- หน้าแรก
- ย้อนเวลาล่าฝัน ผมเกิดใหม่เป็นซุปตาร์ยอดนักเขียน
- บทที่ 100: ในที่สุดก็สมหวัง (ฟรี)
บทที่ 100: ในที่สุดก็สมหวัง (ฟรี)
บทที่ 100: ในที่สุดก็สมหวัง (ฟรี)
เวลาทุ่มครึ่งกว่าๆ หลินลี่และเฉินตูหลิงก็เดินทางมาถึงห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม ในเวลานี้ทีมงานส่วนใหญ่ของกองถ่ายก็มาถึงกันเกือบครบแล้ว
เมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามาด้วยกัน ทุกคนต่างก็พากันเข้ามาทักทาย
เพียงแต่คนช่างสังเกตบางคนพบว่า หลินลี่นั้นหน้าบานมีความสุขและดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่าสุดๆ
ในขณะที่เฉินตูหลิง แม้ใบหน้าจะแดงระเรื่อสวยงามดุจดอกท้อ แต่กลับให้ความรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
มีเพียงเฉินเชาที่รู้ดีเหมือนมองกระจก เขาขยิบตาให้หลินลี่อย่างรู้ทัน
หลินลี่เองก็เลิกคิ้วตอบกลับ ส่งสายตาประมาณว่า "เอาอยู่น่า" ไปให้
หลินลี่พาเฉินเชาและจ้าวข่าย รวมถึงทีมงานหลักของกองถ่ายไปนั่งที่โต๊ะหนึ่ง ส่วนเฉินตูหลิงและนักแสดงนำคนอื่นๆ นั่งแยกไปอีกโต๊ะ
ทันทีที่มาถึง เขาก็กวาดสายตามองเห็นการแต่งตัวของจ้าวลู่ซือและจางรั่วหนาน ก็รู้ทันทีว่าสองสาวนี้ตั้งใจแต่งตัวมาประชันกันเล็กน้อย
ตอนที่จ้าวลู่ซือทักทายเขา แววตาแห่งความทะเยอทะยานแทบจะปิดไม่มิด ไม่รู้ว่าวันนี้จะมาไม้ไหนอีก
แปดโมงตรง ทุกคนมากันครบ
หลินลี่หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาเป็นคนแรก แล้วเดินช้าๆ ไปที่กลางห้องอาหาร ทุกคนในงานหยุดคุยกันและหันมามองที่เขาเป็นตาเดียว
เขามองไปรอบๆ ด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจก่อนจะเอ่ยขึ้น: "วันนี้ 'เปยนี่' ของเราปิดกล้องอย่างเป็นทางการแล้ว ขอบคุณทุกคนสำหรับความทุ่มเทตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ทั้งคุณภาพงานและประสิทธิภาพการทำงานของเรายอดเยี่ยมมาก ผมขอขอบคุณความพยายามของทุกคนในกองถ่าย และเมื่อหนังเข้าฉายแล้ว ผมรับประกันเลยว่าทุกคนจะได้อั่งเปาซองโตตามผลประกอบการแน่นอน"
"แก้วนี้ผมขอดื่มให้ทุกคน เพื่อแสดงความขอบคุณครับ"
พูดยังไม่ทันขาดคำ เขาก็ยกแก้วเหล้าขาวขนาดสองตำลึงกรอกลงคอไปรวดเดียวหมด
"เยี่ยม!"
"ผู้กำกับสุดยอด!"
"ผู้กำกับจงเจริญ!"
