- หน้าแรก
- ย้อนเวลาล่าฝัน ผมเกิดใหม่เป็นซุปตาร์ยอดนักเขียน
- บทที่ 68: เหย่จื่อ เธอเปลี่ยนไปแล้วนะ
บทที่ 68: เหย่จื่อ เธอเปลี่ยนไปแล้วนะ
บทที่ 68: เหย่จื่อ เธอเปลี่ยนไปแล้วนะ
โจวเหย่ที่สติสตังล่องลอยไปไกล เดินออกจากร้านจวี้ซินเก๋ออย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงบ่นกระปอดกระแปดของหวังจื่อฉีและหลี่เกิงอวิ๋น
เธอไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ทำเพียงปั้นหน้าสำนึกผิดผสมกับหัวเราะแหะๆ กลบเกลื่อนไปตามเรื่อง
จนกระทั่งเธอสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมชั้นต่างพากันเงียบกริบ และหยุดเดินพร้อมทำหน้าตาตื่นตะลึงจ้องมองไปข้างหน้า
ขณะที่เธอกำลังจะชะโงกหน้าไปดูว่ามีอะไร จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีเงาดำทาบทับลงมาตรงหน้า พร้อมกับกลิ่นเหล้าฉุนกึกที่พุ่งเข้าปะทะจมูก
ตามมาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นหูเสียเหลือเกิน
"เหย่จื่อ เธอเองก็อยู่ที่นี่เหรอ บังเอิญจัง พอดีวันนี้ฉันดื่มเยอะไปหน่อย เธอช่วยไปส่งฉันหน่อยได้ไหม?"
เธอเงยหน้าขึ้นมอง กวาดสายตาไปปะทะเข้ากับ... นักเขียนใหญ่หนานซุน!
เอ้ย ไม่ใช่สิ... หลินลี่!
แม้จะยังมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เธอก็เผลอตอบรับไปโดยสัญชาตญาณ
"หะ!? ด... ได้ค่ะ"
มุมปากของหลินลี่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะบุ้ยใบ้ไปที่ไหล่ของตัวเอง "งั้นรบกวนเธอหน่อยนะ เหย่จื่อ"
"อ้อๆ ได้ค่ะ"
โจวเหย่พยักหน้าอย่างว่าง่าย รีบเข้าไปประคองแขนของเขา กลิ่นหอมสดชื่นจางๆ จากตัวเธอลอยมาแตะจมูก ช่วยให้สมองที่มึนงงของเขาผ่อนคลายลงได้ไม่น้อย
จังหวะนั้นเอง หวังจื่อฉีและกลุ่มนักศึกษาจากเป่ยอิ่งถึงเพิ่งจะได้สติ ต่างพากันโค้งคำนับทักทายอย่างนอบน้อม
"สวัสดีครับอาจารย์หนานซุน"
"สวัสดีครับผู้กำกับหลิน"
...
เสียงทักทายที่ดังระงมดึงดูดความสนใจของแขกเหรื่อรอบข้างทันที กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเหรินหมิน (เหรินต้า) ที่ยืนอยู่อีกด้านต่างก็จับจ้องมาที่จุดนี้ เก็บภาพเหตุการณ์ตรงหน้าไว้ในสายตาทั้งหมด
ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนร่วมชั้นที่ดูเหมือนจะกระชับแน่นแฟ้นขึ้นจากงานเลี้ยงในวันนี้ กลับดูห่างเหินออกไปอีกครั้งเพราะภาพที่เห็น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้สัมผัสถึงสถานะและบารมีของหลินลี่ในวงการบันเทิงอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
หลินลี่โบกมืออย่างยากลำบากเล็กน้อย "ขอโทษทีนะ ไม่ได้รบกวนพวกนายใช่ไหม พอดีฉันดื่มกับเพื่อนร่วมชั้นเยอะไปหน่อย บังเอิญเจอเหย่จื่อที่นี่พอดี เลยต้องรบกวนให้เธอช่วยไปส่งหน่อย"
หวังจื่อฉีรีบพูดขึ้นทันควัน "ไม่รบกวนครับ ไม่รบกวนเลย ที่แท้ท่านกับเหย่จื่อก็เป็นเพื่อนกันนี่เอง บังเอิญจริงๆ น่าเสียดายที่พวกผมดื่มกันมาหมด ไม่งั้นคงช่วยไปส่งท่านด้วยได้"
"รับน้ำใจไว้ก็พอ แค่เหย่จื่อไปส่งคนเดียวก็ได้ เห็นพวกนายเองก็น่าจะใกล้แยกย้ายกันแล้ว ไว้โอกาสหน้าค่อยคุยกันนะ"
