลงมือ ตัวเขาก็ไม่อยากที่จะสังหารครอบครัวบารอนที่ยากจน

“พี่ใหญ่ ไม่จำเป็นจะต้องพูดอะไรแล้วล่ะครับ ยังไงซะการกระทำก็สำคัญกว่าคำพูดอยู่ดี”

วัตสันเดินออกมาจากด้านหลังก่อนจะตบไหล่วินเซนต์ “พี่ครับ ผมขอถามอะไรสักอย่าง พี่ต้องการแต่งงานก็เพราะชอบคุณหนูคนนั้นรึเปล่า? ถ้าหากเป็นแบบนั้น ถ้าหากพี่ต้องการมอบไก่หอมหวนห้าสีเป็นของขวัญหมั้นผมก็จะไม่ห้ามพี่”

ตั้งแต่วันที่วัตสันฟิวชั่นไก่หอมหวนห้าสีได้ ตัวเขาก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไก่อันล้ำค่าตัวนี้จะต้องดึงดูดความสนใจของคนอื่น แต่ถึงแบบนั้นตัวเขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะความสุขของพี่น้องสำคัญกว่า เพราะอะไรผู้เป็นพี่ถึงต้องออกไปทำงานข้างนอกอยู่ตลอดเวลา? วัตสันเข้าใจดี ผู้เป็นพี่คนนี้ไม่อยากปล่อยให้ครอบครัวและน้องๆ ทั้งหมดต้องลำบาก เรื่องนั้นวัตสันเข้าใจดี

แม้ว่าวัตสันจะเป็นคนต่างโลก แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวแกรี่ ยิ่งไปกว่านั้นตัวเขาก็ยังมีระบบฟิวชั่นอยู่ แม้จะเสียไก่หอมหวนห้าสีไป ตัวเขาก็ยังสามารถฟิวชั่นไก่ตัวใหม่ได้อยู่ดี

วินเซนต์ตกตะลึงคำพูดของวัตสัน นี้คือสิ่งที่น้องชายคนสุดท้องของเขาคิดจริงๆ อย่างงั้นเหรอ? วินเซนต์รู้ตัวดีว่าวัตสันสุขุมและยังดูเฉลียวฉลาดกว่าตัวเขาที่มีอายุมากกว่ามาก

วินเซนต์สัมผัสได้ถึงความรักผ่านคำพูดของวัตสันได้ ตัวเขาที่คิดดีแล้วได้ส่ายหัวก่อนจะพูดออกมาอย่างโกรธเคือง “น้องแปด พี่ทำให้นายต้องผิดหวังแล้วล่ะ บอกตามตรงพี่เองเคยเจอคุณหนูคนนั้นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น พี่น่ะก็ไม่รู้หรอกว่าคำว่ารักเป็นยังไง พี่ก็แค่อยากแต่งงานให้ครอบครัวของเราสบายขึ้นก็เท่านั้น! ไม่ต้องห่วงไป แม้ว่าจะต้องเสียไก่หอมหวนห้าสีไปแต่พี่จะต้องตามหามันกลับมาให้ได้!”

มันเป็นความผิดของวินเซนต์ทั้งหมด วินเซนต์เป็นผู้ชักจูงหมาป่าผู้หิวโหยเข้ามาเอง ทุกอย่างเป็นเพราะตัวเขาต้องการใช้ทางลัด ตัวเขาได้ทำให้ทั้งครอบครัวและน้องชายคนนี้ต้องผิดหวังซะแล้ว

“ผมดีใจจริงๆ ที่ได้ยินสิ่งที่พี่คิด ที่เหลือให้ผมจัดการเองเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกนะครับ”

วัตสันได้เดินไปหาเวสลีย์ก่อนจะยกมือขวาขึ้น ในตอนนั้นเองทุกคนก็รู้ว่าวัตสันกำลังถือตะกร้าอะไรบางอย่างอยู่ ตะกร้านั้นถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ ไม่มีใครรู้ว่าภายในนั้นมีอะไรกันแน่

“เจ้าหนู แกคิดทำอะไรกัน?”

เวสลีย์จับอาวุธแน่น ตัวเขาได้แต่ประหลาดใจกับสิ่งที่วัตสันกำลังทำ

“ก็ลองเดาดูสิครับ”

วัตสันที่พูดเสร็จได้ยกผ้าสีดำขึ้นมา ภายในนั้นมีไข่หลากสีกว่าร้อยฟอง มันเป็นไข่ที่เหลือทั้งหมดที่ครอบครัวของเขามี

“เจ้าหนู อย่าบอกว่าแกคิดจะใช้ไข่นั่นแลกกับไก่หอมหวนห้าสีน่ะ?” เวสลีย์และผู้ติดตามทั้งหมดหัวเราะเยาะ

ไม่ว่าจะโง่เง่าแค่ไหน แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าไก่หอมหวนห้าสีย่อมมีค่ามากกว่าไข่ ไม่ว่าไข่จะมากมายแค่ไหนแต่ไก่ก็ย่อมจะมีค่ากว่าไข่อยู่แล้ว

สีหน้าของวัตสันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ “แค่ไข่พวกคุณก็ไม่คู่ควรหรอกนะครับ!”

ไข่หลากสีสามารถเพิ่มอายุขัยได้ 1 ปีและยังสามารถเพิ่มพละกำลังได้อีกด้วย แล้วถ้าหากผสมไข่นับร้อยฟองจะได้ไข่แบบไหน? มันคงจะต้องช่วยเพิ่มอายุขัยกว่าหลายสิบปีและยังทำให้ผู้ที่ได้กินมีพละกำลังอันมหาศาลได้แน่

“ระบบตรวจพบของที่ต้องการใช้แล้ว เริ่มการฟิวชั่น?”

“ฟิวชั่นได้”

ติดตามข่าวสาร/พูดคุยเสนอแนะความคิดเห็นได้ที่เพจผู้แปล FB: ND Translate นิยายแปลไทย 

จบบทที่ ตอนที่ 8 ไข่ร้อยฟอง

คัดลอกลิงก์แล้ว