พอได้ยินว่ามีอั่งเปา ทุกคนก็โห่ร้องด้วยความดีใจ เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวอยู่นาน
ต่างจากครั้งก่อนที่ใช้ทีมงานของเหวินมู่เหย่ ครั้งนี้หลินลี่ใช้ทีมงานที่ "หนานซุนคัลเจอร์" สร้างขึ้นมาเองล้วนๆ
พวกเขาก็เพิ่งเคยออกกองกับหลินลี่เป็นครั้งแรก ผ่านชีวิตในกองถ่ายช่วงนี้มาได้ ต่างก็รู้สึกทึ่งและนับถือในตัวบอสใหญ่ผู้โด่งดังคนนี้เป็นอย่างมาก
เหมือนกับคนทั่วไปที่ยังไม่เคยเห็นกับตา ใครๆ ก็มักจะสงสัยในตัวนักเขียนและผู้กำกับวัย 21 ปีคนนี้
ลองคิดดูสิว่าตอนอายุ 21 พวกเขาทำอะไรกันอยู่ แล้วมองดูผู้กำกับท่านนี้ มันทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตมาหลายสิบปีอย่างสูญเปล่า
คนเขาคือผลงานที่พระเจ้าตั้งใจปั้นมากับมือ ส่วนพวกเราเป็นแค่เศษดินเหลือๆ ใช่ไหมเนี่ย?
หลินลี่ใช้ผลงานที่จับต้องได้พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นแล้วว่า คนคนหนึ่งสามารถสวมหมวกหลายใบและทำทุกอย่างออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ
หลินลี่กดมือลงเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ ก่อนจะวาดมือออกไปกว้างๆ แล้วตะโกนว่า: "ต่อจากนี้เป็นเวลาฟรีสไตล์ เชิญทุกคนรื่นเริงกันให้เต็มที่ กินให้อิ่ม ดื่มให้เมา!"
"จัดไป!"
ทุกคนตอบรับอย่างกระตือรือร้น หลินลี่จึงหันหลังเดินกลับมาที่โต๊ะ มองดูทุกคนเริ่มลงมือจัดการอาหาร
ตั้งแต่หลินลี่ออกไปพูดจนจบ สายตาของสาวๆ ที่โต๊ะนักแสดงนำก็ไม่เคยละไปจากเขาเลย
ดวงตาของแต่ละคนเป็นประกายวิบวับ ต่างคนต่างมีความคิดและแผนการในใจ
เมื่อหลินลี่นั่งลง จ้าวข่ายก็ลุกขึ้นยืนเป็นคนแรกเพื่อดื่มอวยพรเขา น้ำเสียงจริงใจ: "ผู้กำกับหลิน ขอบคุณที่ให้โอกาสผมครับ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ผมคงยังไม่รู้เลยว่าจะไปถ่ายโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ฆ่าเวลาอยู่ที่ไหน ขอบคุณผู้กำกับหลิน และขอบคุณบริษัทครับ"
"ผมหมดแก้ว คุณตามสบายเลยครับ"
พูดจบก็เหมือนหลินลี่เมื่อครู่ กระดกเหล้าในแก้วลงคอรวดเดียว แล้วคว่ำแก้วให้ดู
หลินลี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง จิบไปอึกใหญ่แล้วจึงเอ่ยขึ้น: "ผู้กำกับจ้าวเกรงใจไปแล้ว เพชรอยู่ที่ไหนก็ย่อมส่องแสง ผมแค่ขุดคุณขึ้นมาเร็วหน่อยเท่านั้นเอง ตั้งใจทำงานกับบริษัทให้ดี ต่อไปบริษัทมีโปรเจกต์ให้คุณทำอีกเพียบ"
จ้าวข่ายได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแก้มปริ ตอบกลับด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย: "ผู้กำกับหลินวางใจได้เลยครับ ผมจะไม่ทำให้บริษัทผิดหวัง จะทุ่มเททำทุกโปรเจกต์ให้เต็มที่"
หลินลี่ยิ้มและพยักหน้า บอกให้เขานั่งลง
หัวหน้าฝ่ายต่างๆ และคนเขียนบทที่ได้ยินบทสนทนานี้ต่างก็หูผึ่ง
คนพูดอาจไม่คิดอะไรแต่คนฟังคิดไปไกล รู้ว่าบริษัทจะมีโปรเจกต์ตามมาอีกเพียบ จ้าวข่ายคนเดียวทำไม่ทันแน่นอน งั้นพวกเขาก็มีโอกาสสิ?