เขาจำได้ว่าคนตรงหน้าคือนักแสดงที่จะมีชื่อเสียงพอตัวในอนาคต แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะจำได้แค่ชื่อเท่านั้น
หวังจื่อฉีพยักหน้ารัวๆ "ท่านรีบกลับไปพักผ่อนเถอะครับ"
จากนั้นเขายังหันมากำชับโจวเหย่ "ดูแลอาจารย์หนานซุนให้ดีล่ะ"
โจวเหย่แอบเบะปากใส่เขาในใจ แต่ภายนอกกลับพยักหน้ายิ้มแย้ม "อื้ม รู้แล้วน่า"
ท่ามกลางเสียงบอกลาที่ดังเซ็งแซ่ โจวเหย่ประคองหลินลี่หันหลังเดินตรงไปยังกลุ่มคนของมหาวิทยาลัยเหรินหมินที่ยืนรออยู่หน้าประตู
"รบกวนเธอช่วยพาฉันฝ่าด่านนี้ไปหน่อย เดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟังทีหลัง ขอบใจนะ"
ระหว่างที่เดิน หลินลี่เอียงศีรษะไปกระซิบข้างหูโจวเหย่เบาๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ
โจวเหย่ที่ตัวเกร็งอยู่แล้ว พอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่รดต้นคอและกลิ่นเหล้าฉุนๆ ก็รู้สึกไม่สบายตัวนัก แต่ท่าทางที่แนบชิดขนาดนี้กลับทำให้ร่างกายของเธอแข็งทื่อ รูม่านตาหดเกร็ง
'ตายแน่ๆ!'
เธอคร่ำครวญในใจ
เมื่อเดินมาถึงกลุ่มเพื่อนเหรินต้า หลินลี่ก็ไม่ได้สนใจสวีหว่านฉิงที่ยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่ข้างๆ เขาเพียงแค่พยักหน้าให้หลี่เสี่ยง แล้วทักทายเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ว่าขอตัวกลับก่อน
สุดท้ายเขาหันไปบอกเฉินเชาว่าพรุ่งนี้เจอกันที่บริษัท โดยไม่สนใจสีหน้าอยากรูอยากเห็นเต็มแก่ของอีกฝ่าย แล้วเดินประคองโจวเหย่ออกไปท่ามกลางสายตาของทุกคน
"ฮึ่ม!"
สวีหว่านฉิงกระทืบเท้าปังๆ ด้วยความเจ็บใจ ใบหน้าบึ้งตึงจนน่ากลัวทำให้เพื่อนรอบข้างเผลอขยับตัวถอยห่าง
เธอไม่คิดเลยว่าแผนการดีๆ ที่วางมาทั้งคืน จะมาพังไม่เป็นท่าเพราะผู้หญิงที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ แถมยัยนั่นยังสวยขนาดนี้อีก!
ความรู้สึกทั้งเกลียดทั้งอิจฉาปะทุขึ้นในอก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย
โจวเหย่ชำเลืองมองสวีหว่านฉิงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นผ่านหางตา แล้วก็พอจะเดาเรื่องราวได้ เธอน่าจะโดนใช้เป็นไม้กันหมาเข้าให้แล้ว
เธออาจจะดูซื่อๆ บื้อๆ ไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้โง่นะ คนที่โง่จริงๆ ไม่มีทางหากินในวงการบันเทิงได้หรอก
ถ้าเป็นคนอื่นเอาเธอมาเป็นเกราะกำบังแบบนี้ เธอคงไม่พอใจแน่ๆ
แต่ถ้าคนคนนั้นคือหนานซุนล่ะก็...
เธอแอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่คมสันได้รูปของคนข้างกาย และสัมผัสถึงกล้ามเนื้อแน่นๆ ที่แขนซึ่งเธอประคองอยู่
อื้ม... ถ้าเป็นแบบนี้เธอก็เต็มใจแหละนะ ยิ้มแก้มปริ O(∩_∩)O!
ทางด้านหวังจื่อฉีที่ยืนมองอยู่ข้างหลังสบตากับหลี่เกิงอวิ๋น ต่างฝ่ายต่างรู้สึกว่าเรื่องวันนี้มันแฟนตาซีเกินไปแล้ว!
"สรุปคือที่เราคุยเรื่องหนานซุนกันเป็นวรรคเป็นเวรเมื่อกี้ เหย่จื่อแกล้งโง่เหรอ?"
"ดูเหมือนจะเป็นงั้นนะ"
"งั้นเธอก็ยืนดูพวกเราปล่อยไก่มาตลอดเลยดิ?"
"ไม่น่าใช่มั้ง เหย่จื่อไม่ใช่คนแบบนั้น"
"ฉันรู้ แต่หมายความว่า ยัยนั่นอาจจะมองว่าเรื่องที่เราคุยกันอวดรู้ต่อหน้าเมื่อกี้ มันตลกมาก น่าขำ เหมือนเห็นพวกเราเป็นตัวตลกงั้นสิ!"
"ความเป็นไปได้นี้... ก็มีอยู่นะ!"
"เชี่ยเอ้ย เหย่จื่อเปลี่ยนไปแล้ว! ร้ายกาจนักนะ ไว้กลับไปถึงมหาลัยเมื่อไหร่ต้องจับมาสอบสวนให้เข็ด ว่าเธอกับอาจารย์หนานซุนเป็นอะไรกันแน่"
"นายสอบสวนไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่เอาด้วยหรอก"
"?"
"ทำไมนายไม่เอาด้วย?"
"ฉันก็ต้องประจบสิครับท่าน เพื่อนเรารู้จักกับขาใหญ่อย่างหนานซุนทั้งที ไม่รีบเข้าไปเกาะขาทองคำจะรออะไร?"
"มีเหตุผลแฮะ! ไอ้หมอนี่ฉลาดจริง!"
"เป็นไปได้ไหมว่านายมันโง่เอง?"
"ไอ้เวรนี่ มาให้เตะซะดีๆ!"
...
กลุ่มนักศึกษาเป่ยอิ่งคุยไปคุยมาก็เริ่มออกทะเล กลายเป็นการหยอกล้อวิ่งไล่เตะกันไปเสียอย่างนั้น
แต่คนตาไวบางคนก็เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจเงียบๆ รอโอกาสเหมาะๆ ค่อยไปลองหยั่งเชิงโจวเหย่ดู
ทางฝั่งเหรินต้า ทุกคนต่างมีความคิดแตกต่างกันไป พากันคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างหลินลี่กับสาวหน้าแปลกคนนั้น ในเมื่อมาจากเป่ยอิ่งเหมือนกัน ก็น่าจะเป็นนักแสดงสินะ
ดูเหมือนท่านนักเขียนใหญ่เพื่อนร่วมรุ่นของพวกเขา ช่วงนี้จะมีข่าวฉาวกับดาราสาวๆ ถี่เหลือเกินนะ!
ยิ่งเห็นผู้หญิงคนเมื่อกี้ที่สวยหยาดเยิ้มขนาดนั้น จุ๊ๆๆ ไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาจริงๆ สมกับเป็นยอดอัจฉริยะเจ้าสำราญ!
...
หน้าร้านจวี้ซินเก๋อ
หลังจากโดนลมดึกพัดใส่ หลินลี่ที่เริ่มสร่างเมาขึ้นมาบ้างก็พอจะยืนทรงตัวเองได้แล้ว เขาเหลือบมองโจวเหย่ที่ดูเกร็งๆ อยู่ข้างกาย รู้สึกว่าแม่สาวน้อยที่แวบแรกดูเย็นชาคนนี้ จริงๆ แล้วมีนิสัยน่ารักน่าเอ็นดู ผิดกับภาพลักษณ์ภายนอกลิบลับ (Gap Moe)
เขาหันไปมองเธอด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ "นี่เหย่จื่อ เมื่อกี้เธอคงพอจะดูออกนะว่าเพื่อนผู้หญิงคนนั้นของฉัน... รับมือยากหน่อย พอดีเห็นเธอเข้า ก็เลยยืมชื่อเธอมาเป็นข้ออ้างเพื่อสลัดหล่อน ต้องขอโทษจริงๆ นะ ครั้งนี้ถือว่าฉันติดค้างน้ำใจเธอไว้ครั้งหนึ่ง ไว้มีโอกาสฉันชดใช้คืนให้แน่นอน"
โจวเหย่ฟังจบก็นึกย้อนไปถึงท่าทีของผู้หญิงคนเมื่อกี้ ก็เข้าใจได้ทันทีว่าตรงกับที่เธอเดาไว้เป๊ะ
จากนั้นเธอก็ยิงฟันขาว ยิ้มตาหยีส่งให้เขาอย่างซื่อๆ "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่ช่วยพี่ได้ก็พอแล้ว หนูเองก็ไม่ได้เสียหายอะไร แถมยังได้กำไรเป็นหนี้บุญคุณจากนักเขียนใหญ่ฟรีๆ อีกต่างหาก ฮิฮิ"
หลินลี่ยิ้มขำ "งั้นเธอต้องจำไว้ให้ดีนะ วันหลังอย่าลืมมาทวงล่ะ"
โจวเหย่พยักหน้าหงึกหงักเหมือนไก่จิกข้าว "อื้มๆ!"