คิดได้ดังนั้นทุกคนก็เริ่มคึกคัก ผลัดกันเข้ามาดื่มอวยพรหลินลี่ แย่งกันแสดงความจงรักภักดีต่อหนานซุนคัลเจอร์
ส่วนเฉินเชาก็คอยช่วยบิ้วท์บรรยากาศอยู่ข้างๆ คอยยิงมุกตลกเป็นระยะ คนอื่นๆ ถึงเพิ่งนึกได้ว่าตรงนี้ยังมีผู้จัดการใหญ่อยู่อีกคน ดังนั้นคนที่ดื่มกับหลินลี่เสร็จแล้วก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมาย หันไปชนแก้วกับเฉินเชาแทน
อีกด้านหนึ่ง โต๊ะนักแสดงนำก็ดุเดือดไม่แพ้กัน
จางรั่วหนานยิ้มหวาน ชวนเฉินตูหลิงคุยและชวนดื่มไม่หยุด โดยมีจ้าวลู่ซือคอยรับลูกอย่างรู้ใจ
เฉินตูหลิงก็ไม่ได้โง่ ย่อมรู้ดีว่าสองคนนี้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ แต่ในฐานะแฟนตัวจริง เธอไม่พอใจสาวน้อยสองคนนี้ที่จ้องจะงาบแฟนเธอมานานแล้ว เมื่อเจอการท้าทายแบบนี้ ครั้งนี้เธอไม่อยากจะอ้อมค้อม ยกแก้วขึ้นมาดวลกับพวกนางทันที
คนเราก็ต้องมีอารมณ์โมโหบ้าง ยิ่งเป็นเรื่องผู้ชายของตัวเองโดนเล็งอยู่ด้วย!
ดังนั้นเผิงอวี้ช่างและคนอื่นๆ จึงได้เห็นภาพนางเอกทั้งสามคนผลัดกันชนแก้ว ดื่มไวน์แดงแก้วแล้วแก้วเล่า ท่าทางแบบ "ไม่เมาไม่เลิก" ทำเอาพวกเขาหนังตากระตุก
ผู้หญิงนี่... น่ากลัวชะมัด!
ดูเหมือนชีวิตของผู้กำกับหลินก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะเนี่ย!
ผ่านไปสามรอบ หลินลี่เริ่มมึนหัว สมองเริ่มตื้อๆ
พอมองขึ้นไปก็เห็นเผิงอวี้ช่างที่หน้าตาตื่นเต้นถือแก้วเหล้ายืนอยู่ตรงหน้า ฉีกยิ้มกว้าง
"ผู้กำกับหลิน ขอบคุณสำหรับคำแนะนำตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานะครับ ผมขอดื่มให้คุณหนึ่งแก้ว"
หลินลี่เหลือบมองเห็นโหวหมิงฮ่าวและคนอื่นๆ ที่ยืนต่อแถวรออยู่ข้างหลังเผิงอวี้ช่างด้วยท่าทางกระตือรือร้น ก็ได้แต่กุมขมับอย่างจนใจ
จิบเหล้าในแก้วจนหมด หลินลี่ส่งเสียง "จึ๊ปาก" ออกมาด้วยความมึน
เหล้าเฟยเทียน 53 ดีกรี ใครเคยดื่มเหล้าขาวกลิ่นซอสจะรู้ดีว่ามันบาดคอแค่ไหน
พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ก็เห็นโหวหมิงฮ่าวถือแก้วเหล้าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เอาล่ะสิ วันนี้กะจะเอาคืนเรื่องที่โดนดุตอนถ่ายทำใช่ไหม?
เขารู้สึกว่าจบเห่แล้ว งานนี้คงต้องนอนยาวแน่
เขายังไม่ทันสังเกตว่า ด้านหลังพวกเผิงอวี้ช่าง ที่โต๊ะนักแสดงนำ เฉินตูหลิงและอีกสองสาวเริ่มนั่งโอนเอนกันแล้ว
หลังจากโหวหมิงฮ่าวและนักแสดงสมทบหลักๆ ดื่มอวยพรเสร็จ หลินลี่รู้สึกเหมือนหนังตาจะลืมไม่ขึ้น
กวาดตามองที่โต๊ะตัวเอง นอกจากไม่กี่คนที่ยังดื่มอยู่ เฉินเชาฟุบหลับคาโต๊ะไปนานแล้ว
เชอะ ไอ้พวกคออ่อน
พอมองกลับไปที่โต๊ะนักแสดงนำ เขาชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วขยี้ตาดูให้ชัดๆ
โอ้โห สามสาวนั่งอยู่ด้วยกัน จ้าวลู่ซือหมอบไปแล้ว ส่วนเฉินตูหลิงกับจางรั่วหนานยังคงคุยกันไปพลางกระดกเหล้าเข้าปากไปพลาง ดูทรงแล้วก็น่าจะถึงขีดจำกัดกันทั้งคู่
เขาลุกขึ้นยืน ภาพตรงหน้าสั่นไหวเล็กน้อย สะบัดหัวไล่ความมึน แล้วเดินโซซัดโซเซเข้าไปหาทั้งสองคน
เขายืนเท้าเอวด้วยความยากลำบาก มองดูสองสาวที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้ แล้วกวักมือเรียกเกาเหวินที่คอยสแตนด์บายอยู่ไม่ไกล
"ไปส่งลู่ซือกลับห้องก่อน แล้วค่อยกลับมาพาตุตูและรั่วหนานไปส่ง"
เกาเหวินพยักหน้าหน้านิ่ง: "ได้ค่ะ"
จากนั้นก็พยุงจ้าวลู่ซือขึ้นมา เรียกผู้ช่วยของเธอมาช่วยกันหิ้วปีกพาไปที่ลิฟต์
เห็นดังนั้นหลินลี่ก็หันกลับมามองเฉินตูหลิงกับจางรั่วหนานที่เพิ่งเห็นเขา น้ำเสียงจริงจัง: "พวกเธอสองคนพอได้แล้ว เดี๋ยวกลับไปพักผ่อนซะ"
"อื้อ"
"ค่า"
"?"
หลินลี่พบว่าเฉินตูหลิงแทบไม่มีสติแล้ว พร้อมจะล้มพับได้ทุกเมื่อ
ให้ตายสิ หลินลี่อดไม่ได้ที่จะมองจางรั่วหนานด้วยความประหลาดใจ ยัยนี่คนเดียวจัดการทั้งตตูตูและลู่ซือร่วงไปสองคนเลยเหรอ?
แม้หน้าเล็กๆ ของจางรั่วหนานจะแดงก่ำ แต่สติสตางค์กลับยังดูแจ่มใสดี พอเห็นเขามองมา เธอยังขยิบตาให้เขาอย่างซุกซนอีกต่างหาก
มองดูรอยยิ้มของผู้ชนะบนใบหน้าหญิงสาว เขาเดาว่าแม่สาวคนนี้คงตั้งใจจะมอมเหล้าอีกสองคนให้ร่วงตั้งแต่แรกแล้ว
ร้ายนักนะ นักเรียนจาง เธอซ่อนคมไว้ลึกจริงๆ!
ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่งแล้ว คนที่ดื่มหนักเริ่มทยอยกลับ หลินลี่ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำที่เกาเหวินเตรียมไว้ให้ มองดูเธอจัดการพาคนกลับไปพักผ่อน
พอทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็เริ่มสร่างเมาขึ้นมาบ้าง จึงบอกลาเกาเหวินแล้วขึ้นลิฟต์กลับห้องพัก
โชคดีที่เขาคอแข็ง ไม่งั้นวันนี้คงรถคว่ำไปแล้ว
และต้องยอมรับว่าวันนี้เฉินเชาช่วยดึงดูดกระสุนแทนเขาไปได้เยอะ ไม่งั้นเขาคงลงไปกองกับพื้นเหมือนกัน
กลับถึงห้อง อาบน้ำร้อน แล้วพันผ้าเช็ดตัวเดินออกมาที่เตียงอย่างสบายตัว ตอนนี้สติกลับมาเกือบครบถ้วนแล้ว หยิบมือถือข้างเตียงขึ้นมาดู ก็เห็นแจ้งเตือนข้อความใหม่ทันที
เปิดดูแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มที่มุมปาก
จางรั่วหนาน: อยู่ไหมคะ?
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพิมพ์ตอบกลับ
"อยู่ครับ"
จางรั่วหนาน: "เปิดประตูหน่อย"
"ได้"
ในใจเขาร้อนรุ่มขึ้นมาทันที ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังไม่จางหายไปหมดกระตุ้นประสาทสัมผัส เขาเดินเร็วๆ ไปที่ประตู เปิดออกแล้วแง้มไว้เล็กน้อย
จากนั้นก็เดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น รินน้ำให้ตัวเองแก้วหนึ่ง รอคอยการมาถึงของจางรั่วหนาน
ไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกผลักออก
เห็นเพียงจางรั่วหนานแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วผลักประตูปิด มือเล็กๆ บิดล็อคกลอนประตูทันที
หลินลี่มองดูการกระทำของเธอด้วยความสนใจ รู้สึกว่าแม่สาวคนนี้ให้อารมณ์เหมือนกำลังลักลอบเป็นชู้ยังไงยังงั้น
จะว่าไป คิดแบบนี้ก็น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน!
จางรั่วหนานยืนบิดไปมาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ หันกลับมา แก้มสีแดงระเรื่อราวกับถูกไฟเผา ค่อยๆ ขยับเข้ามาหาหลินลี่ทีละก้าว
หลินลี่พิจารณาหญิงสาวตรงหน้า เธอยังใส่ชุดเดิมจากงานเลี้ยง แต่เมคอัพดูเหมือนจะเติมมาใหม่ ใบหน้าแบบรักแรกที่แดงซ่านดุจก้อนเมฆยามเย็น ทำให้คนอดใจไม่ไหวอยากจะเข้าไปหยอกเย้า
จางรั่วหนานรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้น พอจะอ้าปากพูด ก็ถูกหลินลี่ดึงตัวเข้าไปในอ้อมกอด แล้วอุ้มนั่งตักในท่าเจ้าหญิง
เขาลูบไล้ใบหน้าหวานหยดตรงหน้า จ้องมองเธอเขม็ง: "คิดดีแล้วเหรอ? ฉันไม่ใช่คนดีอะไรนะ"
จางรั่วหนานสบตาชายหนุ่มที่เธอเฝ้าไล่ตามมานาน พยักหน้าอย่างแน่วแน่
"อื้อ!"
"ฉันควรจะเป็นของคุณตั้งนานแล้ว เป็นคุณที่ให้โอกาสฉันได้เลือก"
"ดังนั้นฉันเลือกคุณ!"
เขาจะพูดอะไรได้อีก?
ก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มสีแดงนั้น กลิ่นหอมสดชื่นของมินต์ลอยมาเตะจมูก ดูเหมือนเมื่อกี้เธอจะกลับไปแปรงฟันมาแล้ว
"อื้ม~"
ในวินาทีที่ถูกจูบ ในหัวของจางรั่วหนานมีความคิดเพียงอย่างเดียว
"ในที่สุด ฉันก็จะได้เป็นผู้หญิงของเขาแล้ว"
อะไรที่ควรดันก็ต้องดัน ใกล้ถึงเวลาเปิดเทอมของเป่ยอิ่ง (Beijing Film Academy) แล้วด้วย
(จบตอน)