ตอนนั้นเองรถของหวังเป้าก็มาถึง เขาเปิดประตูให้โจวเหย่ขึ้นไปก่อน แล้วตัวเองค่อยตามขึ้นไปนั่งข้างๆ เธอ
"พี่เป้า ไปส่งคนทื่เป่ยอิ่งก่อนนะ"
"ได้ครับบอสหลิน"
หลังจากสั่งงานเสร็จ หลินลี่ถึงหันมามองโจวเหย่ที่กำลังกวาดตามองรอบรถอย่างตื่นตาตื่นใจ "เป็นอะไรไปเหย่จื่อ?"
โจวเหย่เอามือปิดหน้าด้วยความเขินอาย "หนูเพิ่งเคยนั่งรถหรูขนาดนี้เป็นครั้งแรก ก็เลยอดมองไปทั่วไม่ได้ แหะๆ"
ฐานะทางบ้านของเธอจริงๆ ก็ถือว่าดีใช้ได้ แต่เมื่อเทียบกับคนทั่วไป รถเบนซ์ G65 คันนี้สำหรับเธอแล้วถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกจริงๆ
ความรู้สึกดีๆ ที่เขามีต่อเด็กสาวตรงหน้ายิ่งเพิ่มมากขึ้น โจวเหย่ในวัยนี้ดูนุ่มนิ่มซื่อบื้อน่ารักน่าแกล้งจริงๆ ปลุกสัญชาตญาณความอยากปกป้องในตัวผู้ชายได้ดีนัก
เขาจ้องมองใบหน้าของเธอตรงๆ จนโจวเหย่เริ่มทำตัวไม่ถูก ต้องรีบเอามือปิดหน้าแน่นกว่าเดิม
"พ... พี่จ้องหนูทำไมคะ?"
"ฉันแค่รู้สึกว่าหน้าของเธอมีความขัดแย้งในตัวเองที่น่าสนใจมาก เวลาไม่ยิ้มจะดูเย็นชาและหยิ่งนิดๆ ถ้าจับแต่งหน้าแต่งตัวดีๆ สามารถเล่นบทนางร้ายได้สบายเลย แต่พอยิ้มปุ๊บกลับดูเด๋อๆ ด๋าๆ นุ่มนิ่มน่ารักแบบนี้ เหมาะกับบทนางเอกซีรีส์ไอดอลสุดๆ สรุปคือ มีความต่างขั้ว มีความเซอร์ไพรส์ ถ้าเธอรู้จักใช้จุดเด่นตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ เจอสักบทที่ใช่ เธอน่าจะดังเปรี้ยงปร้างได้ไม่ยากเลย"
"หา จริงเหรอคะ?"
"ไม่เชื่อฉันเหรอ?"
"อ๊ะ เปล่าค่ะๆ แค่จนถึงตอนนี้หนูเพิ่งเคยเล่นหนังไปเรื่องเดียว แถมบทก็น้อยนิด หนูเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเหมาะกับบทแบบไหนกันแน่ แต่พอได้ยินที่พี่พูดเมื่อกี้ หนูกลับรู้สึกว่ามันมีเหตุผลมาก ก็เลยถามย้ำน่ะค่ะ"
หลินลี่นึกถึงบทบาทต่างๆ ที่โจวเหย่จะได้รับในอนาคต ก็มั่นใจในความคิดตัวเอง จึงพูดปลอบใจเธอ "วางใจเถอะ เธอยังเด็ก ยังมีโอกาสให้ลองผิดลองถูกอีกเยอะ"
โจวเหย่ย่นจมูกอย่างขี้เล่น "พูดซะเหมือนพี่แก่มากงั้นแหละ"
หลินลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าทัศนคติของตัวเองมีปัญหาจริงๆ
บางคำพูดแค่คิดในใจก็พอ ขืนพูดออกมา กลิ่นอายความเป็น "มนุษย์ลุง" มันจะแรงเกินไป
แต่จะยอมให้ยัยเด็กนี่ปีนเกลียวไม่ได้ เขาหรี่ตามองเธอ "ทำไม ผู้กำกับอย่างฉันจะแนะนำนักแสดงหน่อยไม่ได้รึไง?"
โจวเหย่ดูออกทันทีว่าเขากำลังล้อเล่น จึงรีบพยักหน้ารับลูกอย่างรู้งาน
"อื้มๆ พี่หนานพูดถูกทุกอย่างเลยค่ะ O(∩_∩)O"
รอยยิ้มซื่อๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว เล่นเอาเขาใจละลายไปวูบหนึ่ง
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงเนี่ย มักมีความน่ารักในรูปแบบที่แตกต่างกันไปเสมอ
ต้านทานยากชะมัด!
(จบตอน)